“คุณภพค่ะ มีจดหมายส่วนตัวส่งมาถึงคุณภพน่ะค่ะ” ฤทัย เลขานุการ เข้ามาในห้องทำงานของ ก้องภพ กล่าวแจ้งพร้อมยื่นซองจดหมายส่งให้ชายหนุ่ม แล้วเดินออกไปจากห้อง ก้องภพ เห็นจดหมายจ่าหน้าซองส่งมาถึงตัวเขา และไปรษณีย์ประทับตราการส่งจากกระบี่
“ใครส่งอะไรมาให้จากกระบี่นะ?” ก้องภพ ขมวดคิ้วผูกโบว์ครุ่นคิดสงสัย ก่อนจะเปิดจดหมายออกดู
“ใบหย่า!”
ก้องภพ มองดูเอกสารที่ดึงออกมาจากข้างในซองมาดูอย่างตกใจ เพราะมันเป็นใบทะเบียนหย่าที่มีลายเซ็นของ คนธรส เซ็นไว้ก่อนแล้ว ซึ่งจะขาดก็แต่ลายเซ็นของเขาเท่านั้น จึงจะถือว่าใบหย่าฉบับนี้จะเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นการหย่าที่เสร็จสมบูรณ์
“จดหมายส่งมาจากกระบี่ หรือว่า..?” ก้องภพ ลุกจากโต๊ะทำงาน เดินออกจากห้องทำงานไปในทันที
“คุณฤทัย ยกเลิกการประชุมของผมตลอดสัปดาห์นี้ทั้งหมด และในระหว่างนี้ผมจะไม่เข้ามาที่บริษัท หากมีอะไรเร่งด่วนให้ติดต่อผมทางมือถือนะ” ก้องภพ สั่งการเลขาของตนแล้วเดินตรงไปยังลิฟต์ ลงไปยังลาดจอดรถของผู้บริหาร และขับรถยนต์คันหรูของตนมุ่งตรงกลับไปยังบ้านขจรไกล เพื่อไปสอบถามสิ่งที่กำลังสงสัยอยู่ในขณะนี้
“คุณแม่.. คุณแม่ครับ” เมื่อ ก้องภพ กลับมาถึงบ้านก็ร้องตะโกนหาผู้เป็นมารดาบังเกิดเกล้าของตนทันที
“คุณแม่อยู่ไหนครับป้านิ่ม?” ก้องภพ เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น เห็นแม่บ้านคนสนิทของ สุมนทา กำลังสั่งงานเด็กในบ้านให้ทำความสะอาดตรงโน้นตรงนี้อยู่ ก็เอ่ยถามขึ้นอย่างรวดเร็ว
“นั่งรับลมอยู่ในสวนดอกไม้น่ะค่ะ” แม่บ้านคนสนิท เอ่ยบอกอย่างงงๆ เพราะชายหนุ่มมาเร็วและก็ไปเร็ว อย่างกับมีอะไรรีบร้อนนักหนาอย่างนั้นแหละ
“อะไรของเขา นะคุณภพนี้ มาเร็วไปเร็วเสียจริง” แม่บ้านคนสนิท มองดูคนที่เดินไปยังทางที่บอก พร้อมกับกล่าวพึมพำตามหลัง
“คุณแม่ครับ คุณแม่รู้อยู่แล้วใช่ไหมว่ารสเขาไปอยู่ที่ไหน แต่คุณแม่ไม่ยอมบอกผมสักคำ” ก้องภพ เอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นหน้า สุมนทา ที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนจิบน้ำชาอยู่อย่างสบายอารมณ์
“อะไรของแกตาภพ มาถึงก็เอะอะโวยวาย เสียงดังลั่นบ้านนะเรานี้” สุมนทา ต่อว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ที่มาทำเสียงดังให้เสียบรรยากาศ ซึ่งที่จริง สุมนทา ก็เตรียมรับศึกนี้อยู่ก่อนแล้ว เพราะรู้ว่ายังไงเจ้าลูกชายสุดที่รักก็จะต้องมาแนวนี้
“คุณแม่อย่าว่าไปทางอื่นสิครับ ผมได้รับจดหมายใบหย่าจากรส ส่งจากกระบี่ คุณแม่รู้ใช่ไหมว่าเมียผมอยู่ไหน?” ก้องภพ ถามขึ้นมาอีกรอบอย่างต้องการคำตอบ
“ทำไมถึงคิดว่าแม่รู้ล่ะว่าหนูรสอยู่ที่ไหน?” สุมนทา เอ่ยย้อนถามทันควัน
“ก็ที่กระบี่รสไม่มีญาติหรือเพื่อนอยู่ที่นั้นเลยสักคน และเขาส่งจดหมายมาจากกระบี่ นี้ก็แสดงว่ารสต้องไปอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของเราใช่ไหมครับ?” ก้องภพ เอ่ยถามขึ้นอีก แต่ สุมนทา ก็ยังไม่ยอมรับตามที่ชายหนุ่มว่ากล่าวมาอยู่ดี
“แม่ไม่รู้ ถ้าแกอยากรู้ แกก็ไปดูเองสิว่าน้องเขาอยู่ที่นั้นหรือเปล่าน่ะ ไปๆ ไปได้แล้วแม่จะพักผ่อน” สุมนทา เอ่ยไล่ลูกชายสุดที่รักอย่างไม่จริงจังนัก
“คุณแม่ใจร้ายกับผม ไม่ยอมบอกผมเลยสักคำว่าเมียผมอยู่ที่ไหน ปล่อยให้ผมทรมานใจเป็นเดือนๆ” ก้องภพ ตัดพ้อผู้เป็นมารดาบังเกิดเกล้าอย่างน้อยอกน้อยใจ
“แกน่ะทำตัวแกเองนะตาภพ และแถมยังทำกับน้องให้เขาต้องเจ็บปวดอ้างว้างด้วย แกรู้ตัวบ้างหรือเปล่า ผู้หญิงเราหากแต่งงานแล้วก็คิดจะฝากฝีฝากไข้กับคนนั้นตลอดไป แค่นี้มันยังน้อยไปนะสำหรับความผิดของแก่น่ะ ไปๆ รีบไปตามน้องมา อย่ามาโอ้เอ้ชักช้าให้เสียเวลาอยู่อีกเลย” สุมนทา เอ่ยตัดบท พร้อมกับโบกมือไล่ลูกชายสุดที่รัก
คำที่มารดาบังเกิดเกล้าได้พูดออกมา ก้องภพ คิดว่ามันเป็นตามนั้นทุกคำ และก็รู้สึกผิดและสำนึกได้ จึงรีบเร่งขึ้นไปเก็บกระเป๋าโดยพลัน แล้วรีบขับรถยนต์คันหรูของตนออกจากบ้านขจรไกล มุ่งตรงไปยังจุดมุ่งหมายที่ตอนนี้ หัวใจได้โบยบินไปถึงที่นั้นก่อนแล้ว
๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗