หลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ

    บทที่ 18

    หลังจากนั้นไม่นาน ข่าวการแจกอาหารก็ถูกกระจายไปจนทั่วค่ายทหารจากปากต่อปาก ส่งผลให้เหล่าทหารที่ได้ยินต่างก็พากันร้องเฮออกมายกใหญ่ เสียงเฮเหล่านั้นสงผลให้หลงเฟยยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะเข้ารับการฝึกฝนของตัวเองต่อไป จนเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปจนถึงประมาณสิบโมงกว่าๆ เกือบจะสิบเอ็ดโมง เขาก็ขออนุญาตออกจากค่ายทหาร ตรงกลับไปที่ร้านของเขา เพื่อไปเตรียมตัวทำอาหาร หลงเฟยกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อที่จะกลับมาถึงร้านให้ไวที่สุด เขาใช้เวลาในการเดินทางออกจากค่ายที่อยู่ดานหลังของเมืองมายังป้อมหน้าเมืองในเวลาไม่ถึง 10 นาที และเมื่อเขามาถึงก็เจอพวกลีมูนรออยู่ก่อนแล้ว “รอนานกันไหมครับพวกพี่ๆ” หลงเฟยกล่าวทักทาย“ไม่นานหรอก พวกข้าก็เพิ่งจะมาถึงเช่นกัน” มิเชลตอบ“แต่เรื่องวันนี้ พวกข้ายังตื่นเต้นกันไม่หายเลย มันทำให้พวกข้านอนไม่หลับกันเลยสักคน นี่พวกข้าก็กำลังพูดคุยเรื่องนี้กันอยู่เลย ฮ่าๆ” ลีมูนกล่าวต่อ พร้อมกับหัวเราะออกมา ซึ่งคนอื่นๆ ในกลุ่มก็พยักหน้าและหัวเราะตามกันใหญ่ หลังจากพูดคุยเล่นกันสักพัก พวกเขาก็วางแผนงานกันต่ออีกสักหน่อย ก่อนจะเริ่มจัดร้านให้พร้อมสำหรับการทำอาหารเลี้ยงชาวบ้านในช่วงเที่ยงวันนี้ หลงเฟยทำการจุดไฟและตั้งหม้อสามใบที่ซื้อมาเพิ่มทันที เมื่อไฟเริ่มจะติด เขาก็จัดการต้มน้ำเปล่าให้น้ำมันเดือดก่อน จากนั้นจึงใส่กระดูกหมูลงไปในหม้อทั้งสามใบในปริมาณที่เท่าๆ กัน หลงเฟยปิดฝาของหม้อ เพื่อไม่ให้น้ำที่เดือดระเหยออกไปจนน้ำแห้งหมด อีกอย่างมันจะทำให้เนื้อที่ติดกับกระดูกหมูเปื่อยอ่อน เนื้อนุ่มและเด้งอีกด้วย และเขาคิดว่านั่นจะทำให้ทุกคนที่ได้กินเข้าไป ติดใจ และอยากจะทานมันอีกครั้งอย่างแน่นอน ในระหว่างที่รอให้รสชาติจากเนื้อของกระดูกหมูมันกระจายออกไปทั่วน้ำทั้งหม้อ จนกลายเป็นน้ำซุป เขาก็ปรุงรสชาติของซุปไปด้วย โดยหลงเฟยตำกระเทียมให้ตัวเม็ดของมันมีขนาดที่เล็กลง แต่ก็ไม่ได้ตำให้มันละเอียด แถมเขายังตำมันไปพร้อมๆ กับเปลือกของกระเทียมอีกด้วย เท่าที่เขาได้รู้มา กระเทียมต้มนี่แหละจะช่วยในเรื่องการรักษาโรคได้หลายชนิด และยังช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย จากนั้นเขาก็ตำรากผักซีตามลงไปอีกที เพื่อเพิ่มความกลมกล่อมของน้ำซุป ก่อนจะปิดท้ายด้วยการใส่เกลือลงไปเล็กน้อย พร้อมกับบีบซีอิ้วขาวลงไป เพื่อเพิ่มสีของซุป ให้ดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ทางด้านของพวกลีมูนก็จัดการตั้งโต๊ะออกเป็น 5 โต๊ะหลัก โดยมี 2 โต๊ะเอาไว้สำหรับวางเส้นขนมจีนที่ถูกนำมาวางพร้อมแล้วบนถาดใหญ่ ส่วนอีกถาดเล็กอีกหนึ่งถาดใช้ใส่หมูยอที่หลงเฟยซอยเป็นขนาดลูกเต๋าเอาไว้ ตอนก่อนจะมายังโลกนี้แล้ว และสุดท้ายข้างๆ ถาดทั้งสองจะมีน้ำเปล่าที่ใส่ถังไว้เพื่อไม่ให้ขนมจีนติดมือ ในตอนแรกทุกคนดูเหมือนจะไม่เข้าใจว่า ให้ใช้น้ำนี้ในการทำอะไร แต่เมื่อทุกคนลองหยิบเส้นขนมจีนดูแล้ว ทุกคนจึงเข้าใจว่าจะใช้น้ำนี้ทำอะไร ต่อมาอีก 3 โต๊ะจะเอาไว้สำหรับการวางหม้อซุป ซึ่งที่แบ่งเป็น 3 หม้อ สำหรับ 3 โต๊ะเช่นนี้ ก็เพื่อให้ทุกคนกระจายตัวกันไปต่อแถวตักซุปได้รวดเร็วขึ้น จะได้ไม่เกิดความแออัด วุ่นวายที่บริเวณหน้าร้านจนเกินไป ซึ่งหน้าที่ของทุกคนก็ครบและลงตัวอย่างพอดิบพอดี พวกเขามีกันอยู่ 5 คน กับโต๊ะตักอาหาร 5 โต๊ะ หลงเฟย และพวกพวกลีมูนจึงช่วยกันยกหม้อทั้งสามใบลงจากเตา และนำไปตั้งประจำจุดที่โต๊ะแจกจ่ายอาหาร อีก 3 โต๊ะที่ยังว่างอยู่ และแล้วเวลาเที่ยงตรงก็มาถึง ชาวบ้านเกือบทุกชนชั้นเดินออกมาออกันที่หน้าร้านของหลงเฟย พวกเขาแต่ละคนที่ได้รับรู้เรื่องราวของการแจกจ่ายอาหารในครั้งนี้ ต่างก็ถือถ้วยถือช้อนมารอกันอย่างทั่วหน้า  “พวกเจ้าทุกคนให้มาเข้าแถวที่สองแถวฝั่งซ้าย เพื่อรับของที่เป็นเส้นสีขาวๆ นี่ก่อน จากนั้นมารับซุปสามแถวฝั่งนี้” อารีนอธิบายขั้นตอนในการรับอาหารให้กับชาวบ้านตรงหน้า เมื่อเห็นว่าทุกอย่างจัดเตรียมไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว“และขอเตือนอีกครั้งว่า การแจกจ่ายอาหารในครั้งนี้ ผู้ที่สนับสนุนคือ องค์ราชาของเรา หากมีการแซงคิวกันเกิดขึ้นในงานที่พระองค์เป็นคนจัด พวกเจ้าคงจะรู้ซินะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้าบ้าง..เอาล่ะ..เริ่มต่อแถวได้” ลีมูนกล่าวกำชับเสริม เมื่อเห็นคนจำนวนมากตรงหน้าตั้งท่าจะกรู่กันเข้ามาอย่างไร้ระเบียบ เมื่อสิ้นเสียงของลีมูนชาวบ้านทั่วไปต่างก็รีบเข้ามาต่อแถว ผิดกับพวกชั้นชนกลางและสูงที่ยังห่วงศักดิ์ศรีของตัวเองอยู่เลยไม่ได้ไปต่อแถวด้วย “องค์ราชาเสด็จแล้ว!!!”ในขณะที่หลงเฟยกำลังจะเปิดฝาหม้อน้ำซุปนั้นเอง องค์ราชา องค์ราชินี พร้อมองค์หญิงน้อย ก็ได้เสด็จมาถึงซะก่อน ทุกคนที่อยู่ในบริเวณจึงต่างพากันคุกเข่าลงทำความเคารพตามระเบียบ ก่อนที่องค์ราชาจะทรงรับสั่งให้ทุกคนทำตัวตามสบาย จากนั้นพระองค์ก็เดินเข้าไปยังห้องรับรองพร้อมกับองค์ราชินี และองค์หญิงน้อย จากนั้นหลงเฟยจึงต้องหันมาจัดเตรียมสำรับอาหารให้กับทั้งสามพระองค์ก่อน มันทำให้คนดูแลการตักอาหารให้ชาวบ้านไม่ครบ 5 แถวตามที่วางแผนไว้ แต่ยังโชคดีทีมีทหารแถวนั้นอาสามาตักแทนให้ หลงเฟยจึงทำการเปิดหม้อน้ำซุปออก และสอนวิธีการตักซุปให้กับทหารนายคนนั้น เมื่อฝาหม้อออก กลิ่นหอมของน้ำซุปก็ถูกสายลมกระจายไปทั่วพื้นที่ แม้แต่องค์ราชาที่อยู่ในห้องรับรองภายในป้อมสังเกตการณ์ก็ยังได้กลิ่น เสียงท้องร้องของทุกคนเริ่มดังขึ้นพร้อมกันอย่างทั่วหน้า ในตอนนี้ไม่ได้มีใครสนใจเรื่องการรักษาหน้าอย่างนั้นอีกแล้ว พวกเขาต่างวิ่งแย่งเข้าแถวกันใหญ่ มันทำให้พวกลีมูนต้องเข้าไปจัดระเบียบแถวอีกที ส่วนหลงเฟยค่อยๆ เตรียมสำรับขององค์ราชา โดยมีเหล่าประชาชนแถวหน้าๆ มองอาหารที่เขาตักด้วยอาการน้ำลายไหลเป็นแถวๆ เมื่อหลงเฟยเตรียมสำรับอาหารเสร็จก็ยกเข้าไปเสิร์ฟให้กับองค์ราชา ซึ่งในขณะเดียวกัน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา พวกลีมูนก็เริ่มจัดการแจกจ่ายอาหารให้กับชาวบ้านต่อ