ตอน 5
“สิ่งที่อิงกำลังจะบอกก็คือพนักงานที่นี่มีความสุขกับสภาพแวดล้อมของที่นี่มาก นั้นก็คือความสบายนั่นเองค่ะแต่ทุกคนก็รักที่นี่บริษัทนี้ เหมือนบ้านที่สองของพวกเขา ถ้าบริษัทอยู่ได้พวกเขาก็อยู่ได้แต่ถ้าบริษัทอยู่ไม่ได้พวกเขาก็ลำบากเหมือนกัน คุณลองไปดูประวัติการลาออกของคนที่นี่ได้เลยค่ะคนที่เข้ามาทำงานที่นี่แล้วน้อยคนมากๆ ที่จะลาออก พวกเขามีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่ทำงานที่นี่ เื่งานพวกเขาตั้งใจทำงานให้คุณอย่างเต็มที่แน่นอนค่ะ อิงมั่นใจเพราะเหตุนี้ท่านประธานถึงได้มองข้ามเื่นี้ไปครั้งที่แล้วพี่ขวัญคนที่คุณเกือบทำขนมติดคอเขาตายเมื่อสักครู่เขาพึ่งจะไปประมูลงานมูลค่าหลักสิบล้านมาให้บริษัทของเราเลยนะคะ” ฉันพูดซะยาวเลยไม่รู้ว่าเขาจะฟังในสิ่งที่ฉันพูดหรือเปล่าแต่ที่ฉันพูดมาเป็เื่จริงทั้งนั้น ใครๆ ก็ต่างรักที่นี่กันทั้งนั้นฉันก็คนหนึ่งล่ะแล้วก็ไม่ได้คิดจะไปไหนด้วย
ที่ที่ฉันทำงานอยู่เป็บริษัทแม่ เป็แค่ออฟฟิศสำนักงานใหญ่ที่อยู่ในกรุงเทพเท่านั้นคอยประสานงานกับทางโรงงาน ฝ่ายขาย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายต่างประเทศและอีกหลายๆ ฝ่ายที่นี่เป็ศูนย์กลางคอยประสานงานจากหน่วยงานอื่นๆที่นี่จะมีพนักงานทำงานอยู่ประมาณไม่ถึงห้าสิบคนซึ่งก็ถือว่าน้อยมากถ้าเทียบกับทางโรงงาน หรือที่อื่นๆ ท่านประธานก็เลยมองข้ามเื่นี้ไปท่านรู้และเห็นทุกอย่างที่พนักงานของท่านเป็แต่พวกเราก็รู้ว่าเวลาไหนท่านจะเดินมาพวกเราก็จะหลบหลีกไม่ให้ดูน่าเกลียดจนเกินไปแต่คุณภัทรเขาไปเวลาที่ทุกคนไม่คิดว่าผู้บริหารจะเดินไงนี่คือทั้งหมดที่ฉันอยากจะอธิบาย เฮ้ยเหนื่อยจังเลย...
“ถ้างั้นประชุมที่คุณว่าเขาจะประชุมกันตอนกี่โมงผมจะเข้าไปนั่งฟังด้วย”
“สิบโมงค่ะ”
“ดี...ถ้างั้นคุณเข้าไปกับผมด้วยนะ แล้วบ่าย อ่อไม่สิเวลาไหนก็ได้ที่พวกเขาทานกันอิ่มเรียบร้อยแล้วผมอยากไปทักทายพวกเขาเสียหน่อย” นี่เขาไม่โกรธใช่ไหม…
ผมชื่อภัทรครับ มาทำงานที่บริษัทนี้เป็วันแรกผมโชคดีที่ได้เป็ลูกชายของคุณพ่อ ผมจึงได้ทำงานในตำแหน่งรองประทานเมื่อผมก้าวขาเข้ามาที่บริษัท ผมก็เจอกับพนักงานจำนวนมากที่พวกเขามารอต้อนรับผมกันอย่างหนาแน่น และนั่นทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นมากขณะที่ผมเดินรับดอกกุหลาบของพนักงานมาเรื่อยๆผมก็เจอเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่สะดุดตาผมมาก เธอแต่งตัวชุดพนักงานนุ่งทับในรัดผมทรงต่ำ หน้าไม่แต่งแต่รวมๆ แล้วเธอดูสวยน่ารักและเรียบร้อยและที่สำคัญคือเธอทำให้ผมต้องสะดุดก็คือ ทุกคนมีดอกกุหลาบในมือกันทุกคนแต่เธอคนนี้ไม่มีไง แถมยังยืนแอบอยู่ด้านหลังของใครสักคนอีกต่างหาก
แล้วเวลาต่อมาผมก็ได้รู้ว่าเธอคือเลขาของผมทำให้ผมอยากจะรู้ว่าทำไมเธอถึงไม่อยากให้ดอกกุหลาบกับผมหรือว่าเธอไม่ได้อยากมาเป็เลขาให้ผมเพราะคุณพ่อของผมบอกว่าท่านเป็คนเลือกเลขาให้ผมเอง หรือว่าเธอจะโดนบังคับแต่ผมก็ไม่ได้แน่ใจหรอกนะ แค่สันนิษฐานเอา แต่ที่ผมอยากจะชวนเธอคุยอยู่อย่างนี้ เป็เพราะผมคุ้นหน้าเธอมากผมกำลังนึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมแอบชอบเธอตอนสมัยเรียนมัธยมต้น
ผมก็เลยชวนเธอไปเดินดูการทำงานของที่นี่สักหน่อยเพราะผมพึ่งจะมาทำงานเป็วันแรก ก็เลยอยากให้เธอช่วยพาทัวร์ แต่ใครจะไปคิดว่าจะได้เจอแจ๊คพอตพนักงานของผม ไม่สิ! ของคุณพ่อต่างหากทำงานกันอย่างกับอยู่บ้านของตัวเองเลยสบายสุดๆ นี่ถ้าเปิดเพลงเต้นกันได้คงทำไปแล้วผมคิดไว้ในหัวตลอดเลยว่า พนักงานที่น่ารักทุกๆ คนตั้งใจทำงานกันอยากขะมักเขม้นแต่สิ่งที่ผมคิดกับสิ่งที่ผมเห็น มันช่างแตกต่างกันอย่างฟ้ากับเหว ผมอยากจะบ้าไม่คิดว่าจะมาได้เห็นอะไรแบบนี้ั้แ่วันแรก ลองคิดดูนะครับ แค่วันแรกยังขนาดนี้แล้ววันต่อๆ ไปผมต้องเจอกับอะไรอีกบ้าง ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ
ตอนนั้นผมรู้สึกว่าไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ในสิ่งที่ผมเห็นแล้วผมก็รู้จากเลขาของผมว่า เป็แบบนี้ทุกแผนก ผมคิดว่ามันไม่ถูกต้องผมก็เลยขอความคิดเห็นจากเลขาของผม แล้วสิ่งที่เธอพูด มันก็ทำให้ผมคิดในอีกแง่มุมแน่นอนคนที่เป็เ้าของอย่างผมเข้าไม่ถึงแน่นอนแต่ผมก็ไม่ได้เชื่อเธอทุกอย่างหรอกนะเพราะดูเหมือนว่าเธอจะพูดเข้าข้างพนักงานด้วยกันจนเกินไป
อ่อผมลืมบอกไปว่าเลขาของผมคนนี้คือ รักแรกของผมตอนเด็กจริงๆ แต่เธอคงไม่รู้หรอกเพราะผมแค่แอบชอบเธอเท่านั้นประมาณแอบมองแค่เห็นว่าเธอน่ารักดี นอกจากชื่อของเธอแล้วที่ผมจำได้อย่างอื่นเกี่ยวกับตัวเธอผมก็ไม่รู้อะไรเลย แต่ก็ดูเหมือนว่าเธอจะจำผมไม่ได้นะ เพราะเราอยู่กันคนละห้องแล้วผมก็คิดว่าผมจำคนไม่ผิดแน่นอน ใครจะไปลืมรักแรกได้ล่ะครับจริงไหมแล้วเวลาที่ผมต้องเข้าไปนั่งฟังเขาประชุมกันก็มาถึงหนึ่งในนั้นก็มีคุณพ่อของผมด้วย
“ผมขอนั่งฟังด้วยคนนะครับ” ผมเปิดประตูห้องประชุมเข้าไปแล้วเอ่ยขออนุญาตทุกคน
“อ้าวตาภัทรมาพอดีเลยพ่อว่าจะให้คนไปตามอยู่พอดีเลยนั่งๆ หนูอิงด้วยนั่งๆ” คุณพ่อของผมท่านมักจะใจดีกับทุกคนแบบนี้เสมอคุยเป็กันเองมากดูสนิทสนมไปอีกแบบแล้วคุณพ่อก็เริ่มแนะนำผมให้ทุกคนในห้องประชุมรู้จักกันอย่างเป็ทางการอีกครั้งจากนั้นผมก็นั่งฟังคุณพ่อและทุกคนที่นั่งอยู่ในนี้ประชุมกันถึงตัวเลขและมูลค่าจำนวนเงิน ผลกำไร และอะไรอีกหลายอย่าง ซึ่งผมก็เป็ผู้ฟังที่ดีแล้วก็ได้ความว่าเป็อย่างที่อิงฟ้าพูดจริงๆ
หลังจากจบการประชุม ผมก็ออกจากห้องประชุม แล้วผมก็เรียกเลขาของผมให้เธอตามผมเข้ามาด้านในห้องของผมเหมือนเดิมก็ผม้าคนช่วยคิด ทำไมไม่ให้เธอเข้ามาอยู่ในห้องนี้กับผมเลยนะ จะได้สะดวกขึ้น// ผมหมายถึงปรึกษาหาลือกันได้สะดวกขึ้นน่ะครับ
“นี่เธอ” ผมเรียกเธอน้ำเสียงเข้มๆหน่อย เหมือนกับที่เ้านายคุยกับลูกน้องนั่นแหละ
“คุณภัทรมีอะไรให้อิงรับใช่คะ” แน่ใจเหรอว่าคุณอยากจะรับใช้ผมดูทำหน้าเข้าสิ
“ขอถามอะไรหน่อย ทำไมคุณถึงเลือกมาทำงานที่นี่” ผมลองใจถามเธอดูเธอคงคิดว่าผมถามรวมไปถึงพนักงานคนอื่นๆ ด้วยแต่เปล่าเลยผมหมายถึงเธอคนเดียวนั่นแหละ