ตอน 7 ไปเยี่ยมบ้านเกิด
รุ่ยเผิงและจวงหลีจูบกันอย่างดูดดื่ม ก่อนที่จะค่อยๆถอดเสื้อผ้าออกจนหมด จบลงที่เตียงนอนทั้งคืนนั้นทั้งคู่ร่วมรักกันบนเตียงอย่างเร้าร้อน
จนกระทั้งรุ่งเช้า จวงหลีรู้สึกตัว..........มองดูตัวเองและคนที่นอนข้างๆ
ใทำตาลุกวาว พึมพำๆๆๆ "นี่ฉันทำบ้าอะไรลงไป"
หลับตาและพยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเรียงลำดับเหตุการณ์ออกมาเป้นฉาก
จวงหลีรู้สึก ทำตัวไม่ถูกและอับอายมากเธอแอบย่องขึ้นมาใส่เสื้อผ้าและกลับไปแต่งตัวที่ห้องพักที่คอนโดเพื่อที่จะไไปที่บริษัทยื่นใบลาออก
เมื่อเธอไปถึงที่ทำงาน พบหน้าฟางเว่ย เธอก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกถามเพื่อนร่วมงานว่า รุ่ยเผิงยังไม่มาหรอ
"วันนี้ พวกเรายังไม่เห็นหัวหน้าเลย "
"อืม ไม่เป็ไร" จวงหลีเดินมาที่โต๊ะทำงานผ่านฟางเว่ยเธอทำสายตาเว้าวอน ปต่ฟางเว่ยไม่สนใจ
จวงหลีค่อยๆ เก็บของที่โต๊ะทำงานใส่กล่อง เพื่อนทั้งแผนกต่างใ
"จวงหลีเธอจะไปไหนน่ะ "
จวงหลีเงียบไม่สนใจ ยกกล่องใส่ของออกไป และเดินเข้าไปวางใบลาออกจังหวะที่เธอเดินเข้าไปห้องทำงานของหัวหน้า ทันทีที่ปะหน้ากันหน้าทางเข้ารุ่ยเผิงนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทำให้เขารักจวงหลีเขาดึงแขนจวงหลีเข้าไปในห้องและกอดจวงหลีไว้
"เธอลืมฟางเว่ยเถอะนะ เมื่อคืนพวกเราได้ทำมันลงไปด้วยกกันแล้วฉันรู้ว่าเมื่อคืนเธอมีความสุขมาก"
จวงหลีจึงบอกว่า ฉันจะเริ่มต้นใหม่กับฉันก็ได้ ฉันจะลองดูสักครั้งฉันเองก็รู้ว่าฟางเว่ยไม่มีวันชอบฉัน
แต่ตอนนี้ฉันทำใจลำบากจริงๆ
"จวงหลีงั้นฉันให้เธอลาพักร้อน 1 เดือน เธอตกลงไหม "
จวงหลี พูด "ขอบคุณนะ " และเดินออกไปด้วยสีหน้าที่ยังไม่สู้ดีนัก
หลังจากเหตุการณ์วันนี้จบลง ทุกคนที่ทำงานก็ทำงานกันปกติไม่มีใครพูดถึงหรือถามถึงจวงหลีอีกเลย รวมถึงฟางเว่ย นายหน้าน้ำแข็ง
เทศกาลตรุษจีนไกล้เข้ามาทุกคนต่างรีบทำงานขยันขันแข็งเพื่อที่จะได้รับอั่งเปา และกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดของตัวเอง.......... เลิกงานกลับไปที่พัก ฟางเว่ยนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ที่ออนไลน์ไว้แต่ไม่มีข้อความจากกระต่ายจูจูเป็เวลานาน แะน้อยเริ่มรู้สึกเหงา
"พรุ่งนี้ฉันก็ต้องกลับไปเยี่ยมปู่ของฉันเหมือนกันที่บ้านเกิดของฉันตอนเด็ก"
"ไม่รู้ว่าป่านนี้กระต่ายจูจูจะเป็อย่างไรปู่ของเธอหายป่วยหรือยัง เธอจะคิดถถึงฉันไหม ไม่ได้ออนไลน์นานขนาดนั้น"
เฮือกกกกกกกกกก เสียงถอนหายใจ...ที่ฟังดูเหมือนเดิมจะถอดใจ สิ้นหวัง
ฟางเว่ยเดินไปเตรียมกระเป๋าสำหรับเดินทางกลับบ้านเกิดในวันพรุ่งนี้
ฟางเว่ยขึ้นรถไฟรอบที่เช้าที่สุด ไปถึงเมืองบ้านเกิดขอองเขา....
พบปะคนในครอบครัว พ่อ แม่ ปู่
"เอ้... เสี่ยวเว่ย ปู่ไม่พบหน้าแกนานแล้วโตเป็๋นผู้ใหญ่แล้วนะ "
"แม่ของฟางเว่ยพูดว่าเมื่อไหร่แกจะมีแฟนให้แม่หายห่วงสักที"
"อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้วนะแม่อยากมีหลานแล้ว"
ฮ่าๆ ปู่หัวเราะ แกยังไม่มีแฟนก็ดีเหมืออนกัน เพื่อนของปู่มีหลานสาวรุ่นราวคราวเดียวกับแก ไว้ปู่จะแนะนำเธอให้แกรู้จักนะ อยู่หมู่บ้านเดียวกันนี่แหละแต่เพื่อนของปู่ท่าทางอาการไม่ค่อยดี เป็เพื่อนรักของปู่ "
"น่าเสียใจ ที่ด่วนจากไปก่อน เพื่อนรักของปู่"
แม่ฟางเว่ยพูดว่า แกรู้ไหม เพื่อนของปู่คนนี้สำคัญกับครอบครัวเรามากตอนที่บ้านเราล้มละลายเพื่อนของปู่คนนี้ช่วยเหลือตระกูลเราจนอยู่รอดมาถึงทุกวันนี้"
"พ่อของฟางเว่ย พูดว่า แกต้องดีกับเธอหน่อยเข้าใจไหม "
"ตอนเด็ก ๆ พวกแกได้มั่นหมายกันไว้แต่ปู่ไม่เคยบอกแก เพราะแกยังเด็กเกินไปที่จะรู้เื่พวกนี้ วันนี้แกมาแล้วก้ดีดี "
"นี่มันยุคไหนแล้วปู่อย่าเอาเื่พวกนี้มาผูกมัดผมสิ"
แม่เห็นว่าบรรยากาศเริ่มไม่ค่อยดี ** "เอาล่ะๆ รีบกินข้าวสิอาหารเย็นแล้ว"
หลังจากทานข้าวเสร็จฟางเว่ย เอาของเข้าไปเก็บในห้องของเขาตอนเด็กเขายืนมองจากหน้าต่างเห็นว่าหิมะแรกกำลังตกลงมาอย่างช้าๆ
ฟางเว่ยยิ่งเหงามากขึ้น เขาเดินออกมาจากบ้าน เดินเล่นไปตามถนนเดือบจะถึงสนามเด็กเล่นที่เขาเคยไปตอนเด็กและยังพบว่าชิงช้าตัวเดิมที่เคยนั่งก็ยังอยู่ที่เดิมยิ่งทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์ที่ได้พบกับเด็กหญิงตัวน้อยที่เคยมอบตุ๊กตาหมูให้เขาเขารู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เก็บตุ๊กตาหมูน้อยตัวนั้นไปด้วย....
ฟางเว่ยเดินไปนั่งชิงช้าตัวนั้นอีกครั้ง.......นั่งอยู่เงียบๆท่ามกลางหิมะแรกที่ตกลงมา ไม่นานก็มีเสียงผู้หญิงร้องเพลงดังขึ้นมาเขามองหาเสียงนั้น และพบผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินร้องเพลงมาบนถนนและเต้นอย่างมีความสุขกับการโปรยปรายของหิมะแรก
เขาอมยิ้ม และมองดูให้ดี พบว่า ผู้หญิงคนนั้นคือยัยป้าที่เขาเคยช่วยไม่ให้โดนรถเฉี่ยวข้างถนนครั้งก่อน... เขาจำได้ จึงะโเรียกเธอ
"นี่ยัยแก่ ยัยป้า เธอจำฉันได้ไหม"
ฟางจูใ มองหาเสียง เห็นฟางเว่ยนังอยู่ที่ชิงช้า เธอพูดว่า
"นี่มันนายทึ่ม ซื่อบื่อคนนั้นนิ "
เธอดีใจและใที่พบฟางเว่ยที่นี่ เธอรีบเข้าไปทักทายทั้งคู่นั่งชิงช้าข้างกัน คุยกัน จนฟางเว่ยเริ่มมองฟางจูเปลี่ยนไป
"จริงๆ แล้วเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่เลวร้ายอะไรนะ"
"อืม จริงสิ ฉันเก็บบัตรพนักงานของนายไว้ด้วยบังเอิญว่าวันที่นายช่วยฉันไว้ นายทำตก "
ฉันนำมันติดตัวไว้ตลอด เผื่อว่าพบนายจะได้รีบคืนให้เพราะฉันคิดว่าน่าจะสำคัญกับนาย แต่นายก็รีบขี่จักรยานหนีฉัน บ้าชะมัด
" ฟางเว่ยหลุดขำ ทิ้งความเ็าออกไปทำให้ฟางจูขำมากเหมือนกัน"
"นี่นาย เมื่อกี้นายทำอะไรน่ะ หัวเราะหรอนายหัวเราะ ฮ่าๆ "
หัวเราะไปเถอะฉันไม่ถือสาหรอก
"นี่เธอเป็คนที่สองที่ทำให้ฉํนหัวเราะและยิ้มออกมาได้โดยไม่รู้ตัวทำให้ฉํนคิดถึงเพื่อนคนนึงมาก แต่ฉํนไม่คุยกับเขานานมากแล้วล่ะไม่รู้ว่าป่านนี้เขาจะเป็อย่างไรบ้าง" ////// ทำท่าเหม่อ พร้อมกับคิดในใจว่าฉันคิดถึงเธอกระต่ายน้อยจูจู เขามองไปบนฟ้าและเหม่อ
ฟางจูเห็นแบบนั้นเธอก็เงียบ ไม่อยากให้บรรยากาศแย่เธอจึงพูดว่า"งั้นต่อไปนี้นายก็เป็เพื่อนกับฉันสิ นายจะได้มีรอยยิ้มในชีวิตบ้าง"
ฟางเว่ยที่กำลังเหม่อ ชะงักและหันมา มอง ฟางจู จังหวะนั้นเป็จังหวะตกหลุมรัก ที่ฟางเว่ยใจเต้นแรง และรู้สึกหมั่นไหวกับคำพูดของฟางจู
"ว่าแต่เธอชื่ออะไรกันแน่ฉันมาอยู่ที่บ้านปู่สักระยะ เผื่อฉันพบเธอ ฉันจะได้เรียกชื่อเธอ"
"ฟางจู" อืม "ส่วนฉันชื่อฟางเว่ยนะ"
" ไม่บอกก็รู้ ชื่อนายที่บัตรพนักงานขนาดนั้น"
เกาหัวและทำท่าเขินอาย
ทั้งคู่นั่งคุยกันนาน พักใหญ่ ฟางเว่ยเห็นว่าฟางจูเริ่มหนาว จมูกแดงหูแดง เขาคิดว่าเธอหนาวเพราะต้องมานั่งเป็เพื่อนคุยกับตัวเองเขาจึงถอดเสื้อโค้สของตัวเองคลุมให้ฟางจู
"เรากลับเข้าบ้านได้แล้วนะขืนอยู่นานกว่านีัเธอจะป่วยนะ "
ฟางจูรู้สึกเขินอาย จังหวะที่ฟางเว่ยคลุมเสื้อให้ เธอเดินกลับบ้านพร้อมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
ทั้งคู่แยกกันตรงนั้น ฟางเว่ยก็รู้สึกสบายใจขึ้นเดินกลับบ้านไปท่ามกลางหิมะตก แสดงไฟสลั่วๆแต่เป็คืนที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่ฟางเว่ยััได้