ในระหว่างทางไปลงทะเบียน นอกจากกังปี้ (วานรแขนั์ที่ย่อขนาดลง) มันเกาะอยู่บนไหล่ของอูหลินเฟิงแทบจะตลอดเวลาแล้ว อูหลินเฟิงยังได้นำหมาป่าขนเพลิงออกมาเดินด้วยหนึ่งตัว เพื่อแสดงออกว่าตัวเองเป็นักฝึกสัตว์อสูร อูหลินเฟิงได้ตั้งชื่อหมาป่าขนเพลิงว่า หั่วอี (ไฟหนึ่ง) จนถึงหั่วปา (ไฟแปด) ให้กับหมาป่าขนเพลิงทั้งแปดตัว
เมื่อคนทั้งหมดได้มาถึงสถานที่ลงทะเบียน ก่อนที่จะไปถึงโต๊ะลงทะเบียน ทางตระกูลโอวหยางได้วางเขตค่ายกลเป็รูปแบบประตูเอาไว้สองประตู ประตูแรกหากว่ามีระดับไม่ถึงระดับสี่ขั้นต้นก็จะไม่สามารถเข้าผ่านไปได้ เพราะว่าเพียงเขตชั้นนอกของเทือกเขาหมื่นอสูรก็จะสามารถพบเจอสัตว์อสูรชั้นสี่ได้แล้ว และลึกเข้าไปในเทือกเขาอาจสามารถพบสัตว์ที่มีระดับมากว่าระดับเจ็ดได้ด้วย ระดับความอันตรายจึงมีมาก ทางสี่มหาตระกูลจึงลงความเห็นให้ต้องมีระดับลมปราณระดับสี่ขึ้นไปเท่านั้น ค่ายกลที่วางเอาไว้ก็เพื่อคัดกรองคนในระดับหนึ่งเท่านั้น ส่วนอีกประตูจะต้องมีพลังรูปแบบอื่นที่เทียบเท่าลมปราณระดับสี่ถึงจะสามารถเข้าได้ ไม่ว่าจะเป็พลังจิต พลังิญญา สมบัติวิเศษ หรือ สัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง
“พวกเ้าเข้าไปก่อนลงทะเบียนก่อน…ข้าจะต้องเข้าไปอีกประตู” อีกประตูคือประตูสำหรับผู้ฝึกยุทธ์พิเศษ ไม่ว่าจะเป็พวกมีร่างกายพิเศษที่อาจเกิดมามีระดับความแข็งแกร่งของร่างกายมากกว่าระดับลมปราณ หรือ พวกนักฝึกสัตว์อย่างอูหลินเฟิง ในประตูนี้อูหลินเฟิงสามารถเข้ามาได้ปกติ
“ข้ามาลงทะเบียนร่วมงานล่าอสูรขอรับ” เมื่อเดินมาถึงจุดลงทะเบียนอูหลินเฟิงจึงได้แจ้งต่อเ้าหน้าที่ลงทะเบียน
“เขียน ชื่อ สังกัด ตระกูล พรรค หรือสถาบัน” เ้าหน้าที่กล่าวกับอูหลินเฟิง
“นี่ขอรับ” หลังจากเขียนเสร็จเขาก็ยื่นใบลงทะเบียนคืนให้กับเ้าหน้าที่ ตัวของอูหลินเฟิงมีเพียงตระกูล ไม่มีสังกัดพรรคหรือสถาบัน
พรรค หรือ สถาบัน ก็จะแบ่งเป็ระดับต่ำกลางสูงเช่นกัน เงื่อนไงการแบ่งก็เหมือนตระกูล แต่ว่าตระกูลจะเป็การรวมตัวของคนที่มีสายเืเดียวกัน ปกครองโดยคนที่มีสายเืแข็งแกร่งที่สุดหรือแล้วแต่คนในตระกูลจะเลือก
สำนักหรือพรรค คือการรวมตัวของคนต่างตระกูลต่างสายเืสร้างเพื่อให้สามารถต่อกรหรือต่อรองกับเหล่าตระกูลได้
สถาบันคือสถานที่สำหรับศึกษาของบุตรหลานหลายตระกูล บางครั้งการส่งบุตรหลานเข้าสถาบันก็เพื่อเส้นสายมากกว่าการเรียนรู้จริง
โดยปกติแล้วเมื่ออายุครบสิบสามปีทางตระกูลจะส่งบุตรหลานของตนเข้าร่วมสถาบันศึกษาบางแห่ง โดยเป้าหมายมีทั้งการเรียนรู้หรือการให้บุตรหลาน หาเส้นสายระหว่างที่อยู่ในสถาบัน
จากปัญหาสุขภาพทำให้อูหลินเฟิงไม่มีสังกัดสถาบันศึกษา ส่วนจงิ่นั้นพ่อของเขาไม่้าให้เข้าร่วมสถาบันไหนจึงฝึกวิชาเองที่บ้านของตน
“อูหลินเฟิง ตระกูลอู ระดับลมปราณระดับสามขั้นสูง เป็นักฝึกสัตว์สินะ” เ้าหน้าที่ทวนสิ่งที่ได้อ่านและได้มองไปยังอูหลินเฟิง ที่มีสัตว์อสูรระดับสี่มาด้วยสองตัว เป็วานรที่เกาะบนไหล่กับหมาป่าขนเพลิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ที่เ้าหน้าที่เห็นว่ากังปี้มีระดับเพียงระดับสี่ก็เพราะว่าในตัวของกังปี้มียันต์อาคมของอูหลินเฟิงอยู่ เขาใช้ยันต์อาคมสะกดพลังของกังปี้ให้เหลือเพียงระดับสี่เท่านั้น
“นับว่าผ่านเกณฑ์ที่สามารถร่วมการประลองได้ นี่ป้ายของเ้ารักษามันไว้ให้ดี” เ้าหน้าที่ได้ยื่นป้ายเหล็กให้กับอูหลินเฟิง
“ขอบคุณขอรับ” อูหลินเฟิงได้เดินออกมาหลังจากลงทะเบียนเสร็จ ในระหว่างที่อูหลินเฟิงเดินกลับ เขาก็ได้สังเกตว่าจงิ่และอูหมินจิงยังไม่ออกมา คงเป็เพราะว่าประตูสำหรับผู้ฝึกปราณทั่วไปมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ในขณะที่อีกประตูนอกจากเขาก็มีคนอีกไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้าไป ในระหว่างที่เขากำลังรออยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้มีคนสองคนเดินเข้ามาหาอูหลินเฟิง
ทั้งสอง หนึ่งเป็หญิงสวมชุดสีฟ้าอ่อนสะพายธนูที่หลัง และชายสวมชุดสีแดงเข้มมีผมสีแดงดำ หลังจากได้เห็นทั้งสองคนอูหลินเฟิงรับรู้ได้ทันที ว่าทั้งสองคนเป็ใครจากเอกลักษณ์ของทั้งคู่รวมถึงเห็นตราตระกูลที่อยู่บนอกของทั้งคู่
“มีธุระอะไรกับข้างั้นหรือคุณชายตระกูลถง คุณหนูตระกูลกวน” อูหลินเฟิงถามทั้งสองคน
“หือ?? เ้ารู้จักพวกข้า??” กวนซ่างซีหรือคุณหนูกวนที่อูหลินเฟิงเรียนได้ถามออกมา ทั้งๆ ที่ตัวนางยังไม่ได้แนะนำตัว อีกฝ้ายกลับสามารถบอกตัวตนของพวกนางได้ถูกต้อง
“ข้าเพียงแต่สังเกตจากตราประจำตระกูลบนเสื้อของพวกท่าน และ รวมกับลักษณะประจำตัวของท่านทั้งสองเท่านั้น” อูหลินเฟิงกล่าว เพราะว่าตระกูลกวนและตระกูลถง ถือเป็ตระกูลที่ตกเป็เป้าหมายเช่นเดียวกับตระกูลอูและตระกูลจง อูหลินเฟิงจึงอยากได้ทั้งสองตระกูลเป็พันธมิตรเช่นเดียวกับตระกูลลี่
“โห ฉลาดจังแฮะ” ชายหนุ่มผมแดงหรือถงต้าเหวยได้บอกออกมา
“เ้าอาจจะโง่เกินไปก็ได้”
“นี่ทำไมต้องมาด่าข้าอีกแล้ว”
“ข้าไม่ได้ด่านะ ข้าแค่พูดความจริง”
“นี่เ้า”
“อะแฮ่ม” อูหลินเฟิงได้แกล้งไอเมื่อเห็นคนทั้งสองเริ่มทะเลาะกัน
“ขออภัยคุณชาย…ข้าแค่้าทราบว่าท่านมาจากตระกูลอูใช่หรือไม่” คุณหนูตระกูลกวนกล่าว
"ใช่ ข้าอูหลินเฟิง คุณชายใหญ่ตระกูลอู” อูหลินเฟิงแนะนำตัวเอง
“อ่า ถูกคนจริงด้วยเ้าเก่งจริงๆ เลยซ่างซี....คุณชายใหญ่อู ข้าถงต้าเหวย” ถงต้าเหวยเมื่อได้รู้ว่าพวกเขาเข้ามาหาถูกคน ก็ได้ชมกวนซ่างซีก่อนที่จะหันมาแนะนำตัวเอง
"เ้าเป็โง่เกินไปต่างหาก ส่วนข้า กวน ซ่างซี ยินดีที่ได้พบคุณชายใหญ่อู” กวนซ่างซี หลังจากด่าคนที่มาด้วยแล้วก็ได้หันมาแนะนำตัวเองเหมือนกัน
“ยินดีที่ได้พบเช่นกัน คุณชายถง คุณหนูกวน พวกท่านเองก็รู้ได้อย่างไรว่าข้าคือคนตระกูลอู” อูหลินเฟิงถาม
“ก็เหมือนท่าน ข้าสังเกตจากสีเสื้อของท่านกับตราประจำตระกูล” อูหลินเฟิง ตอนนี้ได้ใส่เสือของตระกูลอู เป็เสื้อสีดำมีแถบสีม่วงและมีตราวิหคสี่ปีกอันเป็สัญลักษณ์ตระกูลที่อกซ้าย
“พวกข้ามาเพื่อขอบคุณตระกูลอูแทนตระกูลของพวกข้า” กวนซ่างซี บอกกับอูหลินเฟิง คำขอบคุณที่ว่า คือสถานการณ์ที่อสูรรอบเมืองของทั้งสองเกิดคลุ้มคลั่งอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่ก่อนที่สถานการณ์ที่ย่ำแย่ไปกว่านี้ พวกเขาก็ได้รับยันต์จากตระกูลอูที่ทำให้สามารถค้นหาและเปลี่ยนพลังของมีดิญญาที่เข้าพบได้อย่างทันท่วงที
“นี่คือของตอบแทนจากตระกูลของพวกเรา” กวนซ่างซีและถงต้าเหวยได้มอบแหวนที่ข้างในมีทรัพยากรจำนวนมากให้กับอูหลินเฟิง ของเหล่านี้เป็ของที่ตระกูลกวนและตระกูลถงเตรียมเพื่อตอบแทน
“ขอบคุณท่านทั้งสองมาก แต่ว่าตระกูลอู ช่วยพวกท่าน…ไม่ได้หวังของพวกนี้ ข้ากลับหวังว่าในการประลองครั้งนี้พวกเราจะสามารถร่วมมือกันได้มากกว่า” อูหลินเฟิงตอบปฏิเสธแหวนที่ทั้งคู่ให้
“ร่วมมืองั้นหรือ?? ไม่ใช่ว่าเราต้องแข่งกันอย่างนั้นหรือ” ถงต้าเหวยถามออกมา
“เห้อ เ้าโง่นี่...หากเป็เมื่อก่อนพวกเราอาจจะต้องแข่งกันเอง แต่ว่าตอนนี้ผู้ที่เข้าร่วมงานไม่ได้มีเพียงตระกูลใต้อาณัติตระกูลโอวหยางเท่านั้น แต่ว่ามีตระกูล พรรค หรือสถาบันศึกษาเข้าร่วมมากมาย พวกนั้นก็ต้องจำกลุ่มกันเพื่อล่าอสูรอยู่แล้ว เพราะในเทือกเขาหมื่นอสูร การล่าคนเดียวอันตรายอย่างมาก การร่วมมือกันเป็กลุ่มจึงถือว่าเป็เื่ที่ต้องทำ” กวนซ่างซีอธิบายด้วยความเหนื่อยใจ
“อ๋ออ เป็แบบนี้เอง” ถงต้าเหวยร้องออกมาด้วยความเข้าใจ ในจังหวะนั้นเอง อูหมินจิงและจงิ่ที่ลงทะเบียนเสร็จก็ได้เดินออกมา จากจุดลงทะเบียน
“ท่านพี่...คุณหนูคุณชาย ทั้งสองท่าน คือใครหรือ” อูหมินจิงถาม อูหมินจิงและจงิ่ที่เดินออกมาหลังลงทะเบียนเสร็จ ได้เดินมาหาเห็นอูหลินเฟิงกำลังยืนคุยกับคนแปลกหน้าจึงได้เดินเข้ามาหา
“นี่คือคุณชายตระกูลถง ถงต้าเหวย และคุณหนูตระกูลกวน กวนซ่างซี” อูหลินเฟิงแนะนำทั้งสอง “ทั้งสองท่าน นี่คือน้องชายข้าคุณชายรองตระกูลอู อูหมินจิง ส่วนนี่สหายข้า จงิ่และคุณชายตระกูลลี่ ลี่เจียง” อูหลินเฟิงได้แนะนำให้ทั้งหมดรู้จักกัน
“ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่าน” ถงต้าเหวยและกวนซ่างซีกล่าว
“เช่นกัน...ยินดีที่ได้รู้จัก” ฝั่งของอูหมินจิง จงิ่และลี่เจียงตอบรับ
“กลับเข้าข้อเสนอเมื่อกี้ของท่านคุณชายใหญ่อู เหตุใดพวกข้าต้องเข้าร่วมกลุ่มของท่าน….ข้ากวนซ่างซีแม้ไม่กล้ากล่าวว่าตัวเองเก่งกาจมากนัก แต่ว่าหากเป็เื่การล่าสัตว์อสูร ตัวข้าน่าจะติดอยู่ในสิบอันดับแรกแน่นอน ย่อมต้องมีกลุ่มอื่นที่สนใจให้ข้าร่วมมือด้วย…เพราะฉะนั้นแล้วกลุ่มของท่านดีกว่ากลุ่มอื่นอย่างไรหรือ” กวนซ่างซี ถามกับอูหลินเฟิงเป็คำถามราวกับ้าลองเชิงอูหลินเฟิง
ตระกูลกวน ถือเป็ตระกูลระดับกลางไม่กี่ตระกูลที่มีประมุขตระกูลเป็ถึงชนชั้นราชัน และ ผู้าุโเป็ชนชั้นจอมยุทธ์ เรียกได้กว่าเป็ตระกูลระดับกลางที่แข็งแกร่งอย่างมาก อีกทั้งตระกูลกวน ยังเป็ตระกูลผู้ใช้ธนูและใช้ปราณวายุเป็หลัก ตระกูลกวนถึงถนัดเื่การล่าสัตว์อสูรอย่างมาก ในการประลองล่าอสูรครั้งก่อนๆ ที่มีเพียงตระกูลระดับกลางนั้น ตระกูลกวนได้อันดับหนึ่งในการล่าสัตว์อสูรทุกครั้ง ในการล่าสัตว์อสูรครั้งนี้แน่นอนว่าต้องมีหลายกลุ่มที่้าให้กวนซ่างซีเข้าร่วมกลุ่มด้วยแน่นอน