ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่115 มาร้านอาหาร

    เจมส์ไม่รีบร้อนไปร้านอาหาร'อ่างชุน'ตามที่นัดหมายกับหมอชาญ คือการทานข้าวช่วงเย็น

    อีกทั้งผู้หญิงขึ้นชื่อเรื่องเพศที่ต้องใช้เวลาในการแต่งหน้าทำผม

    ดังนั้นเขาจึงรอเงียบๆ ในรถหรือเดินเล่นออกมาข้างนอกเพื่อสูดอากาศบางครั้งคราว

    “จริงสิ พี่จูเน่เพิ่งลงเวรมานี่นา คงเหนื่อยแย่ รู้งี้น่าจะบอกให้นอนสักหน่อยก็ดี”

    เจมส์เพิ่งนึกขึ้นได้หลังจากลงมาสูดอากาศ

    ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พี่สาวมักจะทำงานหนัก ส่งให้ที่บ้านทุกเดือน โดยเฉพาะเรื่องของจูเนียร์เธอเป็นห่วงถึงขั้นกลัวว่าน้องชายคนเล็ก จะไม่มีอะไรตกถึงท้อง

    มองจากมุมนี้ต้องมีความอดทนมากแค่ไหนกันนะ

    จะว่าไปแล้วผู้หญิงขึ้นชื่อเรื่องอดทนนี่นา

    อดทนอดกลั้นเสียยิ่งกว่าชายแท้ ต้องเหนื่อยถึงที่สุดจริงๆ นู่นแหละถึงจะยอมปริปาก บอกว่าไม่ไหวแล้ว

    “สงสัยกลับไป คงต้องเปลี่ยนงานใหม่ให้พ่อแม่สักหน่อย”

    เจมส์ลืมเกี่ยวกับพ่อแม่เพราะหลังๆ วุ่นกับงานในสตูดิโอ โรงงานลูกชิ้นปลา โปรเจคแซลมอนดองน้ำปลาในกระป๋อง อีกทั้งยังมีร้านอาหารอีกสองแห่งต้องดูแล จึงไม่ได้กลับบ้าน ไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็นไงบ้าง

    แต่มองจากสภาพของพี่สาวตัวเล็ก หน้าตาหมองคล้ำไร้เลือดฝาด บางทีมันคงถึงเวลาแล้วที่เขาควรจะเปิดเผยฐานะตัวเอง เปลี่ยนให้พ่อแม่ได้อยู่ดีกินดี ไม่ต้องอดอยากปากแห้งหรือออกมาวางอวนตั้งแต่ตีสี่ตีห้า

    นึกไปแล้วก็ถอนหายใจสมเพชตัวเอง

    เขามันเป็นลูกชายที่แย่ หากเทียบกับพี่สาวที่ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว เขาไม่ต่างอะไรจากคนที่หลงลืมที่บ้าน

    เจมส์ถอนหายใจพลางมองไปรอบๆ ขณะยืนพิงกำแพงหอพักหญิงในชุมชนแออัด

    ที่นี่ถนนเล็กมาก มันสามารถขับรถยนต์ได้เลนเดียว

    หากมีอีกคันสวนมาเกรงว่าคงเป็นเรื่องยากที่จะขับไปได้ ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถอยให้อีกฝ่ายไปก่อน หรือไม่หากดีหน่อยก็หลบเข้าประตูหอพักในระแวก

    ถนนเลนเดียวบัดซบถึงที่สุด ตรงกลางมีฝาท่อระบายน้ำถูกวางเป็นแนวยาวไปจนสุดถนน

    หากวันดีคืนดีมอเตอร์ไซค์ขับสะดุดล้มหรือตกลงไปในท่อ มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะการวางท่อมันโคตรห่วยบรม

    ทอยที่นั่งอยู่บนรถเดินลงมา เหลียวซ้ายแลขวาที ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

    “เจ้านายครับ ทำไมเราถึงไม่เข้าไปในหอพักละครับ หากคุณพี่จูเน่ต้องการความช่วยเหลือ ผมจะได้เข้าไปช่วยจัดการได้ทันท่วงที”

    กล่าวจบทอยเริ่มเบ่งกล้ามเนื้อบนแผงอก

    ไม่รู้คิดไปเองไหม แต่คล้ายกับหน้าอกหมอนี่กำลังขยับดึ๋งดั๋งซ้ายทีขวาที แลดูพิลึกชวนขนลุก

    “ที่นี่เป็นหอพักหญิง ผู้ชายเข้าไปไม่ได้หรอกนะ อีกอย่างคือไว้ในกรณีช่วยขนของเท่านั้น ในเวลาปกติหากจะเข้าไปก็คงต้องรออยู่ข้างนอก หรือเข้าไปได้ไม่นาน” เจมส์อธิบายกฏของหอพักให้ฟัง

    ที่นี่สำหรับผู้ชายไม่ต่างอะไรจากสรวงสวรรค์

    มีใครบ้างไม่อยากอยู่ท่ามกลางหมู่ดอกไม้งาม

    “เข้าใจแล้วครับ แต่ถ้าหากผมแต่งตัวเป็นผู้หญิงเข้าไป แค่นั้นก็ได้แล้วใช่ไหมครับ” ทอยเสนอวิธีแก้ปัญหา

    เจมส์เกือบจะสบถคำหยาบ

    ให้ตายสิหมอนี่ใช้อะไรคิด ถึงได้มองว่าแค่แต่งตัวเป็นผู้หญิง ผู้ดูแลหอก็มองไม่ออกว่าเป็นผู้ชาย ทั้งที่กล้ามออกจะใหญ่จนน่าขนลุก

    “ใครบอกนาย”

    “เอ้า ก็ผมดูละครหลังข่าว เห็นผู้หญิงนมโตปลอมตัวเป็นผู้ชาย ใส่วิก ใส่หนวดปลอมเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้าน ทำตัวเป็นคนสวน ทั้งที่นมก็ออกจะใหญ่ไม่เห็นจะมีใครในบ้านมองออกเลย” ทอยพูดเป็นตุเป็นตะ เล่าเป็นฉากๆ อย่างละเอียด

    เจมส์เอามือก่ายศีรษะจะเป็นลม

    ให้ตายสิไม่คิดว่าหมอนี่จะคิดจริงจัง

    ยังมีคนโง่กว่าตัวละครในเรื่องคิดว่านั่นเป็นผู้ชายอีกเหรอ แค่เห็นหน้าอกก็น่าจะรู้ว่าเป็นผู้หญิงปลอมตัวมา การทำแบบนี้เป็นอะไรที่ดูถูกคนดูว่าโง่ แต่ก็นั่นแหละดูเหมือนจะมีคนโง่อยู่ตรงนี้หนึ่งคน ซึ่งดูจากความกระตือรือร้นในการหาชุด เขาช่างใสซื่อจนอยากจะร้องไห้

    “ฟังนะทอย นั่นมันแค่ละคร ผู้หญิงหน้าอกใหญ่ขนาดนั้นน่ะมีแต่ในละครเท่านั้นที่คิดว่าเป็นผู้ชาย”

    “อ้าว...เหรอครับ แล้วแบบนี้จะเข้าไปยังไงดี”

    “ฟังผมนะ ไม่ต้องเข้า กลับเข้าไปนั่งรอในรถเงียบๆ!”

    “ก็ได้ครับ แต่ถ้าหากไปถึงร้านอาหารเมื่อไหร่ ผมขอเต้นนะครับ”

    “ได้ แต่ห้ามแก้ผ้าเปลือยท่อนบนละ”

    “ทำไมเหรอครับ ผมว่าหน้าอกผมออกจะเซ็กซี่”

    เซ็กซี่สำหรับทอยแต่สำหรับเจมส์มันน่าขนลุกเนี่ยสิ เหอะเหอะ

    ..........

    ระหว่างรอพี่สาวเขาตรวจหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

    ด้วยความที่มีนิ้วทองคำ ซื้อขายได้กำไรมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เจมส์มีแนวโน้มในการทำกำไรมากกว่านักลงทุนคนอื่น

    แต่อย่างใดก็ดี เจมส์ไม่คิดใช้นิ้วทองคำบ่อยครั้ง

    เพราะอย่าลืมว่าหนึ่งเดือนใช้ได้เพียงครั้งเดียว ยกเว้นแต่ว่าจะให้คนอื่นนำไปใช้ ผลเสียด้านลบก็จะไม่เกิดขึ้น

    แต่การทำแบบนั้นก็เหมือนการกดสูตรโกงเกม ไม่มีอะไรน่าสนุก คนเราควรที่จะสนุกกับชีวิตสิ

    ดังนั้นเจมส์จึงไม่คิดใช้ทางลัด เพียงสนุกกับการใช้ชีวิต รวมถึงสร้างธุรกิจเพื่อตัวเองและครอบครัว

    ......

    ระหว่างที่นั่งบนกำแพงหอพักรอพี่สาวลงมาอยู่ๆ ขวดน้ำที่เพิ่งกินถูกโยนมาตรงขา

    เจมส์เงยหน้ามอง พบว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่งสวมแว่นดำกรอบหนา นั่งอยู่บนรถMERCEDES-BENZ SLK200 เปิดประทุน

    คล้ายกับรู้ว่าเขาไม่พอใจ หญิงสาวที่นั่งอยู่ในรถคันโก้ถอดแว่น ตามด้วยถ้อยคำหยามเหยียด

    “โอ๊ะ...ไม่รู้ว่ามีคนนั่งอยู่ตรงนั้น โดนหรือเปล่าแต่ก็ช่างเถอะ ก็นะซอยนี้มันแคบนี่นา แถมยังมีแต่ขยะฉันเลยนึกว่านายเป็นขยะ นี่ถ้าหากไม่เป็นเพราะว่ามันคือทางผ่าน ฉันคงไม่ขับมาซอยของพวกคนจนหรอก เฮ้อเหม็นชะมัด ไปดีกว่า”

    เจมส์มองกระทั่งรถ MERCEDES-BENZ SLK200​ ไปลับสายตา

    ทอยจึงลงจากรถพอดี ถามว่า

    “เจ้านาย เมื่อกี้นี้เหมือนว่าผมได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง มีใครมาทำให้ไม่พอใจหรือเปล่าครับ”

    “ไม่มีหรอก แค่หมาแมวเดินผ่านน่ะ” เจมส์เลือกที่จะมองผ่านพวกขี้อวด แล้วหันกลับมาสนใจตลาดหุ้นต่อ

    เขายังไม่ลืมจุดประสงค์การเล่นหุ้น

    ส่วนหนึ่งเพื่อทำกำไรส่วนหนึ่งเพื่อต้องการครอบครองหุ้นหนึ่งในห้าของค่าย NG ที่โกมินจองสังกัด

    .. .........

    ไม่ช้าหรือนานเกินไป จูเน่เดินลงมาจากหอพักหญิงล้วน

    หญิงสาวมาในสภาพสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงยีนส์ขากระบอก รองเท้าผ้าใบสีดำ ไม่มีเครื่องประดับใดบนร่างกาย นอกจากนาฬิการาคาถูกบนข้อมือซ้าย

    การแต่งตัวดูเรียบง่าย ขาดเสน่ห์ดึงดูด

    ใบหน้าจืดชืดแทบไม่มีสิ่งใดประทินโฉม นอกจากแป้งราคาถูกและลิปสติกที่ถูกทาบางๆ

    เจมส์ไม่รู้จะพูดว่าไงดีเมื่อเห็นสภาพพี่สาว

    หน้าตาเธอดีนะแต่รสนิยมแย่ไปหน่อย แต่จะว่าไปแล้วจะโทษเธอทั้งหมดก็ไม่ใช่ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเที่ยวที่ไหน เอาแต่ทำงานลูกเดียว เสื้อผ้าสวยๆ และเครื่องสำอางจึงไม่มีความจำเป็น

    “รอนานหรือเปล่า” จูเน่ถามพลางส่งยิ้มให้เจ้าโง่ทอยและน้องชาย

    “ไม่นานครับ ขึ้นรถสิ”

    “ขอบใจ”

    จูเน่ก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหลัง ก่อนจะถามด้วยความไม่มั่นใจ

    “พี่แต่งตัวเป็นไง สวยไหม”

    “แย่”

    “โห...นั่นปากหรอนั่น ระวังนะพูดแบบนี้เดี๋ยวจะไม่มีแฟนเอา”

    “ฮ่าฮ่า คุณพี่ดูจะพูดผิดไปแล้วนะครับ ตอนนี้เจ้านายไม่ใช่ว่าไม่มีแฟน แต่มีจนถึงขั้นว่า...”

    “อะแฮ่ม...”

    “ถึงขั้นอะไรเหรอ พูดต่อสิ”

    “ไม่มีอะไรครับ เดี๋ยวผมขับรถออกไปเลยนะครับ ฮ่าฮ่า”

    ทอยทำได้เพียงปิดปากเงียบ ทั้งที่คันยิบๆ อยากจะเม้าท์มอยอย่างคุณป้าขี้เสือกข้างบ้าน ว่าเจ้านายมีแฟนหลายคน

    พฤติกรรมของเจ้าโง่แบนเนอร์ทำให้เจมส์ผู้เป็นเจ้านายกังวล

    ไม่แน่บางทีเขาอาจยังไม่ได้อธิบายกับเบียร์ แฟนสาวต่างคณะฯ ก็ถูกเจ้าทอยชิงบอกก่อน แบบนั้นปัญหามีหวังได้เกิดขึ้นแน่

    ...........

    รถยนต์ช่วงเย็นบนถนนเมืองกรุงเทพฯ ค่อนข้างหนาแน่น และยิ่งวันนี้เป็นวันที่สี่ช่วงปีใหม่ คนที่หยุดงานกลับไปบ้านต่างจังหวัดเริ่มทยอยกันกลับมา ทำให้รถขาเข้าแทบจะไม่ขยับหลายชั่วโมง

    โชคดีที่ใช้ถนนคนละเส้น ไม่งั้นนัดวันนี้กับหมอชาญอาจถูกเลื่อนไปวันอื่น

    อ่างชุนเป็นร้านอาหารติดแอร์ มีเพลงเพราะๆ และผู้หญิงสวยอย่างที่เจมส์เดาไว้ไม่มีผิด

    เขาไม่รู้ว่าที่นี่มีการขายอย่างว่าไหมเพราะไม่มีใครบอก แต่มันก็อาจจะมีรอบนอกบ้างหากคุณตกลงกับหล่อนได้

    เห็นร้านดังกล่าวคึกคักด้วยผู้คน ทั้งยังเป็นร้านใหญ่หรูหรา จูเน่กระตุกแขนเสื้อน้องชายแน่น ท่าทางขลาดเขลาไม่กล้าเข้าไป

    “เจมส์ มาถูกที่หรือเปล่าเนี่ย”

    “ถูกสิครับ ทำไมจะไม่ถูกละ”

    “เหรอ...แต่พี่ว่าร้านนี้มันใหญ่เกินไปไหม อาหารแต่ละจานน่าจะแพง”

    เจมส์มองหน้าพี่สาวทีหนึ่งแล้วต้องกลั้นขำ

    จะว่าไงดีตอนที่เธอเป็นห่วงกลัวว่าเขาไม่มีเงินจ่าย ดูน่ารักไม่หยอก น่าแกล้งเล่นให้งอนสองสามที

    “ไม่แพงหรอกครับ ถึงแพงผมก็สามารถจ่ายได้สบาย พี่เชื่อไหมว่าต่อให้อาหารมื้อนี้หมดไปห้าหมื่น ผมก็สามารถจ่ายได้” เจมส์เริ่มคุยโวโอ้อวด

    ทำเอาพี่สาวใบหน้าไร้การแต่งแต้มเผยอยิ้มมุมปาก ผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว

    พวกเขาเดินเข้าไปในร้านอาหารอ่างชุน นั่งโต๊ะที่ได้จองไว้โดยหมอชาญ

    โต๊ะที่พวกเขานั่งเป็นมุมที่ดีที่สุด

    จากจุดนี้สามารถมองเห็นเวที นักร้องสาวและแดนเซอร์...โอ้ไม่สิ มองสาวในร้านได้อย่างถนัดตาต่างหาก แถมวันนี้พนักงานนั่งดริ้งค์ดูเหมือนจะมาในธีมแม่บ้าน ทำเอาคุณผู้ชายที่ชอบการเป็นเจ้านาย จ้องตาเป็นมัน