บทที่ 4 เงาสะท้อนและคำนินทาของเพื่อนบ้าน
"แม่ครับ...แม่ยิ้มทำไมเหรอ?" เสี่ยวเป่าที่เกาะขอบเตียงมองเธอด้วยความสงสัย
"แม่แค่คิดว่า...ต่อไปนี้พวกเราสามคนแม่ลูกจะดูดีกว่านี้เยอะเลยล่ะ" เธอกล่าวพลางลูบแก้มตอบๆของลูกชายคนเล็ก
ในขณะที่เธอกำลังคิดหาวิธีจัดการกับแป้งข้าวโพดกำมือเดียวนั้นเสียงเรียกที่คุ้นหูจากความทรงจำก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน
"ชิงเหอ!หลินชิงเหอ! อยู่บ้านหรือเปล่า?"
ชิงเหอชะงักเธอเดินออกไปที่หน้าประตู พบหญิงวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าชุดลำลองสีเทาเข้ม ผมรวบตึงใบหน้ามีรอยเหี่ยวย่นตามวัยแต่ดวงตาดูมีความเมตตาหญิงคนนั้นกำลังเดินผ่านรั้วไม้ไผ่เข้ามาพร้อมกับหาบตะกร้าใส่ผัก
ในหัวของชิงเหอปรากฎชื่อขึ้นมาทันที 'เหม่ยหลิน' เพื่อนบ้านที่อยู่ถัดไปไม่กี่หลังและเป็ไม่กี่คนในหมู่บ้านที่ยังหยิบยื่นน้ำใจให้เธอเสมอ
"พี่เหม่ยหลิน"ชิงเหอเรียกชื่อฝ่ายตรงข้ามเบาๆ เพื่อหยั่งเชิง
เหม่ยหลินรีบวางหาบลงแล้วเดินเข้ามาจับมือชิงเหอ"ตายแล้ว! ฉันได้ยินคนในหมู่บ้านพูดกันว่าเธอเป็ลมล้มพับไปที่หน้าโอ่งน้ำเป็ยังไงบ้าง? หน้าตาเธอยังดูซีดเซียวอยู่เลยนะ"
"ฉันดีขึ้นแล้วค่ะพี่แค่หน้ามืดไปนิดหน่อย" ชิงเหอตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบกว่าปกติทำให้เหม่ยหลินมองเธอด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
"ดีแล้วๆ... นี่ฉันเอาผักกาดขาวกับหัวไชเท้าที่เหลือจากแปลงมาฝาก เห็นว่า่นี้บ้านเธอคง...ลำบาก" เหม่ยหลินลดเสียงลงพลางถอนหายใจยาว "แล้วนี่ยายแก่ตระกูลหลินนั่นไม่ได้มาหาเื่เธออีกใช่ไหม? เมื่อเช้าฉันเห็นนางเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปจากบ้านเธอพร้อมกับหิ้วถุงแป้งขาวออกไปหน้าตาเฉย! ใจคอทำด้วยอะไรกันนะปล้นได้กระทั่งลูกสะใภ้และหลานแท้ๆ ของตัวเอง!"
คำพูดของเหม่ยหลินยืนยันสิ่งที่ต้าเป่าบอกชิงเหอไว้ก่อนหน้านี้ความโกรธขึ้งสายหนึ่งแล่นผ่านหัวใจของชิงเหอ แต่มันถูกเคลือบไว้ด้วยความสุขุม
"นางเอาแป้งขาวไปหมดเลยค่ะพี่เหม่ยหลินทิ้งไว้แค่ขี้รำกำมือเดียว"
เหม่ยหลินตบเข่าฉาด "นั่นไง!ฉันว่าแล้ว! ยายแก่นั่นน่ะร้ายนัก รักแต่ลูกชายคนรองกับลูกชายคนเล็กส่วนสามีเธอน่ะ... ถึงเขาจะหายสาบสูญไป แต่นั่นก็ลูกชายคนโตของนางนะแถมต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าก็เป็เืเนื้อเชื้อไขของตระกูลหลินแท้ๆทำไมถึงได้รังเกียจรังงอนกันขนาดนี้ ของกินดีๆ ขนไปให้หลานทางบ้านโน้นกินจนอ้วนพีแต่หลานทางนี้ผอมจนซี่โครงบาน!"
ชิงเหอนิ่งฟัง เธอพยายามรวบรวมข้อมูล'ยายแก่ตระกูลหลิน' หรือแม่สามีของร่างนี้คือศัตรูหมายเลขหนึ่งที่เธอต้องจัดการ
"นางบอกว่าสามีฉันตายไปแล้วฉันเป็ตัวซวยที่ทำให้ลูกชายนางไม่ได้กลับมา"ชิงเหอพูดตามความทรงจำที่เ็ป
"เพ้อเจ้อ!"เหม่ยหลินด่าทอแทน "ามันจบไปตั้งนานแล้ว ใครจะไปรู้ว่าเขากลายเป็อะไรไปหรืออาจจะแค่ยังกลับมาไม่ได้ยายแก่นั่นแค่อยากหาข้ออ้างฮุบเงินำาญและของกินของพวกเธอมากกว่า ชิงเหอเอ๋ย...ฉันละสงสารเธอจริงๆ ยอมเขาไปเสียหมดแบบนี้ แล้วเด็กๆ จะโตมาได้ยังไง"
ชิงเหอมองไปที่เด็กชายสองคนที่แอบดูอยู่หลังประตูบ้านต้าเป่ามองเหม่ยหลินด้วยสายตาขอบคุณส่วนเสี่ยวเป่าท้องร้องเสียงดังจนได้ยินมาถึงข้างนอก
"พี่เหม่ยหลินคะ"ชิงเหอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปมันมีความหนักแน่นและเย็นเยียบจนเหม่ยหลินต้องชะงักคำบ่น"ขอบคุณสำหรับผักนะคะ ต่อไปนี้...ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาเอาของของลูกฉันไปอีกแล้ว ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็ใครก็ตาม"
เหม่ยหลินเบิกตากว้างมองหญิงสาวตรงหน้าที่ดูเหมือนจะเป็คนเดิมแต่แววตาและท่าทางกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "เธอ...เธอพูดจริงเหรอชิงเหอ? ถ้าเธอคิดได้แบบนี้ฉันก็เบาใจแต่ยายแก่นั่นมีลูกชายคนอื่นๆ คอยหนุนหลังนะ เธอตัวคนเดียวจะสู้ไหวเหรอ?"
ชิงเหอยกยิ้มที่เป็เอกลักษณ์ของประธานหลิน"คนเราไม่ได้สู้กันที่กำลังอย่างเดียวหรอกค่ะพี่...สู้กันที่สมองต่างหาก"
เหม่ยหลินรู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเธอไม่เคยเห็นชิงเหอในมุมนี้มาก่อน มุมที่ดูทรงอำนาจและน่าเกรงขาม"เอ่อ...จ๊ะ... ถ้าเธอ้าความช่วยเหลืออะไรก็บอกนะฉันต้องรีบไปซักผ้าที่ลำธารแล้ว เดี๋ยวจะค่ำมืดเสียก่อน"
"ขอบคุณมากค่ะพี่"ชิงเหอยืนส่งเพื่อนบ้านจนลับสายตา
เมื่อเหม่ยหลินจากไปความเงียบสงบก็กลับคืนสู่กระท่อมอีกครั้งชิงเหอหันกลับไปมองผักกาดขาวสองต้นและหัวไชเท้าในมือมันอาจดูมีค่าเพียงน้อยนิดในสายตาคนเมืองในอนาคต แต่ในยุค 80 ที่ขัดสนนี้นี่คือวัตถุดิบชั้นเลิศที่จะช่วยต่อลมหายใจ
เธอกวักมือเรียกต้าเป่า"ต้าเป่า ไปหาฟืนมาเพิ่มอีกหน่อย แม่จะทำ 'ซุปผักกาดขาวกับแผ่นแป้งข้าวโพด' ให้พวกเรากินมื้อนี้"
"ครับแม่!"ต้าเป่าตอบรับด้วยความกระตือรือร้น เขาเริ่มรู้สึกว่าแม้วันนี้แม่จะดูแปลกไปแต่แม่คนนี้กลับทำให้เขารู้สึก 'ปลอดภัย' อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ชิงเหอเดินกลับเข้าครัวที่แสนซอมซ่อสายตาของเธอกวาดมองไปที่เตาไฟดินเหนียว ในหัวเริ่มวางแผนการตลาดก้อนแรก ไม่ใช่การขายหุ้นหมื่นล้านแต่เป็การบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
'ขั้นแรกคืออิ่มท้อง...ขั้นที่สองคือสร้างตัว...และขั้นที่สาม...คือการชำระล้างเื่ในตระกูลหลินให้เรียบร้อย'
รอยยิ้มเ็าปรากฏบนใบหน้าผอมซูบของเธออีกครั้งาในยุค 80 ของหลินชิงเหอ...เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!