ใช่ เขาอยากจะเรียกเธอว่าอย่างนั้นจริงๆเพราะแม้จะมองเห็นเพียงด้านหลังก็ยังรู้สึกว่าเธองามเหลือเกิน ผิวขาวใสกระจ่าง แขนขาเรียวเสลาดั่งลำเทียน เอวอ่อนอ้อนแอ้น สะโพกขนาดพองามกลมกลึงผึ่งผาย ผมดำขลับยาวสลวยเปียกลู่จนเผยให้เห็นศรีษะกลมทุยสวยได้รูป
มองผ่านเลนส์กล้องไม่หนำใจ ชายหนุ่มเอากล้องออกเพื่อที่จะมองเธอด้วยตาเปล่าอย่างชัดๆ สวยจริงๆชายหนุ่มบอกกับตัวเองด้วยความรู้สึกหลงใหลในรูปลักษณ์อันต้องตาต้องใจของหญิงสาวนางนั้น
เธอเป็ใคร ?
คำถามต่อมาผุดขึ้นในหัวของชายหนุ่ม จะว่าเป็สาวชนเผ่าก็คงไม่ใช่ เพราะดูจากรูปลักษณ์และการแต่งตัวแล้วไม่น่าจะใช่ สาวชนเผ่าคงไม่แต่งตัวด้วยกางเกงขาสั้นสีครีมกับเสื้อกล้ามสีขาวอย่างนี้เป็แน่แท้ แล้วยังจะรูปร่างอันสูงโปร่งดูประเปรียวนั้นอีกล่ะ
วัยยี่สิบห้าปีของไตรลักษณ์บวกกับสถานะทางสังคมรวมไปถึงการใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่มาตลอดทำให้เขาได้พบเจอผู้หญิงสวยๆมามากมายจนนับไม่ถ้วน แต่ก็ยังไม่เคยมีใครทำให้เขารู้สึกตรึงใจั้แ่เห็นแผ่นหลังแวบแรกจากที่ไกลๆอย่างนี้มาก่อนเลย
เขาต้องรู้จักเธอให้ได้
สมองของชายหนุ่มสั่งการขณะใช้กล้องบันทึกภาพของเธอเอาไว้ให้มากที่สุด ใครจะว่าเขาเสียมารยาทก็ตามเถอะ ตอนนี้เขาขอทำตามที่หัวใจของตัวเองเรียกร้องก่อนหละ
แต่ขณะที่กำลังแอบถ่ายรูปสาวนิรนามอยู่เพลินๆนั้นชายหนุ่มก็รู้สึกคันจี๊ดขึ้นมาที่หลังมือ ละสายตาไปมองก็เห็นยุงตัวโตกำลังสูบเืของเขาอยู่จนท้องเริ่มแดงเป่ง ชายหนุ่มกัดฟันกรอดก่อนใช้มืออีกข้างหนึ่งตบเผี้ยะเข้าให้
ชายหนุ่มมองซากยุงที่แหลกลาญอยู่บนหลังมือของตนอย่างสะใจ ก่อนจะนึกถึงแม่นางไม้คนนั้นขึ้นมาได้ จึงรีบเหลือบสายตาขึ้นไปดู แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง เมื่อพบว่าเธอได้หายไปจากตรงนั้นแล้ว หายไปภายในเสี้ยวนาทีที่เขาหันไปตบยุง แล้วนี่เขาจะไปตามหาเธอได้ที่ไหนล่ะ
เหอ เสียดายจัง เฮ้อ เสียดายจางงงง
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“ว๊าย”
เสียงหวีดร้องอย่างใของผู้หญิงที่ดังขึ้นมาในความเงียบและมืดของเวลาหกโมงเศษเกือบหนึ่งทุ่มทำเอาถ้วยกาแฟในมือของไตรลักษณ์แทบหลุดร่วง ปกติเขาไม่ใช่คนกลัวผีและไม่เชื่อในสิ่งลี้ลับ แต่ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ก็ทำให้เขาอดคิดไปต่างๆนานาไม่ได้ ก็จะมีผู้หญิงที่ไหนล่ะ ที่จะมาอยู่ในป่าเปลี่ยวตอนค่ำๆมืดๆอย่างนี้ จะว่าเป็เสียงจากพวกนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์เช่นกันนี้ก็คงไม่น่าใช่ ก็คนพวกนั้นต่างตั้งแค้มป์อยู่ในที่ห่างออกไปกันทั้งนั้น แต่เสียงที่ได้ยินเมื่อครู่มันดังอยู่ใกล้ๆนี่เอง
“บ้าเอ๊ย”
เสียงบ่นสบถดังมาอีก คราวนี้ชายหนุ่มจับที่มาของเสียงได้ชัดเจน มันดังมาจากอีกฝั่งของพุ่มไม้ที่อยู่ติดกับเต็นท์ที่พักของเขานี่เอง
ความอยากรู้อยากเห็นมีอยู่ในกมลสันดานของมนุษย์เกือบทุกรูปทุกนาม
ชายหนุ่มวางถ้วยกาแฟลงไว้ที่ข้างกองไฟแล้วค่อยๆย่องไปที่ข้างพุ่มไม้ใหญ่อันเป็ทิศทางที่มาของเสียงนั้น พุ่มไม้ใบดกหนา แต่เขาก็พยายามแหวกออกจนสามารถมองไปจนเห็นฝั่งตรงข้ามได้