ตอนที่ 1 คนเราน่ะนะ มันจะโชคไม่ดีขนาดนี้เชียว
“คุณป้าครับตำทะเลกุ้งสดแบบเผ็ดๆ หนึ่งครับ” เสียงสดใส รอยยิ้มกว้างส่องประกาย ใบหน้ายิ้มแย้ม
ติณ ก้าวเดินไปนั่งลงบนโต๊ะว่างในร้าน
เขามองบรรยากาศรอบๆ อันคุ้นเคยก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาไถแอปสีฟ้าที่เป็ที่นิยมของคนทั่วไป ใบหน้าสวยอมยิ้มเมื่อเจอบทความหรือคลิปวิดีโอสนุกๆ บางครั้งก็เผลอหลุดหัวเราะออกมาเมื่อรู้สึกขบขัน
“ชอบทานจังเลยนะจ๊ะเมนูนี้” ป้าคนขายวางจานส้มตำลงบนโต๊ะพร้อมข้าวสวยร้อนๆ รอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งมา เขาเป็ลูกค้าประจำของร้านนี้และเมนูที่ทานบ่อยที่สุดก็คือส้มตำทะเลกุ้งสด กุ้งตัวใหญ่ๆ เนื้อแน่นๆ ผสมกับกลิ่นหอมของเครื่องส้มตำเผ็ดๆ สีแดงฉูดฉาดที่เพียงแค่ได้กลิ่นก็น้ำลายสอ
“คนเราต้องกินอะไรแซ่บๆ ถึงจะอร่อยสิครับ” ติณ ยิ้มกว้างโชว์ฟันสวยไปอีกหนึ่ง วางโทรศัพท์เครื่องหรูลงข้างโต๊ะก่อนลงมือทานส้มตำ
ความรู้สึกแรกที่ััคือ แซ่บ โอ๊ย อยากซูดปากด้วยความอร่อย เครื่องส้มตำที่ซึมลงไปในเนื้อกุ้งความสดที่พอกัดเข้าไปก็เด้งสู้ฟันตามมาด้วยความเผ็ดนัวของผงวิเศษและพอเคี้ยวไปสักพักก็จะมีรสเปรี้ยวช่วยตัดเลี่ยนได้เป็อย่างดี
อร่อย อร่อยจนอยากร้องะโ
ร้านป้าปิ่นนี่ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยจริงๆ
ตึง
เอี๊ยด
ระวัง
ว๊าย !!!
กรี๊ด!!!
หลายเสียงดังออกมาจากรอบทิศทางก่อนที่รถบรรทุกคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่จะไถลไปชนร้านอาหารข้างถนน
เหตุรถชนร้านอาหารข้างถนนเป็ข่าวใหญ่ ทั้งที่ตัวร้านเสียหายอย่างรุนแรงแต่ผู้เสียชีวิตกลับมีเพียงหนึ่งคน แถมยังเป็ผู้เสียชีวิตที่ครอบครัวเสียชีวิตหมดแล้วเหลือเพียงญาติที่มาจัดการงานศพให้เท่านั้น
นี่เราตายไปแล้วเหรอ?
ยังโซ้ยส้มตำไม่หมดเลยนะเสียดายจังเลยแฮะ รู้แบบนี้มากินั้แ่เมื่อวานแล้วอย่าคู่มือน้อยก่อนจะตายก็ได้ทานส้มตำอิ่มเป็มื้อสุดท้าย
‘คร่ำครวญเก่งจังเลยนะครับ’
‘ใครครับ’ พื้นที่โดยรอบมืดสนิทมองเห็นเพียงตัวเอง แสงสีขาวโอบล้อมไปทั่วทั้งร่างกาย ไม่ถึงเสี้ยววินาทีร่างโปร่งใสก็ปรากฏตรงหน้า คนที่กำลังลอยอยู่ด้านหน้าเขาจะบอกว่างดงามก็ได้
จะบอกว่าสวยหวานก็ได้ ถ้าจะกล่าวว่าพระเ้าได้นำความรักที่มีตุ่์โลกทั้งหมดมาไว้ที่คนตรงหน้าก็ไม่เกินจริง เป็คนที่งดงามและทรงเสน่ห์อย่างน่าอิจฉา
‘จะอิจฉาตัวเองไปทำไมละครับ’ ร่างตรงหน้ากล่าวยิ้มๆ ยิ่งตอนริมฝีปากฉ่ำแย้มยิ้มดวงตาเป็รูปพระจันทร์เสี้ยวยิ่งสดใสน่ามองเข้าไปอีก
แต่เดี๋ยวก่อนนะ
‘อิจฉาตัวเองหมายความว่ายังไง’ สงสัยแล้วนะ แค่ลอยตุ๊บป่องอยู่ในที่มืดๆ แบบนี้ก็คิดว่าเกินจริงไปแล้วแต่พอเห็นร่างตรงหน้ากับยิ่งสับสนกันไปใหญ่ ปกติแล้วคนตายต้องไปเจอพี่ยมเพื่อรับการคัดเลือกไม่ใช่เหรอ
‘พี่ยังไม่ตายครับ แค่ิญญาออกจากร่าง’
'ยังไงนะ ิญญาออกจากร่างก็ไม่เท่ากับตายไปแล้วหรือ หรือว่าจะมันจะมีอะไรพิเศษกว่านั้นเหมือนในนิยายในละครอะไรแบบที่พอตายไปก็สามารถไปยังมิติอื่นได้’
‘จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ และก็สิ่งที่มีเห็นอยู่ตรงหน้าก็คือร่างจริงของพี่ในอีกโลก’
‘เอาจริงดิ โอ้ว อเมซิ่ง’ ร่างตรงหน้ายิ้มขำออกมาอีกครั้ง ยิ่งเห็นว่าคนจะมาแทนที่ตนช่างพูดช่างเจรจาแถมยังช่างสงสัยดูเป็คนที่มีพลังบวกมากเขาก็ยิ่งชอบใจ
ดีแล้ว เป็คนแบบนี้แหละดีแล้ว ดีกว่าเขาที่แสนเอาแต่ใจจนทำให้อีกคนรู้สึกแย่มาตลอด
‘ครับ แถมยังไม่เหมือนโลกเดิมของพี่ด้วย ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ไว้พี่ไปถึงก็ค่อยๆ เรียนรู้ไปนะครับ’
‘ไม่มีไกด์ไลน์ให้หน่อยเหรอ เหมือนคู่มืออะไรเถือกนั้นปกติทะลุมิติเขาจะมีคู่มือหรืออะไรทำนองแบบหน้าจอสำหรับผู้เล่นใหม่ให้ที่เรียกว่าสูตรโกงนะ’
‘ไม่มีหรอกครับแต่ผมจะให้อะไรบางอย่าง’ คนตรงหน้ายื่นลูกแก้วหลากสีที่ไม่รู้ว่าหยิบออกมาจากไหนส่งให้เขา
ขนาดเรียวนิ้ว เล็บ ยังสวยเลย โอ๊ย อิจฉาเด้อ
ติณรับมาด้วยความงงงวยไม่นานลูกแล้วหลากสีก็หายไป อย่างกับซึมเข้าไปในผิวเลยไม่ใช่หรือไง
‘พี่เป็คนตลกจริงๆ นะครับ เอาละก่อนจากกันผมอยากจะบอกพี่บางอย่าง โลกใบนี้ไม่เหมือนโลกเดิมของพี่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสามารถและความแข็งแกร่ง ความทรงจำบางอย่างที่เกี่ยวกับผมก่อนที่พี่จะมาพี่จะจำมันไม่ได้ พูดง่ายๆ คือให้พี่แก้ลงความจำเสื่อมไปนะครับส่วนชื่อคนในครอบครัวพี่จะยังจำได้เพราะงั้นแล้วสู้ๆ'
‘เดี๋ยวง่ายๆ อย่างนี้เลย’
‘ครับ แล้วก็สุดท้ายฝากครอบครัวผมด้วยนะครับช่วยรักเขาให้มากๆ เวลาของผมหมดแล้วทุกอย่างที่เหลือต่อจากนี้ ผมยกให้พี่ช่วยดูแลต่อทีนะ ผมมีคนคนหนึ่งที่อยากขอโทษมาตลอดผมเคยดื้อรั้นเอาแต่ใจกับเขาไปมากเลยละ จนวันที่จากมาถึงได้เข้าใจว่าผมแค่เพียงคิดไปเองทุกอย่างมันเป็ความสัมพันธ์ในแบบพี่น้อง เป็ผมที่ดื้อดึงและทำให้เขาไม่มีความสุขแต่ตอนนี้ผมไม่เป็อะไรแล้ว ผมเข้าใจทุกอย่างและปล่อยวางมันได้แล้ว แต่สักวันหนึ่งถ้าหากเป็ไปได้ผมอยากให้พี่ช่วยขอโทษเขาแทนผมทีนะครับเพราะผมไม่สามารถไปขอโทษเขาได้ด้วยตัวเอง’
‘เขา เขาที่นายหมายถึงคือใคร ช่วยบอกชื่อเขาได้ไหม’ ร่างตรงหน้าส่ายหน้าปฏิเสธความโปร่งใสตอนแรกเริ่มเลือนราง ดั่งิญญาที่ค่อยๆ แตกสลายไปทีละน้อย ดวงหน้าสดใสทอประกายความเศร้าหมองออกมาจากดวงตา เป็ความรู้สึกเศร้าและความรู้สึกผิด
‘เื่นั้นบอกไม่ได้หรอกครับเมื่อได้พบพี่จะััได้เอง เชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองเข้าไว้นะครับ ไว้เจอกันในสักวันหนึ่ง’
‘เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนสิน้อง เฮ้ย’ แล้วร่างตรงหน้าก็สลายไปจนหมด ทั้งที่ยังมีเื่ที่อยากถามมากมาย
ติณถอนหายใจเหมือนปลงตก
เอาเถอะ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดอย่างน้อยก็ยังมีชีวิตต่อไปในอนาคตไม่ได้ตายแล้วตายเลยสักหน่อย
มาดูกันว่าโลกใบใหม่ที่เขาจะได้ไปจะเป็โลกแบบไหนกันนะ
จุดสีขาวท่ามกลางความมืดมิดค่อยๆ ขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ ความมืดมิดตรงหน้าเริ่มหายไป จนกระทั่งทอแสงเจิดจ้าจนไม่สามารถลืมตามองภาพตรงหน้าได้
“อือออ” เสียงขยับตัวในห้องนอนหรูหราทำให้นายหญิงของบ้านเงยหน้าจากมือที่กุมกันอยู่ขึ้นมามอง มือที่กอบกุมกันขยับเล็กน้อยเป็สัญญาณที่บ่งบอกว่า คนบนเตียงกำลังจะตื่นขึ้นมา
“คุณค่ะ” น้ำเสียงแห่งความยินดีจากภรรยาส่งผลให้นายใหญ่ของบ้านรีบก้าวเดินขึ้นมาจากชั้นล่าง ประตูห้องนอนถูกเปิดออกด้วยความเร่งรีบตามมาด้วย
“ตาหนูฟื้นแล้วเหรอคุณ”
“ค่ะ” เธอหันไปยิ้มกว้างให้กับสามี ั้แ่วันนั้นก็ผ่านมากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว เธอและสามีเฝ้ารอมาตลอด เฝ้ารอลูกชายเพียงคนเดียวของเธอให้ลืมตาตื่นขึ้นมา
“หิวน้ำ” เสียงแหบแห้งเหมือนคนไม่ได้พูดมานานดังขึ้น เปลือกตาขยับเปิดเผยดวงตาสวยให้ทุกคนได้เห็นเพียงแต่ตอนนี้ในดวงตาใสคู่นั้นกับมีความงุนงง สงสัยผสมเข้ามาด้วย รวมถึงความรู้สึกไม่คุ้นเคยจากสายตาที่มองมา
นายหญิงของบ้านยื่นน้ำอุ่นให้บุตรชายได้ดื่มก่อนช่วยพยุงบุตรชายให้ลุกขึ้นนั่ง
“รู้สึกยังไงบ้างจ๊ะ”
“ปวด ปวดหัวมากเลยครับ” ติณยกมือขึ้นกุมหัว ที่เด็กคนนั้นบอกเขาเอาไว้ท่าจะจริงเพราะเขารู้สึกเหมือนลืมอะไรไปสักอย่าง ลืมสิ่งที่คิดว่ามันสำคัญมากๆ ไป
“ป๊าม๊าวี่ไม่เป็ไรแล้วครับ” ยื่นแก้วน้ำคืนให้มารดาก่อนเอ่ย ติณ ชะงักไปเล็กน้อยกับคำพูดของตัวเอง ป๊า ม๊า เหรอ ปกติแล้วเขาไม่เคยเรียกผู้ให้กำเนิดแบบนี้คงจะเป็ความรู้สึกส่วนหนึ่งพร้อมกับความทรงจำที่เด็กคนนั้นบอกสินะ
“ดีแล้วที่หนูไม่เป็ไร” เธอยื่นมือขึ้นไปลูบผมบุตรชายด้วยความรักใคร่ ร่วมเดือนแล้วที่บุตรของเธอนอนหลับไม่ได้สติ ร่วมเดือนแล้วที่เธอไม่ได้ยินเสียงเรียกแบบนี้
แววตาแห่งความรักใคร่สะท้อนผ่านดวงตาคู่สวยแต่ถ้ามองให้ดีจะััได้ว่ามีความเศร้าแฝงอยู่ในดวงตาคู่นั้น
แต่เธอไม่เคยโทษบุตรเลยการที่ลูกชายมีนิสัยดื้อรั้นเอาแต่ใจ ส่วนหนึ่งเป็เพราะการเลี้ยงดูของเธอเอง
เธอตามใจมาตลอดสิ่งไหนที่อยากได้สิ่งไหนที่้า แค่เพียงเอ่ยปากก็จะนำมาให้เสมอและนั่นคือเหตุผลที่ทำให้บุตรชายต้องมานอนอยู่บนเตียง
หนึ่งเดือนก่อน
“พี่ริว ไม่ต้องไปช่วยมันเลยนะ” ร่างสูงไม่แม้แต่จะหันมามองคนพูดน้ำเสียงแห่งความเกรี้ยวกราดยังคงดังมาไม่ขาดสาย คนถูกเอ่ยถึงทำเพียงช่วยพยุงคนที่ล้มอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้นมา
“วี่บอกว่าให้ปล่อยมันไว้แบบนั้นไง” ร่างเล็กเดินไปกระชากแขนร่างสูงให้ออกห่างจากอีกคนแต่ด้วยแรงที่น้อยกว่าจึงไม่สามารถทำได้ ริวเป็ของเขาทำไมต้องไปยุ่งกับคนอื่นด้วยแถมนังนี่ก็ไม่เห็นมีดีอะไรเลย สวยสู้เขาก็ไม่ได้
“วี่หยุดการกระทำแบบนี้สักทีรู้ไหมว่าตอนนี้ตัวเองเป็ยังไง” น้ำเสียงที่ถูกส่งออกมามีเพียงความเ็า ในแววตาก็ไม่มีความรู้สึกใดๆ นอกจากความเฉยเมยและเบื่อหน่าย
“วี่มันทำไม”
ร่างสูงดึงอีกคนไปข้างหลัง เขาไม่ได้คิดที่จะปกป้องแต่เพียง้าให้คนน้องใจเย็นลงความเอาแต่ใจของราวี่เป็สิ่งที่เขาเจอมาตลอดและก็ไม่เคยนำมาใส่ใจแต่เพราะครั้งนี้มันมากเกินไป มากจนทำร้ายร่างกายอีกคนร่างสูงจึงทนไม่ไหว ความไร้เหตุผลที่มีมาตลอดทำให้ครั้งนี้เขาเลือกที่จะเอ่ยปากพูดออกมา
“ดูตัวเองสิ ท่าทางที่แสดงออกมาตอนนี้มันน่ามองเสียที่ไหนทั้งก้าวร้าว เกรี้ยวกราดทั้งความโกรธเกรี้ยว อิจฉาริษยามีส่วนไหนที่น่ามองบ้าง” ราวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง นี่พี่ริวว่าเขา ว่าเขาเพราะผู้หญิงคนนี้
“ทำไม ถ้ามันไม่คิดจะมายุ่งกับพี่คิดเหรอว่าผมจะทำแบบนี้” ไร้ซึ่งความมีเหตุผล มีเพียงความเกลียดชังที่สะท้อนออกมาจากดวงตาคู่สวย เขาเกลียด เกลียดทุกคนที่้าแย่งร่างสูงไปจากเขา เขาเกลียดมันทั้งหมดเกลียดจนอยากจะให้มันหายๆ ไปจากโลกใบนี้
เขารักของเขามาตั้งนาน มันเป็ใครที่อยู่ๆ ก็เข้ามายื่นข้างๆ พี่ริว แถมอีกคนยังใจดีอ่อนโยนกับมันมากขนาดนั้น ความใจดีเ่าั้นะควรจะมีเพียงเขาคนเดียวที่ได้รับสิ
“อยากได้พี่ริวจนตัวสั่น ถ้าอยากมากนักทำไมไม่ไปหาคนอื่นมายุ่งกับพี่ริวทำไม”
“วี่”
เพี้ยะ
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้ามาพร้อมกับรอยแดงปื้นใหญ่
พี่ริวตบเขา ตบเขาเพราะผู้หญิงคนนั้น
ดวงตาสวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา มันมาพร้อมกับความรู้สึกเสียใจ เ็ป ไม่เข้าใจ ความรู้สึกด้านลบเกาะกินจิตใจดวงน้อยๆ ที่ตลอดเวลาั้แ่เกิดมาไม่เคยมีเลยสักครั้งที่จะมีสักคนกล้าลงมือแรงแบบนี้ แม้เพียงคำพูดทำร้ายจิตใจก็ไม่เคยมี
แต่ครั้งนี้ความเ็ปและวาจาโหดร้ายที่ตนได้รับกับมาจากคนที่เขารักมาก รักมาั้แ่เด็ก ความเจ็บที่มาจากคนที่ช่วยเหลืออยู่ข้างๆ มาตลอด
ราวี่เหยียดยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน เยาะเย้ยให้กับความมั่นใจในตัวเอง ตอนนี้พลันเข้าใจทุกอย่างทั้งหมดแล้ว ไม่มีแล้วเสียงโวยวายให้น่ารำคาญมีเพียงความเงียบงันพร้อมหยดน้ำตาที่ไหลริน
กลิ่นเืที่มาจากริมฝีปากบางทำให้การกระทำของร่างสูงหยุดชะงัก เขาเพียง้าตักเตือนว่าสิ่งที่น้องทำอยู่มันไม่ถูกต้อง ถึงแม้จะไม่ชอบที่ผู้หญิงคนนี้เข้าใกล้เขาแต่เซริวก็อยากให้น้องเข้าใจว่าระหว่างกันมันไม่มีอะไรและเขาเองก็ไม่เคยคิดกับน้องมากเกินกว่าที่เป็อยู่ แถมยังไม่เคยคิดที่จะลงมือกับคนน้องแม้เพียงสักนิด เพียงแต่เมื่อได้ยินประโยคไม่น่าฟังออกมาจากเด็กที่เขาเฝ้าดูแลมาตลอดก็อดไม่ไหวจนเผลอทำร้ายน้องลงไป
ความเงียบที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ทำให้ร่างสูงทำอะไรไม่ถูก ราวี่ขยับตัวถอยห่างแววตาที่ใช้มองตนมีเพียงความเสียใจ โศกเศร้า ไม่เข้าใจ ผิดหวัง สงสัย จนสุดท้ายมันกลายเป็เพียงความว่างเปล่า
ราวี่ไม่ได้โวยวายออกมา มีเพียงคำถามในสมองว่าทำไมพี่ริวที่เขารักมากขนาดนี้ถึงกล้าทำร้ายกัน หรือความจริงแล้วตลอดเวลาที่ผ่านมาร่างสูงดูแลเขาเพียงเพราะว่าครอบครัวเราสนิทกัน มันเป็หน้าที่ที่มีวันหมดเวลา
ไม่ใช่สิ ร่างเล็กรับรู้มาตลอดว่ามีเพียงเขาคนเดียวที่คิดเกินกว่าที่ควรจะเป็เซริวไม่เคยคิดกับเขาเกินเลยไปกว่านั้นเลยแต่เพราะคิดว่าถึงยังไงคนพี่ก็ไม่มีทางทิ้งเขาไปไหน มันเป็ความั่นใจที่มากเกินไปของเขาเอง
ราวี่ถอยหลังเดินออกมา เขาหันหลังให้กับคนทั้งสองไม่มีเสียงเรียกจากร่างสูงอย่างที่เคยเป็ ดีแล้ว อย่าเอ่ยอะไรออกมาอีกเลยการที่พี่ไม่เอ่ยอะไรออกมาจะทำให้เขาเข้าใจมันได้มากขึ้น
ทำไมถึงได้ดื้อดึงนักนะ ทั้งที่รอยยิ้มของพี่ริวนะมันมีเพียงความเอ็นดูมันไม่ได้มีความรักใคร่ผสมมาสักหน่อย
มันไม่มีมาต้องแต่ต้นแล้ว
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรร่างเล็กเองก็ไม่ได้สนใจมัน ราวี่ปิดเครื่องมือสื่อสารและเครื่องมือติดตามทั้งหมด เขาอยากอยู่คนเดียวให้เวลาตัวเองได้คิด ไตร่ตรองเื่ทุกอย่างเมื่อเข้าใจมันได้อย่างแท้จริงเขาจะกลับไป
แต่เวลาของราวี่มันหมดลงแล้ว
ถนนกลางเมืองใหญ่ที่ผู้คนพลุกพล่าน บริเวณถนนที่แยกออกเป็สามสายอยู่ๆ ระบบของยานไร้คนขับก็เกิดขัดข้องทำให้ระบบการขับออกนอกเส้นทางพุ่งเข้าใส่คนที่ยืนอยู่บริเวณนั้น