เมื่อเห็นท่าทีของลู่เฉินลู่ปิงเยวี่ยก็ยกยิ้ม มิได้เอ่ยถึงเื่ลู่เหยียนหรานอีก
“แล้วก็ลู่เฉินได้ยินว่าเ้ากำลังเตรียมตัวสำหรับงานประลองที่จะเกิดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า ใช่หรือไม่?” ลู่ปิงเยวี่ยถาม
“ใช่ขอรับยังเหลือเวลาอีกสามเดือน” ลู่เฉินพยักหน้า
“ลู่เฉิน นี่หาใช่เื่ง่ายข้าเพิ่งได้ยินว่าเ้าใช้กระบี่ล้มลู่เยี่ยน น้องชายของลู่อิงในพิธีบรรลุนิติภาวะแต่การเอาชนะลู่อิงยังยากเกินกำลังเ้า เวลาเหลือแค่สามเดือนเท่านั้นเ้าแน่ใจแล้วหรือ?” ลู่ปิงเยวี่ยส่ายศีรษะเบาๆอดเป็ห่วงเล็กน้อย “ลู่อิงสามารถเข้าสำนักจ้านหลงได้ ความแข็งแกร่งของเขาเมื่อเทียบกับผู้ฝึกตนในเมืองชิงเฟิงแล้วถือว่าเหนือชั้นจนแทบจะเป็สิบอันดับแรกเชียวนะ”
“เช่นนั้น ข้าคงต้องพยายามให้หนักขึ้น”ลู่เฉินพูดยิ้มๆ
“แต่เวลาแค่นี้คงไม่พอ”ลู่ปิงเยวี่ยพยักหน้า แล้วกล่าวต่อ “พรุ่งนี้จะมีงานประมูลย่อยที่หอว่านเป่าบางทีเ้าน่าจะไปลองดู เพราะข้าได้ยินมาว่า ครั้งนี้จะมีการประมูลผลจื่อฮวาด้วย”
“ผลจื่อฮวาหรือขอรับ?” ลู่เฉินมีสีหน้าหวั่นไหว
ผลจื่อฮวานั้น ลู่เฉินย่อมรู้จักและเคยเห็นแต่ไม่เคยมาก่อน นับประสาอะไรกับการใช้มัน
ผลจื่อฮวาเป็ยาอายุวัฒนะมีสรรพคุณส่งเสริมรากฐานการบ่มเพาะของผู้ฝึกตนที่มีพลังต่ำกว่าระดับก่อ์
ทุกครั้งที่มีผลจื่อฮวาปรากฏขึ้นผู้ฝึกตนระดับก่อ์หรือต่ำกว่านั้น ต่างก็มุ่งมั่นแย่งชิงกันอย่างบ้าคลั่ง หาก้าย่อมมิใช่เื่ง่ายเพราะต้องใช้เงินจำนวนมากไปประมูลมา
“ใช่! ข้ากลับมาคราวนี้ ก็เพราะอยากเข้าร่วมงานประมูลหอว่านเป่าเตรียมเปิดงานประมูลในวันพรุ่งนี้ ข้าจะพาเ้าไปด้วย ลองประมูลผลจื่อฮวาดูเผื่อมันจะเป็ประโยชน์ต่อเ้า” ลู่ปิงเยวี่ยแนะนำ
“ได้! หากมีการประมูลผลจื่อฮวา ข้าจะลองไปดู” ลู่เฉินพยักหน้า
ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งวันกว่าการประมูลจะเริ่มลู่เฉินจึงอยากใช้เวลา่นี้ไปหลอมยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกชั้นเลิศ
การประมูลผลจื่อฮวานั้นย่อมต้องใช้เงินเป็จำนวนมาก ลู่เฉินจึงต้องหารายได้มากกว่านี้
หากมีผลจื่อฮวาจริงๆลู่เฉินก็อยากจะได้ เพราะนี่คือยาอายุวัฒนะที่สำคัญสำหรับเขาในตอนนี้
การทะลวงไปให้ถึงขั้นล้างไขกระดูกภายในสามเดือนมิใช่เื่ง่าย หากไม่มีผลจื่อฮวามาช่วย ลู่เฉินคงไม่อาจมั่นใจได้
สำหรับเขาแล้ว เงินทองเป็เื่เล็กน้อยเพราะเขาหาเงินได้ง่ายกว่าผู้ฝึกตนคนอื่นๆ แต่ยาอายุวัฒนะอย่างผลจื่อฮวานั้นล้ำค่านักถึงมีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อมาได้
ลู่เฉินจึงหมกตัวอยู่ในบ้านหนึ่งวันเต็มๆ
อนุชนหลายคนในตระกูลลู่อยากเข้ามาหาเขาแต่นอกจากลานบ้านอันทรุดโทรมแล้ว ก็ไม่เห็นผู้ใด ทั้งยังมีเหล่าผู้คุ้มกันที่ลู่จินอวิ๋นส่งมาอีกจึงไม่มีใครกล้ารบกวนลู่เฉิน
ยามเช้า ก่อนงานประมูลจะเริ่มลู่ปิงเยวี่ยมาหาลู่เฉินเพื่อพาเขาเข้าไปในงาน
สถานที่ประมูลนั้น อยู่ที่ชั้นสามของหอว่านเป่า
ชั้นสามของหอว่านเป่านั้นมิใช่สถานที่ที่ใครจะเดินขึ้นไปได้โดยไร้คำเชื้อเชิญ แต่ลู่เฉินมีป้ายผ่านทาง ที่จีหย่าเคยมอบให้ก่อนหน้านี้จึงขึ้นไปได้อย่างง่ายดาย ทว่าคราวนี้ เขาไม่จำเป็ต้องแสดงป้ายหยก เพราะมีลู่ปิงเยวี่ยนคนเป็คนพาขึ้นไป
เมื่อเข้าไปในงานประมูลก็พบว่ามีคนอยู่มากมาย
แม้จะเป็เพียงงานเล็กๆและตอนนี้ยังมีคนมาไม่มากนัก แต่สุดท้ายแล้ว คิดว่าคนที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ คงจะเป็ร้อยแน่นอน
“ลู่เฉิน หาที่นั่งก่อนเถอะ”ลู่ปิงเยวี่ยกวาดตาไปยังงานประมูล แล้วหันมาหาลู่เฉิน
“ได้!” ลู่เฉินตอบ
บัดนี้ ยังมีคนมาร่วมงานไม่มากนักจึงหาที่นั่งได้ง่าย ยกเว้นแค่ที่นั่งแถวแรก ซึ่งสงวนไว้ให้แขกพิเศษ
“หืม?”
“นั่นลู่ปิงเยวี่ยมิใช่หรือ?”
ขณะลู่ปิงเยวี่ยกับลู่เฉินกำลังหาที่นั่งก็มีเสียงคนกระซิบกระซาบดังมาจากด้านหลัง ซึ่งเสียงเช่นนี้ หากได้ฟังเพียงครั้งเดียวก็ย่อมจำได้ไม่ผิดแน่
ทันทีที่ได้ยิน ลู่ปิงเยวี่ยพลันขมวดคิ้วก่อนหันหลังกลับไปมอง คิดว่านางน่าจะรู้จักเ้าของเสียง
ส่วนลู่เฉินก็หันไปมองรอบๆก่อนสะดุดเข้ากับชายหนุ่มในชุดคลุมสีทอง ที่จับจ้องมายังตนและลู่ปิงเยวี่ย ลู่เฉินพอจะรู้จักคนผู้นี้อยู่บ้างเขาเป็คนสกุลหวัง นามว่าหวังเสี้ยวเทียน มีฐานะไม่ธรรมดาในตระกูล มิได้เป็เช่นหวังตงที่เคยเข้ามาหาเื่เขาก่อนหน้านี้ ดังนั้น ในสายตาของอีกฝ่าย ลู่เฉินก็เป็แค่ลูกสุนัขตัวหนึ่ง
เพราะหวังเสี้ยวเทียนเป็ถึงบุตรชายของหัวหน้าตระกูลหวังคนปัจจุบันในเมืองชิงเฟิง จึงมีไม่กี่คนที่กล้าเผชิญหน้าเขา และที่คนผู้นี้มีชื่อเสียงโด่งดังก็มิใช่แค่เพราะเขาเป็บุตรชายหัวหน้าตระกูล แต่เป็เพราะพฤติกรรมเ้าชู้เกินทน ตลอด่สิบปีที่ผ่านมาไม่รู้มีสตรีกี่คนในเมืองที่ตกเป้าของเขา
หากเป็หญิงชาวบ้าน เมื่อหวังเสี้ยวเทียนถูกใจก็จะจับตัวนางไปไร้หนทางให้ขัดขืน
ทั้งหวังเสี้ยวเทียนผู้นี้ยังมีนิสัยเสียอีกอย่างคือนิยมชมชอบสตรีมีเ้าของ ส่วนใหญ่เขามักจะถูกใจและเกี้ยวพาสตรีที่แต่งงานออกเรือนไปแล้ว
“ฮ่าๆๆ เป็เ้าจริงๆ ด้วยลู่ปิงเยวี่ย มิได้เจอกันนานสามปีแล้ว ได้ยินว่าเ้าซ่อนตัวอยู่ในเมืองตงอันเพื่อหลบหน้าข้ารู้หรือไม่ ว่าข้าคิดถึงเ้ามากแค่ไหน?” หวังเสี้ยวเทียนพูดราวกับว่าถูกทอดทิ้ง
ที่ด้านหลังของหวังเสี้ยวเทียนมีชายวัยกลางคนสองคนยืนอยู่ น่าจะเป็ผู้คุ้มกันจากตระกูลหวัง
ลู่เฉินเคยได้ยินความบาดหมางระหว่างหวังเสี้ยวเทียนกับลู่ปิงเยวี่ยมาบ้างคนผู้นี้ตามตื๊อลู่ปิงเยวี่ยมาหลายปี แต่นางหรือจะสนใจคนเ้าชู้อย่างเขาหากลู่ปิงเยวี่ยเป็ชาวบ้านธรรมดา ต่อให้นางปฏิเสธ หวังเสี้ยวเทียนก็คงบีบบังคับนางไปแล้วทว่าลู่ปิงเยวี่ยเป็คนสกุลลู่ ต่อให้หวังเสี้ยวเทียนจะมีความคิดเช่นนั้น แต่ก็ไม่กล้าลงมือกับลู่ปิงเยวี่ย
“ลู่เฉินไปนั่งฝั่งนั้นกันเถอะ” ลู่ปิงเยวี่ยไม่อยากสนใจคนอย่างหวังเสี้ยวเทียน จึงเพิกเฉยแล้วดึงลู่เฉินไปด้านข้าง
“ปิงเยวี่ยเหตุใดจึงเ็ากับข้านัก?”
“เฮ้อ! ถ้าจะเข้าร่วมประมูลเช่นนี้ มิสู้มานั่งหน้าจะดีกว่าข้าพาเ้าไปนั่งแถวหน้าได้ ไม่ต้องกังวล หอว่านเป่าย่อมมีที่ให้ข้าแน่ที่นั่งแถวหน้าสุด คนทั่วไปมิได้รับอนุญาตให้นั่ง แต่สำหรับข้า หวังเสี้ยวเทียน จะพาคนมาเพิ่มสักคนสองคนพวกเขาก็ไม่ว่าอะไร” หวังเสี้ยวเทียนตบอก พูดเสียงอวดโอ่
“หลีกไป!” สุดท้าย ลู่ปิงเยวี่ยก็ไม่อาจทนเฉยได้อีก
“ข้าชอบคนนิสัยร้อนแรงเช่นเ้านี่ละฮ่าๆ ชอบมาก หลังงานประมูลจบลง เราไปหาที่เงียบๆ พูดคุยกันหน่อย ดีหรือไม่?” หวังเสี้ยวเทียนกล่าว ขณะเดินไปดักหน้า
พอเขาหันมาอีกครั้ง ก็เหลือบไปเห็นลู่เฉิน
“เด็กคนนี้คือลู่เฉินหรือ? ข้าคุ้นๆ ว่าจะเป็ขยะอันโด่งดังของตระกูลลู่นี่นา”หวังเสี้ยวเทียนปรายตามองลู่เฉิน พลางพูดเยาะเย้ย
หวังเสี้ยวเทียนมิได้เห็นลู่เฉินสร้างผลงานในพิธีบรรลุนิติภาวะของตระกูลลู่เมื่อสองวันก่อน จึงไม่แปลกที่เขาจะพูดเช่นนี้ ถ้าเขารู้ว่าลู่เฉินเป็หมอยาระดับสูงเขาย่อมไม่กล้าล่วงเกินแน่ ต่อให้เย่อหยิ่งแค่ไหน ก็รู้ว่าหมอยาระดับสูงนั้นสูงส่งเพียงใด
“สุนัขบ้ามาจากไหน...พอมาถึงก็เอาแต่กัดคนอื่นไปทั่ว หอว่านเป่าจัดงานประมูลอย่างไร? ถึงกล้าเชิญสุนัขบ้าเช่นนี้มาร่วมงานได้!” ลู่เฉินปรายตามอง
ตอนหวังเสี้ยวเทียนกับลู่ปิงเยวี่ยปะทะฝีปากกันลู่เฉินก็เกือบจะช่วยพูดแล้ว แต่ถูกลู่ปิงเยวี่ยดึงตัวไปทางอื่นเสียก่อน ตอนนี้อีกฝ่ายพุ่งเป้ามาที่เขาจะให้ลู่เฉินทนหรือ?
พอถูกกระทบกระเทียบเป็สุนัขบ้าหวังเสี้ยวเทียนพลันหน้าแดงก่ำ คิดไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มจะกล้าด่าตนซึ่งๆ หน้าเช่นนี้ทั้งๆ ที่เขากับลู่เฉินมิได้รู้จักมักคุ้นกัน แต่เขาเคยได้ยินเื่ของอีกฝ่ายมาบ้างส่วนสาเหตุที่เขาดูถูกลู่เฉินว่าเป็ขยะตระกูลลู่ ก็เพราะขัดหูขัดตา ที่เห็นอีกฝ่ายสนิทชิดเชื้อกับลู่ปิงเยวี่ยไม่นึกว่าลู่เฉินจะกล้าตอบโต้เขาเช่นนี้
“เ้าอยากตายหรือ?!” หวังเสี้ยวเทียนสูดลมหายใจลึก ก่อนพ่นลมออกมา
“สุนัขบ้า ไปให้พ้นไม่อย่างนั้นข้าจะตีให้ขาหัก” ลู่เฉินด่าอย่างไม่สะทกสะท้าน
“เ้า… เ้าเด็กหน้าเหม็น มาดูกัน วันนี้หากข้าสังหารเ้าไม่ได้อย่ามาเรียกข้าว่าหวังเสี้ยวเทียน” ใบหน้าของหวังเสี้ยวเทียนเขียวคล้ำ ถลกแขนเสื้อเตรียมอาละวาด
แต่ที่นี่คือหอว่านเป่าเขาจะอุกอาจทำเื่เช่นนั้นได้หรือ...
“ลู่เฉิน เ้าช่างกล้านัก!”
เมื่อลู่ปิงเยวี่ยเห็นเด็กหนุ่มเผชิญหน้ากับหวังเสี้ยวเทียนอย่างองอาจก็อดเอ่ยชมด้วยสายตาเป็ประกายมิได้
นางไม่เคยด่าหวังเสี้ยวเทียนเช่นนี้มาก่อนแต่ลู่เฉินเปิดฉากบริภาษอย่างไม่เกรงกลัว ทำให้รู้สึกว่าพึ่งพาได้ พอเห็นสีหน้าเขียวคล้ำของหวังเสี้ยวเทียนแล้วลู่ปิงเยวี่ยก็นึกหัวเราะในใจ
“พี่ปิงเยวี่ยท่านไม่ต้องทนคนแบบนี้หรอก ยิ่งท่านสุภาพกับเขาเท่าใด เขาก็ยิ่งได้หน้ามากขึ้นเท่านั้นดูสิ... เขาหนีไปข้างหน้าแล้วมิใช่หรือ?” ลู่เฉินกล่าวยิ้มๆ
“ใช่... จริงๆ ด้วย!” ลู่ปิงเยวี่ยพยักหน้า
…
ที่นั่งแถวแรก
หวังเสี้ยวเทียนโมโหจนต้องกระแทกตัวนั่งลง
“คุณชายหวัง ท่านไปกินอะไรผิดสำแดงมาสีหน้าดูไม่ดีเลย?”
มีหลายคนนั่งอยู่ก่อนแล้วพวกเขาล้วนเป็คุณชายคุณหนูจากตระกูลมีชื่อในเมืองชิงเฟิงความแข็งแกร่งย่อมไม่อ่อนด้อย และหนึ่งในนั้นก็ส่งยิ้มให้หวังเสี้ยวเทียน
หากไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอต่อให้สถานะทางบ้านจะสูงส่งแค่ไหน ก็ไร้คุณสมบัติจะนั่งแถวแรก
ในโลกนี้ให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งเป็อันดับแรก
“ก่อนหน้านี้ ข้าเห็นท่านกำลังยืนคุยกับลู่ปิงเยวี่ยแห่งสกุลลู่”อีกคนก็ยิ้มให้เช่นกัน
“หรือจะเป็ลู่ปิงเยวี่ยที่ทำให้เสี้ยวเทียนโมโหขนาดนี้? สตรีผู้นั้นก็ช่างไม่รู้จักไว้หน้าคนอื่นบ้าง!” บุรุษหนุ่มชุดขาวพูด
“พี่หวัง ท่านจะมัวไปสนใจผู้หญิงคนนี้ทำไม? หากนางมิได้เป็ผู้ฝึกตนและมีวรยุทธ์ มาทำให้เราโมโหเช่นนี้ป่านนี้คงตายไปแล้ว หอว่านเป่าแค่ไม่อยากเสียชื่อเสียง เลยให้สิทธิ์นางมานั่งเสนอหน้าเท่านั้น”ชายหนุ่มในชุดแดงโบกไม้โบกมือ
คนเหล่านี้ ล้วนเป็บุตรชายบุตรสาวในตระกูลดังของเมืองชิงเฟิงคนพวกนี้หาได้รู้จักหวังเสี้ยวเทียนแค่ผิวเผิน ฟังจากบทสนทนาก็รู้ว่าพวกเขาสนิทกันเพราะหลายสิ่งที่พูดออกมาเป็ไปในเชิงหยอกล้อ
“พวกเ้าหุบปากไปเสีย!”
สีหน้าของหวังเสี้ยวเทียนดำคล้ำสายตาแหลมคมกวาดมองทุกคนอย่างดุร้าย
ในเวลานี้ โทสะของเขาแทบจะเผาหอว่านเป่าให้เป็จุณถ้าเป็เพียงการผลักไสของลู่ปิงเยวี่ย เขาจะไม่โมโหขนาดนี้แต่ลู่เฉินกล้ามาด่าเขาว่าเป็สุนัขบ้าจะให้ทนเฉยได้หรือ?
ถ้ามิได้อยู่ในหอว่านเป่าเขาคงจะเล่นงานลู่เฉินจนพิการไปแล้ว
“พี่ปิงเยวี่ยท่านไม่ต้องไปสนใจเ้าสุนัขบ้าตัวนั้นหรอก” ลู่เฉินพูด แล้วยิ้มให้สตรีที่อยู่ด้านข้าง
“ลู่เฉิน เ้ายังจะหัวเราะได้อีก”ลู่ปิงเยวี่ยส่ายหน้าเล็กน้อย พลางเหลือบมองอีกฝ่าย ก่อนถอนหายใจ“ข้ารู้ว่าเ้าอยากออกหน้าแทน แต่การกระทำของเ้า อาจทำให้หวังเสี้ยวเทียนโมโหมากขึ้นไปอีกเขากัดไม่ปล่อยแน่ ข้ารู้ว่าหมอยาระดับสูงอย่างเ้าเป็ผู้ฝึกตน แต่อย่างไรเสียรากฐานการบ่มเพาะของเ้ายังอยู่ในขั้นกายเบา แต่หวังเสี้ยวเทียนนั้นมิใช่ เขาอยู่ในขั้นล้างไขกระดูกแล้วต่อไปเ้าต้องระวังตัวให้มาก”
-----------------------------------------------
[1]ผลจื่อฮวา (紫花果: Zǐhuā guǒ) หมายถึงผลมะเดื่อฝรั่งสีม่วง (Black fig)
ซึ่งเป็ผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆเช่น ใยอาหาร วิตามินซี โพแทสเซียม และแคลเซียม มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยบำรุงระบบย่อยอาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงกระดูกและฟัน
มะเดื่อฝรั่งสีม่วงมีรูปร่างคล้ายมะเดื่อฝรั่งทั่วไปแต่มีสีม่วงเข้มกว่า มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย นิยมรับประทานสดหรือนำไปประกอบอาหารต่างๆ เช่น แยม พุดดิ้ง หรือเครื่องดื่ม
ในภาษาจีนมะเดื่อฝรั่งสีม่วงยังอาจเรียกว่า ‘黑无花果’ (hēi wúhuāguǒ) หรือ ‘紫无花果’(zǐ wúhuāguǒ) ได้อีกด้วย