บทที่ 11
หลงอันจวิ้นมองภาพขุนนางและคนงานที่ต้องไปตรวจสอบสุสานคุกเข่าตัวสั่น รอบ ๆ ข้างของพวกเขามีคนของจางชิงหลินคุมตัวพวกเขาเอาไว้
"นี่เป็คำสั่งของเสด็จแม่อย่างนั้นหรือ" หลงอันจวิ้นถามขึ้นหลังจากที่พยายามข่มความโกรธของตัวเองเอาไว้
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าา ฮองไทเฮาให้กระหม่อมนำจดหมายมามอบให้กับฝ่าาด้วยพ่ะย่ะค่ะ" องครักษ์ที่เป็หัวหน้ายื่นจดหมายที่ประทับครั่งปิดแ่าให้กับขันทีตัวน้อยที่เข้ามารับจดหมาย
ถึงฝ่าา เื่ที่เกิดขึ้นกับสุสานของเสด็จพ่อ แม่ได้จัดการทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว ขอฝ่าาอย่าได้ทรงวิตกหรือกังวล เพื่อมิให้ราชสำนักสั่นคลอน เื่พระศพของอดีตฮ่องเต้ ขอให้ปิดไว้เป็ความลับอย่างที่สุด ไม่จำเป็ต้องสืบสวนหรือส่งคนมาเพิ่มเติม อีกทั้งมิจำเป็ต้องออกประกาศใด ๆ
เพราะแม่มีหนทางจัดการโดยไม่ให้กระทบต่อฝ่าา สุสานแม่จะดูแลเอง ฝ่าามีภาระสำคัญกว่ามาก ขอเพียงทำหน้าที่ของฝ่าาให้มั่นคง ปกครองแคว้นเฟิงหลงให้เจริญเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
นอกจากนี้ แม่ขอแสดงความยินดีต่อการที่ฝ่าาทรงเลือกฮองเฮาพระองค์ใหม่ ขอให้ทุกอย่างสมหวังตามที่ฝ่าา้า ขอให้ฝ่าาวางใจ ทุกสิ่งที่ควรได้รับการจัดการ แม่ได้จัดการแทนแล้ว ในฐานะภรรยาและฮองไทเฮา
นอกจากนี้ แม่หวังว่าฝ่าาจะเข้มงวดกับคนของตัวเองมากกว่านี้ ขุนนางและคนงานเ่าั้ใช้ระยะเวลาเกือบสองเดือนก็ยังเดินทางไม่ถึงสุสาน แม่จึงมีความเห็นว่าให้คนของแม่ส่งพวกเขากลับมาหาฝ่าาดีกว่า นี่เป็คำเสนอของแม่เท่านั้นฝ่าาจะเห็นด้วยหรือไม่แม่ไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่าย
จางชิงหลินประทับตราประจำตัวลงไปในจดหมาย และตราประทับของหลงเจิ้นอี้อดีตฮ่องเต้
หลงอันจวิ้นกำจดหมายในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด กระดาษที่จางชิงหลินเลือกใช้เป็แบบเนื้อดี เส้นใยแน่นและไม่ยับง่าย แต่ด้วยแรงบีบของเขากลับเกิดรอยยับพับตามนิ้วอย่างเห็นได้ชัด
หลงอันจวิ้นเงยหน้าขึ้นมองพวกขุนนางและคนงานที่คุกเข่าอยู่ด้านหน้า ความจริงแล้วพวกนี้ผิด การที่เดินทางนานเกือบสองเดือนยังไปไม่ถึงสุสาน เป็เื่ที่รับไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้หลงอันจวิ้นโกรธที่สุด ไม่ใช่ความผิดของพวกเขา
แต่เป็การกระทำของจางชิงหลินมารดาแท้ ๆ ของเขา นางส่งคนของตนไปคุมตัวพวกขุนนางของฮ่องเต้ นางบอกให้เขาไม่ต้องสืบ ไม่ต้องออกประกาศ นางสั่งให้ปิดเื่ศพ นางบอกว่าแม่จัดการแทนแล้ว
แล้วเขาเป็ใคร เขาคือฮ่องเต้แคว้นเฟิงหลง เพียงเพราะพวกขุนนางเหล่านี้ทำงานล่าช้า ท่านแม่ถึงกับทำแบบนี้กับเขา ทำราวกับเขาจะจัดการเื่ใหญ่นี้ไม่ได้
คำว่าแม่ในจดหมาย ไม่ได้อบอุ่นเลยสักนิดเดียว มันห่างเหิน เ็า สุขุมเกินไป ไม่ใช่จดหมายที่แม่เขียนจดหมายต่อลูก
ไหนจะเื่พระศพของเสด็จพ่ออีก ที่นางทำเช่นนี้เพราะไม่เชื่อว่าเขาจะหาคนขโมยพระศพไปได้ใช่หรือไม่ นางถึงทำเช่นนั้น
เขารู้ว่าถ้าเื่นี้ถูกเผยแพร่ออกไปมันจะเป็เื่ใหญ่มาก แต่เขาก็มั่นใจว่าเขาจะจัดการทุกอย่างได้
ทำไมกันนะ เพราะเขา้าอำนาจมาอยู่ในมือ เขาถึงได้โดนผลักออกมาใครกันแน่ที่เห็นอำนาจสำคัญกว่า แม้แต่งานอภิเษกของเขานางก็ยังไม่มามีแต่คำยินดีเท่านั้น
"สวีกงกง" หลังจากที่เงียบไปนานหลงอันจวิ้นก็พูดออกมา
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าา" สวีกงกงรีบขานรับทันที
"คนพวกนี้จัดการซะ ข้าขัดคำสั่งข้า การเดินทางล่าช้า พวกเขาต้องรับผิดชอบในส่วนนี้" หลงอันจวิ้นสั่งเสียงเข้ม
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าา" สวีกงกงรับคำสั่ง ซึ่งเดาได้ไม่ยากอยู่แล้วว่าคนพวกนี้จะมีจุดจบเช่นไร
"นอกจากนั้นสั่งให้คนปิดปากเื่นี้ให้สนิท ถ้าใครกล้าพูดออกมา สิ่งที่พวกเขาได้ก็คือความตายเท่านั้น" หลงอันจวิ้นสั่งอีกครั้ง
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกกระหม่อมขอตัวก่อนพ่ะย่ะค่ะ" องครักษ์ที่นำตัวขุนนางและคนงานมาพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าหมดหน้าที่ของพวกเขาแล้ว
"พวกเ้าจะไม่อยู่พักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อนหรือ และอีกอย่างดูไม่คุ้นหน้าพวกเ้าเลย" หลงอันจวิ้นถาม องครักษ์พวกนี้เขาไม่คุ้นหน้า ถ้าเป็คนของมารดาของเขา เขาจะคุ้นหน้าทุกคน
"ฝ่าาอาจจะไม่คุ้นหน้าพวกกระหม่อม เพราะที่ผ่านมาพวกกระหม่อมไม่เคยมาที่เมืองหลวงมาก่อนพ่ะย่ะค่ะ เมื่อก่อนพวกกระหม่อมทำหน้าที่คุ้มกันสินค้าพ่ะย่ะค่ะ" องครักษ์ตอบ
"คุ้มกันสินค้า เปิดเป็สำนักคุ้มกันอย่างนั้นหรือ แล้วพวกเ้ามาอยู่กับเสด็จแม่ของข้าได้อย่างไร" หลงอันจวิ้นถามต่อ
"ฝ่าาอาจจะทรงลืมไปแล้ว หรืออาจจะจำไม่ได้เพราะตอนนั้นฝ่าาอาจจะทรงพระเยาว์อยู่ เมื่อก่อนนายท่านและนายหญิงเปิดสำนักคุ้มกัน ั้แ่อดีตและปัจจุบันก็ยังเปิดอยู่พ่ะย่ะค่ะ" เขาตอบกลับ
"นั่นมันกี่ปีมาแล้วล่ะ ข้าจะไปจำได้อย่างไรและตอนนั้นข้าก็ยังเด็กจะไปจำเื่พวกนี้ได้อย่างไร" หลงอันจวิ้นตอบกลับไปทันทีที่ได้ยิน ความทรงจำเหล่านี้แทบไม่เหลืออยู่ในความทรงจำด้วยซ้ำ แม้แต่ใบหน้าของเสด็จพ่อของเขา เขาจำไม่ได้แล้ว
"มันก็จริงพ่ะย่ะค่ะ มันไม่แปลกเลยที่ฝ่าาจะทรงลืม พวกกระหม่อมอยู่ที่นี่นานแล้วเกรงว่าจะรบกวนฝ่าา พวกกระหม่อมขอตัวก่อนพ่ะย่ะค่ะ"
"ตามสบายเถอะ" หลงอันจวิ้นตอบ "เดี๋ยวก่อน ป้ายหยกห้อยเอวของพวกเ้าคืออะไร" หลงอันจวิ้นเรียกเอาไว้เมื่อเห็นป้ายหยกห้อยเอวขององครักษ์ที่มีครบทุกคน ซึ่งมันเตะตาของหลงอันจวิ้นมาก
"อ๋อ นี่คือป้ายหยกที่แสดงให้เห็นว่ากระหม่อมเป็คนของนายท่านและนายหญิงพ่ะย่ะค่ะ" องครักษ์ตอบ
"แล้วทำไมต้องแกะสลักเป็รูปูเา" หลงอันจวิ้นถามต่อ
"อ๋อ นี่เป็ูเาหย่งอันหนิงที่เป็สุสานฝังพระศพของอดีตฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ นี่เป็สถานที่ที่เมื่อก่อนนายท่านทั้งสองเลือกที่นี่เป็บ้าน ฝ่าาคงไม่ได้เคยไปูเาหย่งอันหนิงมาก่อน ที่นั่นสวยงามมากเลยพ่ะย่ะค่ะ" องครักษ์คนนั้นพูดด้วยรอยยิ้ม
"แต่ที่นั่นเป็สุสาน จะเรียกว่าบ้านได้อย่างไร" หลงอันจวิ้นถามออกมาด้วยความไม่พอใจ
"ทำไมจะเรียกไม่ได้ล่ะพ่ะย่ะค่ะ ที่นั่นมีนายท่าน และนายหญิงอยู่ทำไมจะเป็บ้านไม่ได้" องครักษ์ตอบกลับมาและพวกเขาก็เริ่มถอยออกมาทันที
"มีนายท่านและนายหญิงอยู่ที่นั่นเลยเป็บ้านอย่างนั้นหรือ แล้วข้าเล่า ข้าที่เป็ลูกทำไมต้องอยู่โดดเดี่ยวที่นี่ เพียงเพราะข้าคือฮ่องเต้อย่างนั้นหรือ" หลงอันจวิ้นพูดออกมาเบา ๆ
"นายหญิง เป็อย่างไรบ้างขอรับถูกใจหรือไม่ ถ้า้าแก้ไขตรงไหน นายหญิงบอกได้เลย พวกทหารและขันทีเ่าั้ขยันขันแข็งมาก" หลี่หานเอ่ยถามจางชิงหลินที่กำลังมองบ้านที่กำลังสร้างขึ้นมา
"พวกเขาคิดว่าพวกเขาจะตั้งใจทำมากแค่ไหนจะชดใช้ความผิดของเขาได้อย่างนั้นหรือ" จางชิงหลินถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แม้นางจะพอใจที่บ้านเรือนถูกสร้างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่ความผิดของคนพวกนั้นก็ไม่ได้หายไป
"เ้าเมืองส่งคนมาดูด้วยขอรับ พวกเขาใมากที่เห็นสุสานถูกทำความสะอาดซะใหม่เอี่ยม และดูเหมือนว่าเขาเพิ่งจะรู้ว่านายหญิงมาอยู่ที่นี่ด้วยขอรับ" หลี่หายรายงาน
"ข้ามาอยู่ที่นี่หลายเดือนแล้ว แต่เขาเพิ่งรู้นี่นะ เขาเป็เ้าเมืองแบบไหนกันนะ" จางชิงหลินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
"ก็ขนาดทหารและขันทีพวกนั้นที่อยู่ในเมืองหลวงหายไปพวกเขายังไม่รู้เลยขอรับ ส่วนเื่ที่นายหญิงมาอยู่ที่นี่คนที่ฮ่องเต้ส่งมายังล่าช้าขนาดนี้ แล้วจะแปลกอะไรเล่าขอรับที่เ้าเมืองจะรู้เื่นี้ช้า" หลี่หานพูดออกมา
"มันก็จริง คนที่ไปเมืองหลวงกลับมาถึงหรือยัง"
"กลับมาแล้วขอรับ ตอนนี้น่าจะไปรายงานกับนายท่านอยู่ขอรับ"
"งั้นเราไปหาท่านพี่กันเถอะ"
"เขาสนใจเื่ป้ายหยกของพวกเ้าขนาดนั้นเลย" หลงเจิ้นอี้ถามขึ้นหลังจากที่ได้ฟังพวกองครักษ์รายงาน
"ขอรับนายท่าน ฝ่าายังถามออกมาด้วยว่าสุสานจะเป็บ้านได้อย่างไร ข้าน้อยเลยตอบไปว่าขอแค่มีนายท่านและนายหญิงอยู่ก็เป็บ้านได้แล้ว" องครักษ์ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"จางกงกง มอบรางวัลให้กับองครักษ์ที่อยู่ตรงนี้ คำตอบถูกใจข้ามาก" จางชิงหลินที่เดินเข้ามาได้ยินคำตอบเข้าพอดีนางถูกใจมาก
"ขอรับ" จางกงกงตอบรับด้วยรอยยิ้ม
"ขอบคุณขอรับนายหญิง" องครักษ์เอ่ยตอบด้วยความดีใจ เื่ของรางวัลไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาดีใจ แต่ที่ทำให้ดีใจก็คือการที่ทำให้นายท่านและนายหญิงพอใจต่างหาก
"เหนื่อยหรือไม่" หลงเจิ้นอี้ยืนมือไปรับจางชิงหลินให้มานั่งข้าง ๆ กัน คนที่เห็นต่างพากันอมยิ้มก้มหน้าลงและพากันออกไปทันที เพราะอยากให้นายท่านและนายหญิงอยู่ด้วยกันสองคน
"ไม่เหนื่อยเลยเ้าคะ บ้านใกล้เสร็จแล้วคงจะใกล้ถึงเวลาสำเร็จโทษพวกเขาแล้วนะเ้าคะ" จางชิงหลินตอบมือของทั้งสองยังกอบกุมกันเอาไว้
"เมื่อถึงวันนั้นข้าก็จะไปมอบโทษให้กับพวกเขาด้วยตัวเอง" หลงเจิ้นอี้บอก
"ดีสิเ้าคะ" จางชิงหลินยิ้มออกมา
ผ่านไปประมาณสองเดือนบ้านทุกหลังถูกสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทหารและขันทีถูกจับมาคุกเข่าที่หน้าสุสาน ตัวเขาพวกเขาสั่นด้วยความหวาดกลัว
"พวกเ้าทำงานได้ดีมาก แต่ถึงจะดีอย่างไรความผิดของพวกเ้าก็ไม่หมดหรอก และถึงเวลาแล้วที่พวกเ้าจะต้องโดนลงโทษ" ทหารและขันทีที่นั่งตัวสั่นอยู่เงยหน้าขึ้นมาทันทีด้วยความใปนหวาดกลัว บางคนถึงกับฉี่ราด เมื่อได้ยินเสียงนี้ แม้พวกเขาจะไม่ได้ยินเสียงมานานแต่ก็จำได้ฝ่าเป็เสียงของใคร
"ฝ่าา" พวกเขาพูดขึ้นมาด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นหลงเจิ้นอี้ยืนอยู่ตรงหน้า
"เห็นหน้าข้าแล้ว พวกเ้าน่าจะรู้ว่าความตายมาเยือนพวกเ้าแล้ว ข้าบอกไว้ั้แ่แรกแล้วว่าคนที่ไม่ทำตามหน้าที่ตัวเองและทรยศหักหลังข้าผลที่ได้ก็คือความตาย เว่ยฉู่จัดการพวกเขาซะ ส่วนศพเอาไปให้สัตว์ป่ากินเถอะ" หลงเจิ้นอี้สั่งเสียงเรียบ แววตาของเขาประกายกร้าวออกมา
"ขอรับนายท่าน" เว่ยฉู่ตอบรับทันที
พวกทหารและขันที่หวาดกลัวยิ่งกว่าเดิมเพราะพวกเขารู้แล้วว่านอกจากชีวิตของพวกเขาจะรักษาไม่ได้แล้ว แม้แต่ร่างก็ไม่มีให้เหลือแล้วจะมีใครรู้บ้างว่าพวกเขาได้ตายไปแล้ว จะมีคนมาเซ่นิญญาพวกเขาหรือไม่ แต่พวกเขาลืมไปว่าที่ผ่านมาพวกเขาละเลยหน้าที่ตัวเองมากแค่ไหน