“ซวงซวง”
จางสิงเอ่ยปากแม้จะไม่ได้พูดอะไรมากแต่ความหมายแฝงนั้นชัดเจนว่าเขาไม่้าให้เจียงจืออวี๋เข้ามาพัวพันด้วยและไม่ยินดีจะบอกสถานการณ์ที่แท้จริงให้เธอรู้
ทว่าซินซวงกลับโบกมือเป็เชิงบอกว่าไม่เป็ไรก่อนจะหันไปมองเจียงจืออวี๋
“รุ่นน้องเจียงเลือกเมืองผู้ฝึกยุทธ์หมายเลข 72 คงจะรู้อยู่แล้วสินะว่าพื้นที่รอบๆเมืองนี้เพิ่งจะผ่านการกวาดล้างครั้งใหญ่มา?”
เจียงจืออวี๋พยักหน้าแต่ไม่ได้พูดแทรก
“เมื่อครึ่งเดือนก่อนมีระดับราชันยุทธ์ออกโรงกวาดล้างสัตว์อสูรในรัศมีสี่ร้อยกิโลเมตรรอบเมืองหมายเลข 7172 และ 73 จนเกลี้ยง”
“สัตว์อสูรที่อยู่เหนือระดับทหารอสูรระดับสามขึ้นไปเกือบทั้งหมดถูกกำจัดจนสิ้น”
“แต่ต่อให้ราชันยุทธ์จะเป็คนลงมือเองเมื่อต้องเผชิญกับพื้นที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ ก็ย่อมมีเล็ดลอดสายตาไปบ้างเป็ธรรมดา”
“เมื่อวานนี้มีผู้ฝึกยุทธ์นำข่าวกลับมาจากทุ่งร้าง”
“มีจ้าวอสูรระดับต้นตัวหนึ่ง หลบซ่อนตัวอยู่ในเขตอำเภอ 0541 ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหมายเลข 72 ไปประมาณร้อยยี่สิบกิโลเมตร”
จ้าวอสูรระดับต้น?
เมื่อได้ยินคำพูดของซินซวงแม้แต่ไป๋ฉางเซิงที่เดิมทีไม่ค่อยสนใจก็ยังอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง
“ตามที่คนคนนั้นบอกมา จ้าวอสูรตัวนี้ถูกราชันยุทธ์ซัดจนาเ็สาหัสตอนนี้พละกำลังเหลือไม่ถึงหนึ่งในสิบ อยู่ในสภาวะอ่อนแอถึงขีดสุด”
“คาดว่าความสามารถตอนนี้คงเหลือแค่ระดับแม่ทัพอสูรระดับต้นเท่านั้น”
ที่แท้ก็เพราะเหตุนี้เอง
ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมาไป๋ฉางเซิงเริ่มมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับราคาชิ้นส่วนสัตว์อสูรมาบ้างแล้ว
ชิ้นส่วนทหารอสูรระดับหนึ่งราคาต่อชิ้นอยู่ที่หนึ่งพันห้าร้อยถึงสามพันเหรียญ ระดับสองอยู่ที่ห้าพันถึงแปดพันส่วนระดับสามอย่างต่ำที่สุดก็เกินหนึ่งหมื่นเหรียญ
หากสูงกว่านั้นขึ้นไปตราบใดที่ถึงระดับแม่ทัพอสูร ราคาจะเริ่มต้นที่หลายหมื่น หรืออาจถึงหลักแสนเหรียญ
ยิ่งเป็จ้าวอสูรระดับต้น หากรวมมูลค่าชิ้นส่วนทั้งตัวเข้าด้วยกันต่อให้ราคาสูงเกินล้านเหรียญก็ไม่ใช่เื่ที่น่าแปลกใจเลยสักนิด!
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมจู่ๆถึงมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามจำนวนมากแห่กันมาแย่งชิงขนาดนี้
“เพราะพื้นที่แถบนี้ถูกกวาดล้างไปแล้วพวกระดับแม่ทัพยุทธ์ส่วนใหญ่เลยไม่มีอะไรให้ทำและทหารอสูรระดับสามก็ไม่คุ้มพอที่พวกเขาจะเสียเวลาอยู่ต่อ”
“ด้วยเหตุนี้ มันเลยกลายเป็โอกาสของพวกเราที่เป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามแทน”
“ถ้าสามารถล้มจ้าวอสูรระดับต้นตัวนี้ได้ก็เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในการฝึกฝนไปครึ่งปี หรืออาจจะทั้งปีเลยด้วยซ้ำ”
มนุษย์ยอมตายเพื่อทรัพย์สินนกยอมตายเพื่ออาหาร
แค่เสี่ยงอันตรายเพียงครั้งเดียวก็สามารถหาเงินได้เป็ล้านเหรียญพันธมิตร
ตราบใดที่เป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามที่ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาเมื่อได้ยินข่าวนี้ย่อมต้องอยากเข้าร่วมด้วยกันทั้งนั้น
จึงไม่น่าแปลกใจที่ทีมอัคคีล้างผลาญเมื่อครู่พอเห็นซินซวงแล้วถึงได้รีบร้อนจากไป เพราะกลัวว่าจะมีคนชิงตัดหน้าไปก่อนนั่นเอง
สาวสวยจะหอมหวานแค่ไหนก็สู้แรงดึงดูดของเงินล้านเหรียญพันธมิตรไม่ได้หรอก
แต่มันก็แค่นั้นแหละ
ไป๋ฉางเซิงฟังจบก็แค่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยแล้วความรู้สึกอื่นก็มลายหายไป
เขารู้ดีว่าความสามารถของตัวเองยังห่างไกลนักอย่าว่าแต่แม่ทัพอสูรเลยต่อให้จ้าวอสูรตัวนั้นจะอ่อนแอลงจนเหลือแค่ระดับทหารอสูรระดับสามเขาก็ยังไม่กล้าไปหาเื่มันอยู่ดี
ทว่าเจียงจืออวี๋กลับไม่ได้คิดแบบนั้น
ดวงตาของเธอเป็ประกายจ้าขณะที่กำลังจะอ้าปากพูด ซินซวงก็ยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน
“รุ่นน้องเจียง แม้เธอจะอยู่ระดับผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่งระดับกลางแล้วแต่การต่อสู้หลังจากนี้ไม่ใช่สิ่งที่ความสามารถระดับเธอจะเข้าไปพัวพันได้”
“เธอรออยู่ที่นี่อย่างสงบ หรือไม่ก็รีบกลับสุ่ยมู่ไปซะจะดีกว่า”
คำพูดของซินซวงแสดงเจตนาชัดเจนว่าไม่้าพาเจียงจืออวี๋ไปด้วยในสายตาของเธอ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับตัวภาระ
การต่อสู้ระดับสูงไม่ใช่เื่ที่จะเข้าไปสอดมือได้ง่ายๆ
มันเหมือนกับการเล่นเกมที่เลเวล1อย่างนายจะไปริอ่านตีัที่เืเหลือติ่งเดียวนั่นแหละคือสิ่งที่นายคิดผิด
แต่เจียงจืออวี๋ย่อมไม่คิดเช่นนั้น
หลังจากนิ่งเงียบไปสองวินาทีเธอก็เอ่ยต่อ “จ้าวอสูรเริ่มมีสติปัญญาแล้วแถมยังไม่ต่ำด้วย”
“ในเมื่อมันรู้ว่าตำแหน่งของตัวเองถูกเปิดเผยมันย่อมต้องย้ายไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยกว่าเดิมแน่นอน”
“เขตอำเภอ 0541 แม้จะไม่ใหญ่มากแต่ก็ยังเป็เขตเมืองที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่ายี่สิบกิโลเมตร”
“รุ่นพี่ซินมั่นใจเหรอคะว่าจะหาจ้าวอสูรระดับต้นตัวนั้นเจอก่อนที่ทีมผู้ฝึกยุทธ์กลุ่มอื่นจะเจอ?”
ซินซวงนิ่งเงียบไปส่วนจางสิงก็หันมามองเจียงจืออวี๋ในตอนนั้นด้วยความไม่เข้าใจว่าเธอ้าจะสื่ออะไร
เจียงจืออวี๋ไม่มีเจตนาจะเล่นตัวเธอชี้นิ้วไปที่ไป๋ฉางเซิงทันที
“สัตว์เลี้ยงิญญาของฉันสามารถจับกลิ่นของสัตว์อสูรในอากาศได้ค่ะ”
“ทั้งแยกแยะความแข็งแกร่ง และระบุทิศทางได้ด้วย”
ประโยคเดียวทำเอาทั้งซินซวงและจางสิงต้องหันมามองเป็ตาเดียว
ไป๋ฉางเซิงคิดในใจอย่างงุนงง “อะไรกัน ทำไมจู่ๆ ลากมาลงที่เขาอีกล่ะ?”
ไป๋ฉางเซิงไม่เข้าใจว่าทำไมเจียงจืออวี๋ต้องหาเื่ใส่ตัวขนาดนี้นั่นมันจ้าวอสูรเชียวนะ ต่อให้ชาติก่อนเธอจะเป็จักรพรรดินีแต่ก็น่าจะประเมินพลังตัวเองในตอนนี้ออกไม่ใช่เหรอ
“ตามธรรมชาติแล้วงูมีความสามารถในการตามกลิ่นอยู่แล้ว”
“เ้างูตัวนี้แม้จะเป็แค่งูเกล็ดขาวแต่งูเกล็ดขาวทั่วไปไม่น่าจะเติบโตมาได้ขนาดนี้ เห็นชัดว่ามันผ่านการกลายพันธุ์มา”
“ถ้ามันทำได้อย่างที่เธอพูดจริงๆ ก็นับว่าช่วยได้มากทีเดียว”
ซินซวงหยุดชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ“แต่รุ่นน้องเจียง เธอต้องเข้าใจให้ชัดเจนนะ”
“ต่อให้เราพาเธอไปด้วย สุดท้ายเราก็แบ่งอะไรให้เธอไม่ได้”
“เพราะกฎในทุ่งร้างจะยึดตามแรงที่ลงไปเป็หลัก”
“พลังต่อสู้ของเธอและงูเกล็ดขาวตัวนี้มีจำกัดมาก นอกจากจะช่วยรบไม่ได้แล้วพวกเรายังต้องแบ่งสมาธิมาคอยดูแลพวกเธออีก”
เมื่อเห็นซินซวงเริ่มใจอ่อนเจียงจืออวี๋ก็รีบตอบรับทันที
“รุ่นพี่ซินวางใจได้ค่ะ ฉันรู้กฎดี”
“ฉันแค่ไม่เคยเห็นการล่าจ้าวอสูรมาก่อนเลยอยากจะตามไปเปิดหูเปิดตาดูสักครั้งเท่านั้นเองค่ะ”
คำพูดนั้นดูจริงใจมากเสียจนถ้าไป๋ฉางเซิงไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของเจียงจืออวี๋เขาคงคิดว่าเธอแค่อยากรู้อยากเห็นจริงๆ
แต่ท่าทีรุกหนักที่ผิดปกติของเจียงจืออวี๋ก็ทำให้ไป๋ฉางเซิงสังเกตเห็นความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง
ถ้าเขาจำไม่ผิดระหว่างทางที่มาทุ่งร้าง การวางแผนของเจียงจืออวี๋นั้นสุขุมรอบคอบมากแม้ก่อนหน้านี้รายได้จะลดลงเรื่อยๆแต่เธอก็ไม่เคยมีความคิดที่จะเข้าไปในทุ่งร้างส่วนลึกเลยสักครั้ง
แล้วทำไมตอนนี้ถึงพยายามหว่านล้อมซินซวงเพื่อตามเข้าไปในเขตเมืองที่อยู่ลึกเข้าไปขนาดนั้นกันนะ?
“ในเมื่อเป็อย่างนั้น ก็ไปด้วยกันเถอะ”
“แต่มีบางอย่างต้องพูดกันให้ชัดเจนก่อน”
“ถึงฉันกับซินซวงจะฝีมือไม่เลว แต่สิ่งที่เราต้องรับมือคือจ้าวอสูร”
“หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นระหว่างทาง เธอต้องรับผิดชอบผลที่ตามมาเอาเองนะ”
จางสิงดูเหมือนอยากจะค้านอะไรบางอย่างแต่เมื่อเห็นซินซวงตกลงไปแล้ว เขาจึงทำได้เพียงกลืนคำพูดเ่าั้กลับลงคอไป
ทีมเฉพาะกิจที่มีคนสามคนกับงูอีกหนึ่งตัวจึงถูกตั้งขึ้นมาชั่วคราวแม้เื่นี้จะไม่ได้รับการยินยอมจากไป๋ฉางเซิงเลยก็ตามแต่เห็นได้ชัดว่าคนทั้งสามในที่นั้นไม่มีใครสนใจความเห็นของเขาเลยสักนิด
ไป๋ฉางเซิงกลับเข้าไปอยู่ในถุงกักิญญาจากนั้นก็เฝ้ามองเจียงจืออวี๋ก้าวขึ้นรถของพวกซินซวง มุ่งหน้าไปยังเมืองเป้าหมาย
ขณะที่รถวิ่งลึกเข้าไปในทุ่งร้างเรื่อยๆทรัพยากรสัตว์อสูรรายรอบก็เริ่มหนาตาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลายชนิดเป็สิ่งที่ไป๋ฉางเซิงไม่เคยเห็นมาก่อนเลยด้วยซ้ำ
ทว่าทั้งสามคนไม่มีใครมีความคิดที่จะจอดรถเพื่อล่าเลยสักนิด
เมื่อเทียบกับชิ้นส่วนระดับทหารอสูรระดับหนึ่งพวกนี้แล้วเห็นได้ชัดว่าซากของจ้าวอสูรระดับต้นตัวนั้นมีค่ามากกว่ามหาศาล