เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 46 อู๋อู๋ถูกฉีกหน้า

            นางพยาบาลที่อยู่ในห้องจ่ายยาพูดด้วยน้ำเสียงมาดมั่นรวมถึงแววตาสะใจของเพื่อนร่วมงานโดยรอบ ทำให้อู๋อู๋ยิ่งรู้สึกแย่

            แต่ในเมื่อเธอสบประมาทออกไปแล้วหากถอนคำพูดจะไม่ขายหน้าเองหรอกหรือ

            อย่างไรเสียก็เคยขายหน้าครั้งใหญ่ไปแล้วเธอจะไม่มีทางให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด

            “ตกลง ฉันจะไปหาท่านคณบดี”

            “ไม่ต้องไปหรอกค่ะ ท่านมาพอดี”

            อู๋อู๋หันไปตามสายตาของนางพยาบาลที่มองไปทางหน้าประตูของห้องโถงใหญ่คณบดีจางที่แต่งตัวเรียบร้อยเดินเข้ามา

            สีหน้าโกรธเคืองของอู๋อู๋พลันเปลี่ยนเป็นยิ้มประจบเร็วยิ่งกว่าการแสดงเปลี่ยนหน้ากากเสียอีกพวกนางพยาบาลที่อยู่ในห้องจ่ายยาถึงกับเบะปาก

            “ท่านคณบดีจาง~”

            เสียงหวานของอู๋อู๋สั่นเครือเล็กน้อยทำเอาผู้ชายที่กำลังมาลงทะเบียนมองด้วยแววตาหื่น

            คณบดีที่สามารถคิดนโยบาย “กองทุนสำรองค่ารักษาพยาบาล” ซึ่งไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของตนเองแต่เพื่อผู้อื่น ช่างเป็นความสมบูรณ์แบบที่ไร้จุดด่างพร้อยตัวเขาเองเมื่ออายุมากขึ้นจึงไม่ค่อยสนใจเรื่องใต้ร่มผ้า แต่ก็อดตื่นตัวไม่ได้

            “เสี่ยวอู๋แผนกผู้ป่วยหนักนี่ ในที่สุดก็มาทำงานแล้วหรือคราวนี้ถือว่าช่างมัน แต่ต่อไปอย่าขาดงานโดยไม่มีเหตุผลอีก”

            คณบดีจางกล่าวอย่างมีเมตตา

            ทว่าสีหน้าของอู๋อู๋เปลี่ยนไปเมื่อวันจันทร์เธอออกจากโรงพยาบาลโดยไม่ได้ลา ความหมายร้ายแรงก็คือขาดงาน

            เป็นหลักฐานชัดเจนที่ตอกอยู่บนกระดาน ไม่อาจปฏิเสธได้

            เมื่อสงบใจได้แล้ว สำหรับข้อเท็จจริงที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอู๋อู๋ยอมรับผิดอย่างกล้าหาญ

            “ตอนนั้นฉันมีบางอย่างที่ตั้งรับไม่ทัน ท่านคณบดีจางวางใจเถอะหลังจากนี้ฉันจะกลับมาเหมือนเดิมปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงพยาบาลอย่างเคร่งครัดค่ะ”

            คณบดีจางรู้สาเหตุของเรื่องนี้ดีไม่ต่างจากคนอื่นๆ ในโรงพยาบาลแต่เขาเป็นคนปากหนักมาแต่ไหนแต่ไร บางเรื่องไม่ควรเปิดเผยแม้แต่กับภรรยาที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาหลายปี เขาก็แทบจะไม่ปริปาก

            เพราะเขารู้ และเขาก็เข้าใจอู๋อู๋

            “ขอเพียงตั้งใจทำงาน ศึกษาค้นคว้าด้านการแพทย์ โอกาสย่อมมีเข้ามาเสมอ เอาละไปทำงานกันเถอะ”

            ในขั้นแรกเรื่องจบลงเช่นนี้แต่อู๋อู๋เข้ามาขวางคณบดีจางไว้เสียก่อน

            “ท่านคณบดีคะ ฉันจำเป็นต้องแจ้งให้ท่านทราบสถานการณ์ค่ะ”

            “หือ?”

            “มีคนละเมิดกฎระเบียบของโรงพยาบาลค่ะ” อู๋อู๋มองพยาบาลที่อยู่ในห้องจ่ายยา“มีคนถอนเงินออกจากบัญชีกองทุนสำรองค่ารักษาพยาบาลของฉันโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอมค่ะ”

            “มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ”

            กองทุนสำรองค่ารักษาพยาบาลนี้จัดตั้งขึ้นโดยคณบดีจางความตั้งใจเดิมเพื่อให้ความเป็นอยู่ของบุคลากรในโรงพยาบาลดีขึ้นแต่นโยบายนี้มีภัยซ่อนอยู่หลายชั้น ภัยใหญ่ที่สุดคือการสมอ้างด้วยเหตุนี้เขาจึงจัดประชุมหารือหลายครั้งในช่วงเริ่มต้นอันดับแรกต้องเป็นเจ้าของบัญชีมาชำระด้วยตัวเองเท่านั้นโดยใช้บัตรประจำตัวประชาชน ต่อให้เป็นคนในครอบครัวหรือแม้แต่เพื่อนสนิทที่มีเอกสารยืนยันครบถ้วนก็เกรงว่าจะไม่สามารถดำเนินการ

            และในวันนี้เรื่องที่เป็นกังวลก็เกิดขึ้นจนได้

            คณบดีจางขมวดคิ้ว เขาเดินไปที่หน้าต่างห้องจ่ายยาก่อนจะถาม “มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ”

            “คุณหมออู๋เข้าใจผิดแล้วค่ะ”

            นางพยาบาลที่เข้าเวรพูด ทำให้คิ้วที่ขมวดเป็นปมของคณบดีจางคลายลง

            ลางสังหรณ์ของอู๋อู๋ทวีความรุนแรง เธอกำมือแน่นและเกิดความลังเล “เธอว่ามาที่บอกว่าเข้าใจผิดหมายความว่ายังไง”

            ตอนที่เปลี่ยนกะ นางพยาบาลที่เข้าเวรก่อนหน้านี้ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังแล้วนางพยาบาลที่เข้าเวรในขณะนี้จึงอธิบายซ้ำอีกครั้ง

            “คนที่เข้าเวรเมื่อคืนคือพี่จางค่ะ ลูกสาวของคุณหมออู๋ไข้ขึ้นสูงเพื่อนร่วมชั้นเป็นคนพามาส่ง เพราะรีบจึงไม่ได้เตรียมค่ายามาด้วยเด็กนักเรียนที่พามาคือลูกสาวของคุณหมอหยาง พี่จางรู้จักและรู้เรื่องจากเธอจึงเสนอให้หักเงินจากบัญชีของคุณหมออู๋ค่ะ”

            “ก็เลยหักเงินจากบัญชีของฉันเงินของฉันถูกหักโดยที่ฉันยังไม่ได้อนุญาตงั้นหรือ”

            “อย่าเพิ่งตื่นเต้นไปค่ะคุณหมออู๋ ดิฉันยังพูดไม่จบ”

            นางพยาบาลคนนั้นหันไปมองคณบดีจางก่อนจะมองอู๋อู๋ด้วยสายตาหยั่งเชิงรอดูสถานการณ์

            “พี่จางบอกก็จริงแต่ที่พูดไปแบบนั้นก็เพื่อให้ลูกสาวของคุณหมอหยางใจเย็นลงค่ะต่อมาพี่จางโทรศัพท์ไปที่บ้านคุณหมออู๋ พอคุณหมออู๋ฟังจบก็ตัดสายทิ้งไม่สนใจลูกสาวของตัวเอง พี่จางไม่มีทางเลือกจึงไม่สามารถละเมิดกฎระเบียบของโรงพยาบาล ทำได้เพียงเอาเงินของตัวเองจ่ายไปค่ะและคิดว่ารอให้คุณหมออู๋มาทำงานแล้วจะเล่าให้ฟังและหารือว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไง”

            พี่จางใช้แซ่เดียวกับคณบดีจาง นับเป็นหลานสาวคนหนึ่งของเขา เมื่อทำงานที่เดียวกันคณบดีจางย่อมให้ความสนใจมากกว่าปกติ และเขารู้ว่าหลานสาวเป็นคนจิตใจดีเป็นไปได้ที่จะทำแบบนั้น

            “เป็นแบบนี้นี่เอง เสี่ยวอู๋ เธอเข้าใจผิดแล้ว”

            ลางสังหรณ์ของเธอเกิดขึ้นจริงๆ อู๋อู๋ได้แต่ก้มหน้าคราวนี้เธออับอายอีกแล้ว

            “แต่ว่า…”

            นางพยาบาลที่เข้าเวรพูดเสียงเบา เบามาก จนคณบดีจางแทบไม่ได้สังเกตแต่อู๋อู๋สังเกต จึงอดไม่ได้ที่จะเกิดประกายความหวังสุดท้าย

            “แต่ว่าอะไร”

            “หลังจากที่ลูกสาวของคุณหมออู๋ให้น้ำเกลือเสร็จ และถามเรื่องต่างๆก็บอกว่าจากผลดีเอ็นเอเธอไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ จึงไม่สะดวกใจใช้เงินของคุณแล้วเธอก็จ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง ก่อนที่พี่จางจะเลิกงานได้กำชับว่าหากคุณหมออู๋ทราบเรื่องและมาทวงเงินก็ให้ดิฉันบอกไปว่ามีการชำระเงินแล้วไม่จำเป็นต้องจ่ายอีกค่ะ”

            ลูกสาวมีไข้ขึ้นสูง เพื่อนร่วมชั้นมาส่งที่โรงพยาบาลเพื่อนร่วมงานหวังดีโทรไปแจ้ง แต่ถูกตัดสายทิ้ง รวมถึงตัดขาดความสัมพันธ์กับซูอิน…

            ทุกสิ่งทุกอย่างโยนใส่เหมือนกับอู๋อู๋โดนตบหน้า

            นอกจากไม่ห่วงลูกสาวที่กำลังป่วย ยังไม่รู้เรื่องต่างๆแน่ชัดก็รีบมาประณามผู้อื่น อีกทั้งยังดึงคณบดีจางเข้ามายุ่ง

            อู๋อู๋มองไปรอบๆเพราะการมาของคณบดีจางทำให้เพื่อนร่วมงานหลายคนไม่รีบไปที่แผนกของตัวเองแต่กลับยืนดูเรื่องสนุกอยู่ตรงทางเดิน สีหน้าของทุกคนแสดงความดูถูก

            แววตาเยาะเย้ยที่มองมาเธอรู้สึกเหมือนโดนเข็มหลายเล่มทิ่มแทงใบหน้าจนแทบไม่เหลือช่องว่าง

            เธอทำเรื่องงี่เง่าเช่นนี้ได้อย่างไร

            “เสี่ยวอู๋ เรื่องราวชัดเจนแล้วนะ”

            คณบดีจางเอ่ยด้วยน้ำเสียงใจดี แต่อู๋อู๋กลับชะงักเธอสัมผัสได้ถึงความเย็นชาและไม่พอใจ จึงพยักหน้าอย่างหนักแน่น

            “เป็นเพราะฉัน…”

            “ไม่ได้ตรวจสอบเรื่องราวให้ชัดเจนก่อนก็รีบมา…ทุกคนเป็นเพื่อนร่วมงานกันทั้งนั้นไม่ควรต้องโกรธเคืองกัน ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ โตๆ กันแล้ว ต่อไประวังหน่อยล่ะ”

            อู๋อู๋พยักหน้า

            ประโยคถัดมาที่คณบดีพูดกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนตกนรก

            “เอาละ เรื่องเข้าใจผิดครั้งนี้เมื่อได้คุยกันรู้เรื่องแล้วก็ถือว่าเข้าใจกัน เสี่ยวอู๋ เธอไม่ได้มาทำงานหลายวันคงมีงานค้างหลายอย่าง รีบไปจัดการเถอะ”

            เอ่ยจบคณบดีจางก็มองไปรอบๆ “รวมถึงพวกเธอ ใกล้เวลาเข้างานแล้วมาสุมหัวกันอยู่ที่นี่ทำไม รีบกลับไปที่แผนกของตัวเอง มีอะไรก็ไปทำ”

            ต้องการให้เธอไปทำงานงั้นหรือ

            เกิดเรื่องน่าอายติดกันเป็นครั้งที่สอง อู๋อู๋โกรธจนอยากซ่อนตัวหนีไปให้ไกลจากโรงพยาบาล จะให้อยู่ทำงานต่อหรือ อู๋อู๋เดาได้เลยว่าต่อจากนี้จนถึงเลิกงาน ทุกนาที ทุกวินาทีสำหรับเธอแน่นอนว่าคงเป็นช่วงเวลาที่ทุกข์ทรมาน

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592