“ท่านประธานไม่เห็นหรือครับ ว่าผู้จัดการพยายามปิดบัง” ภีมพลยังคงให้เหตุผล ไม่มีท่าทีเกรงกลัวท่านประธานผู้ทรงอำนาจเลยแม้แต่น้อย หลังจากภีมพลพยายามชี้ให้เห็นพิรุธของผู้จัดการ นายตั้มค่อยๆ กระชากชายเสื้อของภีมพลเป็การห้ามปรามด้วยเพราะภีมพล กำลังเสียมารยาท หากแต่ไม่ทันการท่านประธานมองตรงมายังภีมพลอย่างแน่วแน่
“ถ้าคุณอยากพูดมากนัก ตอบผมมา วันก่อนผมไล่คุณออกไปแล้วไม่ใช่หรือ และทำไมถึงยังอยู่” ตายตาคมกริบเชือดมาที่ภีมพลเป็คนแรกของกลุ่ม ก่อนที่ชายหนุ่มเ้าเล่ห์นึกหาทางออกด้วยการกลอกตาไปมา
“ก็ผู้จัดการไม่เห็นว่าอะไรนี่ครับ หนังสือเลิกจ้างก็ยังไม่มี”
“เลิกจ้างอะไรกันครับ ผมรับภีมพลเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงอาทิตย์ หรือว่าท่านประธานไปเจอภีมพลตอนไหนหรือครับ” ผู้จัดการถามด้วยความแปลกใจ ก่อนที่ธาวินจะรู้ความจริงเดี๋ยวนี้เองว่า ภีมพลเข้ามาทำงานหลังจากทิวาเสียชีวิตไปแล้ว และเป็อีกเื่ที่ธาวินเข้าใจพิชญาผิดไปผู้บริหารหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเื่
“เื่นั้นช่างเถอะ” คนเป็ประธานพูดปัดไปพลางๆ
“ผู้หญิงที่พวกคุณสามคนลวนลามเมื่อวาน รู้ไหมว่าผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร” ธาวิน หันไปมองคนงานสามคนที่ยืนก้มหน้าอยู่ด้านข้าง ดวงตาคมถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มอารมณ์โกรธเอาไว้
“แฟนของภีมพลครับ” หนึ่งในคนที่ก้มหน้าอยู่นั้นพูดเสียงเบา ด้วยกลัวความผิด หากแต่คำตอบของคนงาน เหมือนเข็มเล็กๆ พุ่งเข้ามาทิ่ม รู้สึกเจ็บแปลกๆ บอกไม่ถูก ก่อนจะใช้มือทุบลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น
“เธอเป็คนของบ้านปัญญาพิพัฒน์ เป็เ้าของที่นี่ครึ่งหนึ่ง คราวนี้พวกนายรู้หรือยังว่าทำอะไรลงไป” ธาวินลุกยืนขึ้นมองตรงไปยังสามคนนั้นด้วยสายตาแข็งกร้าวก่อนที่ทั้งสามจะมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพิ่งรู้ความจริงว่าหญิงสาวแสนสวยที่พวกเขาลวนลามนั้นไม่ใช่เพียงหญิงสาวธรรมดาสามัญ หากแต่เป็ถึงลูกหลานบ้านปัญญาพิพัฒน์
“พวกผมแค่ล้อเล่นครับ ไม่ได้ตั้งใจทำจริง ท่านประธานอย่าไล่พวกเราออกเลยนะครับ” หนึ่งในสามคนกลัวจนลนลาน มือไม้เกี่ยวพัลวันด้วยเพราะไม่อยากตกงานในตอนนี้
“ตัวพิชญ์มีแต่ร้อยช้ำเต็มไปหมด ท่านประธานคิดเอาเองแล้วกัน ว่าพวกมันล้อเล่นหรือเอาจริง” ภีมพลพูดเสริมด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่มีท่าที เกรงกลัวใครใดๆ ทั้งสิ้น ซ้ำยังจ้องมองท่านประธานนิ่ง
หากแต่คำพูดของภีมพลทำให้ปากกาในมือผู้บริหารหนุ่มร่วงหล่นทันที เขานึกย้อนไปถึงรอยช้ำบนเรือนร่างของพิชญาเมื่อคืน แล้วเข้าใจผิดทึกทักเอาว่าเป็ฝีมือของภีมพล
สองมือลูบยกขึ้นลูบใบหน้าเพื่อระบายความเครียดความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาจนเขาเกือบลืมหายใจ ทุกอย่างในห้องนั้นเงียบสนิทมีเพียงความคิดของเขาเท่านั้นที่ดังออกมาว่า เขาได้ทำสิ่งผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงไว้กับพิชญา
“ผมมีอีกเื่จะให้ท่านประธานดูครับ” นายตั้มเดินเข้าไปด้วยกิริยาอ่อนน้อม แล้วยื่นวิดีโอที่บันทึกได้ในวันก่อนให้ธาวินดู
เป็วิดีโอการทุจริต โดยขโมยเอาสินค้าออกจากโรงงานเพื่อขายต่อในราคาถูก ภาพจับได้ใบหน้าทั้งหมดรวมถึงผู้จัดการฝ่ายผลิตด้วย เหตุการณ์ทั้งหมดเป็หลักฐานใช้มัดตัวให้พวกเขาดิ้นไม่หลุด
“นี่คือสาเหตุที่กล้องหลายตัวในมุมนั้นใช้การไม่ได้ ตามที่มีรายงานเข้ามาใช่ไหม” ธาวินหันไปถามทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นสายตาของผู้บริหารหนุ่มแม้จะอายุยังไม่มาก หากแต่เขาดูมีอำนาจจนทุกคนในบริษัทเกรงกลัว ยิ่งเวลาโกรธยิ่งน่ากลัวเป็ทวีคูณ
ในตอนนี้ไม่มีใครยอมอ้าปากตอบรับ สีหน้าบ่งบอกถึงความกลัวอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะผู้จัดการที่มีอำนาจสูงสุด