หมอดูเชิดหัวเราะ “เจ้าจะต้องแบ่งปันน้ำนมสดจากสองเต้าให้กับผู้ที่เจ็บป่วยน่ะสิ” พลางจ้องมองไปที่ทรวงอกอวบอิ่มของเอวิกาที่กระเพื่อมขึ้นลงด้วยความตื่นเต้น “คนป่วยก็คือ ข้ากับไอ้อ่ำคนขับรถของเจ้านี่ไงล่ะ”
แนะนำตัวละคร-เรื่องที่ 4. – พิธีร่านสวาทหมอดูเจ้าเล่ห์
เอวิกา สาวสวยวัยยี่สิบปีเจ้าของทรวงอกอวบโตขนาด 39 นิ้ว ใหญ่เกินกว่ามาตรฐานหญิงไทยทั่วไปจนเตะตาผู้ชายรอบตัวแทบทุกคน… รวมถึงพ่อผัวของเธอด้วย
เธอเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกครอบครัวเศรษฐีขอมาอุปการะเลี้ยงดูตั้งแต่เด็กจนโต
เมื่ออายุครบยี่สิบปีเต็มเธอจำต้องแต่งงานแบบคลุมถุงชนกับ ภาคย์ ลูกชายคนเดียวของ คุณสมภพมหาเศรษฐีระดับหมื่นล้าน เพื่อนคู่ค้าที่เป็นหุ้นส่วนกับพ่อบุญธรรมของเอวิกา
แต่ภาคย์ไม่เคยรักเธอ ...
หลังแต่งงานภาคย์ไม่ยอมแตะต้องตัวเธอจนเอวิกาถึงกับต้องไหว้วาน แม่บุญเอิบแม่นมของภาคย์ให้ช่วยวางยาปลุกกำหนัดในโสมบำรุงกำลังให้ภาคย์ดื่มก่อนนอน
หลังจากนั้นไม่นานเอวิกาก็ตั้งท้องสมใจ และคลอดบุตรชายออกมาเป็นที่รักของคุณสมภพ พ่อผัวของเธอแต่ภาคย์กลับหาเรื่องทำงานดึก ๆ ดื่น ๆ บางคืนก็ไม่ยอมกลับบ้าน
ทำให้ นายอ่ำ คนขับรถวางแผนร้ายอยู่ในใจว่าอยากจะเผด็จศึกเอวิกาให้จงได้
โดยมันได้วางแผนร่วมกับ หมอดูเชิดที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมแก๊งค์มิจฉาชีพของมัน
นายอ่ำหลอกล่อให้เอวิกาไปดูดวงทำพิธีแก้กรรมที่บ้านหมอดูเชิด เอวิกาหวังว่าจะช่วยให้ภาคย์กลับมาเหลียวแลเธอบ้าง
ไม่ว่าหมอดูเฒ่าเจ้าเล่ห์จะสั่งให้เธอทำอะไรเอวิกาก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะคำขู่ของมันที่ว่า “หากเธอทำพิธีล่มชีวิตจะพบเจอแต่ความโชคร้ายทั้งครอบครัว”
ในคราแรกเอวิกายังพอยอมรับได้กับการบริจาคน้ำนมสด ๆ จากสองเต้าอวบโตของแม่ลูกอ่อนอย่างเธอให้แก่ชายผู้ยากไร้ได้ดูดดื่ม อันได้แก่ นายอ่ำคนขับรถและหมอดูเชิด
แต่ไป ๆ มา ๆเอวิกากลับยิ่งถลำลึกลงไปเรื่อย ๆ ช่องทางไหนที่เธอไม่เคยได้ลิ้มลองเธอก็โดนพวกมันสอนให้ใช้รับแรงกระแทกกระทั้นอย่างไม่บันยะบันยัง จนเธอคุ้นเคยกับพิธีพิลึกพิลั่นนี้ในที่สุด
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาชีวิตของเอวิกาก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แม้ปากของเธอจะบอกว่า “ไม่” แต่จนแล้วจนรอดเอวิกาก็ได้ผัวเพิ่มมาอีกสามคน ในเวลาเดียวกัน
พิธีแต่งงานของคุณหนูเอวิกาดาวเด่นแห่งตระกูลสุรภัควรานนท์ กับคุณภาคย์ ลูกชายคนเดียวของตระกูลนาวาคีรีนุกูลทายาทหมื่นล้านผู้เงียบขรึม เป็นที่โจษจันไปทั่วทั้งวงสังคมชั้นสูงของเมืองไทย
ไม่ใช่เพราะความรักอันดูดดื่มของบ่าวสาวแต่เพราะเป็นงานที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการชนิดที่ว่าแขกเหรื่อเดินกันขวักไขว่ยิ่งกว่างานจัดแสดงสินค้านานาชาติประจำปี
จนใคร ๆ ก็อิจฉาในโชคชะตาของ เอวิกาในวัยยี่สิบปีบริบูรณ์ ที่อยู่ ๆ ก็ได้ดิบได้ดีมาเป็นสะใภ้เศรษฐีระดับประเทศ
ทั้ง ๆที่เมื่อก่อนเธอก็เป็นแค่เด็กกำพร้า ที่ตระกูลสุรภัควรานนท์ขอมาอุปการะเลี้ยงดู
เอวิกา เป็นผู้หญิงที่ใครเห็นก็ต้องเหลียวมองซ้ำเธอมีรูปร่างระหง สัดส่วนโค้งเว้าชัดเจน โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่โตเกินตัวกระเพื่อมไหวขึ้นลงไปมายามที่เธอเคลื่อนไหวชวนให้บรรดาชายหนุ่มต้องใช้สายตาจับจ้องทุกครั้งไป
ผิวพรรณขาวผ่องนวลเนียนไร้ที่ติยิ่งทำให้เธอโดดเด่นสะดุดตา เส้นผมดำขลับเงางามดุจแพรไหมตัดกับใบหน้ารูปไข่ที่สะสวย ริมฝีปากอิ่มเต็มที่เคลือบด้วยสีแดงระเรื่อธรรมชาติ
แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ฉากหน้าอันงดงามราวเทพนิยายเอวิกากลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเข้าสู่ฝันร้าย เพราะภาคย์สามีของเธอไม่เคยแม้แต่จะชายตามองเธอด้วยความรัก มีแต่ความเย็นชาให้แก่เธอเท่านั้น
ค่ำคืนแรกของการเป็นสามีภรรยาเอวิกาแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยชุดนอนผ้าซาตินบางเบาสีแดงเลือดหมูอันเป็นสีโปรดของภาคย์
เธอตั้งใจจะยั่วยวนเขาให้ตกหลุมพรางให้ได้เธอฉีดน้ำหอมกลิ่นเย้ายวน นั่งรอเขาอยู่บนเตียงด้วยหัวใจที่สั่นไหว
เวลาล่วงเลยไปจนดึกดื่นภาคย์เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาไร้อารมณ์เหมือนทุกครั้งเขาเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบชุดนอนมาเปลี่ยนหน้าตาเฉยโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองเธอเลยสักนิด
“คุณภาคย์คะ”
เอวิกาเอ่ยเรียกเสียงสามีอย่างแผ่วเบาพยายามทำใจดีสู้เสือ
ภาคย์หันมามองเธอด้วยหางตาก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“มีอะไรเหรอเอวิกา”
“คือ เอ่อ คืนนี้คุณอยากจะให้ฉันนวดให้หายเมื่อยล้าไหมคะคุณคงเหนื่อยจากงานพิธีแต่งงานของเรามาแล้วทั้งวัน”
เอวิการวมรวมเอาความกล้าหาญทั้งหมดที่มีเพื่อเอ่ยถามออกไปพร้อมกับยั่วยวนเขาด้วยสองเต้าขนาดเท่าหัวเด็กของเธอ
หญิงสาวดึงรั้งเอาคอเสื้อให้ถลกลงมาลึกจนเกือบถึงสะดือ
อวดให้ผัวหนุ่มได้มองทรวงอกที่อวบโตขนาด39 นิ้ว ใหญ่เกินกว่ามาตรฐานหญิงไทยทั่วไป และมองเห็นจุกสีชมพูหวานรำไร
ในใจหญิงสาวแอบคิดว่า
‘นี่ฉันถึงกับต้องเสนอตัวมาประเคนให้เขาต่อหน้าแต่เขากลับไม่แม้แต่จะชายตามองงั้นหรอกหรือ’
ภาคย์ชะงักไปเล็กน้อยเขามองหน้าเอวิกา ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาเสียยิ่งกว่าเดิม
“ฉันง่วงจนตาจะปิดอยู่แล้วไม่ต้องมานวดให้หรอกเรารีบเข้านอนกันเถอะพรุ่งนี้ฉันต้องไปสะสางงานที่บริษัทอีกมากนัก”
คำตอบของเขาทำให้เอวิการู้สึกอึ้งจนพูดไม่ออก
‘บ้าเอ๊ย นี่มันอะไรกันจะง่วงอะไรกันนักหนาวะ จะหลับหูหลับตาเอาไปก็ไม่ได้รึไง’