“...ัเหรอครับ”
“ใช่”
“ผมเคยเห็นแต่สิ่งที่คล้ายกันครับ”
คล้ายกันสินะเคลพอรู้แล้วว่าสิ่งที่ชเวฮันบอกว่าคล้ายกันนั้นหมายถึงอะไร
เขาหมายถึงบรรดาสัตว์ประหลาดหน้าตาพิลึกพิลั่นที่อาศัยอยู่ลึกเข้าไปในป่าแห่งความมืดในหมู่พวกมันมีสิ่งมีชีวิตที่กํ้ากึ่งระหว่างกิ้งก่ากับัอยู่ด้วย
ชเวฮันสำเร็จวิชาดาบทลายความมืดไปได้ครึ่งทางแล้วและใน่ที่กำลังเรียนรู้ครึ่งหลังเขาก็ได้สังหารสัตว์ประหลาดที่มีลักษณะคล้ายั
“เคยเห็นงั้นเหรอ แล้วมันเป็ยังไงบ้างล่ะ”
ทว่าเคลแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่แล้วถามกลับในห้องของเขาตอนนี้มีเพียงชเวฮันเท่านั้น
“...สัตว์ประหลาดครับ”
“วัดจากจุดไหนล่ะ”
“ทั้งรูปลักษณ์และความโเี้มันเป็สัตว์ประหลาดครับ”
“งั้นเหรอ”
เคลพยักหน้ารับรู้ทว่าคำพูดต่อมากลับสวนทางกับการกระทำ
“ถ้าอย่างนั้นนายก็ไม่เคยเห็นัหรอก”
“ครับ?”
“ัก็เหมือนกับมนุษย์นั่นแหละ”
ตึก
เคลวางแก้วนํ้ามะนาวที่ตอนนี้เขาเริ่มรับรู้ถึงรสหวานหลังความเปรี้ยวลงบนโต๊ะจากนั้นจึงตอบคำถามของชเวฮันซึ่งยังคงมีสีหน้าสงสัย
“ทั้งั เผ่ามนุษย์สัตว์ คนแคระ และเอลฟ์ทั้งหมดนั่นก็เหมือนกับมนุษย์ เพราะพวกเขาก็มีชีวิตและความรู้สึกเช่นกัน”
เื่นั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับเคลประเด็นหลักมันเริ่มจากตรงนี้ไปต่างหาก
“เพียงแต่...”
เพราะสังเกตเห็นบรรยากาศเปลี่ยนไปหรือเปล่านะชเวฮันถึงได้ยืดหลังนั่งตัวตรงแหน็วพลางจ้องมองมาที่เคล
“มันตกอยู่ในความมืดมิดั้แ่เกิดก่อนจะได้รู้ว่าตนเป็ใครด้วยซํ้าทั้งยังต้องใช้ชีวิตด้วยการพึ่งพาเพียงแสงไฟที่ส่องสว่างในความมืดโดยไม่รู้จักแสงอาทิตย์นายรู้ไหมว่ามันใช้ชีวิตมาได้ยังไง”
ตึก
เคลเคาะนิ้วชี้ลงบนโต๊ะ
“มันถูกบังคับให้กลายเป็สิ่งมีชีวิตที่บ้าคลั่ง”
ตึก
เขาเคาะนิ้วลงบนโต๊ะอีกครั้ง
“ไม่มีครอบครัวและต้องทนทรมานกับความเดียวดายไร้ที่พึ่งพิง”
ตึก
ทุกครั้งที่นิ้วชี้ัักับโต๊ะแววตาของชเวฮันก็จมดิ่งลงมือที่วางอยู่บนตักข้างใต้โต๊ะกำแน่นจนเส้นเืปรากฏขึ้นที่หลังมือทว่าเคลที่ไม่รู้เื่นี้ยังคงพูดต่อไป
“ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากจากการถูกทารุณเจียนตายในทุกๆ วัน”
สีหน้าของชเวฮันพลันเคร่งขรึมความโกรธพลุ่งพล่านในแววตา เคลรู้ว่าชเวฮันจะต้องเป็แบบนี้ไม่มีทางที่คนจิตใจดีอย่างหมอนี่จะไม่รู้สึกโกรธขึ้นมาเมื่อได้ยินเื่นี้และคงรับรู้แล้วว่าทำไมเคลถึงพูดถึงัขึ้นมา
เคลจิบนํ้ามะนาวอีกครั้งและจบการเล่าเื่
“เ้าสิ่งมีชีวิตที่ฉันพูดถึงก็อยู่แถว ๆนี้นี่แหละ”
ความเงียบเข้าปกคลุมเป็ระยะเวลาสั้น ๆเคลมองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะค่อย ๆ เบนสายตาไปยังชเวฮันไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ถึงได้แผ่จิตสังหารปกคลุมไปทั่วร่างแบบนั้น
เพราะเป็เด็กจิตใจดีก็เลยโกรธเื่ที่ัถูกทรมานงั้นเหรอ
ทว่าความจริงนั้นตรงข้ามกับการคาดเดาของเคลชเวฮันมองย้อนกลับไปใน่เวลาหลายทศวรรษที่ตนต้องเอาชีวิตรอดตามลำพังในป่าแห่งความมืดดังนั้นความเงียบจึงกินเวลายาวนานขึ้นไปอีก ในท้ายที่สุดเขาก็สบตากับเคล
“...จะช่วยแล้วเอามาเลี้ยงเหรอครับ”
“จะบ้าหรือไง”
เคลย้อนถามด้วยความตกตะลึงเมื่อได้ยินดังนั้นชเวฮันจึงถามซํ้าพร้อมเผยสีหน้าประหลาดใจ
“ครับ?”
“จะเอามาเลี้ยงทำไมกันล่ะ”
เคลโบกมือปฏิเสธไม่ให้ชเวฮันพูดต่อ
ัที่เติบโตมาโดยถูกมนุษย์ทารุณกรรมจะบอกว่า‘โอ้ โปรดรับเลี้ยงฉันที’ หรือไงกลับกันมันน่าจะเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและเกลียดชังการมีอยู่ของมนุษย์เสียมากกว่าแม้ว่ามนุษย์จะเป็คนที่ช่วยมันไว้ก็ตาม
โดยพื้นฐานแล้วัไม่เพียงคิดว่าพวกมันเหนือกว่ามนุษย์แต่ยังเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดด้วยซึ่งใกล้เคียงกับสัญชาตญาณที่ััได้เองโดยไม่จำเป็ต้องเรียนรู้
นั่นคือสาเหตุที่ัไม่อาจเติบโตได้ภายใต้การควบคุมของมนุษย์จึงแทบเป็ไปไม่ได้เลยที่จะเลี้ยงดูและฝึกฝนพวกมันมีแต่ต้องทำให้เชื่องด้วยการทรมานและใช้ความรุนแรงเท่านั้น
ว่ากันว่าัมีนิสัยหยิ่งผยองติดตัวมาแต่กำเนิดและเหนือสิ่งอื่นใด ถ้าคิดจะเลี้ยงัขึ้นมาละก็...
ไม่รู้ทำไมเคลกลับรู้สึกได้ถึงบางอย่างเป็ความรู้สึกที่ว่าตนเองจะต้องโดนลากเข้าไปมีเอี่ยวในเื่ไม่เป็เื่
ในทวีปตะวันออกและตะวันตกรวมกันแล้วยังมีัไม่ถึงยี่สิบตัวหากเขาเอามาเลี้ยงไว้สักตัวก็ไม่ต่างจากการพูดว่า‘ฉันจะเป็ศูนย์กลางของทุกเื่ราวในทวีปนี้’ เลยด้วยซํ้า
นอกจากนี้เดิมทีมันเป็ัที่ควรมีจุดจบด้วยความตายดังนั้นคงดีกว่าหากมันจะไปที่ไหนสักแห่งและใช้ชีวิตอยู่ในโลกของตนตามลำพังเหมือนกับัตัวอื่นๆ
ไม่ว่าอย่างไรเคลก็จะปฏิเสธอย่างถึงที่สุดแค่ปลดปล่อยัจากปลอกคอควบคุมมานา มันก็น่าจะใช้ชีวิตได้ดียิ่งกว่าเคลเสียอีกเพราะัไม่ได้ถูกเรียกว่าเป็าาแห่งธรรมชาติั้แ่วินาทีแรกที่ถือกำเนิดโดยไร้เหตุผลหรอก
“ถ้าอย่างนั้น?”
“ถ้าอย่างนั้นอะไรจะถามเื่ที่ชัดเจนอยู่แล้วไปทำไม”
เคลยิ้มอย่างอ่อนใจให้ชเวฮันที่กำลังจ้องมองมาและตอบคำถามนั้นราวกับว่าไม่ได้สลักสำคัญอะไร
“เราควรจะปล่อยให้มันได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระและสบายใจสิัก็ควรใช้ชีวิตตามวิถีของัไม่ใช่หรือไง”
“...นั่นสินะครับ”
หมัดของชเวฮันที่กำแน่นอยู่ใต้โต๊ะคลายออกจากกัน
“ถ้างั้นเราจะไปช่วยัตัวนั้นกันเหรอครับ”
“ใช่ เพราะฉะนั้นนายก็ต้องช่วยฉันด้วย”
“ไม่ว่าจะเป็อะไรก็ตามผมจะช่วยทำทุกอย่างเลยครับ”
ด้วยกลัวว่าเหตุการณ์นี้จะลุกลามกลายเป็เื่ใหญ่เคลจึงส่ายศีรษะช้า ๆ ให้กับท่าทางกระตือรือร้นของชเวฮัน
“ไม่ต้องถึงขั้นทำทุกอย่างหรอกถ้าเป็ไปได้ฉันก็ไม่ได้คิดฆ่าใครอยู่แล้ว แค่จัดการให้เงียบที่สุดก็พอ”
“ผมว่าแล้วเชียวว่าท่านเคลน่ะ —”
ชเวฮันเริ่มพูดด้วยแววตาไหวระริกทว่าเคลที่เหลือบมองนาฬิกากลับชิงตัดบทและพูดสิ่งที่้าขึ้นมาเสียก่อน
“ออกไปบอกรอนให้จัดโต๊ะเหล้าที่ชั้นหนึ่งให้ฉันด้วย”
“...แตกต่าง ครับ?”
อันดับแรกเคลก็ต้องเริ่มจากการดื่มเหล้าก่อนสิ
วงเหล้าเริ่มขึ้นั้แ่่บ่าย
ชเวฮันนั่งเหม่อลอยและมองไปรอบ ๆด้วยสีหน้างุนงง ทุกคนมีท่าทีสงบสุขกันดียกเว้นตัวเขา
และศูนย์กลางของภาพอันสงบสุขนั้นมีเคล เฮนิทุส ที่กำลังกระดกเหล้าจากขวดใบหน้าของชายหนุ่มค่อย ๆ เปลี่ยนเป็สีแดงเรื่อไม่ว่าใครมองมาก็คิดว่าเ้าตัวกำลังเมาได้ที่
“เขาดื่มไปเยอะขนาดนั้นเราไม่ควรเข้าไปห้ามเหรอครับ”
ชเวฮันมองฮันส์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วถามขึ้นผู้ช่วยพ่อบ้านถืออาหารให้อนและฮงในร่างลูกแมวโดยที่เ้าตัวยังคงไม่รู้ว่าทั้งสองเป็เด็กจากเผ่าแมวแน่นอนว่าฮันส์ตอบคำถามนั้นอย่างร่าเริง
“ครับ! ในเมื่อนายน้อยไม่ได้ถืออะไรไว้ในมือเพราะฉะนั้นปลอดภัยหายห่วงครับ! และนายน้อยก็บอกเอาไว้แล้วด้วยว่าจะไม่ปาขวดครับ!”
เขาพูดถึงเคลแต่ฮันส์กลับพูดถึงความปลอดภัยของพวกตนเสียอย่างนั้นบทสนทนากลายเป็คนละเื่เดียวกันอย่างน่าอัศจรรย์ชเวฮันจึงปิดปากเงียบแล้วเบือนหน้าไปทางอื่นการไม่เข้าไปกวนฮันส์ที่ง่วนอยู่กับแมวน่าจะดีกว่าก่อนหันกลับไปเฝ้ามองเคลต่อในฐานะผู้คุ้มกัน
“เ้าของร้าน เหล้าที่ร้านรสชาติดีนะเกินกว่าที่ฉันคิดเอาไว้เสียอีก”
เคลชื่นชมรสชาติเหล้าจากใจจริงโดยไม่รู้ตัวเลยว่าชเวฮันกำลังมองตนอยู่เป็เวลาสองชั่วโมงแล้วที่วงเหล้าเริ่มขึ้นแม้มีบางคนที่ไม่ดื่มเผื่อว่ามีอันตรายอะไรเกิดขึ้นแต่ส่วนใหญ่ทุกคนต่างก็เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศนี้
ตอนชั่วโมงแรกพวกเขายังเอาแต่ระวังตัวกันแจ จิ๊
ตอนแรกที่เหล่าทหารได้ยินว่าเคลจะตั้งวงเหล้าแล้วเรียกรวมตัวทุกคนพวกเขาต่างรีบสวมหมวกเหล็กก่อนมารวมตัวกัน เคลอึ้งจนพูดไม่ออกไปครู่หนึ่งกระทั่งเขาบอกว่าวันนี้จะไม่ปาขวด บรรยากาศตึงเครียดถึงได้ผ่อนคลายลง
“หมู่บ้านนี้อาจเป็หมู่บ้านเล็ก ๆแต่ก็ล้อมรอบด้วยูเามากมาย เหล้านี้เป็สูตรพิเศษที่ใส่ผลไม้ป่าและสมุนไพรราคาจึงสูงกว่าปกติครับ”
รสชาติเหล้านั้นดีมากอย่างที่ชายชราเ้าของร้านพูดเคลรู้สึกประทับใจจึงหยิบขวดขึ้นมาและเอ่ยสั่งอีกฝ่าย
“ยังมีอีกเยอะไหม”
“ครับ มีอีกเยอะเลยครับ”
“ถ้างั้นก็เอามาแจกจ่ายให้ทุกคนในคณะเดินทางของฉันเลย”
“นายน้อย ท่านไม่จำเป็ต้อง —”
รองหัวหน้าหน่วยอัศวินโบกไม้โบกมือพลางบอกว่าไม่เป็ไรทั้งใบหน้าแดงกํ่าทว่าสายตากลับจับจ้องไปที่ขวดเหล้าในมือเคล แววตาของบรรดาทหารเองก็ไม่ต่างกันถึงขั้นนี้แล้วใช่ว่าเขาจะดูไม่ออก
“ดื่มไปเถอะน่า ฉันอยากเลี้ยง เข้าใจไหม”
ดวงตาของเหล่าทหารส่วนใหญ่ต่างเป็ประกายวิบวับยกเว้นทหารสองสามนายที่ต้องเดินทางไปรายงานการปรากฏตัวของโจรูเานี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขารู้สึกตื่นเต้นยามได้เห็นขวดเหล้าในมือเคล
เคลมองเ้าของโรงแรมด้วยสายตาคมกริบอีกฝ่ายกำลังตื่นเต้นเพราะคิดว่าจะขายของได้มากมายและหัวหมุนอยู่กับการนำกับแกล้มจำนวนมากที่สั่งมาพร้อมเหล้าไปให้แต่ละโต๊ะ
เคล เฮนิทุส เป็พวกคอทองแดงเขาเพียงแค่หน้าแดงง่ายและมักจะทำนิสัยอันธพาลทุกครั้งที่ดื่มเหล้าทุกคนจึงพากันคิดว่าเขาคออ่อน แต่ความจริงแล้วเคลก็สามารถทำตัวอันธพาลแบบนั้นทั้งที่ยังมีสติครบถ้วนได้เหมือนกัน
นั่นคือสาเหตุว่าทำไมตอนนี้ในหัวของเคลจึงยังปลอดโปร่งดีเขาดื่มต่ออีกประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนจะมองไปที่ชเวฮันแล้วพูดขึ้นว่า
“ชเวฮัน มาช่วยประคองฉันทีฉันจะขึ้นไปพักผ่อนแล้ว”
“นายน้อยครับ กระผมจะช่วยเองครับ”
“ไม่ต้อง วันนี้รองหัวหน้าก็พักผ่อนเถอะทหารคนอื่น ๆ ด้วย เมื่อวานก็ต่อสู้ไปแล้วไม่ใช่หรือไงที่นี่ไม่น่ามีเื่อันตรายอะไรแล้ว ถึงจะรู้สึกผิดกับทหารที่เฝ้ายามคืนนี้แต่คนที่ไม่ใช่เวรยามก็ไปเที่ยวเล่นพักผ่อนสักวันเถอะ”
“นายน้อย —”
“ฉันเหนื่อย ไปละ”
คงจะยุ่งยากกว่านี้หากรองหัวหน้าหน่วยอัศวินหรือคนอื่นๆ ตามมา ตอนนี้พวกเขาไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ อีกต่อไปเมื่อเห็นชเวฮันเข้าไปประคองเคล เขาเป็คนเดียวในที่นี้ที่ไม่ดื่มเหล้าแถมยังแข็งแกร่งที่สุดอีกด้วยเมื่อมีคนแบบนั้นอยู่ข้างกายในฐานะผู้คุ้มกันก็ไม่มีเื่อะไรให้ต้องกังวล
ตอนนี้เหลือแค่คนเดียวแล้วสินะ
เหลือเพียงอีกด่านเดียวเท่านั้นเคลสามารถหลีกเลี่ยงทหารยามตรงประตูทางเข้าโรงแรมและพวกที่อยู่รอบ ๆได้อย่างง่ายดาย ทว่ารอนนั้นต่างออกไป
ฮันส์และรอนเป็สองคนที่หากเคลสั่งห้ามไม่ให้เข้ามาในห้อง พวกเขาก็จะไม่มีวันเข้ามาเด็ดขาด
เพียงแต่ความแตกต่างระหว่างทั้งสองคือฮันส์ไม่ได้มีทักษะสูงถึงขั้นััได้ถึงร่องรอยการมีอยู่ของผู้อื่นในขณะที่รอนกลับมีทักษะด้านนี้สูงมากจนน่าขัน
ตาแก่นี่คงไม่สนใจหรอกว่าฉันจะทำอะไร
ในความเป็จริงเห็นได้ชัดว่ารอนแทบไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าเคลจะแอบย่องออกไปทำอะไรข้างนอกเพราะจนถึงตอนนี้มันก็เป็แบบนั้นมาตลอด แต่ถึงอย่างไรเขาก็ควรบอกอีกฝ่ายเอาไว้ก่อนเพราะรอนน่าจะไม่สบอารมณ์หากมีเื่น่ารำคาญมากวนใจ
เคลจึงเอ่ยกำชับรอนที่ตามมาพร้อมกับชเวฮัน
“รอน ฉันจะออกไปเดินเล่นข้างนอก นี่เป็ความลับรู้ใช่ไหม”
ทั้งที่ตาแก่นี่เป็คนชอบดื่มทว่าวันนี้กลับไม่แตะเหล้าเลยแม้แต่แก้วเดียวทั้งยังเอาแต่จ้องมองเขาแทนเสียอย่างนั้น ช่างเป็คนที่น่ากลัวเสียจริงและยิ่งรอนคลี่ยิ้มใจดีก็ยิ่งทำให้เ้าตัวดูน่าพรั่นพรึงกว่าเดิม
“รับทราบครับ กระผมจะรอนายน้อยกลับมาครับ”
“ไม่ต้องรอ”
รอบ้าอะไรล่ะรอนตอบรับโดยไม่พูดอะไรอีกตามที่เคลคาดไว้เขาจึงเข้าไปในห้องโดยที่ยังมีชเวฮันคอยประคอง
“ฉันจะพักผ่อนแล้ว ฮันส์ รอนถ้าไม่มีเื่เร่งด่วนอะไรก็ห้ามเข้ามาปลุกล่ะรู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามากวนตอนฉันนอนอยู่”
เมื่อก่อนเคยมีข้ารับใช้คนหนึ่งที่เข้ามาปลุกเคลแทนรอนและต้องทนฟังคำก่นด่าสารพัดั้แ่เช้าแม้ว่าเคลจะไม่ลงไม้ลงมือกับคนรอบตัวทว่าต่อมาข้ารับใช้คนนั้นได้เล่าเื่ให้ข้ารับใช้ในคฤหาสน์ฟังไปทั่วว่าตนรู้สึกเหมือนกำลังโดนทุบตีด้วยคำด่า
“แน่นอนอยู่แล้วครับ นอนหลับให้เต็มอิ่มนะครับ”
“นายน้อย กระผมจะอยู่ข้างนอกห้องนะครับ”
เคลเผยสีหน้าขุ่นมัวเมื่อได้ยินคำตอบของรอนแต่ในไม่ช้าเขาก็แอบกระซิบออกคำสั่งกับชเวฮันที่ประคองตนอยู่ขณะเฝ้ามองสองคนนั้นเดินออกไป
“ปีนหน้าต่างเข้ามาในห้องฉันเงียบ ๆ ล่ะ”
ชเวฮันพยักหน้าโดยไม่พูดอะไรก่อนจะเดินตามทั้งสองออกจากห้องไปแล้วปิดประตู
เมี้ยวววว
“ลงมือตอนนี้เลยไหม”
เมื่ออนและฮงที่เดินตามเคลถามขึ้นเขาก็พยักหน้าแล้วเปิดกล่องทันที
แกร๊ก
เคลหยิบเสื้อผ้าชุดหนึ่งออกมาจากกล่องที่เปิดออกอีกครั้งหลังคลายสลักเวทมนตร์หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วชเวฮันก็ปีนเข้ามาจากด้านนอกผ่านหน้าต่างที่เปิดไว้ดวงตาทั้งสองข้างของเขาพลันเบิกกว้าง
“ท่านเคล?”
ก่อนที่จะสวมหน้ากากสีดำเคลก็โยนชุดสีดำในมือให้ชเวฮัน
“นายเองก็ใส่ด้วย”
อุปกรณ์เวทบันทึกภาพจะหยุดทำงานชั่วคราวเนื่องจากอุปกรณ์รบกวนวงโคจรมานาที่ฝังไว้ภายในูเาั้แ่เมื่อวานทว่าแค่นั้นยังไม่เพียงพอเพราะ เคลไม่อยากถูกจับได้เขาจึงเริ่มดื่มั้แ่หัววันและเตรียมเสื้อผ้าเหล่านี้มา
“นี่คืออะไรเหรอครับ”
ชุดสีดำปักลวดลายดาวสีขาวหนึ่งดวงและล้อมด้วยดาวสีแดงเล็ก ๆ ห้าดวงไว้ตรงหน้าอก
จะอะไรซะอีกล่ะ ก็ชุดขององค์กรลับไง
ในนิยายกำเนิดวีรชน อธิบายเกี่ยวกับเสื้อผ้าขององค์กรลับทุกครั้งที่ปะทะกับชเวฮันไว้อย่างละเอียดเคลสั่งตัดขึ้นเป็พิเศษตามคำบรรยายนั้น และเพื่อความปลอดภัยเขาจึงสั่งตัดชุดนี้ขึ้นมาต่างหากและปักลายดาวลงไปเองทีหลัง ดังนั้นหากมองดูใกล้ ๆก็จะเห็นว่ามันถูกปักอย่างชุ่ย ๆ แต่ถ้ามองจากไกล ๆ ก็ดูดีใช้ได้เลยทีเดียว
ถึงอย่างไรคนที่เห็นชุดนี้ก็มองไม่เห็นลายปักชุ่ยๆ ที่ว่านั่น และจะจำได้เพียง ‘ดาวสีขาวและดาวสีแดงห้าดวงบนเสื้อสีดำ’เท่านั้นสำหรับเวเนียนที่ได้ยินมาแค่คำบอกเล่าต่างจากมาร์ควิสสเตนที่เคยพบกับองค์กรลับโดยตรงรายงานจากลูกน้องที่พบเห็นชุดนี้จะต้องสร้างความปวดหัวและทำให้เขาโกรธจัดแน่นอน
“...เราจะไปทำเื่ไม่ดีกันเหรอครับ”
ชเวฮันเอ่ยถามเคลที่ไม่ตอบอะไรกลับมาอีกครั้งอีกฝ่ายสวมหน้ากากสีดำแล้วดูเหมือนวายร้ายไม่มีผิด
“ใช่ ก็เื่ไม่ดีน่ะสิ”
ดวงตาของเคลซึ่งเป็เพียงสิ่งเดียวที่เผยออกมาผ่านช่องระหว่างหน้ากากโค้งลงพลางระบายยิ้มเ้าเล่ห์
“สำหรับเวเนียนก็นับเป็เื่ไม่ดีอยู่แล้ว”
“อา”
ชเวฮันอุทานออกมาจากนั้นจึงยื่นมือและชี้ไปที่หน้ากากอีกชิ้นในมือของเคล
“ขอหน้ากากให้ผมด้วยครับ”
ไม่ว่าจะเป็คนดีแค่ไหนก็ต้องเกลียดใครสักคนจนอยากเล่นงานกันทั้งนั้นไม่เว้นแม้แต่เด็กหนุ่มที่เพิ่งออกมาสู่โลกกว้างหลังจากอยู่ตัวคนเดียวมาหลายสิบปีและเพิ่งจะหลุดพ้น่อายุสิบเจ็ดปีได้ไม่นาน
“อ้อ และนี่คือเด็ก ๆ จากเผ่าแมวเป็เผ่ามนุษย์สัตว์น่ะ”
เคลแนะนำอนและฮงให้รู้จักกับชเวฮันราวกับไม่ใช่เื่สำคัญพวกเขาก็ทักทายกันโดยไม่ได้พูดอะไรให้มากความ เด็ก ๆจากเผ่าแมวซึ่งไวต่อธาตุแท้ของผู้คนรับรู้ถึงความสามารถของชเวฮันได้ราง ๆ อยู่แล้วและระหว่างที่เดินทางมาด้วยกัน ชเวฮันเองก็สังเกตได้ว่าทั้งสองตัวไม่ใช่แมวธรรมดา
“หมอนี่ชื่อชเวฮัน นี่อน นั่นฮงแนะนำตัวแค่นี้ก็พอ ทุกคนรีบเตรียมตัวได้แล้ว”
เคลให้เวลาพวกเขาเตรียมตัวครู่หนึ่งจากนั้นจึงสั่งชเวฮันที่ออกมาจากห้องนํ้าโดยสวมชุดและหน้ากากสีดำเช่นเดียวกับตน
“ไปกันเถอะ”
ขณะยืนอยู่ตรงหน้าต่างชั้นสองเขาก็พูดเสริมขึ้นมา
“ตอนลงจากชั้นสอง ช่วยแบกฉันลงไปหน่อยฉันไม่รู้วิธีะโลงไป”
ร่างนี้น่าจะไม่เคยม้วนตัวตอนถึงพื้นมาก่อนแน่ ๆ
ชเวฮันถอนหายใจต่อหน้าเคลเป็ครั้งแรกอนและฮงเดินเข้าไปหาเด็กหนุ่มแล้วตบเบา ๆ ด้วยอุ้งเท้าหน้าตอนนั้นเองเคลก็เอ่ยกับพวกเขา
“รีบไปกันเถอะ”
พวกเขาหลบออกจากโรงแรมได้อย่างปลอดภัยและมุ่งหน้าไปยังูเาซึ่งเป็ที่ตั้งบ้านพักตากอากาศของไวเคานต์และสถานที่เลี้ยงั