ตอนที่4 ร้องขอสามี
ไช่อิง! เธอไม่เหมาะที่จะเป็ภรรยาของฉัน!เธอมันก็แค่หุ่นเชิดให้อาหลอกใช้เท่านั้น ไปซะ!.....จะไปที่ไหนก็ไป!
หลงปิงขบกรามแน่นเมื่อนึกถึงท่าทีรับคำสั่งของผู้เป็ภรรยาจากอาสะใภ้ได้เป็อย่างดีซึ่งเขาพบเห็นโดยบังเอิญขณะนั่งหลบมุมจิบชายามบ่ายความรู้สึกชิงชังเธอปะทุขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้
ปัง !
“..........”
เหลียงเกอและจิวหลุนกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์ฆ่าเวลาพลันสะดุ้งโหยงด้วยความใเพราะไม่คิดว่าเ้านายจะกระแทกแป้นพิมพ์ดังลั่นคล้ายกำลังโกรธเคืองใครสักคนซึ่งพวกตนไม่รู้จัก
สององครักษ์ต่างเหลียวมองสบตากันแล้วยักไหล่เพราะไม่รู้ต้นสายปลายเหตุการกระทำอันกระแทกกระทั้นของเ้านายได้
“ฮึ!.....”
หลงปิงเปล่งเสียงออกมาอย่างไม่พอใจเมื่อนึกถึงสีหน้าท่าทางของไช่อิงพลางรู้สึกขยะแขยงต่อแววตาหลงใหลจากผู้เป็ภรรยาเมื่อเธอตื่นขึ้นมาตอนสายแล้วยังคลานเข้ามาหาจากบนเตียงด้วยท่าทางอันบอกไม่ถูกเขารู้แค่ว่ารู้สึกขนลุกขนพองทันใด ทั้งไม่อยากเห็นหน้าเธออีกต่อไป
ชายหนุ่มอุตส่าห์กลั้นใจแต่งงานกับหญิงสาวซึ่งประเมินแล้วว่าไม่น่ามีพิษภัยกับตนเขาคิดว่าดีกว่าแต่งงานกับหญิงสาวที่จ้องแต่จะเข้ามาล้างผลาญสมบัติอันควรจะตกเป็ของทายาทผู้สมควรในอนาคต
กระนั้นชายหนุ่มไม่สามารถห้ามความรู้สึกชิงชังเธอั้แ่เห็นเธอรับคำสั่งจากอาและอาสะใภ้ดั่งคนหัวอ่อนจึงตระหนักได้ว่าเธอคงเป็เครื่องมือแต่งงานเข้ามาเพื่อคอยสอดแนมพฤติกรรมตนเอง เขาจึงเกลียดชังเธอยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น
ครั้นหลงปิงเห็นว่าไช่อิงฟื้นขึ้นมาได้ทั้งที่สององครักษ์มั่นใจว่าหัวใจหยุดเต้นและช่วยกันกระตุ้นหัวใจให้ฟื้นคืนชีพได้สัก
พักแล้วฉะนั้นจึงไม่คิดสนใจแต่เชื่อมั่นว่าเธอจะสามารถเอาตัวรอดแล้วหาทางกลับมาบ้านได้เองหรือจะไปเสียชีวิตอยู่นอกบ้านยิ่งดีเพราะไม่เกี่ยวข้องกับตนแล้ว
จะไปตายที่ไหนก็ไป!หรือจะไม่กลับมาอีกยิ่งดี!
หลงปิงยังคงคิดวนเวียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของภรรยาวนซ้ำไปซ้ำมาโดยจดจำท่าทางเดินโซซัดโซเซของเธอได้เป็อย่างดี เขาเตือนตนเองไม่ให้ใจอ่อนหรือคิดสงสารเธอแล้วละความสนใจเื่ของเธอออกไปพลางลงมือทำงานต่ออย่างมุ่งมั่นแทน
จิวหลุนและเหลียงเกอเหลียวมองสบตากันด้วยความเห็นใจหญิงสาวทั้งคู่ได้แต่ถอนหายใจอย่างจำยอมเพราะต้องรับฟังคำสั่งจากเ้านายหนุ่มเพียงคนเดียวโดยทั้งสองคนรู้ดีว่าสถานการณ์ภายในตระกูลหลงไม่ปกติ
……….
เวลานี้ไช่อิงกลับเข้ามาอยู่ในห้องนอนตนเองแล้วเธอวางกระเป๋าสะพายไว้บนเตียงแล้วเดินย่องเบาไปแนบหูฟังอยู่ประตูเชื่อมระหว่างห้องเพื่อตรวจสอบว่าสามียังอยู่ในห้องหรือไม่พลางได้ยินเสียงเคาะแป้นพิมพ์ซึ่งเป็เหตุการณ์ปกติเพราะเธอรับรู้มาจากหลายคนแล้วว่าสามีชอบเล่นเกมมากถึงมากที่สุด
กระนั้นในฐานะสายลับเกิดใหม่เธอยืนนิ่งใช้สมาธิรับฟังเสียงเคาะแป้นพิมพ์ของสามีด้วยความแปลกใจเพราะจังหวะการเคาะไม่ใช่จังหวะของการเล่นเกมเหมือนคนทั่วไปทั้งยังไม่มีเสียงโห่ร้องหรือสบถเวลาเล่นเกมผิดพลาดหรือชนะซึ่งผิดปกติเกินไป
เขากำลังทำอะไรอยู่นะ.....อยากรู้เสียจริงไช่อิงคิดด้วยความอยากรู้อยากเห็นต่อพฤติกรรมประหลาดของสามี
เธอวางแผนที่จะตรวจสอบพฤติกรรมเขาให้ละเอียดและค้นหาความลับของตระกูลหลงไปด้วยซึ่งเป็แผนจากการวิเคราะห์เหตุการณ์ทั้งหลายั้แ่ตนเข้ามาอยู่บ้านตระกูลหลงในฐานะสะใภ้เป็เวลาสามเดือน
อนึ่งเธอเกิดใหม่ในวันที่สองเดือนเมษายน ปีคริสต์ศักราชสองพันยี่สิบเอ็ด โดยแต่งงานั้แ่วันที่สองเดือนมกราคม ปีเดียวกัน
ไช่อิงััได้ถึงความผิดปกติหลายอย่างโดยมั่นใจว่าร่างเก่าคงไม่รู้ตัวว่าถูกหลอกใช้จากใครบางคนอยู่เธอวางแผนรวบรวมและสืบค้นข้อมูลจากทุกคนให้ละเอียดเพื่อพิจารณาก่อนตัดสินใจกระทำการใดต่อไป
ตอนนี้หญิงสาวกำลังเลือกทางเดินชีวิตต่อไปในอนาคตเธอคิดว่าหากสามีเป็คนดีควรให้ความช่วยเหลือ เธอก็จะยืนหยัดอยู่เคียงข้างและพร้อมปกป้องเขาทุกวิถีทาง
ในทางกลับกันหากเธอพบว่าสามีเป็คนชั่วร้ายแต่สมาชิกคนอื่นในตระกูลหลงเป็คนดีหรือเป็เหยื่อโดยไม่รู้ตัว เธอพร้อมตีตัวออกห่างและเลิกรากับเขาอย่างไม่เสียใจโดยยินดีออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่และหางานทำเพื่อดูแลพ่อแม่และน้องสาวของครอบครัวไช่ต่อไป
ไช่อิงยืนฟังเสียงเคาะแป้นพิมพ์จนมั่นใจแล้วว่าเขากำลังพิมพ์บางอย่างซึ่งไม่ใช่การเล่นเกมแน่อนเธอเดินย่องเบากลับมาทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง แล้วคิดแผนการต่อไปพร้อมพึมพำออกมาว่า
“เห็นทีจะต้องรีบคุยกับเขาพรุ่งนี้เช้าเลยฉันต้องมีอุปกรณ์ไว้ทำงานบ้างสิ ในเมื่องานที่นี่ก็มีแค่ดูแลเื่อาหารสามมื้อนั่นมันง่ายเกินไปสำหรับฉัน เวลาว่างเหลือตั้งเยอะแยะ ฉันควรจะใช้เวลานี้มาสร้างรายได้ดีกว่าไหนจะเื่สืบข้อมูลของคนตระกูลหลงอีก เฮ้อ!ถ้าฉันมีทักษะแฮ็กเก่งเหมือนเพื่อนก็คงจะดี”
หญิงสาวบ่นงึมงำถึงทักษะสำคัญอย่างหนึ่งเพราะเธอพลาดโอกาสเรียนรู้เพิ่มเติมจากเพื่อนผู้มีตำแหน่งเป็ถึงแฮ็กเกอร์อันดับหนึ่งของโลกขณะตนทำงานเป็วิศวกรหญิงในโครงการลับของประเทศอิสราเอลซึ่งเป็การเกิดใหม่ในชาติที่หก
อนึ่งเธอคิดว่าด้วยทักษะแฮ็กอันต่ำต้อยที่ตนมีคงเพียงพอในการใช้สืบค้นข้อมูลสำคัญหรือแม้แต่การทำงานสร้างรายได้เพื่อดูแลตนเองและครอบครัวไช่่ที่ผ่านมาในความทรงจำของร่างเก่า พ่อแม่ละน้องสาวต่างทำดีต่อเธอมาตลอดจน
กระทั่งถึง่ที่น้องสาวจะต้องแต่งงานกับหลงปิงเท่านั้นน้องสาวถึงได้ร้องขอกับตนอย่างน่าเวทนา
อย่างไรก็ตามเธอไม่รู้ตัวสักนิดว่าการมีทักษะแฮ็กข้อมูลจากอดีตชาตินั้นเหนือกว่าแฮ็กเกอร์ทั่วไปมากนักเพราะได้รับการฝึกฝนและเรียนรู้ั้แ่เกิดเป็วิศวกรหญิงในชาติที่หกและเป็สายลับของรัสเซียในชาติที่เจ็ด
ทันใดนั้นโทรศัพท์ในกระเป๋าแผดเสียงดังลั่นจนทำให้เธอสะดุ้งใพลางรีบเปิดกระเป๋าบนเตียงหยิบออกมาดูแล้วพบว่าเป็เบอร์โทรของแม่ร่างเก่า จึงกดรับสายด้วยความอยากรู้
พลันมีเสียงกล่าวจากแม่เกี่ยวกับสถานการณ์เร่งด่วนของพ่อซึ่งเป็ปัญหาเดิมด้วยน้ำเสียงแสดงความร้อนใจว่า
“อิงอิง! ลูกช่วยแม่ด้วย!พ่อแย่แล้ว! พวกมันส่งวิดีโอพ่อมาให้ดูด้วยแล้วแม่ยังได้คุยกับพ่อ สภาพพ่อดูไม่ได้เลยลูกพวกมันซ้อมพ่อซะน่วมแล้วให้เอาเงินไปจ่ายพรุ่งนี้ไม่เกินเที่ยงไม่งั้นจะตัดนิ้วพ่อส่งมาขู่อีก อิงอิงช่วยแม่ที!ฮือ ๆ”
ไช่อิงได้ยินเสียงจากปลายสายตามด้วยเสียงสะอื้นไห้ของแม่อย่างหนักเธอนั่งนิ่งถือโทรศัพท์พลางกำแน่นด้วยความว้าวุ่นใจเพราะตอนนี้เธอมีเงินเหลืออยู่เพียงน้อยนิดพลันนึกถึงสร้อยทองและเครื่องประดับจากสินสอดงานแต่งงานซึ่งร่างเก่าเก็บซ่อนไว้เพื่อประดับแต่งตัวอวดเพื่อนบ้านเวลากลับไปเยี่ยมครอบครัวเดิม
หญิงสาวรีบสอบถามจำนวนเงินที่เ้าหนี้โหดร้าย้าจากแม่โดยไม่สนใจว่าแม่จะยังคงร้องไห้อยู่หรือไม่ว่า
“แม่คะ! หยุดร้องไห้ก่อน! พวกมัน้าเงินเท่าไรไว้หนูจะพยายามหาไปจ่ายให้”
เธอไม่กล้าบอกออกไปว่าตนยังมีทรัพย์สินมีค่าหลงเหลืออยู่เพราะกลัวแม่จะสั่งให้ไปขายเปลี่ยนเป็เงินสดแทน
“อิงอิง! พวกมันบอกว่าพ่อเป็หนี้อยู่สองหมื่นหยวนลูก.....ลูกพอจะมีเงินไหม ขอกับสามีลูกก็ได้นี่ สามีลูกรวยจะตายเขาคงไม่อยากให้ครอบครัวภรรยาต้องลำบากใช่ไหม ลูกขอความช่วยเหลือจากเขาซิยังไงคนนอนด้วยกันทุกวัน มันก็ต้องเห็นใจกันบ้างซี ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วพรุ่งนี้เอาเงินมาให้แม่ก่อนเที่ยงด้วย พวกเราเจอกันที่สวนสาธารณะ.....”
“อะไรนะคะ?! สองหมื่นหยวน!แม่! หนูจะไปหามาจากไหนกันละเนี่ย?!”
ไช่อิงอ้าปากค้างตกตะลึงต่อท่าทีเปลี่ยนไปของแม่เธอถามแทรกขึ้นมาอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินครู่หนึ่งเธอได้ยินสถานที่นัดหมายพร้อมกับสัญญาณวางสายจากไปโดยแม่ไม่สนใจความลำบากใจจากตนสักนิด
ครั้นหญิงสาวรู้สึกตัวขึ้นมาเธอบ่นงึมงำอย่างไม่พอใจต่อพฤติกรรมของพ่อที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงสักครั้งทั้งที่ครั้งล่าสุดเขารับปากกับเธอและครอบครัวแล้วกระนั้นยังกลับไปเล่นการพนันและเป็หนี้อีกจนได้
“บ้าจริง! ตอนนี้ฉันมีแค่สร้อยทองกับแหวนเพชรวงเล็กๆ จะเอาไปขายได้เงินสักแค่ไหนกันเชียว โอ๊ย!ฉันควรทำไงดีเนี่ย”
หญิงสาวรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันทีทันใดเธอบ่นพร้อมผุดลุกขึ้นเดินวนไปวนมาในห้องหลายรอบด้วยความรู้สึกหลากหลายพลางถอนหายใจหลายต่อหลายครั้งด้วยความหนักใจอย่างถึงที่สุด
พลันหยุดยืนนิ่งด้วยสายตาวาบวับขณะจ้องมองประตูเชื่อมระหว่างห้องเธอไม่ยินยอมที่จะตกอยู่ในสภาพแบบนี้อีกต่อไป โดยคิดจะเจรจากับสามีให้รู้เื่เธอ้าเดิมพันกับการพิสูจน์ถึงความเป็คนใจดีมีเมตตาจากเขารวมทั้งเป็โอกาสในการเลือกข้างของตนด้วย
หญิงสาวรู้ดีว่าไม่ควรแสดงทักษะหรือความเก่งกาจอันเหนือความคาดหมายให้คนอื่นประจักษ์ตาทันทีเธอจำเป็ต้องตรวจสอบทัศนคติแต่ละคนให้ชัดเจนเพื่อความปลอดภัยของตนเองก่อนขณะที่ตอนนี้เธอยังคงอ่อนแอและไม่สามารถปกป้องตนเองได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้นแล้วหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกแล้วเดินตรงไปเคาะประตูเชื่อมระหว่างห้องนอนดังลั่นทันทีเธอมั่นใจว่าเขาจะต้องรีบเปิดเพื่อลดปัญหาจากความสงสัยในพฤติกรรมประหลาดของเขาแน่นอน
“ฉันไม่ยอมแพ้หรอกนะคุณจะต้องเปิดประตูให้ฉันแน่”
ไช่อิงยิ้มมุมปากพลางพึมพำอย่างมั่นใจเธอออกแรงเคาะประตูห้องดังมากขึ้นท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนซึ่งทำให้เสียงเคาะประตูดังแรงกว่าปกติ
ฉับพลันประตูเปิดออกเพียงหนึ่งในสามซึ่งทำให้ไช่อิงเกือบเสียหลักหัวทิ่มคะมำเข้าไปในห้องนอนของสามีเหตุเพราะเธอโน้มตัวใช้แรงทั้งหมดที่มีเพื่อเคาะประตูให้ดังที่สุดเนื่องจากเรี่ยวแรงเพิ่งฟื้นตัวได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“มีอะไรคุณไช่อิง”
จิวหลุนเป็คนมาเปิดประตูแทนเ้านายพลางสอบถามหญิงสาวด้วยความสงสัยใคร่รู้เขายืนขวางประตูเพื่อปิดกั้นโอกาสไม่ให้เธอล่วงล้ำเข้าไปซึ่งเป็คำสั่งอันเคร่งครัดจากเ้านาย
ไช่อิงยืนเท้าเอวส่งเสียงฮึดฮัดอย่างไม่พอใจเล็กน้อยพลางอาศัยทักษะพื้นฐานของการเป็สายลับเหล่ตามองสามีและสภาพภายในห้องนอนเขา ทั้งหน้าจอคอมพิวเตอร์แว่บเดียวเพื่อประเมินสถานการณ์แล้วปรับท่าทีตนเองให้ดูดีก่อนตอบองครักษ์ผู้มีใบหน้าเ็าเหมือนเ้านายว่า
“ไม่ต้องกลัวหรอกน่าฉันไม่เข้าไปหรอก แค่อยากขอความช่วยเหลือหน่อย ยังไงฉันก็เป็ภรรยาของคุณอยู่นะขอเงินเพิ่มหน่อยได้ไหมสักหมื่นหยวน ฉันมีความจำเป็ต้องใช้สองหมื่นหยวนแต่อีกหมื่นหยวนที่เหลือ ฉันจะขายสร้อยทองที่มีอยู่พอดีที่บ้านมีเื่ด่วนฉันต้องช่วยเหลือแล้วก็.....ฉันอยากได้คอมพิวเตอร์สักเครื่องอยากเรียนรู้ไว้จะได้ทำตัวให้สมกับเป็ภรรยาของสามี”
ไช่อิงจ้องมองไปยังสามีโดยตรงแล้วตัดสินใจบอกความจริงกับเขาบางส่วนเพื่อแสดงความจริงใจพลันเกิดความรู้สึกไม่แน่ใจเป็ครั้งแรก เธอพบว่าเขาเอี้ยวตัวจ้องมองตนเองเขม็งจากโต๊ะทำงานซึ่งปกติจะหันหลังให้เธอทว่าคราวนี้เขากลับเอี้ยวตัวจากบนรถเข็นหันหน้ามองเธออย่างมีความหมาย
เธอเห็นว่าเขาจ้องมองด้วยสายตาประหลาดซึ่งเกิดความรู้สึกบอกไม่ถูกทว่าทำให้เธอรู้สึกอับอายเหมือนยืนแก้ผ้าต่อหน้าเขาขึ้นมาทันทีทันใด กระนั้นไช่อิงยังไม่ลืมจุดประสงค์ของตนเองแต่แรกที่้าเจรจาร้องขออุปกรณ์ไว้ใช้งานโดยหวังว่าเขาจะสนับสนุนในฐานะตนเป็ภรรยาบ้างพลางเดิมพันต่อการทดสอบพฤติกรรมแท้จริงของเขาไปในตัว
หญิงสาวกำลังลุ้นว่าเขาจะตอบกลับอย่างไรพลันได้ยินเสียงราบเรียบไม่แสดงอารมณ์จากเขากล่าวขึ้นมาว่า
“พรุ่งนี้เช้า!”