ในขณะที่หยวนอิงกำลังควบม้าออกไปลาดตระเวนบริเวณนอกค่ายกับมู่กวางอยู่นั้น องค์ชายห้าถังหลี่ก็ตื่นแล้ว เมื่อตื่นขึ้นมา เขาสอดส่ายสายตามองหาหยวนอิงทันที แต่พบว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในกระโจม หลังจัดแจงเครื่องแต่งกายเสร็จ ถังหลี่ก็ก้าวออกมาจากกระโจมกวาดสายตามองหาหยวนอิงแต่กลับไม่พบ เห็นเพียงลู่อู๋ซูที่กำลังนั่งคุยเล่นอยู่กับมู่กุ้ยอิง จึงเดินเข้าไปไถ่ถาม
“เ้าเห็นหยวนอิงหรือไม่”
ลู่อู๋ซูรีบละสายตาออกมาจากร่างมู่กุ้ยอิง ขึ้นไปมองถังหลี่ ซึ่งยามนี้กำลังจ้องมองมาทางตนอย่างรอคำตอบ
“น้องรอง ออกไปลาดตระเวนนอกค่ายกับแม่ทัพมู่กวาง พ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าว่าอะไรนะ” น้ำเสียงขุ่นเคืองอย่างปิดไม่มิด เอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง
“เอ่อ น้องรองขอติดตามแม่ทัพมู่กวางออกไปลาดตระเวนด้วยพ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย”
“หยวนอิงและแม่ทัพมู่ของพวกเ้า ช่างขยันจริงๆ” รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนริมฝีปากถังหลี่แต่กลับไปไม่ถึงดวงตา หลังเห็นรอยยิ้มนั้น ทั้งลู่อู๋ซูและมู่กุ้ยอิงต่างขนลุกเกรียวอย่างพร้อมเพรียงจนหันมาสบตากันทันที
หยวนอิงและมู่กวางควบม้าสำรวจรอบๆ ค่าย แต่แล้วพวกเขาก็ต้องชะงักฝีเท้าม้า เนื่องจากพบข้าศึกตั้งด่านอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ทั้งคู่ลอบสังเกตการณ์อยู่พักหนึ่ง
“ข้ารู้จักหนึ่งในกลุ่มคนที่กำลังร่ำสุราอยู่กับเหล่าพลทหาร คนผู้นั้นคือมือขวาของแม่ทัพลี่ชงผู้ชำนาญการศึก คาดว่าฐานทัพของแม่ทัพลี่ชง คงอยู่ไม่ไกลจากนี้เป็แน่”
หยวนอิงหลังได้ฟังก็ขมวดคิ้วมุ่น ก่อนกล่าว
“เรารีบกลับกันเถอะ ต้องรีบนำข่าวนี้ไปรายงานภายในกองทัพ”
มู่กวางพยักหน้าเห็นด้วย และค่อยๆ ขยับกายอย่างแ่เบาออกจากที่ซ่อน จูงม้าห่างจากเหล่าข้าศึกไปอีกระยะหนึ่ง เมื่อเห็นว่าน่าจะปลอดภัยแล้ว หยวนอิงและมู่กวางก็ะโขึ้นม้าห้อตะบึงกลับค่ายทันที
หยวนอิงและมู่กวางรีบะโลงจากหลังม้า ก้าวเดินเคียงกันเพื่อเข้าไปรายงานข่าวสำคัญต่อถังหลี่
ใน่เวลาที่หยวนอิงควบม้ามากับมู่กวาง จวบจนเดินเคียงข้างกันมาหาเขา ล้วนตกอยู่ภายใต้สายตาของถังหลี่ตลอดเวลา
ลู่อู๋ซูและมู่กุ้ยอิง ซึ่งอยู่ใกล้ๆ รู้สึกถึงจิตสังหารที่แผ่เข้มออกมาจากตัวอีกฝ่ายทันที
มู่กุ้ยอิงรีบลุกขึ้นเดินเข้าไปหามู่กวางทันที และรีบดึงตัวพี่ชายออกมา พลางกระซิบเบาๆ
“พี่ชาย ท่านคงไม่อยากมีชีวิตรอดจนถึงหัวหงอกจริงๆ กระมัง ถึงได้เดินเหยียบตาปลาใครต่อใครไปทั่วเยี่ยงนี้ คราวก่อนก็ท่านผู้นั้น คราวนี้ก็เชื้อพระวงศ์”
มู่กวางฉงนงงงวยกับคำพูดของมู่กุ้ยอิง กระซิบถามกลับ
“เ้าหมายถึงสิ่งใด”
“ท่านพี่ ตลอดมาท่านชำนาญการศึก แต่ทำไมเื่พวกนี้ ท่านจึงไม่รู้อะไรบ้างเลย”
มู่กวางยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่ ว่าตนทำอะไรผิด
“ข้าแนะนำว่าทางที่ดี ท่านรีบขอตัวกลับที่พักโดยไวเสียเถิด”
“แต่ข้ามีข่าวสำคัญจะรายงาน”
“อ๋องถังอิงสามารถรายงานแทนได้ ยามนี้ท่านจงปลีกตัวออกไปก่อน ข้าจะอยู่รอฟังข่าวแทน”
มู่กวางถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจว่าเกิดเื่อันใดขึ้น แต่เพราะความไว้เนื้อเชื่อใจโดยไร้ข้อกังขา จึงทำได้เพียงรีบขอตัวเดินจากไป
หลังจากมู่กวางจากไป หยวนอิงก็รีบเดินเข้าไปหาถังหลี่ทันที
“พี่หลี่ ตื่นแล้วหรือ”
ถังหลีไม่ตอบ ยังคงยืนจ้องมองหยวนอิงนิ่งๆ
หยวนอิงรับรู้ได้ถึงความผิดปกติแต่เขาไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่เื่สำคัญที่สุดยามนี้คือ รายงานเื่ราวที่ไปพบเห็นขณะออกลาดตระเวน
“พี่หลี่ ข้าออกไปลาดตระเวนกับพี่มู่กวาง พบเจอกลุ่มทหารศัตรูอยู่ไม่ไกล”
“พี่มู่กวางรึ”
หยวนอิงเข้าใจว่าที่ถังหลี่ถามตนซ้ำ อาจเพราะไม่รู้จักว่ามู่กวางคือใคร จึงรีบอธิบาย
“พี่มู่กวางคือคนเมื่อครู่ที่เดินมากับข้า เขาคือแม่ทัพน้อยจวนตระกูลมู่”
“อ๋อ แล้วเ้าไปรู้จักกันได้เช่นไร” ถังหลี่ถามด้วยใบหน้ายิ้มๆ แต่ยามนี้สายตาไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย
หยวนอิงรู้สึกขนลุกซู่อย่างไม่มีสาเหตุ หากยังคงอธิบายอย่างตั้งใจ
“พวกเราเคยได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติภารกิจของสำนักในการปราบกลุ่มโจรูเา โดยร่วมมือกับทัพตระกูลมู่ จึงทำให้รู้จักสนิทสนมกัน”
“อ๋อ เป็เช่นนี้ แล้วสนิทสนมกันมากหรือ” รอยยิ้มบนใบหน้าของถังหลี่บัดนี้กว้างขึ้น แต่สายตาฉายจิตสังหารออกมาอย่างไม่อาจระงับ
มู่กุ้ยอิงที่อยู่ด้านข้างเห็นท่าไม่ค่อยดี รีบเอ่ยแทรกขึ้นทันที
“พี่มู่กวางสนิทสนมกับท่านรั่วซีมากกว่า แทบไม่ค่อยได้พูดคุยกับท่านอ๋องเลย ขณะทำงานร่วมกันคราวนั้น”
“ใช่หรือไม่ ท่านพี่ลู่อู๋ซู” มู่กุ้ยอิงพูดจบ รีบหันไปทางลู่อู๋ซูให้ช่วยคลี่คลายสถานการณ์
ลู่อู๋ซูเข้าใจดี รีบกล่าวสนับสนุนคำพูดของมู่กุ้ยอิงทันที
“ใช่”
“จริงหรือ” ถังหลี่หันมาถามหยวนอิงซ้ำอีกครั้ง หลังได้ฟังคำกล่าวจากทั้งสองคน
หยวนอิงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์นัก แต่พยักหน้ารับตามคำกล่าวของทั้งคู่ เพราะนั่นคือเื่จริง
บรรยากาศกดดันที่มองไม่เห็นก่อนหน้านี้ ในที่สุดก็สลายหายไป
มู่กุ้ยอิงถอนหายใจโล่งอกอย่างเงียบๆ
“พี่หลี่ ข้ามีเื่สำคัญต้องรายงาน”
“ว่ามา” ถังหลี่กล่าว แม้ยามนี้พอจะเข้าใจอะไรบ้างแล้ว แต่ความหงุดหงิดยามเห็นภาพหยวนอิงเดินเคียงคู่กับชายอื่น ยังไม่ได้สลายหายไปจนหมด
“ข้ากับแม่ทัพน้อยมู่ออกไปลาดตระเวน พบเจอคนสนิทของแม่ทัพลี่ชง”
พอได้ยินคำเรียกขานชื่อที่เปลี่ยนไปจากปากหยวนอิง ถังหลี่ก็รู้สึกพอใจขึ้นมาเล็กน้อย
แต่หลังฟังคำพูดจนจบของหยวนอิง ถังหลี่ก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น
‘พวกเขาเจอปัญหาใหญ่แล้ว’ ถังหลี่คิด