เสียงคลื่นซัดสาด นกนางนวลขับขาน สายลมเย็นชื้น ลูกกลมสีแดงอมส้มค่อย ๆ ลอยเหนือเส้นขอบฟ้า สอดประสานกลมกลืนกับดวงตะวันยามอรุณรุ่ง
ภาพอัศจรรย์นี้เกิดขึ้นเพียงครู่ หากไม่สังเกตให้ดีก็ยากจะมองเห็น ถึงมองเห็นใช่ว่าจะเข้าใจ บนผืนแผ่นดินนี้คงมีเพียงศิษย์อาจารย์คู่นั้นถึงพอเข้าใจว่าภาพภาพนี้หมายความว่าอย่างไร
ช่างบังเอิญเหลือเกิน!
หนึ่งในสองคนนั้นกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนโขดหิน หันหน้าหาผืนน้ำกว้างใหญ่ หัวไหล่สะพายคันธนูหยาบ ไร้ลูกศร
“เมี้ยว ๆ”
“หือ! เ้าก็เห็นเหมือนกัน?”
เสียงแหบห้าวของเด็กหนุ่มดังขึ้น น้ำเสียงอ่อนเยาว์ทว่ามีพลัง
“ได้เวลาแล้วล่ะ พวกเราไปกันเถอะ”
“เมี้ยว”
แสงสีทองของอาทิตย์ยามเช้ากลืนกินรัตติกาล คืนสีสันให้โลกหล้า วัฏจักรชีวิตหมุนเวียนเปลี่ยนผัน
นกนางนวลส่งเสียงประชันขันแข่ง ปูน้อยใหญ่มุดออกจากรู งูทะเลเลื้อยตัดเกลียวคลื่น ภาพนี้เกิดขึ้น ณ บริเวณหนึ่งของชายหาด บนเกาะใหญ่เกาะหนึ่งทางทะเลตะวันออก พ้นจากนี้ไปมีเพียงมหาสมุทรกว้างใหญ่เท่านั้น
สถานที่แห่งหาดทรายขาวตัดกับท้องทะเลสีฟ้าและผืนป่าสีเขียว สามสีที่แตกต่างอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ทิวทัศน์ช่างงดงามเกินบรรยาย
บนหาดทรายนอกจากเศษไม้และซากพืช ยังมีซากสัตว์ถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่ง กลายเป็แหล่งอาหารให้นกนางนวล นกบางตัวร่อนลงมาจิกกิน บางตัวบินโฉบลงมาคว้าเศษซากแล้วบินจาก
ตรงมุมของกองหินระเกะระกะมีนกตัวหนึ่งพบลาภปาก ชิ้นเนื้อก้อนนี้ใหญ่กว่าอาหารของเหล่าสหายมากนัก มันร่อนลงพื้นใช้จะงอยปากไซ้ขน ขยับปีกอย่างเริงร่า ก้าวเท้าเข้าหาเหยื่ออย่างระมัดระวัง ทีละก้าว ทีละก้าว อีกเพียงคืบเท่านั้น
จู่ ๆ ก้อนเนื้อพลันเคลื่อนไหว ขู่ขวัญมันจนโผบินขึ้นฟ้า
ก้อนเนื้อนั้นหลังจากขยับเขยื้อนอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยยืดออก งอกแขน งอกขาและศีรษะ ที่แท้คือร่างงองุ้มของมนุษย์
หางตาของ ‘บิ๊ก’ กระตุกเบา ๆ ปวดศีรษะเกินทน ด้วยความเคยชินยกมือขวาใช้นิ้วโป้งกดขมับขวา ใช้นิ้วกลางนิ้วนางกดขมับซ้าย บีบคลึงอยู่นานอาการค่อยทุเลา
เมาค้าง?
อาการปวดศีรษะเหมือนจะะเิที่ห่างหายไปนาน ั้แ่เรียนจบเขาไม่เคยดื่มหนักอย่างสมใจเลยสักครั้ง ไม่ใช่ไม่้า เพียงแต่ลักษณะงานไม่อนุญาตให้ทำอย่างนั้น กินเลี้ยงกับลูกค้าทีไรไม่พ้นเป็เบ๊ หัวหน้าคนญี่ปุ่นพูดคุยเฮฮากับลูกค้า ส่วนเขาทำหน้าที่ชงเหล้า กล่าวประจบประแจง สั่งอาหาร พยุงลูกค้าที่ดื่มหนักขึ้นรถ วุ่นวายหัวหมุนไม่เคยมีโอกาสได้ดื่ม
บิ๊กพลิกตัวจากนอนหงายเป็นอนคว่ำ ประสาทััเริ่มกลับคืน สองตาหรี่ปรือ สองมือยันพื้นดันตัวลุกยืน ทว่าพื้นกลับให้ััแปลก ๆ หลังจากกะพริบตาถี่ ๆ ขับไล่ความง่วงงุน สมองค่อยกลับมาแจ่มใส อาการปวดศีรษะแทบหายเป็ปลิดทิ้ง
ภาพตรงหน้ากลับน่าฉงนอย่างยิ่ง
...ท้องฟ้ากว้างกับผืนน้ำสุดลูกหูลูกตา
อะไรวะ?
ที่ไหนล่ะเนี่ย?
โรงงานล่ะ?
บิ๊กพยายามทบทวนความจำ กลายเป็ว่าความทรงจำที่มีล้วนขาดวิ่นไม่สมบูรณ์ ต้องโทษอาการปวดศีรษะ
ห้องมืด สัญญาณเตือนภัย เสียงกรีดร้อง แสงไฟสว่างวาบ กลิ่นเหม็นไหม้…
“หนี! …ฉุกเฉิน ไป!”
ท่ามกลางแสงสีขาวเจิดจ้า ร่างของชายหนุ่มในชุดคนงานกรีดร้องอย่างเ็ป หน้าตาบิดเบี้ยว ร่างกายหลอมละลาย
พื้นดินสั่นะเื!
แผ่นดินไหวรุนแรงขนาดขยับเขยื้อนแกนโลกกำลังเกิดขึ้น ห่างออกไปเพียง 97 กิโลเมตร
ไฟฟ้าในส่วนเตาปฏิกรณ์ดับวูบ สัญญาณเตือนภัยแผดเสียง ภายหลังคุณซาโต้ะโให้อพยพ อยู่ ๆ เกิดะเิเสียงดังสนั่น เปลวเพลิงสีขาวไหลบ่า เหมือนมันมีชีวิตกลืนกินบางคน ยกเว้นบางคน เขาเป็หนึ่งในพวกที่ถูกกลืนกิน ความรู้สึกราวกับถูกน้ำป่าเข้าปะทะ รุนแรง เชี่ยวกราก ไม่อาจตอบโต้
แปลก!
ทั้งที่ควรเ็ปกลับรู้สึกเบาสบาย
ขณะที่สติกำลังหลุดลอยจำได้ว่านอกจากตนแล้ว ยังมีเธอคนนั้นและคุณซาโต้ ทว่าสีหน้าของชาวญี่ปุ่นผู้อ่อนน้อมไม่ดีอย่างยิ่ง คิ้วขมวด หน้าผากยับย่น ิัหลุดลอก เนื้อตัวแดงเถือก ช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก
ความทรงจำเลือนรางค่อยกลับมาแจ่มชัด แข้งขาอ่อนแรงค่อยมีกำลัง สองมือออกแรงยันพื้น สองขาเหยียดตรง ลำตัวโก่งขึ้น บั้นท้ายกระดก สายตาที่เคยมองท้องทะเลเปลี่ยนมามองปลายเท้า มองลอดหว่างขา จากนั้นภาพสุดสะพรึงพลันปรากฏ
เชี่ยยยยย!
ห่าเอ๊ยยยยย!
เนื้อตัวเปลือยเปล่า หว่างขามีหนอนชาเขียวเกาะอยู่กับลูกลำไยสองลูก
!!!
ทำไมน้องชายกูถึงหดลง