“ขอให้ผู้ชมทุกท่านช่วยกันตบมือเป็เกียรติให้กับนักสู้ของเราทั้ง 2 คนที่เพิ่งแข่งขันกันจบไปเมื่อสักครู่นี้ด้วยครับเราได้เห็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมและสุดยอดของนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้จนถึงนาทีสุดท้ายครับ...ตามกติกาเราจะต้องแข่งขันนัดชิงกันต่อเลยครับเป็การเจอกันระหว่างคุณโรจน์จากทีม TheOne กับน้องมะปรางจากทีมNew Hope ครับ...ขอเชิญคุณโรจน์ขึ้นมาบนสนามแข่งขันครับ”
หลังจากสิ้นเสียงประกาศได้ไม่นานก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนดูในสนามเต็มไปหมดปฏิกิริยาของทุกคนไปในทิศทางเดียวกันจนมีเสียงโห่ออกมาหลายจุดบนอัฒจันทร์จนดังลั่นทั่วสนามเสียงอื้ออิงจากทุกทิศทางในเวลาเดียวกันทำให้จับใจความแทบไม่ได้
“เฮ้ยๆๆๆเดี๋ยวนะ แข่งต่อเลยเหรอ? น้องมะปรางยังไม่ได้พักสักนิด??!!?”
“เดี๋ยวๆๆๆใจเย็นๆ ลูกพี่ จะให้แข่งกันแบบนี้ได้งัย?...กติการอบชิงเป็แบบนี้จริงเหรอ?ถามจริง?”
“โหดไปไหมเนีย? ตอนนี้น้องมะปรางยังยืนแทบไม่ไหวแล้ว…เกินไปป่ะเนีย!!!! กติกาให้แข่งต่อเหรอ??!!???”
“โอ้โห...แล้วพี่โรจน์ยังไม่ได้แข่งสักนัดนัดแรกของพี่โรจน์เจอมะปรางในสภาพแบบเนียเหรอ?”
“กติกาแบบนี้มันไม่ยุติธรรมนี่หว่าอันนี้คือไม่ไหวจริงๆ น้องมะปรางสู้มา 3 ยกเต็มๆ ไม่ได้พัก อย่าว่าแต่สู้เลยแค่ยืนยังไม่ไหวด้วยซ้ำในขณะที่พี่โรจน์สภาพร่างกายเต็มร้อย”
“โห!!! แค่เริ่มต้นก็เสียเปรียบมากขนาดนี้...คนละไซส์คนละรุ่นยังไม่พอ แล้วสภาพร่างกายของมะปรางตอนนี้ยืนได้ก็เก่งแล้วนะ!!!! เท่าที่เห็นตอนนี้น้องมะปรางใช้แขนข้างซ้ายได้ข้างเดียวเอง”
กรรมการข้างสนามส่งสัญญาณเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขันนัดชิงแต่ก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นมาบนสกอร์บอร์ด ไฟ 7 ดวงแถวล่างติดเป็สีแดงทั้งหมดทำให้คนในสนามหันไปมองด้วยความสงสัยทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับการแข่งขันนัดชิงสร้างความสับสนไปทั่วอัฒจันทร์
“ใครรู้บ้างไฟแดง7 ดวงคืออะไรอ่ะ?”
“ใครรู้กติกาอธิบายหน่อย...เร็วๆหน่อยร้อนใจมากตอนนี้!!!!”
“ปรับให้มะปรางแพ้เหรอ? หรือยังงัย? งงไปหมดแล้วว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น!!!!!”
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ? ถ้าปรับให้มะปรางแพ้ไม่ยอมจริงๆ นะ”
โฆษกในสนามต้องรีบประกาศอีกครั้งทันที“ตอนนี้มี OverRule (ขอปรึกษาก่อนการแข่งขัน) มาจากคณะกรรมการและคณะแพทย์ประจำการแข่งขันขึ้นไฟแดงครับ…ความหมายของOver Rule คณะกรรมการและคณะแพทย์้าตรวจสอบสภาพร่างกายของนักกีฬาก่อนแข่งขันครับที่มุมขวาบนแสดงการนับเวลาถอยหลัง 30 นาที หมายถึงระยะเวลาการพิจารณา”
“พวกเราดูถ่ายทอดในทีวีตอนนี้สิ!!!! พิธีกรกำลังอธิบายกฏ OverRuleอยู่” คนดูหลายๆ คนช่วยะโบอกต่อๆ กันแต่ละคนก้มหน้ารีบเปิดดูถ่ายทอดสดผ่านมือถือ
“อาจารย์คะช่วยอธิบายกฏOver Rule หน่อยค่ะว่ามีความหมายว่ายังงัย?”
“สำหรับกฏOver Rule เป็สิทธิของกรรมการและคณะแพทย์้าตรวจสอบก่อนว่าสภาพร่างกายของนักกีฬาพร้อมแข่งหรือไม่ เป็การทักท้วงก่อนเริ่มการแข่งขันครับ...ไฟแดง7 ดวงที่เห็น แบ่งออกเป็ 2 ฝั่งครับ 5 ดวงแรกเป็ของคณะกรรมการ ส่วนอีก 2ดวงเป็ของคณะแพทย์ ทั้ง 7 ท่านต้องร่วมประชุมกันเพื่อตัดสินใจว่านักกีฬาลงแข่งขันต่อได้หรือไม่ ในกรณีนี้คือน้องมะปราง”
“แล้วผลการตัดสินเป็แบบไหนบ้างคะ?”
“ผลมีแค่2 อย่างเท่านั้นคือ อนุญาตหรือไม่อนุญาตเกณฑ์การตัดสินคือต้องมีคณะกรรมการอย่างน้อย 3ท่านไฟเขียวและต้องคณะแพทย์อย่างน้อย 1 ท่านให้ไฟเขียวรวมทั้งหมด 4 คน ถึงจะอนุญาตให้แข่งขันได้ครับ”
“หมายความว่าต้องมีไฟเขียว4 คนขึ้นไป และใน 4 คนนั้นต้องมีแพทย์ 1 คนใช่ไหมคะ?”
“ใช่ครับ...ถ้ากรรมการอนุญาตครบทั้ง5 คนแต่คณะแพทย์ไม่ให้ ก็ถือว่าไม่อนุญาตเช่นกันครับ ต้องมีแพทย์ 1คนอนุญาตด้วยครับ ต้องเข้าใจก่อนครับว่าตอนนี้สภาพร่างกายมะปรางไม่ดีเอามากๆ ครับ ทุกคนก็เห็นแล้วครับว่าเธอทุ่มสุดตัวไปกับการต่อสู้กับมนต์ชัย นี่คือนักสู้เบอร์ 2 ของประเทศไทยครับ...แล้วจะต่อด้วยนักสู้เบอร์1 อย่างโรจน์ หนักหนาสาหัสที่สุดแล้วครับ อย่าว่าแต่น้องมะปรางเลยครับต่อให้เป็นักสู้ผู้ชายที่มีสภาพร่างกายดีๆ ผมก็มองว่าโหดมากครับ”
“แสดงว่าผลการพิจารณาต้องรอเวลานับถอยหลังไม่เกิน30 นาที ใช่ไหมคะ?”
“ใช่ครับตอนนี้ต้องรอผลการประชุมร่วมแล้วครับ”
“แล้วคุณวิทย์หัวหน้าทีม New Hope มีสิทธิ์เข้าชี้แจงได้ไหมคะ?”
“เข้าได้ครับ”
บัวรีบเดินเข้ามาประคองมะปรางพาเข้ามาที่เตียงปฐมพยาบาลนักกีฬา
“พี่หมอ! ชนะรอบนี้มาก็จริงแต่แขนข้างขวาช้ำจนยกไม่ขึ้นแล้ว...โดนเตะเจาะยางจนขาบวมทั้ง 2 ข้างเลยค่ะพี่”เสียงสะอื้นของบัวทำให้ทุกคนรับรู้อาการของมะปรางได้เป็อย่างดีว่าเธอมีอาการาเ็ค่อนข้างมาก “เหลือแขนข้างซ้ายข้างเดียวค่ะพี่หมอ!!แต่ก็มีอาการบวมช้ำแล้วค่ะ...ส่วนต้นแขนขวาซ้ำจนปรางยกแทบไม่ขึ้นแล้วค่ะ”
“ปรางเจ็บตรงไหนต้องบอกพี่บัวนะอย่าปิดบังพี่รู้ไหม?” บัวย้ำคำพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พยายามประคองมะปรางค่อยๆ เดินมาที่เตียงพักของนักกีฬาที่ว่างอยู่ “ช้าๆนะ ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเร่ง...ยังมีเวลาพักอีกนิดหน่อยเดี๋ยวพี่จะเอาน้ำแข็งมาประคบก่อน”
วิทย์รีบเดินเข้ามาประคองช่วยอีกแรง “น้องปรางหายใจแรงขนาดนี้พี่เห็นด้วยกับบัว...พี่คิดว่าปรางแข่งรอบต่อไปไม่ไหวแล้วล่ะ”
วิทย์รีบตรวจดูอาการที่ต้นแขนขวามีอาการบวมและรอยช้ำขึ้นเป็วงกว้างเห็นได้อย่างชัดเจน “รอยช้ำมากขนาดนี้พี่ไม่อนุญาตให้ปรางลงแข่งในรอบถัดไปแล้วนะ...แค่นี้พอละ!”
“ถ้าพี่บีบแบบนี้เจ็บไหม?”วิทย์เพียงแค่จับแขนมะปรางเบาๆ แทบจะไม่ได้ออกแรงบีบเลยแม้แต่น้อยแต่สีหน้าของมะปรางแสดงถึงความเ็ปได้อย่างชัดเจน แต่กลับไม่มีเสียงร้องใดๆออกมาจากปากของเธอแม้แต่น้อย
“ทำไมเราถึงดื้อขนาดนี้นะ!”วิทย์ได้แต่ส่ายหัวไป-มา “ดื้อจริงๆ เลยนะเราเนีย!!!”
โอ๋กำลังนอนพักฟื้นอยู่เตียงข้างๆรีบลุกขึ้นดูมาอาการด้วยความเป็ห่วงและพยายามอ้อนวอนเต็มที่ “ปรางหยุดเหอะ!!!ตอนนี้ทุกคนเห็นผลงาน พอได้แล้วล่ะ…ถือว่าโอ๋ขอร้อง!”
“ไม่ได้!!! ห้ามโยนผ้ายอมแพ้เด็ดขาดนะ ใครโยนผ้ายอมแพ้ตอนนี้ปรางตัดเพื่อนแน่ๆ ไม่ต้องมาคุยกับปรางอีกเลย หนูไม่ยอม หนู้าสู้ต่อ!!!” มะปรางพูดยืนกรานด้วยน้ำเสียงดังลั่นด้วยท่าทีโกรธมาก
“ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเราต้องเจอสถานการณ์แบบนี้ ทุกคนรู้ล่วงหน้ากันอยู่แล้ว..พอเจอจริงๆทำไมทุกคนถอดใจกันแบบนี้!!!...อีกนิดเดียวเอง หนูยังไหวหนูยังสู้ได้...หนูไม่ยอมตอนนี้เด็ดขาด!!! ยังงัยก็ไม่ยอม!”
“พี่หมอเข้าใจความรู้สึกของปรางดีแต่พี่หมอคิดว่า ตอนนี้สภาพร่างกายน้องปรางแทบไม่ไหวแล้วขนาดแค่เดินเข้ามายังต้องประคองกัน 2 คน”วิทย์ชี้ไปที่แขนข้างขวาของมะปรางมีแต่รอยฟกซ้ำเต็มไปหมด
“บวมชัดเจนมากพี่ว่าหยุดแค่นี้เถอะ นัดต่อไปปรางลงแข่งไม่ไหวแล้วล่ะ…เหลือแค่แขนข้างซ้ายข้างเดียวเองจะไปสู้ยังงัยไหว เหลือข้างเดียวแล้วนะ”
“ไม่เป็ไรค่ะพี่หมอถึงตอนนั้นให้หนูโดนเตะจนเดินไม่ได้หรือสลบไปเลยก็ได้ค่ะ แล้วค่อยหามหนูลงมา!!!” มะปรางยังคงยืนยันความ้าของตัวเองอย่างหนักแน่น “หนูยังไหวค่ะพี่หมอพี่บัวบอกว่า แขนขวาหนูเจ็บแต่หนูยังเหลือแขนซ้ายอีกข้าง เห็นไหมพี่หมอ!!!”
มะปรางทำท่าทางยกแขนซ้ายที่ใช้งานได้เพียงข้างเดียวขึ้นมากำหมัดแน่น “หนูบอกเลยนะว่า ใครโยนผ้าตอนนี้หนูโกรธจริงๆ ด้วย ไม่ต้องมาคุยกับปรางอีก!!!!!!”
มะปรางรับรู้ความรู้สึกได้เป็อย่างดีว่าท่าทีของทุกคนนี้ในทีม New Hopeไม่มีใครเห็นด้วยแม้แต่คนเดียว แต่มะปรางยังคงยืนยันว่า้าลงแข่งขันต่อ
“วันนี้โอ๋รู้สึกว่าทำไมตัวเองถึงไม่เอาไหนขนาดนี้ เกิดเป็ผู้ชายแท้ๆ กลับช่วยปรางไม่ได้”โอ๋พูดตัดพ้อตัวเองเมื่อเห็นอาการาเ็ของมะปรางที่เต็มไปด้วยรอยฟกซ้ำทั้งใบหน้า,แขนและขาเต็มไปหมด
น้ำตาลูกผู้ชายของโอ๋ไหลออกมาแบบไม่อายใคร“โอ๋มันไม่เอาไหนจริงๆ...ไม่เอาไหนเลยจริงๆ” โอ๋เริ่มเก็บอารมณ์ตัวเองไม่อยู่จนบัวต้องโน้มตัวเข้ามากอดด้วยความห่วงใย
“โอ๋จะร้องไห้ไปทำไม?...ปรางยังไม่ตาย ปรางยังอยู่ตรงนี้ ปรางไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย เห็นไหม?”มะปรางหันไปยิ้มปลอบใจโอ๋“ไม่เป็ไร ปรางยังอยู่ตรงนี้...”
“ทุกคนไม่มีใครโทษโอ๋หรอกโอ๋ก็โดนหามลงเปลมาเหมือนกันนี่ โอ๋ทำเต็มที่แล้ว ทีมเราทุกคนเห็นกันหมด”บัวรีบพูดปลอบใจโอ๋ที่กำลังเสียใจอย่างหนักไม่แพ้กัน
“พี่หมอเคยถามหนูใช่ไหมว่าหนูเรียนมวยหย่งชุนไปทำไม?...ตอนนั้นหนูหาคำตอบให้พี่หมอไม่ได้แต่วันนี้หนูมีคำตอบให้พี่หมอแล้วนะคะ” คำพูดนี้ของมะปรางสะกิดความรู้สึกของทุกคนจนทำให้ต้องหันมาฟัง
“เพื่อวันนี้ไงพี่หมอ...10ปีที่ผ่านมา เพื่อวันนี้วันเดียวเท่านั้นหนูรู้แล้วว่าหนูไม่ได้เรียนเพื่อปกป้องตัวเองเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้วแต่หนูเรียนเพื่อปกป้องสิ่งที่หนูรักด้วย...”
“หนูอยากถามทุกคนอีกครั้งว่าเราตัดสินใจมาแข่งที่นี่เพื่ออะไร??!!!...ทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่าเรามาที่นี่ต้องเป็แบบนี้ แต่เราก็ตัดสินใจมากัน...เพื่ออะไรคะ?”
คำตอบของมะปรางไม่มีใครกล้าโต้แย้งแม้แต่คนเดียวแต่ละคนต่างไม่มีใครกล้าสู้หน้ามะปรางทำให้บรรยากาศภายในห้องพักเงียบสงัดราวกับป่าช้า“หนูขอยืนยันค่ะว่าเหลือแขนข้างเดียวก็ไหวค่ะ หนูขอสู้ต่อค่ะ!!!”
“ขณะนี้เหลือเวลาอีก30 นาทีก่อนที่จะเข้าสู่การแข่งขันคู่ถัดไป ขอให้นักกีฬาทั้ง 2คนเตรียมตัวให้พร้อมที่สนามหลัก ขอบคุณค่ะ”เสียงโฆษกสนามประกาศตามสายภายในฮอลล์จัดการแข่งขันแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงบในห้องพักของทีมNew Hope
“บัวหยุดร้องไห้ได้ละ!!!แล้วไปหยิบกระเป๋าพี่มา ส่วนโอ๋ไปขอน้ำแข็งเพิ่มจากฝ่ายจัดการแข่งขันพี่จะนวดที่ขา ส่วนบัวไปนวดที่แขน”
“พี่หมอ!!!พี่ทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ พี่ต้องห้าม ไอ้ปรางมันบ้าไปแล้ว พี่หมอทำแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!!!” โอ๋ไม่เห็นด้วยกับพี่หมอ “พอได้แล้ว! หยุดเถอะพี่ผมขอร้อง”
“ไม่ได้ยินกันเหรอ!!!เราเหลือเวลาอีกแค่ 30 นาที เราต้องเตรียมความพร้อมให้น้องปรางแข่งในรอบถัดไป เข้าใจไหม?” คำพูดยืนยันหนักแน่นของวิทย์ทำให้ทุกคนต้องรีบไปทำหน้าที่ของตัวเองทันที
“ไปทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว...เราทุกคนมีหน้าที่ต้องช่วยปรางให้พร้อมแข่งในคู่ถัดไป!!”
โค้ชบีรีบเดินแยกออกมาจากลุ่มมนต์ชัยและน้ำออกมาจากบริเวณสนามแข่งขันตรงเข้าไปที่ด้านในของตัวอาคารหลักส่วนวิทย์ต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งอ้อมไปอีกทาง “ทางนี้ครับคุณวิทย์”
“มีอะไรเหรอครับโค้ชบีเห็นต้อมบอกว่าให้ผมรีบมาหาโค้ช”วิทย์เอ่ยปากถามด้วยท่าทีร้อนใจอย่างยิ่ง
“เดินตามมาครับเดินไปคุยไปด้วยครับ...Over Rule คุณวิทย์มีสิทธิ์เข้าไปชี้แจงได้ครับผมไม่แน่ใจว่าคุณวิทย์รู้กฏข้อนี้หรือไม่ เดี๋ยวผมพาไปห้องประชุมครับ”
โอ๋ประคองมะปรางให้มานั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่งโดยมีพี่บัวนั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่ข้างๆน้ำตาร่วง สะอื้นตลอดเวลา แต่ก็ไม่ลืมที่ต้องทำหน้าที่บีบนวดขามะปรางไปด้วย “พี่เสียใจที่พี่ช่วยอะไรปรางไม่ได้สักอย่างพี่ไม่รู้จะช่วยมะปรางยังงัยดี พี่สู้คนไม่เป็ถ้าพี่สู้ได้พี่จะขึ้นไปสู้แทนปรางก็ได้ ให้พี่โรจน์มากระทืบพี่ มาทำพี่แทนมะปรางก็ได้...พี่ยอมหมดทุกอย่าง”
“ไม่เป็ไรค่ะพี่บัวหนูยังไม่ตายสักหน่อย หนูเป็คนเลือกทางนี้เอง จริงไหมคะพี่บัว?สมัยก่อนหนูเจ็บตัวจนชินแล้วค่ะ พี่บัวแค่ไม่เคยเห็นหนูเจ็บตัวบ่อยๆ”มะปรางพูดด้วยรอยยิ้ม
“พี่ก็รู้ว่าปรางเป็คนเลือกเองแต่พอเห็นปรางเจ็บแบบนี้พี่ก็อดเป็ห่วงไม่ได้จริงๆ”
“เดี๋ยวหนูขึ้นไปให้พี่โรจน์กระทืบหนูจนสลบก่อนแล้วค่อยหามหนูลงมาก็ได้ค่ะ”มะปรางพูดไปพลางก็ส่งยิ้มให้บัวกับโอ๋ที่นั่งฟังด้วยท่าทีเศร้าสร้อยเป็อย่างมาก
หลังจากที่มะปรางพูดจบก็มีเสียงโทรศัพท์ของบัวดังขึ้นเป็สายของครูหนึ่ง
“บัวๆทำไมวิทย์ไม่รับสายครู?” ครูหนึ่งถามด้วยความร้อนใจ
“พี่วิทย์กำลังเข้าไปชี้แจงคณะกรรมการกับโค้ชบีอยู่ค่ะครูหนึ่ง”
“ชี้แจง...หมายถึงว่าให้ปรางสู้ต่อเหรอ?”ครูหนึ่งถามย้ำ
“ค่ะ…ปรางอยากสู้ต่อในรอบชิงค่ะ”
“แล้วไม่มีใครห้ามกันเลยเหรอ?”
“ห้ามแล้วค่ะครูแต่ปรางยืนยันว่าอยากสู้ต่อค่ะ”
“แล้วตอนนี้คุณนายหัวดื้ออยู่ไหนแล้วอาการเป็ยังงัยบ้าง?”
“อยู่ด้วยกันเนียค่ะเดี๋ยวหนูส่งสายมะปรางให้ค่ะครูหนึ่ง”
“ปรางอาการเป็ยังงัยบ้าง?”ครูหนึ่งสอบถามด้วยความเป็ห่วง
“หนูปวดที่ต้นขา2 ข้างแล้วก็แขนขวาบวมช้ำค่ะ แต่ไม่หักค่ะ...ส่วนแขนข้างซ้ายก็มีเจ็บนิดหน่อยค่ะ”
“แล้วสภาพแบบนี้ยังคิดจะขึ้นไปสู้อีกเหรอ?...เรารู้ไหมว่าคณะครูที่นี่รวมถึงชมรมดนตรีอยากให้ปรางยอมได้แล้วตอนนี้เงินก็พอจะมีทำชมรมแล้ว พอแล้ว!!!ไม่ต้องสู้อีกแล้ว!ครูไม่อยากทำลายกำลังใจของปราง แต่ร่างกายของปรางตอนนี้ไม่พร้อมที่จะแข่งขันแล้วนะ”
“ไม่ค่ะ!!!ครูหนึ่งห้ามหนูไม่ได้ค่ะ หนูยังเหลือแขนซ้ายอีกข้างหนูยังสู้ได้ค่ะ ถ้าหนูจะแพ้ หนูขอแพ้บนเวทีแข่งขันดีกว่าค่ะ หนูอยากให้ครูหนึ่งและทุกคนเข้าใจหนูด้วยค่ะ”
“เธอนี่หัวดื้อไม่เลิกน่าตีมือจริงๆ”
“หนูขอแค่ทำหน้าที่บนเวทีแข่งขันให้ดีที่สุดค่ะครูหนึ่งจะให้นักสู้ยอมแพ้อะไรง่ายๆ แบบนี้ไม่มีหรอกค่ะ”
“ถ้าไปสู้แล้วไม่ไหวจริงๆไม่ต้องฝืนให้มากไปกว่านี้ โอเคไหม?”
“ถ้าแบบนี้หนูรับปากครูหนึ่งค่ะ”
หลังจากวิทย์เข้าชี้แจงกับคณะกรรมการ7 ท่านแล้วโค้ชบีชวนวิทย์นั่งคุยในห้องรับรองของฝ่ายจัดการแข่งขันในระหว่างรอฟังผลการพิจารณา
“่รอฟังผลพิจารณาผมถือโอกาสตรงนี้ชวนคุณวิทย์คุยทำความรู้จักกันให้มากขึ้นหน่อยผมอยากรู้ความเป็มาของน้องมะปรางสักหน่อยว่าหลังจากที่น้องกลับมาจากจีนแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้างกับน้องใน่ 2 ปีที่ผ่านมา”
“ได้ครับโค้ชบีด้วยความยินดีเป็อย่างยิ่งเลยครับ”
“ข่าวที่ออกมาจากสื่อมวลชนผมก็สงสัยหลายเื่เหมือนกันครับผมพานักกีฬาทีมชาติไปแข่งหลายทัวร์ ก็ยังแปลกใจอยู่ว่า ทำไมเห็นลู่เฟยเพียงคนเดียวแล้วหลิวฮุ่ยหนิงหายไปไหน? ผมทราบคร่าวๆว่า ท่านอาจารย์จางเหว่ยหลุนมีลูกศิษย์ 2 คนแต่ก็ไม่เคยเห็นจริงๆ สักทีไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าท่านจางมีลูกศิษย์เป็เด็กไทย ผมใมากที่รู้ว่ามะปรางเป็ลูกศิษย์ท่านจาง...พอมารู้ตอนหลังว่าหลิวฮุ่ยหนิงกับน้องมะปรางคือคนเดียวกันแล้วมาเรียนที่ขอนแก่น...ผมดีใจมากครับ”
“ผมก็ดีใจเหมือนกันครับถ้าอย่างนั้นผมเริ่มเล่าให้โค้ชบีฟังั้แ่ผมเจอน้องมะปรางตอน ม.4 นะครับ”
“เมื่อก่อนผมทำงานอยู่ในโรงเรียนที่กรุงเทพแต่ผมเลือกที่จะย้ายมาอยู่ที่นี่เอง หลายคนคงแปลกใจสิว่าผมย้ายมาโรงเรียนต่างจังหวัดห่างไกลความเจริญแบบนี้ไปทำไม งบประมาณก็ไม่ค่อยจะมีการเดินทางก็ลำบาก...ทุกวันนี้ผมก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองอยู่นะว่าผมตัดสินใจแบบนี้ถูกหรือผิด?ดีหรือไม่ดี? เผลอไปแป๊บเดียวก็เกือบ20 ปีแล้ว”
“ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี นักเรียนแต่ละรุ่น ไม่เหมือนกันสักปีบางปีเราได้เด็กเก่งด้านวิชาการมา ครูใหญ่ท่านก็สนับสนุนส่งเสริมเด็กมาโดยตลอด บางปีมีแต่เด็กกิจกรรม สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนมาก็เยอะบางปีก็เงียบจริงๆ”
“แต่ปีนี้มีความพิเศษสักหน่อยตอนนี้ผมคิดว่า... ผมกำลังจะได้คำตอบที่ผมตามหามากว่า 20 ปีแล้วว่าผมย้ายมาที่นี่ทำไม…”
*************************