อุบัติรักกลางไพร 1 (ตอน...ในป่า)

    ตอนที่ 4

             

            ใช่ เขาอยากจะเรียกเธอว่าอย่างนั้นจริงๆเพราะแม้จะมองเห็นเพียงด้านหลังก็ยังรู้สึกว่าเธองามเหลือเกิน  ผิวขาวใสกระจ่าง  แขนขาเรียวเสลาดั่งลำเทียน  เอวอ่อนอ้อนแอ้น  สะโพกขนาดพองามกลมกลึงผึ่งผาย  ผมดำขลับยาวสลวยเปียกลู่จนเผยให้เห็นศรีษะกลมทุยสวยได้รูป

            มองผ่านเลนส์กล้องไม่หนำใจ ชายหนุ่มเอากล้องออกเพื่อที่จะมองเธอด้วยตาเปล่าอย่างชัดๆ   สวยจริงๆชายหนุ่มบอกกับตัวเองด้วยความรู้สึกหลงใหลในรูปลักษณ์อันต้องตาต้องใจของหญิงสาวนางนั้น

            เธอเป็๞ใคร ?

            คำถามต่อมาผุดขึ้นในหัวของชายหนุ่ม จะว่าเป็๲สาวชนเผ่าก็คงไม่ใช่ เพราะดูจากรูปลักษณ์และการแต่งตัวแล้วไม่น่าจะใช่  สาวชนเผ่าคงไม่แต่งตัวด้วยกางเกงขาสั้นสีครีมกับเสื้อกล้ามสีขาวอย่างนี้เป็๲แน่แท้ แล้วยังจะรูปร่างอันสูงโปร่งดูประเปรียวนั้นอีกล่ะ

            วัยยี่สิบห้าปีของไตรลักษณ์บวกกับสถานะทางสังคมรวมไปถึงการใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่มาตลอดทำให้เขาได้พบเจอผู้หญิงสวยๆมามากมายจนนับไม่ถ้วน  แต่ก็ยังไม่เคยมีใครทำให้เขารู้สึกตรึงใจ๻ั้๫แ๻่เห็นแผ่นหลังแวบแรกจากที่ไกลๆอย่างนี้มาก่อนเลย

            เขาต้องรู้จักเธอให้ได้

            สมองของชายหนุ่มสั่งการขณะใช้กล้องบันทึกภาพของเธอเอาไว้ให้มากที่สุด  ใครจะว่าเขาเสียมารยาทก็ตามเถอะ ตอนนี้เขาขอทำตามที่หัวใจของตัวเองเรียกร้องก่อนหละ

            แต่ขณะที่กำลังแอบถ่ายรูปสาวนิรนามอยู่เพลินๆนั้นชายหนุ่มก็รู้สึกคันจี๊ดขึ้นมาที่หลังมือ  ละสายตาไปมองก็เห็นยุงตัวโตกำลังสูบเ๣ื๵๪ของเขาอยู่จนท้องเริ่มแดงเป่ง ชายหนุ่มกัดฟันกรอดก่อนใช้มืออีกข้างหนึ่งตบเผี้ยะเข้าให้  

            ชายหนุ่มมองซากยุงที่แหลกลาญอยู่บนหลังมือของตนอย่างสะใจ  ก่อนจะนึกถึงแม่นางไม้คนนั้นขึ้นมาได้ จึงรีบเหลือบสายตาขึ้นไปดู แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง  เมื่อพบว่าเธอได้หายไปจากตรงนั้นแล้ว  หายไปภายในเสี้ยวนาทีที่เขาหันไปตบยุง  แล้วนี่เขาจะไปตามหาเธอได้ที่ไหนล่ะ

             เหอ เสียดายจัง เฮ้อ  เสียดายจางงงง

            

            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

            “ว๊าย”

            เสียงหวีดร้องอย่าง๻๠ใ๽ของผู้หญิงที่ดังขึ้นมาในความเงียบและมืดของเวลาหกโมงเศษเกือบหนึ่งทุ่มทำเอาถ้วยกาแฟในมือของไตรลักษณ์แทบหลุดร่วง ปกติเขาไม่ใช่คนกลัวผีและไม่เชื่อในสิ่งลี้ลับ แต่ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ก็ทำให้เขาอดคิดไปต่างๆนานาไม่ได้  ก็จะมีผู้หญิงที่ไหนล่ะ  ที่จะมาอยู่ในป่าเปลี่ยวตอนค่ำๆมืดๆอย่างนี้  จะว่าเป็๲เสียงจากพวกนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์เช่นกันนี้ก็คงไม่น่าใช่ ก็คนพวกนั้นต่างตั้งแค้มป์อยู่ในที่ห่างออกไปกันทั้งนั้น แต่เสียงที่ได้ยินเมื่อครู่มันดังอยู่ใกล้ๆนี่เอง

            “บ้าเอ๊ย”

            เสียงบ่นสบถดังมาอีก คราวนี้ชายหนุ่มจับที่มาของเสียงได้ชัดเจน มันดังมาจากอีกฝั่งของพุ่มไม้ที่อยู่ติดกับเต็นท์ที่พักของเขานี่เอง

            ความอยากรู้อยากเห็นมีอยู่ในกมลสันดานของมนุษย์เกือบทุกรูปทุกนาม

            ชายหนุ่มวางถ้วยกาแฟลงไว้ที่ข้างกองไฟแล้วค่อยๆย่องไปที่ข้างพุ่มไม้ใหญ่อันเป็๞ทิศทางที่มาของเสียงนั้น  พุ่มไม้ใบดกหนา  แต่เขาก็พยายามแหวกออกจนสามารถมองไปจนเห็นฝั่งตรงข้ามได้