บทที่ 18 ใครที่กล้ารังแกลูกของข้า... จะให้เห็นดีกัน!
“ครั้งหน้าถ้ายังบังอาจสิงร่างพี่หลี่อีก ไม่อย่างนั้นข้าจะพังรังของเ้าให้สิ้นซาก!”
เพียงพอนที่อยู่ห่างไปร้อยจั้ง ได้ยินเสียงกัมปนาทของสายฟ้าฟาดลงตรงหน้าห่างไปเพียงนิดเดียว มันใจนิญญาแทบหลุดจากร่าง รู้ได้ทันทีว่ายอดฝีมือท่านนี้เมตตาไว้ชีวิต ไม่อย่างนั้น สายฟ้านั่นคงฟาดลงบนตัวมันจนกลายเป็ถ่านไปแล้ว
เพียงพอนรีบถอนตัวออกจากร่างเหล่าหลี่ แล้ววิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลม
ช่างน่ากลัวเหลือเกิน เกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้ว!
ต่อให้ยืมความกล้ามาอีกสิบเท่า มันก็ไม่บังอาจไปสิงร่างเหล่าหลี่อีก แม้แต่หมู่บ้านเถาฮวานี้ มันก็คงไม่กล้าเหยียบย่างเข้ามาอีกตลอดชีวิต
เหล่าหลี่ที่เมื่อครู่ยังเจ็บปางตาย เพียงชั่วพริบตาก็หายเป็ปลิดทิ้ง
ร่างกายรู้สึกแข็งแรงกว่าเมื่อก่อน หัวก็ไม่เวียนแล้ว เขารู้สึกเหลือเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งบางอย่างก็อธิบายไม่ได้ด้วยคำพูด
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์ที่ช่วยไล่เพียงพอนตัวนั้น ช่วยข้าให้พ้นจากขุมนรก ท่านคือผู้ให้กำเนิดใหม่แก่ข้า ข้าขอคำนับสามครั้ง”
เหล่าหลี่ขุดคำพูดทั้งหมดในชีวิตออกมาใช้เพื่อขอบคุณ
“พี่หลี่ ทำแบบนี้ข้าลำบากใจนะ อย่าเรียกข้าว่าปรมาจารย์เลย เรียกน้องสาวเหมือนเดิม ฟังดูสบายใจกว่า แล้วข้าก็แค่ช่วยเท่าที่ทำได้ พี่หลี่ไม่ต้องซาบซึ้งถึงขนาดนั้น”
ฉู่ชิงเฉินรีบพยุงเหล่าหลี่ที่กำลังจะกราบลงกับพื้นให้ลุกขึ้น
“น้องสาว พี่สะใภ้ไม่รู้จะขอบคุณเ้าอย่างไรดี เอาเป็ว่า บุญคุณนี้ข้าจะจำไว้ในใจ วันหน้าจะค่อย ๆ ทดแทนให้”
“พอเถอะพี่สะใภ้จาง พวกเราเป็เพื่อนบ้านกัน ยังต้องพึ่งพากันอีกนาน ข้ายังหวังว่า เวลาข้าไม่อยู่บ้าน พี่สะใภ้จะช่วยดูเด็ก ๆ ให้หน่อย ตอนนี้มืดค่ำแล้ว พี่สะใภ้รีบกลับเถอะ”
ฉู่ชิงเฉินยิ้มอย่างเป็มิตร ชาติที่แล้ว นางเกิดมาบนกองเงินกองทอง ไม่เคยััความเรียบง่ายของเพื่อนบ้านในชนบทแบบนี้
พี่สะใภ้จางตื้นตันจนน้ำตาคลอ พลางมองสามีที่มีใบหน้าผ่องใสดูมีสง่าราศี
ในใจนางตั้งปณิธานว่า ต่อไปจะต้องช่วยดูแลเด็กทั้งสองให้ละเอียดรอบคอบยิ่งขึ้น
ฉู่ชิงเฉินเห็นว่าท้องฟ้ามืดลงแล้ว แต่เด็กทั้งสองยังไม่กลับมา ก็เริ่มรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก จึงรีบออกจากบ้านไปตามหาลูก ทั้งที่ไม่ทันได้เก็บกวาดข้าวของที่ทำพิธีด้วยซ้ำ
“ถวนเป่า หยวนเป่า กลับบ้านได้แล้ว!”
หญิงสาวไม่เคยคิดเลยว่า ตัวเองจะต้องมาะโเรียกหาลูกเสียงดังลั่นในความมืด โดยไม่ห่วงภาพลักษณ์แบบนี้
พอมีลูกก็มีความผูกพัน ทำให้นางยอมสละความสำรวมของสตรี เพียงขอแค่ให้พวกเขาสบายดีก็พอ
“ถวนเป่า หยวนเป่า อยู่ไหนกัน ถ้าได้ยินเสียงแม่ก็ขานรับด้วย!”
“ท่านแม่ ข้าอยู่นี่เ้าค่ะ”
ฉู่ชิงเฉินหูไว แม้เสียงลูกสาวจะเบาแต่นางก็ได้ยิน
นางเดินตามเสียงไปทางขวา เลี้ยวตรงตรอกเล็ก ๆ จนพบเด็กทั้งสอง ในที่สุด หัวใจที่เต้นระรัวก็สงบลง แต่นางยังคงเร่งฝีเท้าเข้าไปหา
“ท่านแม่ มีคนรังแกพวกเราเ้าค่ะ! เขาแย่งขนมไป พอไม่ให้กินก็ผลักข้าจนล้มก้นจ้ำเบ้า ก้นข้าเกือบจะแตกเป็สี่เสี่ยงแล้ว เจ็บมากเลย ที่น่าโมโหกว่าคือ ขนมตกพื้นหมดเลย ฮือ ๆ... หยวนเป่าเสียใจเ้าค่ะ”
หยวนเป่านั่งอยู่บนพื้น เมื่อเห็นมารดามาถึง ความอัดอั้นตันใจทั้งหมดก็พรั่งพรูออกมา
“แม่มาแล้ว ใครก็รังแกพวกเ้าไม่ได้ ขนมตกพื้นแล้วก็ช่างเถอะ พรุ่งนี้แม่จะซื้อให้ใหม่”
ฉู่ชิงเฉินดึงลูกสาวขึ้นมาจากพื้นและปลอบโยน แล้วปรายตามองถวนเป่าที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะเห็นรอยแผลเล็ก ๆ บนใบหน้ากว่าสิบแห่ง
คงเป็เพราะสู้คนอื่นไม่ได้ เลยถูกข่วนหน้ามา
“คนที่รังแกพวกเ้าอยู่ไหน? แม่จะไปสั่งสอนเอง”
หญิงสาวปวดใจมากที่เห็นลูกถูกรังแก นางไม่คิดจะปล่อยไปเฉย ๆ เพราะเื่แบบนี้ถ้ามีครั้งที่หนึ่ง ย่อมมีครั้งที่สอง
“วิ่งไปทางโน้นแล้วเ้าค่ะ”
หยวนเป่าชี้นิ้วบอกทาง คนที่รังแกพวกเขาคือ 'เอ้อร์พ่าง' หลานชายของแม่เฒ่าหลี่
ปีนี้เอ้อร์พ่างอายุสิบขวบแล้ว ตัวสูงกว่าถวนเป่าตั้งหนึ่งหัว
เดิมที เอ้อร์พ่างกำลังรุมทึ้งกับถวนเป่าและข่วนหน้าเขา พอได้ยินเสียงฉู่ชิงเฉินะโเรียกหาลูก ก็รีบปล่อยคอเสื้อถวนเป่าแล้วหนีไป
ฉู่ชิงเฉินบอกให้เด็ก ๆ รออยู่ที่นี่ห้ามไปไหน ส่วนนางก็วิ่งตามไปในทิศทางที่หยวนเป่าชี้
หญิงสาวหุ่นเพรียวขยาว วิ่งได้เร็วมาก เพียงครู่เดียวก็เกือบจะตามเอ้อร์พ่างทัน
เอ้อร์พ่างวิ่งจนแทบหมดลม หันกลับไปมองก็เห็นผู้หญิงคนนั้นกำลังจะตามทัน
เขาเคยได้ยินท่านย่าบอกว่า ผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจมาก คิดว่าถ้าถูกจับได้คงจบไม่ดีแน่ จึงใช้แรงเฮือกสุดท้ายวิ่งหนีสุดชีวิต
ฉู่ชิงเฉินเริ่มเหนื่อยเล็กน้อย และไม่คิดว่าเ้าเด็กเอ้อร์พ่างจะอึดขนาดนี้
นางแอบใช้ยันต์เร่งความเร็ว เท้าทั้งสองข้างเหมือนเหยียบวงล้อไฟ พุ่งทะยานไปดักหน้าเอ้อร์พ่างทันที
“เ้าเด็กเกเรคนนี้นี่เองที่รังแกลูกชายข้า!”
“ปะ... เปล่านะ ไม่ใช่ข้า!”
เอ้อร์พ่างใแทบสิ้นสติ ที่จู่ ๆ ผู้หญิงคนนี้มาโผล่ตรงหน้า เขาหอบจนพูดตะกุกตะกัก
“ยังจะปากแข็งอีก อยากให้ข้าลากเ้าไปยืนยันกับลูกข้าไหม?”
ฉู่ชิงเฉินมองเอ้อร์พ่างด้วยสายตาโกรธจัด แววตาที่เ็าทำเอาเ้าหนูคนนี้กลัวจนิญญาแทบหลุด
“ใช่ ข้าเอง น้าฉู่จะกินหัวข้าหรือไง ข้าไม่เชื่อหรอกว่า ผู้ใหญ่จะกล้าตีเด็ก!”
เอ้อร์พ่างรวบรวมความกล้าเถียงกลับ พร้อมจะวิ่งหนีทุกเมื่อ
“แย่งขนมลูกสาวข้า ทำหน้าลูกชายข้าเป็แผล ไม่ว่าใคร ข้าก็จะตีให้นอนหยอดน้ำข้าวต้มทั้งนั้น!”
หญิงสาวไม่คิดว่า เด็กแสบที่ทำผิดจะควรได้รับความเมตตา และนางก็ไม่ใจอ่อนด้วย
“อย่าเข้ามานะ! ช่วยด้วย! ผู้ใหญ่รังแกเด็กแล้ว!”
เอ้อร์พ่างร้องลั่น ตัวสั่นเทาเมื่อเห็นน้าฉู่เดินใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
“เหอะ ต่อให้ใครมา เ้าก็ต้องโดนลงโทษอยู่ดี!”
ฉู่ชิงเฉินไม่สนเื่ชื่อเสียง เพราะชื่อเสียงของเ้าของร่างเดิมในหมู่บ้านเถาฮวาก็แย่พออยู่แล้ว จะเพิ่มคดีตีเด็กอีกสักอย่างจะเป็ไรไป
นางเดินเข้าไปกระชากแขนเอ้อร์พ่างยกขึ้นสูง แล้วทุ่มลงพื้นอย่างแรง ทำซ้ำไปมาหลายรอบเหมือนทุ่มกระสอบทราย
พื้นเป็ดินปนทราย ไม่แข็งมากนัก ทุ่มไปสองสามทีไม่ถึงกับาเ็สาหัส แต่จะปวดเมื่อยไปทั้งตัว
นาง้าให้เด็กคนนี้จำความเ็ปนี้ไว้ จะได้ไม่กล้ารังแกลูก ๆ ของนางอีก
“ข้าไม่กล้าแล้ว! จะไม่รังแกถวนเป่ากับหยวนเป่าอีกแล้ว!”
เอ้อร์พ่างถูกทุ่มจนปวดไปถึงกระดูก ร้องไห้คร่ำครวญขอชีวิต
เสียงร้องไห้จ้า ทำให้ชาวบ้านที่เพิ่งกินข้าวเสร็จและออกมาเดินเล่นวิ่งมาดูกันเป็แถว
“ผู้หญิงคนนี้โหดจัง ทุ่มเด็กแบบนั้นเลยหรือ?”
“นั่นมันเด็กเอ้อร์พ่างไม่ใช่หรือ? เด็กในหมู่บ้านที่เล็กกว่า โดนเขาต่อยมาหมดแล้ว นิสัยเสียสุด ๆ ในที่สุดก็มีคนจัดการเสียที สมน้ำหน้า!”
หญิงชาวบ้านคนหนึ่งที่ลูกเคยโดนเอ้อร์พ่างรังแกพูดขึ้นมา
เดิมที ท่านย่าของเอ้อร์พ่างนั้นปากร้าย บิดาก็เป็อันธพาล นางจึงต้องกลืนความแค้นไว้ ไม่กล้าไปหาเื่ถึงบ้าน
พอเห็นสะใภ้เสิ่นมาจัดการเอ้อร์พ่างแบบนี้ก็รู้สึกสะใจยิ่งนัก นึกเลื่อมใสอีกฝ่ายขึ้นมาทันที
ฉู่ชิงเฉินสั่งสอนเอ้อร์พ่างจนพอใจแล้วจึงหยุดมือ
“จำคำพูดของเ้าไว้ ถ้ากล้ารังแกลูกข้าอีก จุดจบจะอนาถกว่านี้!”
นางขู่ทิ้งท้ายโดยไม่สนใจสายตาชาวบ้านที่มองมา แล้วเดินจากไปอย่างสง่าผ่าเผย
ชาวบ้านต่างเปิดทางให้นางเดินผ่านไปโดยธรรมชาติ