“โง่เอ๊ย!”
สวี่ตงใช้เวลานานมากก่อนที่ปากจะหลุดคำนี้ออกไป!
โหมวซือฉิงเป็ตำรวจจริงเหรอหากเป็ตำรวจจริงแล้วมีตำรวจที่โง่ขนาดนี้ด้วยเหรอ แม้แต่หมูยังคิดได้เลย หากเขาร่วมมือกับโหมวกวนถังเขาจะช่วยตระกูลโหมวของเธอเปิดโปงโหมวกวนถังไปทำไมเล่า
โหมวซือฉิงโกรธจนเืขึ้นหน้า สำหรับเธอแล้วการถูกใครสักคนด่าว่า ‘โง่’ เป็เื่ที่แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นเลย จนเธอมีความคิดอยากจะอัดเด็กที่ดูโตเกินวัยคนนี้ให้น่วมแต่โมโหก็ส่วนโมโห การยับยั้งชั่งใจยังทำให้เธอระงับอารมณ์ได้อยู่เห็นมุมปากสวี่ตงยกขึ้นเล็กน้อยซึ่งทำให้เขาดูดื้อรั้นก็กลอกตาทีหนึ่งทันใดนั้นก็ผุดความคิดหนึ่งขึ้นมาได้
พอเห็นโหมวซือฉิงโมโหแล้วสวี่ตงกลับสนุกอย่างอธิบายไม่ถูกแต่พอเห็นโหมวซือฉิงเปลี่ยนสีหน้าฉับพลันทำหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้มก็อดใจสั่นไม่ได้นี่มันสีหน้าของคนที่มีความคิด ‘ชั่วร้าย’ชัดๆ !
“คุณคิดจะทำอะไร”อยู่ดีๆ สวี่ตงก็เริ่มกังวล ถดตัวถอยเข้าไปในตู้เสื้อผ้าแต่เสียดายที่ไร้หนทางถอยหนีจึงจ้องโหมวซือฉิงแล้วถามอย่างอดไม่ได้ “คุณเป็ตำรวจ คุณคงต่อยคนมั่วซั่วไม่ได้มั้ง”
“ฉันจะต่อยนายไปทำไมฉันเป็ตำรวจที่ดีและเคารพกฎหมาย!” โหมวซือฉิงปฏิเสธข้อสันนิษฐานของสวี่ตงอย่างไม่ลังเลก่อนจะยิ้มแล้วปลดกระดุมสองเม็ดบน เผยให้เห็นผิวขาวบริเวณเนินอกวับๆ แวมๆแล้วถามสวี่ตงอย่างอารมณ์ดี “ฉันสวยไหม”
สวี่ตงตื่นตระหนก ไม่แน่ใจว่าโหมวซือฉิงหมายถึงอะไรแต่พูดตามตรงโหมวซือฉิงไม่ใช่แค่ใช้คำว่า ‘สวย’ บรรยายได้เท่านั้น เรียกว่าเป็คนสวยที่จะหาได้แบบหนึ่งในล้านเลยต่างหาก!
“สวย” สวี่ตงพยักหน้า เขาไม่คิดจะทำให้โหมวซือฉิงอารมณ์ขุ่นมัวมากไปกว่านี้ที่เขาด่าเธอเมื่อกี้ก็เพราะหงุดหงิดกับคำพูดของเธอจนหลุดปาก นึกย้อนกลับไปเขายังรู้สึกว่าไม่ควรยั่วโมโหตำรวจหญิงคนนี้ดังนั้น ที่เขาตอบไปก็ถือเป็ความจริง
โหมวซือฉิงฉีกยิ้มพร้อมกับพูดเนิบช้า “ในเมื่อนายคิดว่าฉันสวยอืม ถ้าตอนนี้ฉันร้องว่านายทำมิดีมิร้าย นายว่าคนหลายสิบคนที่อยู่ข้างนอกนั่นจะพุ่งเข้ามารุมสกรัมนายไหมฮิๆ รุมกระทืบนายสักตั้งก็ไม่เท่าไรหรอกน่าเห็นว่าอายุยังน้อยดูไม่ใช่นักเลงใจทราม เกิดเื่แบบนี้แล้วนายคิดว่าชื่อเสียงตัวเองจะเหม็นโฉ่ไปทั่วไหมล่ะ”
สวี่ตงอึ้ง นั่งไม่ติดที่ขึ้นมาทันที เขาเงยหน้ามองกำแพง
โหมวซือฉิงรู้ความนัยของสวี่ตงจึงหัวเราะคิกคัก “ไม่ต้องหาหรอก นี่เป็ห้องแต่งตัว ไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่มีการเฝ้าระวังการเฝ้าระวังมีแค่ตรงทางเดินกับในห้องโถง แค่ฉันส่งเสียงร้อง ต่อให้นายะโลงแม่น้ำเหลืองก็ล้างไม่เกลี้ยงที่นี่มีแค่นายกับฉันสองคน ฟ้ารู้ดินรู้ นายรู้ฉันรู้ฉันรับประกันว่าพวกเขาไม่มีวันเชื่อคำพูดของนายแน่ แต่พวกเขาจะเชื่อทุกอย่างที่ฉันพูดเชื่อไหมล่ะ”
สวี่ตงหน้าตาเหยเก โหมวซือฉิงพูดถูก ไม่มีบุคคลที่สามมายืนยันไม่ว่าใครก็ต้องเชื่อโหมวซือฉิงแต่ไม่เชื่อเขา อีกอย่างโหมวซือฉิงก็สวยมากจริงๆในห้องแต่งตัวลับตาเช่นนี้ การที่ผู้ชายจะเอาเปรียบผู้หญิงสวยๆ นั้นถือเป็เื่ ‘ธรรมดา’ มากในทางกลับกันหากไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสิที่จะทำให้คนอื่นไม่เชื่อ!
ขณะที่สวี่ตงยังตกตะลึงก็เห็นโหมวซือฉิงอ้าปากจะส่งเสียงกรีดร้องไม่รู้ว่าเขาเอาความกล้ามาจากไหนรีบะโพุ่งตัวปิดปากโหมวซือฉิงไว้แล้วพูดอย่างร้อนรน“อย่าร้องๆ ผมบอกแล้วๆ คุณถามอะไรผมก็จะตอบ!”
“ปล่อยมือ!”
เมื่อโหมวซือฉิงรู้ว่าแผนการตัวเองได้ผลก็ต้องดีใจเป็ธรรมดาแต่เธอคาดไม่ถึงว่าสวี่ตงจะเข้ามาโอบแล้วเอามือปิดปากเธอจึงรู้สึกเหมือนกำลังถูกเอาเปรียบ
สวี่ตงเห็นแววตาโหมวซือฉิงวาววับไปด้วยความโกรธถึงได้รู้ตัวว่า ‘ท่าทาง’ ของเขากับเธอตอนนี้ดูไม่งามเลยจริงๆ พลันหน้าแดงระเรื่อก่อนจะรีบผละออกไปอย่างกระอักกระอ่วน
ถึงโหมวซือฉิงจะโกรธ แต่พอคิดว่าตัวเอง ‘ชนะ’ ก็เลยอดใจไม่ะเิอารมณ์ ก่อนจะแค่นถาม “ฉันขอถาม นายรู้ได้ยังไงว่าคุณอาเล็กของฉัน…เอาเสื้อหยกไหมทองไป”
สวี่ตงยังลังเลอยู่นิดหน่อยก่อนจะเอ่ยตอบ “ความจริงก็ไม่เรียกว่าอาเล็กของคุณเอาเสื้อหยกไหมทองไปตรงๆ หรอกแต่มีผู้ชายอีกคนขโมยมันออกมาแล้วเอาไปให้อาเล็กของคุณในห้องน้ำ ผมเห็นเองกับตา!”
โหมวซือฉิงนิ่งคิด ที่สวี่ตงพูดก็ดูเป็เื่จริงแต่คิดอีกทีเธอก็รีบปฏิเสธทันที ก่อนจะจ้องสวี่ตงอย่างหัวเสีย “นายโกหก!”
สวี่ตงใจกระตุก ก่อนจะพูดอย่างร้อนรน “ผมโกหกยังไง”
โหมวซือฉิงแค่นเสียงพูด “ นายบอกว่าอาเล็กของฉันมีผู้สมรู้ร่วมคิดอีกคนหนึ่งเขาคนนั้นขโมยออกมาและส่งมอบถึงมืออาเล็กของฉันในห้องน้ำ แต่ฉันจำได้ว่านายเข้ามาจากระเบียงด้านหน้าพร้อมกับฉันแล้วนายก็ไม่ได้ไปเข้าห้องน้ำ นับประสาอะไรกับตามโจรเข้าไปในห้องของขวัญทั้งโจรคนนั้นและอาเล็กของฉันไม่มีใครเผยให้เห็นเสื้อหยกไหมทอง แล้วนายรู้ได้ยังไงว่ามันอยู่บนตัวพวกเขา”
นี่มันจี้ถูกจุดจริงๆ !
ความช่างสังเกตของโหมวซือฉิงยอดเยี่ยมจริงๆสวี่ตงไม่คิดว่าเธอเป็แค่แจกันดอกไม้แล้วจริงๆ ถูกโหมวซือฉิงหา ‘ช่องโหว่’ ได้ ชั่วขณะนั้นเขาก็ไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาแก้ตัว!
“ผม…ผม…” สวี่ตงอึกอักอยู่พักหนึ่งจนในที่สุดก็หาข้อแก้ตัวได้"พ่อผมทำโรงรับจำนำ ผมเลยได้เรียนรู้เื่พวกนี้มาั้แ่เด็กอย่างพวกสมบัติราคาสูงๆต่อให้คุณจะซ่อนไว้ใต้เสื้อผ้าผมก็พอประเมินได้เจ็ดสิบถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์!"
“จริงเหรอ” โหมวซือฉิงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ที่สวี่ตงพูดดูไม่ได้เหลวไหลเสียทีเดียวเสื้อหยกไหมทองเป็สมบัติล้ำค่ามากจริงๆ
ขบคิดอยู่นาน จู่ๆ โหมวซือฉิงก็หันขวับมาจ้องสวี่ตงแล้วถามว่า “งั้นฉันถามนายหน่อยตอนนี้มองเห็นไหมว่าในกระเป๋าฉันมีสมบัติล้ำค่าหรือเปล่า”
สวี่ตงมองโหมวซือฉิงหัวจรดเท้า ต้องบอกเลยว่าโหมวซือฉิงไม่ใช่เพียงหน้าตางดงามน่าทึ่งรูปร่างเธอยังดีมากด้วย ทว่าในกระเป๋ากางเกงยีนส์เข่าขาดสองข้างของเธอไม่มีออร่าสมบัติปรากฏอยู่เลยเสื้อผ้าส่วนบนไม่มีกระเป๋า จึงกล่าวได้ว่าไม่มีสมบัติล้ำค่าในกระเป๋ากางเกงของเธอแต่ที่ข้อมือข้างขวาของเธอแผ่ออร่าสีม่วงเล็กน้อย เพียงแต่แขนเสื้อปิดบังอยู่จึงมองไม่เห็นว่าของบนข้อมือคืออะไร
สวี่ตงเห็นโหมวซือฉิงกำลังจับจ้องเขาอย่างใกล้ชิดก็รู้ว่าหากไม่มีอะไรมายืนยันให้เธอเชื่อเขาก็ 'หนี' ไม่พ้นดังนั้นหลังจากขบคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาจึงตอบว่า"ในกระเป๋าคุณไม่มีสมบัติล้ำค่า แต่ที่ข้อมือข้างขวาของคุณน่าจะมีของที่ค่อนข้างมีราคาอยู่อย่างหนึ่งผมเดาว่าเป็กำไลหยก!"
"นาย...นายรู้ได้ยังไง"
คราวนี้มันเกินความคาดหมายของโหมวซือฉิงไปแล้วจริงๆเธอสวมเสื้อแขนสอบจึงไม่มีทางมองเห็นข้างในแขนเสื้ออยู่แล้วสวี่ตงไม่ใช่แค่เดาได้ว่ามีสมบัติล้ำค่าอยู่ที่ข้อมือข้างขวาแต่เดาได้แม่นยำด้วยว่าเป็กำไลหยก นี่มันประหลาดเกินไปแล้ว หรือว่าเขามองทะลุได้
ความจริงแล้ว การที่สวี่ตงบอกได้อย่างแม่นยำว่าเป็กำไลหยกนั้นมาจากการคาดเดาจริงๆตอนที่อยู่ในห้องโถง แเื่ที่มางานทุกคนล้วนมาจากตระกูลร่ำรวยมีชื่อเสียงแต่ก็เป็เพียงนักธุรกิจตัวเล็กๆ ไม่ก็ข้าราชการและครอบครัวไม่ว่าใครก็ใส่ของมีค่าโดยเฉพาะพวกผู้หญิงที่ประโคมเครื่องประดับเพชรนิลจินดาเต็มตัว
แล้วสวี่ตงก็เห็นว่าในห้องโถงมีคนสวมกำไลหยกด้วย ออร่าสมบัติที่แผ่ออกมาจากหยกนั้นมีสีเดียวกันกับบนข้อมือโหมวซือฉิงแต่ไม่ได้เข้มเท่านี้ แสดงว่ากำไลหยกที่โหมวซือฉิงสวมอยู่มีมูลค่าพอตัว
โหมวซือฉิงจ้องสวี่ตงซ้ายทีขวาที สายตาคมกล้าพยายามค้นหาว่าเขากำลังโกหกหรือไม่ทว่าทั้งสีหน้าและแววตาของสวี่ตงนั้นเธอกลับมองไม่ออกเลยจริงๆเงียบอยู่นานถึงหลุดหัวเราะ ‘หึ’ ทีหนึ่งแล้วพูดว่า “นายนี่เล่นละครเก่งจริงๆ อืมไปเป็นักแสดงได้เลยนะเนี่ย!”
สวี่ตงก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก โหมวซือฉิงคิดว่าเขาเล่นละครก็ดีอย่างไรเสีย เขาก็บอกความลับที่เขามองเห็น ‘ออร่าสมบัติ’ออกไปไม่ได้เด็ดขาด หากจะอ้างถึงเื่นี้ เขาคงจะอ้างอย่างเต็มปากเต็มคำว่ามีทักษะและความรู้ในการประเมินสิ่งของเพราะในโลกแห่งความเป็จริงคงไม่มีใครคิดถึง ‘พลังพิเศษ’หรอก เพราะมันมีแต่ในภาพยนตร์และนิยายแฟนตาซีเท่านั้น
แม้ว่าโหมวซือฉิงจะไม่ได้มีสีหน้า ‘แข็งกระด้าง’เหมือนก่อนหน้านี้แล้ว แต่สวี่ตงก็ยังเดาสถานการณ์ไม่ออกเพิ่งจะถอนหายใจโล่งอก โหมวซือฉิงก็โพล่งขึ้นมาอีกว่า “เื่ที่ฉันมีกำไลข้อมือนายฟังมาจากซืออี๋น้องสาวฉันใช่ไหม”
“ซืออี๋?”สวี่ตงงุนงงก่อนจะเข้าใจว่าเธอกำลังพูดถึง ‘โหมวซืออี๋’จึงส่ายหน้าแล้วตอบว่า “เปล่าครับผมกับโหมวซืออี๋ไม่เคยคุยกัน!”
คราวนี้แม้แต่โหมวซือฉิงยังใจนอดถามไม่ได้ว่า “นายไม่เคยคุยกับซืออี๋? ประโยคเดียวก็ไม่เคย?”
สวี่ตงพยักหน้า “ไม่ครับไม่เคยเลย ประโยคเดียวก็ไม่เคย!”
โหมวซือฉิงตกตะลึงสุดขีด นิ่งอึ้งไปพักใหญ่ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา “อ้อ เข้าใจแล้ว นายชอบน้องสาวฉันใช่ไหม”
สวี่ตงหน้าแดงก่ำในพริบตา แดงจนเกือบจะม่วง ความลับที่ซุกซ่อนไว้ลึกสุดใจจู่ๆก็ถูกโหมวซือฉิงจับได้ แถมยังพูดออกมาอีก เขาจะไม่รู้สึกอับอายได้อย่างไรเล่า
อีกอย่างคนที่เขาชอบยังเป็น้องสาวแท้ๆ ของโหมวซือฉิงด้วยกลัวแต่ว่าเธอจะเอาไปบอกโหมวซืออี๋แบบนั้นต่อจากนี้เขาก็ไม่มีหน้าไปเจอโหมวซืออี๋อีกแล้ว!
โหมวซือฉิงเห็นว่าสวี่ตงกำลังเสียอาการก็รู้สึกอยากแกล้งทว่าพอเห็นสวี่ตงใส่เสื้อผ้าเก่าๆ เรียบๆแล้วยังเื่ที่บอกว่าลาออกจากโรงเรียนแล้วอีก พลันเกิดรู้สึกสงสารขึ้นมานิดหน่อยคิดถึงตอนที่เขาทักผิดว่าตนเป็ซืออี๋ ทั้งสีหน้าและคำพูดของตนไม่ได้ดีเลยจำได้ว่าสีหน้าของสวี่ตงตอนนั้นดู ‘เ็ป’ มาก ดูเหมือนว่าความรักในศักดิ์ศรีตัวเองของเขาจะสูงมากเธอจึงไม่คิดยั่วยุเขาอีก
มีเด็กหนุ่มสาวคนใดไม่มีความรักบ้างอีกอย่างเด็กคนนี้ไม่เคยคุยกับน้องสาวของเธอสักคำ ชัดเจนว่าเป็เพียงการ ‘แอบรัก’ แน่นอนว่าการชอบใครสักคนไม่ใช่เื่ผิดทำไมต้องซ้ำเติมเขาด้วยเล่า
อย่างไรก็ตาม เขาอายุยังน้อยแต่กลับมีทักษะและสายตาในการประเมินวัตถุโบราณน่าทึ่งขนาดนี้แล้วในบรรดาคนที่มาร่วมอวยพรวันเกิดปู่ของเธอมียอดฝีมืออยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะหลงชิวเซิงที่เป็ยอดฝีมือระดับยอดพีระมิด
โหมวซือฉิงรู้จักคุ้นเคยกับหลงชิวเซิงดีเขาเป็พี่น้องร่วมสาบานกับปู่ของเธอหลงชิวเซิงยังเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บสะสมและประเมินราคาเขาเกือบจะเป็ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงนี้แล้วทว่าแม้แต่เขายังดูไม่ออกว่าอาเล็กขโมยเสื้อหยกไหมทองไปแล้วเ้าเด็กนี่ดูออกได้อย่างไร เขาเก่งกว่าผู้เฒ่าหลงชิวเซิงอีกงั้นหรือ