ขณะที่ แอนนา กลืนแท่งเอ็นของผมอยู่บนตัวนั้น ผมก็ตัดสินใจจับตัวเธอพลิกลงที่นอนอย่างรวดเร็ว โดยที่แก่นกายยังคงคาอยู่ในร่องเนื้ออวบนิ่ม ผมมองสบตากับเธออย่างเจ้าเลห์แล้วเอ่ยว่า “ขอผมบ้าง”
ทันทีที่พูดจบแท่งเอ็นที่คาอยู่ในรูเนื้อก็เริ่มขยับ สองขาของเธอพาดที่บ่าของผม ผมเริ่มกระแทกสวนขึ้นไปทันทีอย่างรุนแรงและเร่งรีบ
“อ๊า...ขอแรง ๆ” เธอร้องเสียงกระเส่า
“จัดให้” ผมตอบสั้นๆ
ผมก้มลงไปที่ต้นคอของเธอพลางสูดดมและนัวเนีย พร้อมกระซิบว่า “แฟนของคุณคงไม่กลับมาตอนนี้หรอกนะ” ผมกระแทกซ้ำอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ผ่อนจังหวะแม้แต่วินาทีเดียว
เธอตอบผมเสียงติดขัด “อ๊ะ.. เป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ” เมื่อเสียงของเธอสิ้นสุดลง ผมก็เลื่อนใบหน้าลงมาที่ทรวงอก ก้มลงไปขบเม้มยอดถันที่แข็งชูชัน สลับกับการดูดดึงอย่างรุนแรง พลางใช้มือดันก้อนเนื้อทั้งสองข้างแนบกับใบหน้า
แอนนา กรีดร้องเสียงหลงด้วยความเสียวซ่าน มือของเธอขย้ำผมของผมอย่างแรง ขาที่รัดเอวผมก็เกร็งกระตุก ผมเร่งจังหวะกระแทกให้เร็วและลึกที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งร่างกายและปากของผมทำหน้าที่ไปพร้อมกัน
ผมรู้สึกว่าผมเข้าใกล้จุดระเบิดเต็มที่แล้ว แต่ผมยังหยุดไม่ได้ ผมอยากจะทำให้เธอสั่นคลอนไปมากกว่านี้
“ชอบไหม” ผมถามเสียงกระเส่า พลางเงยหน้าขึ้นไปมองสบตากับเธอ
เธอหายใจหอบถี่ๆ ดวงตาเริ่มพร่ามัว “อ๊ะ...ชะ ชอบมากๆ” เธอพูดติดๆ ขัดๆ ราวกับพยายามจะหาคำมาอธิบายความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามา
“คุณสุดยอดมาก...” ผมพูดพลางร่อนเอวแทงไม่ยั้ง จากนั้นผมก็ผละออก พลิกตัวของเธอนอนคว่ำลงกับเตียง ก่อนจะคร่อมร่างของเธออีกครั้ง
ผมจับสะโพกของเธอไว้มั่น แล้วจ่อแท่งเอ็นไปที่กลีบกุหลาบของเธอ ก่อนจะยัดเข้าไปอย่างแรงและลึกที่สุด
“อ๊า!” แอนนากรีดร้องเสียงดังลั่น แต่ก็รีบใช้มือปิดปากตัวเองไว้ทันที ผมสัมผัสได้ถึงการตอดรัดที่รุนแรงและฉับพลันจากช่องทางรักของเธอ
ผมไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งตัว ผมเริ่มกระแทกกระทั้นซ้ำๆ อย่างรุนแรงไม่หยุดหย่อน
“อ๊ะ...” เธอครางเสียงกระเส่า มือผมบีบบดบั้นท้ายของเธอ ก่อนจะก้มลงไปเลียที่ใบหู แล้วกระซิบตอบกลับไปอย่างเย็นชา “คุณอย่าได้เสียใจล่ะ ที่เลือกผมมา”
ผมตบลงบนบั้นท้ายของเธอเสียงดัง เพี๊ยะ! แล้วเร่งจังหวะให้เร็วและหนักหน่วงยิ่งขึ้นไปอีก
แอนนาหันข้างมาเล็กน้อย ผมยังคงกระแทกอย่างต่อเนื่อง เธอเผยอริมฝีปากเพื่อเปล่งเสียงที่ถูกกลั้นไว้แล้วกระซิบตอบผมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจว่า “คุณเด็ดขนาดนี้ ฉันจะเสียใจได้ไงล่ะ”
ผมยิ้มเยาะให้กับคำพูดนั้น แต่ในใจก็ยอมรับว่ารู้สึกภูมิใจ ผมกระแทกสวนไปอีกครั้งอย่างลึกและยาวนาน
ทันใดนั้นร่างของเธอก็เกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ปัสสาวะของเธอไหลพุ่งออกมาเล็กน้อย เป็นสัญญาณว่าเธอถึงขีดสุดอีกครั้งอย่างแท้จริง ผมจึงไม่รอช้า ผมกระแทกซ้ำอีกสามสี่ครั้งเพื่อส่งตัวเองไปถึงจุดหมาย
ความร้อนของลาวาอุ่นพุ่งกระฉูดเข้าไปในตัวเธอจนหมดทุกหยด ผมทรุดตัวลงทับร่างของเธออย่างหมดแรง ปล่อยให้ร่างกายได้พักผ่อนจากการต่อสู้ที่เร่าร้อนและบ้าคลั่งนี้
“ผมเผลอเสร็จในไปแล้วสิ” ผมพูดพลางหอบเหนื่อย
เธอหายใจถี่ก่อนตอบว่า “ไม่เป็นไร...” เธอหยุดพูดก่อนจะเอ่ยเสริมอย่างขบขันว่า “ที่แน่ๆ ต้องเปลี่ยนผ้าปูเตียงใหม่แล้ว”
ผมมองตามสายตาของเธอ ที่มองไปยังจุดเปียกชื้นบนผ้าปูเตียงแล้วหัวเราะเบาๆ ความเหน็ดเหนื่อยทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยความพึงพอใจ ผมค่อยๆ แล้วทรุดตัวลงนอนข้างๆ เธอ
“คุณไม่กังวลเหรอครับ” ผมถามเสียงกระซิบ พลางเอื้อมมือไปลูบผมสีแดงของเธอ
แอนนา ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “กังวลเรื่องอะไรคะ? ” เธอหยุดแล้วตอบ “ถ้าเรื่องท้อง... ฉันกินยาคุมไว้อยู่แล้วค่ะ”
ผมใช้เวลาสนทนากับเธอบนเตียง อีกครู่หนึ่งก่อนจะลุกไปอาบน้ำ แล้วร่ำลาเธอ ผมทราบว่าในช่วงนี้แฟนของเธอ เอาแต่ยุ่งกับงานจนไม่มีเวลาให้เธอเลย ถือว่าเป็นเรื่องดีที่เธอได้มาเจอผม และได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างสนุกสนานและเร่าร้อน แม้จะเป็นเวลาแค่ชั่วคราว แต่ก็ช่วยเติมเต็มความสุขในวันหยุดของเธอได้ และ วันนี้ก็เป็นวันสุดท้าย ที่เธอจะอยู่ในประเทศไทยแล้ว
ติ๊งๆ
[เสร็จใน ได้รับ 200,000 บาท]
[คุณทำให้คุณแอนนาขึ้นสวรรค์ 3/3 ได้รับ 150,000 บาท]
[คุณแอนนาทำให้คุณขึ้นสวรรค์ 2/3 ได้รับ 100,000 บาท]
[คุณปลุกเร้าอารมณ์ ได้รับ 50,000 บาท]
[สร้างความเจ็บปวด ได้รับ 50,000 บาท]
[ชาวต่างชาติ ได้รับ 50,000 บาท]
[คำพูดปลุกเร้าอารมณ์ ได้รับ 10,000 บาท]
[คอมโบครวญคราง ต่อเนื่อง ได้รับรวม 9,000 บาท]
[ยอดรวม 619,000 บาท]
[ยอดคงเหลือ 3,472,850 บาท]
“ได้มาตั้งหกแสนกว่าบาท... เป็นวันหยุดพักผ่อน ที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ" ผมรำพึงออกมาเบา ๆ ขณะก้าวเท้าลงบันได อีกไม่นานก็ใกล้ถึงเวลานัดกับน้อง ๆ แล้ว ผมจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเล็กน้อย
ผมเดินไปยังร้านอาหารทะเล ที่ผมและน้องๆ คุยกันไว้ก่อนหน้านี้ แสงไฟจากร้านส่องออกมาสะท้อนกับผิวน้ำทะเลที่อยู่ไม่ไกล เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังแผ่ว ๆ ผสมกับเสียงผู้คนที่กำลังพูดคุยอย่างออกรส ทำให้บรรยากาศยามค่ำคืนดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันตา
ผมเดินไปหยุดยืน ตรงทางเข้าร้านซึ่งมีพนักงานยืนต้อนรับอยู่หนึ่งคน บริเวณนั้นมีผู้คนกลุ่มหนึ่งที่ดูแล้วน่าจะ ตั้งใจจะมาทานอาหารที่ร้านนี้เหมือนกับผม
ผมเดินตรงไปสอบถามพนักงาน "ไม่ทราบว่ามีโต๊ะว่างหรือเปล่าครับ"
พนักงานตอบอย่างนอบน้อม "ต้องขออภัยด้วยครับ ตอนนี้โต๊ะเต็มแล้ว แต่หากลูกค้าสะดวกรอ ต้องรอประมาณ 40 นาที ครับ"
ผมล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กเวลา ตอนนี้เวลา 2 ทุ่ม 50 นาที เมื่อรู้ดังนั้น ผมจึงแจ้งพนักงานไปว่า "ขอคิดดูก่อนนะครับ" ผมเดินออกมาจากหน้าร้าน แล้วกดโทรหาเมษา
ผมรอสายอยู่ครู่หนึ่ง เมษาก็กดรับ "ว่าไงคะพี่..."
น้ำเสียงของเมษาดูร่าเริงขึ้นมาก เมื่อเทียบกับตอนเย็น ผมยิ้มรับแล้วถามไปว่า "พี่อยู่ร้านอาหารทะเล ตามที่เราวางแผนไว้ แต่คิวเยอะมากต้องรอประมาณสี่สิบนาที ยังอยากทานร้านนี้อยู่ไหม"
เมษาเงียบไปครู่หนึ่ง ผมได้ยินเสียงเธอปรึกษาเพื่อน ๆ ว่าจะทำอย่างไรต่อ ผมรออยู่ไม่นาน เธอก็ตอบกลับมาว่า "ถ้าต้องรอนานขนาดนั้น เราไปร้านอื่นกันดีกว่าค่ะ"
ผมใช้เวลาคิดเล็กน้อย แล้วพูดว่า " อือ..งั้นเปลี่ยนไปร้านอื่น...พี่มีร้านอาหาร ที่อยากพาไปลองอยู่พอดีเลย"
"ได้เลยค่ะ ไปร้านที่พี่อยากไปก็ได้" เมษารับคำ ด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง
หลังจากนั้นสิบห้านาที ผมและน้อง ๆ ก็เดินอยู่ภายในโรงแรมชั้นที่ 14 ผมเดินนำทุกคนไปยังร้านอาหารภายในโรงแรม ที่ผมเลือกมาเพราะเคยได้ยิน แอนนาและโทมัส พูดถึงว่า มีอาหารที่หลากหลายและมีคุณภาพมาก ทั้งของคาว ของหวาน และมี เครื่องดื่มเติมได้ไม่จำกัด ผมจึงไปค้นข้อมูล เพิ่มเติมและพบว่า เป็นบุฟเฟต์ ราคา 1,499 บาทต่อคน
ไม่นานนัก พวกเราก็เดินมาถึงร้านอาหาร ซึ่งมีพนักงานต้อนรับยืนอยู่ตรงทางเข้า เขาเอ่ยทักทันทีด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร “ลูกค้าได้จองโต๊ะไว้ไหมครับ?”
“เอ่อ... ไม่ครับ โต๊ะเต็มแล้วเหรอครับ?” ผมถามกลับด้วยสีหน้าสงสัย
พนักงานส่ายหน้ายิ้ม ๆ “ไม่ครับ ตอนนี้ยังมีโต๊ะว่างอยู่ เพียงแต่ทางร้านมีโปรโมชั่น ถ้าจองล่วงหน้าจะได้รับส่วนลด 10% แต่ถ้าไม่ได้จองก็จะเป็นราคาปกติครับ”
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “ลูกค้ามาทั้งหมด 6 ท่านใช่ไหมครับ?”
“ใช่ครับ” ผมตอบด้วยความโล่งใจ นึกว่าจะไม่มีโต๊ะว่างเสียแล้ว
พนักงานพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเดินนำเข้าไปด้านใน เขาหันไปส่งสัญญาณให้พนักงานอีกคนช่วยจัดเตรียมโต๊ะ พวกเราจึงเดินตามไปอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางกลิ่นอาหารหอมลอยอบอวลและเสียงพูดคุยเบา ๆ ของลูกค้ารอบข้าง
พวกเราตามพนักงานเข้าไปจนหยุดอยู่ที่โต๊ะหนึ่ง มันเป็นมุมที่ดีมากทีเดียว ผมนั่งลงพลางกวาดตามองไปรอบ ๆ ร้าน
ที่นี่เป็นร้านบุฟเฟต์ที่ดูหรูหรา บรรยากาศโดยรวมดีมาก อาหารถูกจัดเรียงเป็นโซน ๆ อย่างสวยงาม มองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยอาหารละลานตา
ตรงระเบียงด้านข้างยังมีมุมให้ยืนถ่ายรูปได้ วิวจากตรงนั้นมองเห็นทะเลยามค่ำคืนระยิบระยับ แสงไฟสะท้อนบนผืนน้ำดูสวยจนอดไม่ได้ที่จะเผลอยิ้มออกมา
ขณะนั้นเองเมษา ก็เอ่ยขึ้นอย่างตกใจว่า “พี่ค่ะมันหัว 1,499 บาทเลยนะคะ”
ผมยิ้มพร้อมกับ โกหกเมษา "อ้าวเหรอ พี่เข้าใจผิดคิดว่าแค่ 499 ซะอีก... แต่เข้ามาในร้านแล้ว ก็กินที่นี้แหละ"
ผมเว้นจังหวะแล้วมองหน้าเมษา ก่อนจะพูดต่อ "ไม่เป็นไรหรอก มื้อนี้พี่เลี้ยงเอง เหมือนเดิมนั่นแหละ เพราะวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้ว อีกอย่างพี่ก็ไม่แน่ใจว่า จะมีโอกาสพาพวกเรามาเที่ยวอีกทีเมื่อไหร่"
เมื่อสิ้นเสียงของผมเมษาก็ยิ้มออกมา แล้วพูด "ถ้าอย่างนั้น ก็อิ่มจังตังอยู่ครบ" เมษาแซว เพื่อน ๆ ของเธอก็พากันหัวเราะ
ผมยิ้มตอบ แล้วชวนว่า "ไปตักอาหารกันได้แล้ว ที่นี่มีอาหารทะเล ให้เลือกเยอะเลยนะ" ผมหยุดแล้วชี้ให้ดู "รู้สึกเหมือนว่าพี่ เห็นปลาแซลมอน หอยนางรม อยู่ตรงโน้นด้วย"
หลังจากนั้น ผมกับน้อง ๆ ก็พากันเดินไปหยิบอาหารกันอย่างสนุกสนาน พวกสาว ๆ พอเห็นของหวานที่จัดเรียงอยู่บนชั้นวางสวยงาม ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ทันที
ส่วนผมกับน้องผู้ชายก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน เมื่อเห็นอาหารหลากหลายเต็มไปหมดจนเลือกไม่ถูก ดูท่าว่าวันนี้คงชิมได้ไม่ครบทุกเมนูแน่ ๆ เพราะของเยอะจนแทบล้นสายตาเลยทีเดียว
เวลาดำเนินไปอย่างสนุกสนานพร้อมเสียงหัวเราะ พวกเราพูดคุยถึงแผนเที่ยวของวันพรุ่งนี้ สุดท้ายก็สรุปกันได้ว่า ที่แรกที่จะไปคือสวนเสือพัทยา ต่อด้วยสวนน้ำพัทยา โคลัมเบีย และจบท้ายด้วยสวนนงนุช ก่อนที่จะเดินทางกลับบ้าน...