หลังจากเฉียวปินกลับไปพักกลางวันหมิงจูก็ดึงเจียงตั่วเข้าห้อง กระซิบข้างหูเขาอย่างจริงใจว่า“ที่จริงแล้วเมื่อกี้ฉันไม่ได้พูดความจริง ของพวกนี้ฉันเจออยู่บนเขาและมันก็ไม่ได้มีแค่นิดหน่อย แต่มีตั้งสี่สิบกว่าชั่ง ส่วนที่เหลือฉันซ่อนไว้แล้วไม่มีใครหาเจอหรอกค่ะ”
ต่อหน้าเฉียวปินจะโกหกก็ได้แต่ต่อหน้าเจียงตั่ว เธอต้องซื่อสัตย์ เพราะเขาเป็นคนขี้ระแวง
ทั้งสองคนอยู่ใกล้กันมากหมิงจูพ่นลมหายใจรดหูเจียงตั่วทำให้เขาอดนึกถึงภาพวันนั้นในห้องใต้ดินขณะที่เธอโยกตัวอยู่บนร่างและกัดหูเขาไม่ได้...
เขาหันหน้าหนีโดยไม่รู้ตัวและเว้นระยะห่างจากหมิงจูเล็กน้อย
เขาเองก็ไม่รู้ว่าช่วงนี้เกิดอะไรขึ้นกับตัวเองทำไมถึงเอาแต่นึกถึงเรื่องแบบนั้น...
หมิงจูไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติของเจียงตั่วเธอก็พูดต่อไป “จริงสิ คุณล่าสัตว์เป็นไหมคะ? ตอนที่ฉันไปเก็บผักป่าบนเขา ฉันเห็นไก่ป่ากับกระต่ายบนนั้นวันหลังเราไปจับกระต่ายด้วยกันนะ!”
เจียงตั่วตอบรับว่าได้แต่ในใจกลับสงสัยว่าบนเขามีไก่ป่ากับกระต่ายอยู่ด้วยหรือ?
เขาเคยไปที่นั่นมาหลายครั้งทำไมไม่เคยเห็นเลย?
หลังจากเจียงตั่วพักผ่อนสักพักเขาก็รีบออกไปทำงาน
หมิงจูอยู่ที่บ้านกางผ้าที่ซื้อมาครั้งก่อนออก ตั้งใจจะตัดชุดใหม่ให้คุณป้าของตน
เสื้อผ้าเก่าของเธอเต็มไปด้วยรอยปะแต่สภาพเสื้อผ้าของหมิงชุนนีนั้นมีรอยปะชุนมากยิ่งกว่า รอยปะซ้อนรอยปะดูไม่น่ามองเอาเสียเลย
หมิงจูเพิ่งตัดแบ่งผ้าเรียบร้อยกำลังจะลงมือเย็บเข้าด้วยกันเสียงเฉียวปินก็ตะโกนดังมาจากนอกประตู...
“พี่สะใภ้ พี่สะใภ้ แย่แล้ว รีบออกมาเร็ว!”
ทันทีที่ได้ยินเสียงหมิงจูวางเข็มด้ายแล้ววิ่งออกไปที่ลานบ้าน เห็นเฉียวปินเหงื่อท่วมตัวเธอก็ขมวดคิ้วถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
เฉียวปินพูดอย่างเหนื่อยหอบว่า“ตอนนี้ใกล้ฤดูฝนแล้วบ่ายนี้หัวหน้าเลยไปกั้นเขื่อนที่ขอบอ่างเก็บน้ำ บังเอิญสวีข่ายก็ไปด้วยเขาตั้งใจจะหาเรื่องหัวหน้า เขาบอกว่า...เขาบอกว่าหัวหน้าบังคับขืนใจพี่ในห้องใต้ดินวันนั้น ถึงได้อยากแต่งงานกับพี่นักแถมยังบอกว่าพี่กับเขาต่างหากที่รักกัน หัวหน้าแย่งคนรักของเขาไป!”
“เขาพูดจาเหลวไหล!” หมิงจูหน้ามืดครึ้ม สวีข่ายไอ้สารเลวไร้ยางอายนั่น!
เธอเริ่มเดินออกไปเฉียวปินก็เดินตามพลางพูดว่า “พี่ก็รู้ว่าหัวหน้าเราเป็นคนเงียบๆเขาไม่ตอบโต้เลย ใครจะไปคิดว่าสวีข่ายได้คืบเอาศอก กล้าลงไม้ลงมือกับหัวหน้าแต่หัวหน้าร่างกายแข็งแรง เลยยืนอยู่กับที่เป็นสวีข่ายเองที่ล้มลงไปในอ่างเก็บน้ำเหมือนลูกไก่ป่วย!”
“พอช่วยเขาขึ้นมาได้ เขาก็นอนนิ่งอยู่กับพื้น ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่ตื่นผมเพิ่งไปตามเหล่าโจวมาช่วยที่อ่างเก็บน้ำ แต่สวีข่ายคนนั้นไร้ยางอายเกินไปผมกลัวว่าเขาตื่นแล้วจะหาเรื่องต่อ...ตอนนี้มีแต่พี่เท่านั้นที่จะพิสูจน์ได้ว่าคำพูดของเขาเป็นเรื่องโกหก จัดการเขาให้หนักเลยนะครับ!”
หมิงจูหน้าบึ้งตึงวิ่งตามเฉียวปินมาถึงขอบอ่างเก็บน้ำทันที
ตอนนี้คนงานที่อ่างเก็บน้ำต่างหยุดงานแล้วยืนล้อมวงดูกันเป็นที่สนุกสนาน
หมิงจูแหวกผู้คนเดินเข้าไป...
เห็นเจียงตั่วหน้าบึ้งยืนอยู่ตรงนั้นพอเห็นหมิงจูมา เขาก็ตวัดสายตาไปมองเฉียวปินอย่างเย็นชา
เฉียวปินใจเต้นแรงรู้ว่าหัวหน้ากำลังตำหนิที่เขาชอบยุ่งเรื่องคนอื่นแต่เขาเห็นหัวหน้าเป็นแบบนั้น... ก็เป็นห่วงว่าจะเสียเปรียบนี่นา
เฉียวปินหดคอลงยืนอยู่ข้างหลังหมิงจู ไม่ได้เดินเข้าไปใกล้
เจียงตั่วหันมามองหมิงจูอีกครั้งเห็นเธอจ้องมองเขา แววตาของเขาก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆสวีข่ายเป็นคนที่เธอชอบไม่ใช่หรือ ตอนนี้เธอจะตำหนิเขาที่‘ทำร้าย’ คนที่เธอชอบหรือเปล่า?
ทั้งสองคนจ้องตากันครู่หนึ่งหมิงจูก็ถอนสายตากลับ เดินไปอีกด้านของสวีข่ายแล้วนั่งยองๆ เธอคลำชีพจรที่คอของเขาแล้วหันไปถามโจวชางหมิงว่า “อาจารย์โจวเขาเป็นยังไงบ้างคะ?”
โจวชางหมิงส่ายหน้าและยังคงทำการฝังเข็มต่อไป “ไม่เป็นอะไรมากแต่คนไข้ยังไม่ตื่น...”
ไม่เป็นอะไรมากแต่ไม่ตื่น?แสดงว่าแกล้งทำสินะ!
อยากจะรีดไถเงินใช่ไหม?ดีมาก กล้ามาสร้างสถานการณ์เรียกเงินต่อหน้าเธอ!
“อาจารย์โจว ไม่ต้องฝังเข็มแล้วค่ะ ฉันมียาวิเศษ”
เธอพูดแล้วดึงเข็มที่โจวชางหมิงปักไว้ออกจากนั้นก็เปิดกาน้ำ แล้วใช้มืออีกข้างจับท้ายทอยของสวีข่ายบีบปากเขาแล้วกรอกน้ำเข้าไปหลายอึก...
เจียงตั่วที่ยืนอยู่ด้านหลังมองการกระทำของหมิงจูขณะที่ ‘ป้อน’ น้ำให้สวีข่าย ใบหน้าที่เคยคล้ำเข้มตอนนี้ยิ่งมืดครึ้มจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
สวีข่ายแกล้งทำเป็นชัดเจนขนาดนี้เธอยังดูไม่ออกอีกหรือ?
แต่ในวินาทีถัดมาเรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...
หลังจากหมิงจูป้อนน้ำให้สวีข่ายเธอก็ปล่อยมือ ยืนขึ้นแล้วถีบชายหนุ่มที่ ‘หมดสติ’อยู่ลงไปในอ่างเก็บน้ำอีกครั้ง!
สวีข่ายที่เพิ่งถูกกรอก‘ยา’ เข้าไปสัมผัสได้ถึงความมีชีวิตชีวาที่แล่นไปทั่วร่าง แต่จู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บที่ก้นแล้วทั้งตัวก็กลิ้งลงไปในน้ำอีกครั้ง... ไม่สิ ครั้งนี้ถูกถีบลงไป!
คนที่เมื่อครู่ยังหมดสติตอนนี้กลับดิ้นรนในน้ำสุดชีวิต ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือติดๆ ขัดๆ ว่า“ช่วย... ช่วยด้วย!”
“ฉันว่ายน้ำไม่เป็น... ช่วย...”
หมิงจูยืนอยู่ขอบอ่างเก็บน้ำห้ามชาวบ้านไม่ให้ลงไปช่วยขึ้นมาอีกรอบ
เธอกอดอกมองชายหนุ่มที่กำลังขอความช่วยเหลือในน้ำแล้วพูดช้าๆ ว่า “ไม่ใช่ว่าชอบแกล้งตายหรอกเหรอ?งั้นก็ตายให้มันสมใจนายไปเลย!กล้ามาสร้างสถานการณ์เรียกเงินผู้ชายของฉัน ฉันจะส่งนายไปยมโลกให้เอง!”
เจียงตั่วที่อยู่ข้างๆมองหมิงจูด้วยสายตาประหลาดใจ เธอ... มักจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดเสมอ
หมิงจูสัมผัสได้ถึงสายตาของเจียงตั่วจึงหันไปยิ้มให้อย่างขี้เล่น แล้วกระซิบข้างหูเขาว่า“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันเพิ่งกรอกน้ำให้เขาไปเมื่อกี้ ไม่ตายเร็วๆนี้หรอก!”
เฉียวปินได้ยินคำพูดเช่นนั้นก็กระซิบถามว่า“พี่สะใภ้ พี่ให้เขากินน้ำไท่สุ้ยเหรอครับ?”
หมิงจูเลิกคิ้ว“ใช่น่ะสิ เสียดายน้ำดีๆ!”
เมื่อเห็นสวีข่ายดิ้นรนจนหมดแรงใกล้จะจมน้ำตายแล้ว หมิงจูก็ตบไหล่เฉียวปินเบาๆ “ผู้กองเฉียวรบกวนช่วยดึงเขาขึ้นมาหน่อยนะ”
ตอนนี้เฉียวปินรู้สึกสะใจมากเขาพุ่งลงไปในน้ำอย่างรวดเร็ว ดำผุดดำว่ายเพียงไม่กี่ครั้งก็ดึงคนจมน้ำขึ้นมาได้
เมื่อเห็นสวีข่ายที่ตอนนี้หยุดหายใจไปแล้วจริงๆหมิงจูก็ให้เฉียวปินทำผายปอดให้สวีข่ายตามวิธีที่เธอสอน
แม้เฉียวปินจะรังเกียจสวีข่ายแต่ตอนนี้ก็ไม่สนใจอะไรแล้ว เป่าลมหายใจให้สวีข่ายสองครั้งแล้วก็เห็นเขาสำลักออกมาเป็นน้ำจำนวนมาก จากนั้นก็ลืมตาขึ้นทันที
“แค่ก แค่ก แค่ก!”
สวีข่ายไอแล้วลุกพรวดขึ้นมาดวงตาสีแดงก่ำ ชี้ไปที่หมิงจูด้วยมือที่สั่นเทาด้วยความโกรธว่า“เธอ... หมิงจู ทำไมถึงถีบฉันลงไป!”
“นายหมดสติไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงรู้ว่ามีคนถีบลงน้ำได้ล่ะ?”
“ฉัน... ตอนนั้นฉันแค่ไม่มีแรงลืมตา แต่ฉันรู้ว่าเป็นเธอ!”
หมิงจูยิ้มอย่างใจเย็น“ฉันก็ช่วยรักษาแล้วนี่นา? ดูสิ พอถีบนายลงน้ำนายก็ตื่นขึ้นมาทันที! ว่าไปแล้วฉันช่วยชีวิตนายไว้นะเป็นผู้มีพระคุณของนายเลยล่ะ!”
“แต่ฉันเป็นยัยตัวร้ายเสมอมา ไม่สนใจเรื่องบุญคุณหรอกสนใจแค่เรื่องเงินเท่านั้น บัณฑิตสวี ชีวิตนายมีค่าเท่าไหร่? ตั้งใจจะให้ค่าตอบแทนฉันเท่าไหร่? อย่ามาบอกว่าไม่มีเงินจ่ายนะถ้าไม่จ่ายค่าช่วยชีวิต... ฉันจะส่งนายไปเฝ้าพญายมตอนนี้เลย!”