พริมพิลาถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อพี่ชายตัวแสบเลิกแซวเธอ เธอจ้องมองสมูทตี้ในมืออย่างลังเล ก่อนจะตัดสินใจดื่มมันจนหมด เอาเถอะ! เพื่อความสวยอดทนไว้!
เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว พี่ชายของเธอกำลังเตรียมตัวออกไปทำงาน
"เดี๋ยวพี่ไปทำงานก่อนนะ น้องลูกหมู" พัทธนันท์พูดพร้อมกับขยี้หัวน้องสาวอย่างเอ็นดู
พริมพิลาแก้มป่องขึ้นมาทันที "โหย พี่พัทธ์! อย่าเรียกน้องแบบนั้นสิ" เธอแกล้งทำเสียงงอแงเล็กน้อย
พัทธนันท์หัวเราะร่วน "ก็แก้มเรายุ้ยขนาดนี้ จะให้พี่เรียกว่าอะไรล่ะ หรือให้พี่เรียกว่าน้องหมีดีล่ะ?"
พริมพิลาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน "นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็พี่ชายนะ จะเอาเื่ให้ถึงที่สุดเลย!"
คุณปู่ที่นั่งจิบชาอยู่ที่โต๊ะอาหารเงยหน้าขึ้นมามองสองพี่น้อง "เอ้าๆ พี่น้องคู่นี้ ทะเลาะกันบ่อยจริง" ท่านพูดพร้อมกับสีหน้าระอา "หลานพริมก็อย่าไปถือสาพี่ชายของเธอเลย เขาก็แค่แซวเล่นน่ะ"
พริมพิลาหันไปยิ้มให้คุณปู่ "พริมรู้ค่ะคุณปู่ แต่พริมก็อดที่จะงอนพี่พัทธ์ไม่ได้ ถ้าพริมผอมแล้วว่าแซวพริมอีกนะ" เธอพูดพร้อมกับทำแก้มป่องอีกครั้ง
พัทธนันท์หัวเราะชอบใจกับท่าทีของน้องสาว "โอเคๆ พี่ไม่แกล้งแล้ว งั้นพี่ไปทำงานแล้วนะ" เขากล่าวก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าเอกสาร
ก่อนออกจากบ้านพัทธนันท์เดินเข้ามาสวมกอดคุณปู่ "คุณปู่ครับ ผมไปทำงานก่อนนะครับ"
"เดินทางดีๆ ล่ะลูก" ท่านเ้าสัวพูดพร้อมกับตบบ่าหลานชายเบาๆ
"ครับคุณปู่"
พริมพิลาเมื่อเห็นพี่ชายโอ้เอ้เธอจึงเอ่ยเตือน "พี่พัทธ์ไปทำงานได้แล้ว เดี๋ยวไปสายนะ"
"โอเคๆ พี่ไปทำงานก่อนนะ อีกสามเดือนก็จะถึงงานแต่งแล้วนะ ลดน้ำหนักก็ดีเหมือนกันเวลาใส่ชุดเ้าสาวจะได้สวย ๆ " พัทธนันท์พูดขณะกำลังจะเดินไปที่ประตู
คำพูดของพี่ชายทำให้พริมพิลาหน้าซีดเผือด เธอรีบพูดสวนทันที "พริมลดน้ำหนักไม่ใช่เพื่อสวยตอนแต่งงานซะหน่อย พริมให้คุณปู่ยกเลิกงานแต่งกับคุณธาวินเรียบร้อยแล้ว"
พัทธนันท์หยุดเดิน หันกลับมายิ้มให้น้องสาวอีกครั้ง "พริมเชื่อพี่เถอะ พริมยกเลิกงานแต่งไม่ได้หรอก พ่อแม่เราคงไม่ยอมหรอกนะ"
พริมพิลาทำหน้าบึ้งก่อนจะพูดกับคนเป็พี่ชายอย่างไม่ยอมแพ้ "ไม่ลองก็ไม่รู้ค่ะ ไม่แน่คุณธาวินก็อาจไม่อยากแต่งกับพริมก็ได้ค่ะ" เธอกล่าวขณะเดินไปส่งพี่ชายที่รถ ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของพัทธนันท์ดังขึ้น พอเมื่อเขาเห็นรายชื่อคนที่โทรเข้ามาเขากดรับสายทันที
"คุณพัทธ์ครับ ผมมีเื่ด่วนจะแจ้งให้ทราบครับ..." เสียงของนฤดล เลขาคนสนิทของเขา ดังมาตามสายด้วยน้ำเสียงร้อนรน ทำให้พัทธนันท์ขมวดคิ้วอย่างเป็กังวล
"มีอะไรว่ามา" พัทธนันท์เอ่ยเร่ง
"ตอนนี้ผมเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนครับ" นฤดลเว้น่หายใจเล็กน้อย "ทำให้ตอนนี้กระดูกขาขวาผมหัก ไม่สามารถไปทำงานได้ครับ คุณหมอบอกผมว่าต้องนอนพักรักษาตัวนานกว่า 3 เดือนครับ ผมเลยจะขอยื่นใบลาป่วยครับ"
พัทธนันท์นิ่งงั้นไปครู่หนึ่ง เมื่อได้ยินข่าวร้ายของนฤดล
"ไม่เป็ไรคุณดล" พัทธนันท์ตอบกลับมา "เื่งานคุณไม่ต้องเป็ห่วง เอาสุขภาพตัวเองให้หายดีก่อนเป็สำคัญ ผมจะให้ฝ่ายบุคคลดำเนินเื่ลาป่วยให้ ส่วนเื่งาน เดี๋ยวผมจะหาคนมาช่วยดูแลแทนก่อนชั่วคราว"
"ขอบคุณมากครับคุณพัทธ์" นฤดลตอบด้วยความซาบซึ้ง
"แล้วตอนนี้คุณอยู่โรงพยาบาลไหน เดี๋ยวผมฉันจะแวะไปเยี่ยม" พัทธนันท์ถามต่อ
"ตอนนี้อยู่ที่..."
พัทธนันท์จดชื่อโรงพยาบาลลงในสมุดเล็กๆ ที่พกติดตัว ก่อนจะวางสายจากนฤดล
พริมพิลาเมื่อเห็นท่าทีร้อนรนของพี่ชายก็อดเอ่ยถามไม่ได้ "เกิดอะไรขึ้นเหรอคะพี่พัทธ์?"
พัทธนันท์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะตอบ "เลขาพี่เกิดอุบัติเหตุ ตอนนี้พี่ต้องรีบไปตามหาคนมาช่วยงานด่วน ไม่งั้นตารางงานพี่คงยุ่งวุ่นวายแน่ๆ " เขาพูดพลางยกมือขึ้นเสยผมอย่างคนจนปัญญา "เดี๋ยวพี่ต้องไปก่อนนะยัยพริม"
พริมพิลาโบกมือลาพี่ชาย พร้อมกับะโบอกว่า "พี่พัทธ์ขับรถดี ๆ นะคะ!" แต่ในใจเธอกลับเต็มไปด้วยความกังวลเมื่อเห็นพี่ชายของเธอมีท่าทางเคร่งเครียด
ทันใดนั้น พริมพิลาะโขึ้นมา"แล้วพี่พัทธ์อย่าลืมซื้อของมาฝากน้องด้วยไม่งั้นน้องจะโกรธพี่พัทธ์ จะไม่ยอมพูดดีด้วย!" เธอพูดเสียงดัง หวังว่าพี่ชายจะได้ยิน แถมยังทำหน้าบึ้งตึงใส่ท้ายประโยคไปอีกหนึ่งที
พัทธนันท์ได้ยินเสียงะโของน้องสาว ก็หลุดขำออกมา ทั้งที่ใจยังกังวลเื่งานอยู่ แต่ก็อดเอ็นดูท่าทางขู่เข็ญที่สุดแสนจะน่ารักของน้องสาวไม่ได้ เขาตอบกลับไปว่า "ครับๆ เดี๋ยวก่อนกลับพี่จะซื้อขนมมาฝากน้องเยอะๆ เลย"
เมื่อพริมพิลาเมื่อเห็นพี่ชายยิ้มออก ก็ยิ้มตามอย่างพอใจ เธอโบกมือลาอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไป
เมื่อพริมพิลาเดินเข้าในบ้านเธอเดินไปหสตยเป็ปู่ที่อ่านหนังสือพิมในห้องรับแขก หญิงสาวเดินเข้าไปหาคุณปู่ด้วยท่าทางะโหยอง เหมือนลูกแมวที่กำลังจะถูกดุเื่ขโมยปลาทู
"คุณปู่ขา เื่งานแต่ง... คุณปู่ได้แจ้งให้ตระกูลอัศวรุ่งเรืองหรือยังคะ?" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเบาหวิว
เ้าสัวอนันต์ เงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ เขา ยิ้มมุมปากเหมือนรู้ทันความคิดของผู้เป็หลาน "ปู่แจ้งให้ทางโน้นทราบแล้วเื่ที่หลานขอยกเลิกงานแต่ง เนื่องจากหลานความจำเสื่อม"
พริมพิลาเมื่อได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ คิดในใจ 'รอดแล้วเรา! เธอเตรียมจะลุกขึ้นไปกอดคุณปู่ด้วยความดีใจ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินคำพูดต่อมาของคนเป็ปู่
"แต่ว่างานแต่งนี้ไม่สามารถยกเลิกได้"
สิ้นเสียงคุณปู่ พริมพิลาถึงกับทรุดฮวบลงไปนั่งกับพื้น
"อะไรนะคะ?!" เธอโพล่งออกมาอย่างใ "ทำไมถึงยกเลิกไม่ได้ละคะ ในเมื่อหนูจำเ้าบ่าวไม่ได้ แล้วจะแต่งงานกันยังไง"
เ้าสัวอนันต์หัวเราะหึๆ ในลำคอ "ก็พ่อแม่ของเราที่ตอนนี้อยู่ต่างประเทศกับพ่อแม่ของหลานวินต่างก็ไม่ยอมเื่นี้กัน"
พริมพิลาแทบอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ 'นี่มันเื่บ้าอะไรกันเนี่ย!'
เธอได้แต่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ มองคุณปู่ด้วยสายตาเว้าวอน" คุณปู่ช่วยหนูด้วยสิคะ"
เ้าสัวอนันต์ยกยิ้มมุมปากเหมือนรู้ทันความคิดหลานสาว "ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นเลย ปู่มีแผน"
พริมพิลาเบิกตากว้าง"แผน? แผนอะไร ค่ะคุณปู่?"