เมื่อถึงบ้านซินเยวี่ยก็เอาของไปเก็บไว้ในห้อง แล้วนำเซ่าปิ่งที่ซื้อมาไปที่ห้องโถงเห็นพี่ชายกับพ่อนั่งเล่นหมากรุกอยู่ใต้ต้นพุทราในลานบ้านซินเยวี่ยก็ยื่นใบยาสูบให้ “พี่ดูสิว่าฉันซื้อใบยาสูบนี้มาดีไหม”
หลินเต๋อหัวมองใบยาสูบตรงหน้า แล้วยิ้มตอบ“ของพวกนี้จะมีดีมีเสียอะไร ฉันว่ามันยังไม่แห้งดีเอาไปตากแดดก่อนเถอะ”
ซินเยวี่ยจึงนำใบยาสูบไปตากแดด
หลังจากกินข้าวเที่ยงซินเยวี่ยก็นอนพักบนเตียงครู่หนึ่ง พอตื่นขึ้นมาก็ออกมาล้างหน้าในลานบ้านเห็นแม่กำลังเด็ดใบกุยช่าย
ซินเยวี่ยจึงถามด้วยรอยยิ้ม“แม่จะทำเกี๊ยวกุยช่ายหรือขนมกุยช่าย”
แม่หลินตอบโดยไม่เงยหน้า“ทำเกี๊ยวกุยช่าย เดี๋ยวแกไปบ้านป้าใหญ่ให้ป้ากับเหม่ยอ้ายมากินเกี๊ยวที่บ้านด้วยกัน”
เหม่ยอ้ายเป็ลูกสาวคนเล็กของป้าใหญ่อายุน้อยกว่าซินเยวี่ยหนึ่งปี
พอได้ยินว่าเกี๊ยวนี้ทำเพื่อป้าใหญ่ซินเยวี่ยก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น คงเป็เื่ที่เธอได้ยินเมื่อคืนแม่คงอยากให้ป้าใหญ่เป็แม่สื่อให้เธอกับหลี่เจี้ยนจวิน
“แม่ เมื่อวานพี่รองมาแม่ยังไม่ได้ทำเกี๊ยวให้กินเลย ทำไมจู่ๆ ถึงชวนป้าใหญ่กับเหม่ยอ้ายมากินด้วยล่ะ”ซินเยวี่ยบ่นอุบอิบ น้ำเสียงแสดงความไม่พอใจ
สีหน้าของแม่หลินเปลี่ยนไปเล็กน้อยพูดอย่างไม่พอใจ “นี่แกพูดอะไรพี่รองของแกฐานะดีกว่าบ้านเราและบ้านป้าใหญ่ เขากินแต่ของดีๆ ทุกวัน เขามาบ้านฉันฉันจะให้เขากินเกี๊ยวหรือไม่ให้ก็ไม่เป็อะไร”
ซินเยวี่ยไม่อยากทะเลาะกับแม่เื่กินเกี๊ยวหลังจากล้างหน้าแล้ว เธอก็ไปบ้านป้าใหญ่อย่างว่าง่าย
หมู่บ้านเฉวียนสุ่ยที่ซินเยวี่ยอยู่นั้นแบ่งออกเป็หกกลุ่มกลุ่มเหล่านี้ก็คือการแบ่งพื้นที่ออกเป็กลุ่มๆ บ้านของซินเยวี่ยอยู่ในกลุ่มที่สี่ส่วนบ้านของป้าใหญ่อยู่ในกลุ่มที่หนึ่ง สองบ้านอยู่ห่างกันประมาณหนึ่งหลี่กว่า
ในยุคนี้หมู่บ้านเฉวียนสุ่ยยังไม่มีไฟฟ้าใช้ไม่ต้องพูดถึงโทรศัพท์ การส่งข่าวสารในชีวิตประจำวันต้องไปเองหรือไม่ก็ฝากคนอื่นไปบอก ไม่สะดวกเลย
ซินเยวี่ยคงไม่เดินไปบ้านป้าใหญ่แน่นอนเพราะที่บ้านมีจักรยาน
เมื่อมีจักรยานระยะทางหนึ่งหลี่กว่าก็ไม่ใช่ปัญหา ในไม่ช้าซินเยวี่ยก็มาถึงบ้านป้าใหญ่
บ้านของป้าใหญ่ก็เป็บ้านหลังคามุงจากสามห้องเช่นกันเพียงแต่ขนาดเล็กกว่าบ้านซินเยวี่ยมาก บ้านซินเยวี่ยมีรั้ว แต่บ้านป้าใหญ่ไม่มี
การแต่งงานของป้าใหญ่และลุงเขยก็เหมือนกับคนอื่นๆทั่วไป คือเป็การคลุมถุงชน พ่อแม่เป็คนจัดการ ลุงเขยมีความสามารถทางช่างอยู่บ้างส่วนป้าใหญ่นั้นรูปร่างหน้าตาก็ธรรมดา ไม่มีความรู้ และไม่มีความสามารถอะไรลุงเขยรู้สึกว่าการได้ภรรยาแบบนี้ทำให้เขาเสียเปรียบ แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งพ่อแม่
ทั้งสองคนมีลูกด้วยกันทั้งหมดสี่คนเป็ชายสาม หญิงหนึ่ง ลูกชายคนโตและคนที่สามเสียชีวิตั้แ่ยังเด็กเหลือเพียงลูกชายคนที่สองเว่ยกั๋วกับลูกสาวคนเล็กเหม่ยอ้ายที่เติบโตขึ้นมาอย่างปลอดภัย
เมื่อหลายปีก่อนเว่ยกั๋วเคยไปเป็ทหารที่มณฑลส่านซี พอปลดประจำการก็กลับมาแต่งงานมีลูกหลังจากแต่งงาน เว่ยกั๋วก็พาภรรยาออกไปอยู่ข้างนอก
เมื่อห้าปีก่อน ลุงเขยก็เสียชีวิต
ปัจจุบันป้าใหญ่กับเหม่ยอ้ายอาศัยอยู่ด้วยกันตามลำพัง
เมื่อมาถึงหน้าประตูบ้านซินเยวี่ยก็จอดจักรยานแล้วลงจากรถ เมื่อเห็นขี้ไก่เต็มลานบ้าน ซินเยวี่ยก็ขมวดคิ้วจะเดินยังไงไม่ให้เหยียบเนี่ย
ข้อเสียร้ายแรงอย่างหนึ่งของป้าใหญ่คือความสกปรกลูกสาวของเธอเหม่ยอ้ายก็สืบทอดและส่งเสริมธรรมเนียมสกปรกนี้ได้อย่างดี
ซินเยวี่ยกำลังจินตนาการว่าผู้หญิงที่สกปรกอย่างป้าใหญ่แบบนี้ เลขาธิการหมู่บ้านไปชอบเธอได้ยังไงหรือว่าผู้ชายไม่เลือกจริงๆ ขอแค่มีผู้หญิงมาคลอเคลียก็เอาแล้ว
กลัวว่าตัวเองจะเหยียบขี้ไก่โดยไม่ระวังซินเยวี่ยจึงไม่เข้าไปข้างใน แต่ยืนอยู่หน้าประตูแล้วะโ ะโได้สองครั้งเหม่ยอ้ายก็ออกมาจากบ้าน
“พี่มาได้ยังไง เข้ามาก่อนสิ” เหม่ยอ้ายดูจะกระตือรือร้นกับซินเยวี่ย แต่ซินเยวี่ยกลับเ็ากับเธอ“แม่ให้ฉันมาบอกป้ากับเธอให้ไปกินเกี๊ยวที่บ้าน เกี๊ยวไส้กุยช่ายฉันบอกข่าวแล้ว ไปก่อนนะ”
พูดจบซินเยวี่ยก็หันหลังกลับขึ้นรถจักรยานแล้วขี่จากไป
แม่หลินเห็นซินเยวี่ยกลับมาเร็วก็รีบถาม“ทำไมกลับมาเร็วจัง ป้าใหญ่กับเหม่ยอ้ายไม่อยู่บ้านเหรอ”
ซินเยวี่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า“อยู่”
แม่หลินตอบรับแล้วบ่นว่า“ในเมื่ออยู่ ทำไมแกไม่พาพวกเขาสองคนมาด้วยเลยอากาศร้อนขนาดนี้เดินมาคงลำบากแย่”
“จักรยานของหนูบรรทุกได้แค่คนเดียวอีกอย่างหนูก็ยังขี่ไม่ค่อยคล่อง น้ำหนักเกินห้าสิบจินหนูยังไม่กล้าซ้อนเลย”ซินเยวี่ยยังคงมีท่าทีไม่ใส่ใจ เธอรำคาญป้าใหญ่กับเหม่ยอ้ายแทบแย่จะให้พวกเขาสองแม่ลูกซ้อนท้ายจักรยานของเธอได้ยังไง
เหม่ยอ้ายรู้จักกับจางชุ่ยหลานจากการเข้าเรียนในชั้นเรียนส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้สองคนมีความสัมพันธ์ที่ดีมาก ชาติก่อนป้าใหญ่จับคู่ให้ซินเยวี่ยกับจางเฉียงทำให้จางชุ่ยหลานได้แต่งงานเข้ามาในตระกูลหลิน ซึ่งขาด“ผลงาน” ของเหม่ยอ้ายไม่ได้ หลังแต่งงานเหม่ยอ้ายก็ยุแยงตะแคงรั่วไม่น้อย เมื่อคิดถึงสิ่งที่สองแม่ลูกทำในชาติก่อนซินเยวี่ยก็รู้สึกขยะแขยง
พอตกเย็น ป้าใหญ่กับเหม่ยอ้ายก็มาถึงพวกเธอเดินมาหนึ่งหลี่กว่าแถมยังเป็ทางขึ้นเนิน พอมาถึงก็หอบหายใจเหนื่อยหอบโดยเฉพาะป้าใหญ่ที่ค่อนข้างอ้วน ยิ่งเหนื่อยจนแทบจะเหมือนวัวแก่ที่เพิ่งไถนาเสร็จ
ซินเยวี่ยไม่อยากสุงสิงกับสองแม่ลูกจึงถือหนังสือเล่มหนึ่งไปนั่งอ่านหนังสือใต้ร่มไม้ แต่เหม่ยอ้ายกลับเดินเข้ามาหา
“พี่อ่านอะไรอยู่เหรอ” เหม่ยอ้ายเอามือแตะไหล่ซินเยวี่ยเบาๆ เพื่อแสดงความสนิทสนมแต่ซินเยวี่ยกลับหลบเลี่ยงอย่างรังเกียจ “อากาศร้อนขนาดนี้มาใกล้ขนาดนี้ทำไม”
เห็นสีหน้าของซินเยวี่ยไม่ดีเหม่ยอ้ายก็ค่อยๆ ถอยห่างออกไป
ในขณะนั้นป้าใหญ่กำลังคุยกระซิบกระซาบกับแม่หลินขณะห่อเกี๊ยวอยู่ในครัว