เทพีน้ำค้างเหมันต์ (เทพอัสนีย์ มารพยัคขาว ภาค 2)

    ตอนที่ 51 รอยยิ้ม...ในเงื้อมมือของเขา

    แสงจันทราส่องลอดผ่านบานหน้าต่างแกะสลัก ทาบลงบนใบหน้าอันงดงามของ เทพีเอวา คราบน้ำตายังคงติดอยู่ราวหยาดเพชรบนแก้มนวล นางคือว่าที่พระชายาของ องค์ชายเจ้าสมุทร ราชาผู้สูงศักดิ์แห่งพิภพวิญญาณ แต่ในดวงตาคู่งามนั้นกลับสะท้อนเพียงความเศร้าและความหวั่นไหว

    ร่างสูงสง่างามขององค์ชายค่อยๆ โน้มลงมาช้าๆประทับริมฝีปากอย่างแผ่วเบาลงบนหน้าผากของนาง สัมผัสนั้นอบอุ่นราวสายลมอ่อนพัดใบหญ้าให้ไหวเอน “อย่าทุกข์ไปเลย” น้ำเสียงทุ้มละมุนกระซิบใกล้หู “เรื่องร้ายในอดีต…พี่ทำไปเพราะหน้าที่ในฐานะราชาแห่งพิภพวิญญาณ หากทำให้เจ้าต้องเจ็บปวด พี่ขอโทษ ต่อแต่นี้ไป พี่สัญญาจะดูแลเจ้า และจะมีเจ้าเพียงผู้เดียว ไม่ทอดทิ้งตราบสิ้นลมหายใจ”

    หัวใจของเอวาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่ มือบอบบางสั่นน้อยๆ ในความอบอุ่นนั้น นางสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่เขาไม่เคยเผยต่อผู้ใดมาก่อน

    องค์ชายใช้ผ้าเนื้อนุ่มซับคราบน้ำตาออกจากแก้มนางอย่างทะนุถนอม พลางยิ้มบางๆ “ดูสิ…แก้มเจ้ามีแต่คราบน้ำตา”

    นางเม้มริมฝีปากแน่นแล้วหันหน้าหนี “ข้าไม่เป็นไร…ท่านออกไปเถิด”

    “คืนแรกก็จะไล่พี่ออกจากห้องหอแล้วหรือ” เขาทำหน้ากระสับกระส่ายเหมือนเด็กที่ถูกแกล้ง “พี่เป็นถึงราชาเชียวนะ…”

    เอวาเหลือบตามองแล้วอดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ “ราชาแล้วอย่างไร เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ยังทำเพื่อคนที่รักไม่ได้งั้นหรือ”

    เขาถอนหายใจยอมแพ้ “เอาละๆ พี่ยอมเจ้าแล้ว” กล่าวจบก็เดินไปพลางเปิดประตูออกอย่างไม่เต็มใจนัก

    “ได้…เห็นแก่ที่ท่านเป็นราชา” เอวากล่าวลากเสียงยาว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้างาม

    องค์ชายรีบหันกลับมาปิดประตูแล้วก้าวฉับมายืนข้างเตียงทันที “เช่นนั้นพี่จะ—”

    “ไม่ใช่ตรงนี้” เอวาขัดขึ้นพลางชี้นิ้วลงไปที่พื้นด้านข้างเตียง “ที่ของท่าน…อยู่ตรงนั้นต่างหาก”

    องค์ชายยืนนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนฉีกยิ้ม ด้วยอารมณ์ขัน แล้วส่ายหน้า “ก็ได้ แล้วแต่เจ้า” ว่าแล้วจึงหยิบเครื่องนอนจากตู้ มาจัดบนพื้นอย่างว่าง่าย

    ค่ำคืนนั้นเงียบสงบ กระทั่งยามดึกสงัด องค์ชายพลันได้ยินเสียงหอบเบาๆ จึงพลิกกายหันไปมอง ก็เห็นเอวานอนตัวสั่นราวจับไข้ ใบหน้างดงามซีดเซียวผิดปกติ

    “เอวา!” เขารีบก้าวเข้ามาแตะหน้าผากนางทันที ความร้อนแผดเผาจนเขาสะดุ้ง

    โดยไม่รอช้า เขารีบนำผ้ามาเช็ดตัวให้อย่างระมัดระวัง แทบไม่ให้สัมผัสส่วนที่ไม่ควรสัมผัสเกินความจำเป็น สายตาเต็มไปด้วยความห่วงใย “นางคงวิตก กังวลมาก เลย…” เขาคิดในใจ

    หลังจากนั้น เขาต้มน้ำยาสมุนไพรด้วยมือตนเอง แล้วค่อยๆ ประคองนางขึ้นมาพิงอกตน ป้อนยาทีละน้อยด้วยความอาทร

    ใบหน้านางซีดเซียว แต่แววตาเลื่อนลอยนั้นกลับสะท้อนภาพร่างของเขาที่อยู่เคียงข้างตลอดเวลา… ความเงียบในราตรีถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่น ที่ค่อยๆ คลี่คลายระหว่างหัวใจสองดวง

    รุ่งเช้า แสงแรกของอรุณสาดลอดผ่านผ้าม่านบางเบาเข้ามาในห้องหอ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากดอกไม้ที่ปลูกไว้รอบตำหนักลอยมาแตะจมูก เทพีเอวาค่อยๆ ลืมตาตื่น ดวงหน้างามยังคล้ายมีร่องรอยความอ่อนล้า แต่ความร้อนในกายได้คลายหายไปแล้ว

    นางพลิกกายเล็กน้อยก็พบว่า องค์ชายเจ้าสมุทร กำลังนั่งหมอบหลับอยู่ข้างขอบเตียงอย่างอ่อนล้า มือข้างหนึ่งยังคงจับข้อมือของนางไว้เบาๆ ประหนึ่งเฝ้าระวังไม่ให้พลัดพรากจากไป

    เอวานิ่งเงียบมองภาพนั้น ใจพลันสั่นสะท้าน “เมื่อคืน…เขาดูแลข้าอย่างระมัดระวัง ไม่แม้แต่จะล่วงเกิน ข้าคงเข้าใจเขาผิดไปมากเหลือเกิน”

    เมื่อองค์ชายลืมตาขึ้น สบกับดวงตาคู่งามที่จ้องเขาอยู่ เขาส่งยิ้มบางๆให้กับนาง “เจ้าตื่นแล้วหรือ ดีใจนักที่ไข้ของเจ้าลดลง”

    เอวาหลุบตาลงเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเบา “เมื่อคืน…ขอบคุณท่าน ที่ดูแลข้าอย่างดี และ…ไม่ทำสิ่งใดให้ข้าเสียใจ”

    องค์ชายหัวเราะเบาๆ พลางยกมือเกลี่ยปอยผมที่ปรกแก้มนาง “ถึงพี่จะเป็นราชาที่หลายคนหวาดกลัว…แต่ก็ยังมีความรู้สึกเฉกเช่นบุรุษผู้หนึ่ง ที่อยากจะดูแลและปกป้องสตรีที่ตนรัก ให้นางมีความสุขและปลอดภัยจนสุดกำลังแห่งตน”

    คำพูดนั้นทำให้หัวใจเอวาอบอุ่นอย่างประหลาด นางสูดหายใจเข้าลึกแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจือความเขินอาย “เช่นนั้น…เพื่อเป็นการตอบแทน ข้าจะมอบรางวัลให้ท่านหนึ่งข้อ ท่านอยากได้สิ่งใด ขอเพียงไม่เกินกำลัง ข้าจะทำให้”

    ดวงตาขององค์ชายเป็นประกายขึ้นทันที เขายกคิ้วอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนก้มลงมากระซิบใกล้หูนาง “พี่ขอเพียงสิ่งเดียว…เจ้าจงยิ้มให้พี่ จากใจจริงสักครั้ง”

    เอวาสะดุ้งเล็กน้อย คำขอนั้นง่ายเกินคาด จนหัวใจพลันอบอุ่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว นางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้นส่งรอยยิ้มละมุน งดงามจนโลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน

    องค์ชายมองแล้วถึงกับตะลึงงัน ราวกับแสงอรุณทั้งปวงได้มารวมอยู่บนใบหน้านาง เขาหัวเราะเบาๆ แล้วพึมพำ “เพียงเท่านี้…ก็คือรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตพี่แล้ว”

    เทพีเอวาหันไปมององค์ชายที่นั่งสงบนิ่งอยู่เคียงกาย ความสงสัยพลันเอ่อล้นขึ้นมาในใจ “องค์ชาย…” เสียงนางแผ่วเบา แต่ก็เต็มไปด้วยความจริงใจ “เหตุใดท่านจึงไม่ขอนอนบนเตียงเดียวกันกับข้าล่ะ”

    องค์ชายเจ้าสมุทรนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่นและนุ่มลึก “หากพี่บังคับเจ้า เจ้าคงไม่ต่างจากนกน้อยที่ถูกจองจำไว้ในกรงทอง ถึงพี่จะได้ครอบครองร่างเจ้า แต่จะสูญเสียหัวใจเจ้าไป พี่ไม่ต้องการเช่นนั้น สิ่งที่พี่ปรารถนาที่สุด…คือการได้หัวใจของเจ้ามาโดยที่เจ้าเต็มใจ”

    คำตอบนั้นทำเอาเอวาใจสั่นสะท้าน น้ำตาเอ่อคลอด้วยความประทับใจ นางเงยหน้ามองเขา ดวงตาส่องประกายใส ริมฝีปากน้อยเอื้อนเอ่ยช้าๆ “ที่ท่านกล่าวว่า อยากดูแลและปกป้องสตรีที่ท่านรักให้นางมีความสุขและปลอดภัยจนสุดกำลังแห่งตน ข้า…ก็เช่นกัน”

    นางหยุดหายใจชั่วขณะ ก่อนเอ่ยต่อด้วยเสียงที่มั่นคงขึ้น “ในฐานะพระชายา ที่มองพระสวามีผิดไปตลอดมา…ข้าขอมอบรางวัลแก่ท่านอีกข้อ ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป ท่านสามารถนอนบนเตียงเดียวกับข้าได้ และข้าจะปฏิบัติหน้าที่พระชายาที่ดี เพื่อเป็นการตอบแทนความจริงใจของท่าน”

    องค์ชายใหญ่เบิกตากว้าง ราวกับไม่คาดคิดว่าจะได้ยินถ้อยคำนี้ เขายกมือเชยคางของนางไว้เบาๆ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏบนใบหน้าที่เคยเย็นชานั้น

    “เอวา…” เสียงของเขาแผ่วลง “พี่สัญญา จะไม่มีวันล่วงเกินเจ้า จนกว่าเจ้าจะยินยอมมอบหัวใจให้พี่ เมื่อถึงวันนั้น…เจ้าจะตระหนักถึงความรักแท้ที่พี่มีต่อเจ้าโดยมิต้องบรรยาย”

    เอวาเม้มริมฝีปากแน่น ความอบอุ่นในใจพวยพุ่งราวเปลวไฟอ่อนๆ ที่โอบล้อมหัวใจ นางไม่ตอบเพียงแต่พยักหน้าเบาๆ พร้อมรอยยิ้มบางๆที่งดงามที่สุดตั้งแต่พบกันมา

    ในยามนั้น…ราวกับว่ากำแพงแห่งความระแวงที่กั้นทั้งสองไว้ค่อยๆ แตกสลาย เปิดทางให้ความรักค่อยๆ ผลิบานอย่างเงียบงันภายใต้แสงอาทิตย์แรกของวันใหม่

    คล้ายกับเรื่องเทพีน้ำค้างเหมันต์ (เทพอัสนีย์ มารพยัคขาว ภาค 2) ที่คุณอ่าน