“พี่เมศเราเลิกกันเถอะค่ะ” พลอยฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือผ่านทางโทรศัพท์
“ไม่อ่ะ ฟ้า พี่ไม่เลิก ทำไมฟ้าจะต้องไปทำตามข้อเสนอบ้าๆ นั่นด้วย เป็แม่ประสาอะไรบังคับลูกให้ไปแต่งงานเพื่อเงิน มันเท่าไหร่กันฟ้า ค่าผ่าตัดของพ่อฟ้า พี่จะออกให้ก่อน”
ราเมศพูดด้วยความโกรธที่คุณหญิงแจ่มจันทร์บังคับให้พลอยฟ้าแต่งงานกับไอ้พ่อเลี้ยงไร่ส้มนั่น ทั้งที่ก็รู้อยู่ว่าเขากับฟ้าคบกันเป็แฟนั้แ่สมัยเรียนมหาลัย
อีกอย่างเค้าก็กลัวจะเสียฟ้า ผู้หญิงที่ดีที่สุดของเค้าไปเช่นกัน
“พี่เมศอย่าว่่าคุณแม่เลยนะคะ ฟ้าเต็มใจและรับปากกับท่านไว้แล้ว ต่อจากนี้เราสองคนคงเป็ได้แค่พี่น้องกัน ฟ้าขอให้พี่เมศไปเจอคนที่ดีกว่าฟ้านะคะ”
จากนั้นพลอยฟ้าก็วางสายทันที และร้องไห้ด้วยความเสียใจ
“ฟ้า เดี๋ยว คุยกับพี่ก่อน” ตู๊ดๆๆๆๆๆ
“ยังไงพี่ก็ไม่มีวันยอมเลิกกับฟ้าแน่ ” ราเมศพูดกับตนเองด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“นังฟ้า มัวแต่ทำอะไรอยู่ในห้องนั่นน่ะ ออกมาได้แล้วฉันจะพาไปลองชุดแต่งงงาน”
คุณหญิงแจ่มจันทร์ เคาะเรียกพลอยฟ้าเสียงดัง
พลอยฟ้าพยายามกลั้นเสียงสะอื้นแล้วตอบกลับไป “ค่ะคุณแม่เดี๋ยวฟ้าตามไปค่ะ”
“เร็วๆ ล่ะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบคอยใครนานๆ”
พลอยฟ้ารีบเช็ดน้ำตา เธอไม่มีเวลามานั่งเสียใจแล้ว ตอนนี้คุณพ่อต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน
“คุณจะให้ลูกฟ้าแต่งงานแทนหยาดน้ำจริงหรือคุณหญิง” คุณดิลกที่กลับมาพักฟื้นที่บ้านเอ่ยถามคุณหญิงที่กำลังจัดชุดไว้ให้พลอยฟ้าได้ลองใส่
“จริงสิคะ คุณก็รู้ว่าลูกหยาดไม่เคยลำบาก จะให้แต่งงานแล้วไปใช้ชีวิตอยู่ในไร่ในสวนคุณไม่สงสารลูกของเราหรือไงคะ”
“แต่พลอยฟ้าก็เป็ลูกของเรานะคุณหญิง” คุณดิลกพยายามค้านอย่างเต็มที่
“ลูกรักของคุณค่ะ แต่สำหรับฉันไม่ใช่ อีกอย่างฉันก็ไม่ได้ส่งให้มันไปตายเสียหน่อย มันน่ะได้แต่งงานกับทายาทเศรษฐีตระกูลเก่าเลยนะคะ คุณควรจะดีใจที่นังพลอยฟ้าจะได้เป็ฝั่งเป็ฝาเสียที นังฟ้ามันรับปากกับฉันแล้วว่ามันทำได้ค่ะ”
คุณดิลกได้แต่ถอนหายใจ
“แล้วฝั่งนั้นเค้าว่าอย่างไรบ้าง ที่เราจัดงานรอก่อนแล้ว” คุณดิลกถามภรรยา
“อ๋อ คุณหณิงอมราเค้าให้คนมาจัดงานที่บ้านเรา ทางนั้นเค้าดำเนินงานให้ทุกอย่าง พรุ่งนี้ตาคิมก็มาร่วมพิธีแล้วจดทะเบียนสมรสแค่นั้นก็จบแล้วค่ะ”
“ตาคิมรับปากแล้วใช่มั้ย” คุณดิลกถามด้วยความเป็ห่วง กลัวลูกสาวจะหม้ายขันหมาก
“ก็ใช่น่ะสิค่ะ คุณไม่ต้องห่วงนะคะเดี๋ยวเื่นี้ฉันจัดการเอง”
วันงานแต่ง…
“ทำไมเ้าบ่าวยังมาไม่ถึงค่ะคุณ” ใกล้เลยฤกษ์สวมแหวนแล้ว นายอำเภอก็มารอนานแล้วนะคะ" คุณหญิงแจ่มจันทร์ถามสามีด้วยความกระวนกระวาย
เมื่อเห็นเพียงพลอยฟ้านั่งรออยู่บนแท่นรดน้ำสังข์เพียงคนเดียวนานแล้ว แเื่ในงานก็เขิญมาจนครบ ที่คุณหญิงกระวนกระวายไม่ใช่เพราะห่วงพลอยฟ้า แต่กลัวขายหน้าเสียมากกว่า
“วันนี้พี่ฟ้าสวยมากเลยค่ะ” หยาดน้ำพูด พลางมีสีหน้าคุ้นคิดว่าสิ่งที่เธอกับแม่ทำถูกต้องหรือไม่ พลอยฟ้าได้แต่พยักหน้าและยิ้มให้น้องสาว
“ ใจเย็นเถอะคุณ เท่าที่ผมรู้มาคิมหันต์ไม่ใช่คนที่ชอบผิดคำพูด”
และแล้วก็มีเสียงรถกระบะเข้ามาจอด พร้อมกับท้ายกะบะที่มีส้มขนมาเต็มลำรถ
“ต๊ายคุณหญิง รถขนส้มที่ไหนมาส่งคะเนี่ย” เหล่าบรรดาคุณหญิงในงานต่างพากันหัวเราะเหน็บแนม และซุบซิบนินทา
เมื่อเครื่องยนต์ดับสนิท ต๋องคนสนิทของคิมหันต์ได้เปิดประตูรถออกมา และรีบเดินไปขนตระกร้าส้มลงมาวาง
“คุณคิมหันต์ทำไมไม่สวมชุดเ้าบ่าวล่ะคะ แล้วขนอะไรมาเยอะแยะ” คุณหญิงแจ่มจันทร์รีบออกมารับหน้า
“เอ่อ จริงๆ แล้วผมไม่ใช่คุณคิมหันต์หรอกครับ แหะๆ ” ต๋องพูดกับคุณหญิงแจ่มจันทร์แล้วยิ้มแห้งๆ ให้
“ แหม มันใช่เวลาที่จะมาล้อเล่นไหมคะ เชิญขึ้นแท่นรดน้ำสังข์เถอะค่ะ ใกล้จะเลยฤกษ์แล้ว”
“คุณหญิงนั่นไม่ใช่คิมหันต์หรอก” คุณดิลกพูดกับภรรยา
“ผมเคยเห็นตาคิมตอนเค้ามาจัดสัมมนาที่โรงแรมเรา”
“อะไรนะ คุณว่ายังไงนะคะ” คุณหญิงมองต๋องั้แ่หัวจรดเท้า แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น
คิมหันต์ก็เปิดประตูลงมา เขาใส่ชุดยีนส์ทั้งตัว และสวมแว่นตากันแดด ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า180 เซน พร้อมกับใบหน้าคมเข้มนั้นช่างดูดีและหล่อเหลาเหลือเกิน
“นี่ไงครับคุณคิมหันต์ตัวจริง วันนั้นผมแค่มาดูลาดราวให้คุณคิมก่อนเฉย ๆ น่ะครับ”
“ยังไงกันคะ นี่คุณหลอกพวกเรางั้นเหรอ?” คุณหญิงพูดด้วยอาการโกรธกับคิมหันต์ที่ดูไม่ได้แยแสใดๆ
“แล้วยังไงล่ะครับ ในเมื่อผมก็มาแต่งให้แล้ว ไหนล่ะเ้าสาว ” คิมหันต์พูดหน้าตายพลางกวาดสายตาไปมอง และเห็นสาวสวยหน้าหวานบนแท่นรดน้ำสังข์กำลังมองมาที่พวกเขาด้วยแววตาตระหนกเล็กน้อย
ต๋องเข้าไปกระซิบกระซาบกับนายของตน
“นายครับ ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คุณหยาดน้ำครับ” คิมหันต์ได้ฟังพลางหันมามองหน้าคุณหญิงแจ่มจันทร์และคุณดิลก แล้วยิ้มเยาะ
“นั้นไม่ใช่น้องน้ำนี่ครับ วันนั้นที่คนของผมมาหาไม่ใช่ผู้หญิงที่อยู่บนแท่นนั่น”
“เออ ”คุณหญิงกำลังจะพูดอธิบาย แต่พิธีกรที่รันงานแต่งได้วิ่งเข้ามาหา
“คุณหญิงครับ ได้ฤกษ์แล้วนะครับ แเื่รอนานจนอยากจะกลับแล้วนะครับ”
“ฉันรู้แล้ว เออคุณคิมจะว่าอะไรไหมคะ ถ้าจะเปลี่ยนตัวเ้าสาวตอนนี้….”
“ไม่ล่ะครับ ผมให้เวลาพวกคุณตัดสินใจกันนานแล้ว ในเมื่อพวกคุณเลือกผู้หญิงคนนั้นให้มาแต่งงานกับผม ผมก็จะแต่งกับเธอ”
“คุณคิมหันต์ คนนั้นคือพลอยฟ้าลูกสาวบุญธรรมของผมเอง พวกเราเลี้ยงดูเธอมาอย่างดีเสมือนเป็ลูกแท้ๆ และไม่ได้มีเจตนาจะหลอกลวงคุณนะครับ” คุณดิลกพูดกับคิมหันต์ด้วยความเป็ห่วงพลอยฟ้า
แต่คิมหันต์ไม่พูดอะไร ได้แต่เดินขึ้นไปนั่งบนแท่นรดน้ำสังข์์ แล้วเขาก็หันมามองหน้าเ้าสาวคนสวยแต่ไม่พูดอะไรกับเธอ
พลอยฟ้ารู้สึกอึดอัดเหลือเกินเมื่อชายหนุ่มมองหน้าเธอนานแบบนั้น จนเธอเผลอหันไปสบตากับดวงตาคมสีน้ำตาลเข้มของคิมหันต์ที่มองนิ่งมาที่เธอแบบไม่ละสายตา ทำให้พลอยฟ้ารีบหลบสายตาคมพร้อมกับหัวใจเต้นแรง แก้มแดงขึ้นไปถึงหู แต่ก็ลุกหนีไปไหนไม่ได้เพราะพิธียังไม่เสร็จ
เมื่อรดน้ำสังข์เสร็จก็ได้ฤกษ์จดทะเบียนสมรส แต่คิมหันต์ก็ลุกขึ้น และคว้าเอาตัวเ้าสาวมาด้วย
ทุกคนในงานต่างใ
“คุณคิม จะไปไหนคะ ยังไม่เสร็จพิธีเลย” คุณหญิงร้องเรียกตาม
“ผมว่า ทะเบียนค่อยจดวันหลังแล้วกัน ผมจะรีบพาเ้าสาวไปฮันนีมูน” คิมหันต์พูดพลางยิ้มเฮียมเกรียมไปที่พลอยฟ้า ไม่สนใจว่าพวกแขกในงานจะว่ายังไง และหันมาพูดกับคุณหญิงแจ่มจันทร์และคุณดิลกว่า
“ ในเมื่อผมมาตามคำสัญญาที่มาแต่งงานตามคำตอบรับของพวกคุณแล้ว หลังจากนี้พวกคุณก็ต้องทำตามกฏของผมบ้าง” คิมหันต์พูดแล้วยิ้ม แต่ดวงตาแข็งกร้าวดุดัน
“น้องหยาดน้ำจะต้องกลับไร่กับผมตอนนี้!!!!!” คิมหันต์พูดพลางหันไปดึงแขนพลอยฟ้าซึ่งตอนนี้รับบทเป็ตัวแทนของหยาดน้ำอยู่ และไม่รู้ว่าตอนนี้คิมหันต์นั้นได้รู้ความจริงเสียแล้วว่าเธอเป็ใคร แต่แค่แกล้งตามเหตุการณ์ไปกับพ่อแม่ของเธอเท่านั้น
“เดี๋ยวสิคิม ตามที่ตกลงกันไว้คือคิมและลูกหยาดจะนอนค้างที่นี่ก่อน 1 คืนไม่ใช่หรือ?” คุณดิลกถามด้วยความเป็ห่วงพลอยฟ้า และแขกในงานก็มาฟังกันด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ไม่ล่ะครับ แค่นี้ผมก็เสียเวลามามากพอแล้ว หวังว่าคุณลุงจะเข้าใจ อ๋อไม่ใช่สิ หวังว่าคุณพ่อจะเข้าใจนะครับ "
จากนั้นคิมหันต์ก็กึ่งจูง กึ่งลากเ้าสาวหมาดๆ ให้ขึ้นรถอย่างรวดเร็ว พลอยฟ้าได้แต่มองหน้าคุณดิลกและทุกคนด้วยสายตาที่ขอความช่วยเหลือ
“ไอ้ต๋องเอ็งไปจัดการเื่เงินให้คุณพ่อคุณแม่น้องหยาด และเก็บเสื้อผ้าของน้องหยาดมาให้เรียบร้อย แล้วค่อยตามฉันกลับไร่”
“ได้ครับนาย” ต๋องรับคำเสียงเข้ม
ระหว่างทางคิมหันต์ขับรถเร็ว ไม่พูดไม่จา ทำให้พลอยฟ้ารู้สึกกลัวมาก
“คุณขับรถเร็วเกินไปแล้ว กรุณาขับช้าลงหน่อยได้ไหมคะ”
“ทำไมน้องน้ำเรียกพี่ซะดูห่างเหินอยากนั้นล่ะ ตอนเด็กๆ ที่น้องเคยไปเล่นที่ไร่ พี่เคยสอนแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้เรียกพี่ยังไง น้องยังจำได้ไหม” คิมหันต์พูดพลางสังเกตสีหน้าของพลอยฟ้าที่ตอนนี้เริ่มกระสับกระส่าย แต่ก็ต้องพยายามข่มความกลัวไว้
อยากรู้จริงๆว่าเธอจะแกล้งเป็หยาดน้ำได้นานแค่ไหน “พลอยฟ้า” คิมหันต์มองมาที่หน้าสวยหวานที่ตื่นตระหนกด้วยแววตาขี้แกล้ง
“น้องจำไม่ได้แล้วค่ะ" พลอยฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
เมื่อคิมหันต์ได้ยินอย่างนั้นจึงหยุดรถกะทันหัน แล้วพูดขึ้นว่า
“ถ้าน้องน้ำจำไม่ได้ เดี๋ยวพี่จะทบทวนความจำให้ดีไหมครับ" แววตาที่ดูมีเลศนัยของคิมหันต์ กับหน้าที่โน้มเข้ามาหาเธอเรื่อย ๆ ทำให้พลอยฟ้าเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง
“คุณจะทำอะไร ขยับออกไปนะคะ” พลอยฟ้าพยายามผลักไหล่กว้างที่ดูแข็งแรงของคิมหันต์ ออกไปให้ห่างจากตัวเธอ ใบหน้าของคิมหันต์ที่มีหนวดเคราเล็กน้อยแนบชิดอยู่ข้างแก้มนวล ตอนแรกเขาอยากจะแกล้งเธอเล่นๆ แต่ตอนนี้เค้ากำลังเพลิดเพลินกับกลิ่นหอมจากร่างกายขาวนวลของพลอยฟ้า
พลอยฟ้าได้กลิ่นโคโลญของผู้ชายแตะมาที่จมูกเมื่อเขาเอาตัวเข้าใกล้ชิดเธอ หนวดเคราที่สากๆนั้นก็มาเสียดสีที่แก้มนวลของเธอทำให้รู้สึกจักกะจี้พิกล
“หอมเหลือเกิน” คิมหันต์พูดพลางสูดกลิ่นแก้มนวลแล้วหายใจเข้าเต็มปอด
พลอยฟ้ารู้สึกขนลุกซู่ ถึงเธอจะเคยมีแฟนแต่ก็ยังคงรักนวลสงวนตัวไม่เคยให้พี่ราเมศเข้าใกล้ขนาดนี้มาก่อน
พลอยฟ้าจึงรวบรวบกำลังทั้งหมดผลักคิมหันต์ออกไปเต็มแรงอีกครั้ง
แต่ผิดคาดคิมหันต์จับมือนุ่มทั้งสองข้างของเธอเอาไว้
“ทำไมล่ะจ๊ะ เราแต่งงานกันแล้วไง ในจดหมายที่แม่น้องส่งมาบอกว่าน้องอยากแต่งงานกับพี่มากไม่ใช่หรือไง”
พลอยฟ้าชะงักไปครู่หนึ่งพร้อมกับพูดเพื่อเอาตัวรอดว่า “ พี่คิม ให้เวลาน้ำหน่อยนะคะ อย่าพึ่งรีบร้อน รอให้ถึงที่ไร่ก่อนได้ไหมคะ"
“กว่าจะถึงก็อีกตั้งนาน งั้นพี่ขอมัดจำไว้ก่อนนะ” คิมหันต์พูดแต่ไม่รอให้พลอยฟ้าได้ตอบ
เขาโน้มหน้าลงมาใกล้พลอยฟ้า พร้อมกับปากหนานุ่มร้อนของคิมหันต์ฉกจูบมายังริมฝีปากบางของพลอยฟ้าอย่างรีบร้อน
เธอดิ้นรนเล็กน้อยในตอนแรกแต่ก็เปล่าประโยชน์เพราะคิมหันต์ได้ใช้มือล็อคท้ายทอยของเธอไว้
ลิ้นของเขาพยามยามรุกรานเข้ามาในโพรงปากหวานของเธอแต่ไม่ง่ายนักเพราะพลอยฟ้าไม่ยอมเปิดปาก เขาจึงใช้มืออีกข้างลูบไปที่หน้าอกอวบอิ่มของหญิงสาวและออกแรงขย้ำเล็กน้อย ทำให้เธอเผลออ้าปากจะประท้วงว่าเขา
เมื่อได้จังหวะนั้นเขาก็สอดลิ้นนุ่มลงไปสำรวจความหวานทันที จูบร้อนแรงของคิมหันต์ร้อนแรงเสียจนพลอยฟ้าหมดแรงดิ้นรนเธอเคลิ้มไปกับรสจูบนั้น ได้แต่ปล่อยให้คิมหันต์จูบจนเขาพอใจและถอนริมฝีปากออกไปเอง
พลอยฟ้าชะงักนิ่งหน้าแดงก่ำ เมื่อคิมหันต์ถอนจูบออกไป หมดกันจูบแรกที่เธอหวงแหนพลอยฟ้าคิดอย่างเสียใจ
“น้องน้ำชอบไหมครับ ” คิมหันต์มองหน้าหยาดน้ำตัวปลอมนิ่ง พร้อมกับยิ้มยียวนเล็กน้อย ที่ริมฝีปากของหญิงสาวลิปสติกเปลอะเปื้อนไปหมด แต่ยังไงก็ดูน่ามอง
และเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเผลอไผลไปกับผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าได้ขนาดนี้ เธอดึงดูดเขามากเกินไปแล้ว ไม่ได้การล่ะ เขาจะต้องหักห้ามใจไว้ เดี๋ยวกระต่ายน้้อยจะตื่นหนีเขาไปเสียก่อน
พลอยฟ้าไม่พูด แต่รีบเอามือขึ้นมาเช็ดที่ปากอย่างรวดเร็ว แต่ในใจจริงๆเธอก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจจูบจากคิมหันต์แต่แค่เสียใจที่เค้าขโมยมันโดยที่เธอยังไม่ได้ยินยอม
“ทำไมดูรังเกียจพี่ขนาดนั้น ถ้าน้องน้ำไม่ชอบคราวหน้า น้องก็ต้องทำใจไว้ คนเป็ผัวเมียกันก็ทำแบบนี้ทั้งนั้นมันเป็เื่ธรรมดา”
พลอยฟ้าได้แต่คิดในใจ “ไอ้ตาบ้าคิมหันต์ นึกว่าถ้าเราไม่ชอบก็จะไม่ทำอีก ที่ไหนได้ บอกให้เราทำใจเื่ที่เค้าจะมาลวนลามเราเนี่ยนะ ฝันไปเถอะ รู้จักพลอยฟ้าน้อยไปเสียแล้ว ไอ้คนโรคจิต” นี่เค้ากับเธอพึ่งรู้จักกันหมาดๆ ยังกล้าทำขนาดนี้ เธอจะรอดเงื้อมือคิมหันต์ไปได้นานเท่าไหร่กันนะพลอยฟ้า……..