กอนจึงได้สอนวิชาวงล้อลมเพื่อช่วยในการเคลื่อนไหว และสอนการเสริมความเร็วในการเคลื่อนไหวด้วยธาตุลม แถมยังสอนวิชาเกราะวายุสำหรับป้องกันการโจมตีจากธาตุไฟและสายน้ำ ส่วนธาตุไฟกอนได้สอนให้เขาสร้างมีดเพลิง โดยผนึกไฟลงบนอาวุธและบีบอัดไฟให้บางเหมือนกระดาษ ทั้งยังสอนให้ควบคุมธาตุทั้งสองพร้อมกันด้วย
ส่วนมีนานั้นเขาสอนให้เธอรู้จักการควบคุมอุณหภูมิของน้ำสามารถทำการลดและการเพิ่มอุณหภูมิได้อย่างฉับพลัน เขายังสอนวิชามีดบินน้ำแข็งให้ และยังสอนวิธีควบคุมพร้อมกันหลายๆ แม้กระทั้งเทคนิคการซัดปามีดเขาก็สอนเธอ
ส่วนธาตุดิน กอนก็สอนให้มีนารู้จักการใช้ดินในการก่อกวนศัตรูตอนต่อสู้ เหมือนที่เขาเรียกเสาดินมากระทุ้งปลายคางของคนพวกนั้น เขายังสอนให้เธอรู้จักใช้ธาตุดินในการเพิ่มขีดจำกัดการเคลื่อนไหวเหมือนที่เขาทำตอนไล่ล่าพวกมัน และยังมีวิชาดงหนามปฐีที่จะสร้างหนามดินขึ้นมาทิ่มแทงคู่ต่อสู้ด้วย
และเขาก็สอนใช้วิธีเพิ่มระดับพลังธาตุิญญาแบบพื้นฐานของเขาซึ่งดัดแปลงมาจากวิธีปกติ เพราะปกติจะใช้พลังธาตุให้มากๆ เข้าไว้แต่ก็ไม่ถึงกับหมดเกลี้ยงเหมือนที่กอนทำ นั่นก็คือการใช้พลังธาตุิญญาให้เกลี้ยงแล้วดูดซับมาใหม่
เมื่อพลังธาตุิญญาถูกใช้จนหมด ร่างกายจะมีอาการอ่อนหล้าอย่างรุนแรง จนแทบไม่สามารถขยับได้ และยัง มีอาการเ็ปตามเนื้อตัว แต่อาการเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้ถึงตายและแม้ว่ามันจะเลื่อนระดับช้าที่สุดในหลากหลายวิธีแต่มันก็เป็วิธีที่ทำให้พื้นฐานมั่นคงที่สุด
และนานๆ ครั้งก็จะใช้ยาเพิ่มระดับพลังธาตุิญญา แล้วใช้วิธีนี้ช่วยปรับสมดุลพลังธาตุิญญาเพื่อเป็การสร้างรากฐานที่ดีให้กับพลังธาตุิญญา
การฝึกที่หินและโหดไม่มีแม้แต่เวลาพัก และถึงจะฟื้นฟูาแให้หรือให้ดื่มยาลดความเครียด แต่กอนก็ไม่ยอมฟื้นฟูความเหนื่อยล้าให้เลย แมถยังห้ามไม่ให้พวกเขาใช้รีซอีกด้วย ดังนั้นสองอาทิตย์นรกนี้ก็ผ่านไปอย่างเชื่องช้า
กอนสอนทั้งสองคนจนเวลาล่วงเลยไปสองอาทิตย์ และความคืบหน้าของทั้งสองคนก็ถือว่าดีมากๆ เบรนและมีนาสามารถทำให้เขาถอยออกจากวงตั้งรับได้แล้ว การควบคุมธาตุก็ลื่นไหลและต่อเนื่องกว่าเดิมมาก กระบวนท่าก็เข้าร่องเข้ารอยแล้ว และการเคลื่อนไหวที่เปล่าประโยชน์ก็ลดน้อยลงไปมาก
ั้แ่เข้ามาอยู่เมืองนี้กอนยังไม่ได้เที่ยวทั่วเมืองเลย เขาจึงอยากจะหาชุดเกราะเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ตนเองก่อน จึงบอกให้เบรนหาร้านที่พอจะมีชื่อเสียงแต่ราคาไม่แพงมากเกินไปมาให้เขา
เนื่องจากตอนนี้เบรนมีเงินที่เก็บไว้รวมกับเงินที่พึ่งได้มาจากการประมูล 300 กว่าเหรียญทอง ของมีนาเองก็มีเกือบ200เหรียญทอง แต่กอนนั้นมีแค่เศษเงินที่เก็บได้จากหมู่บ้านร้างตอนขึ้นมาจากหุบเหวเท่านั้น
“หวังว่าเมืองนี้คงมีเกราะดีๆ มาขายนะ” เขาคิดพลางเดินตามหลังเบรนไปเรื่อยๆ
แต่แทนที่จะพาเข้าไปร้านดังๆ เบรนกลับพามาที่ตลาดแผงลอยแทน โดยให้เหตุผลว่าที่นี่เป็แหล่งของดีราคาถูก เพราะก่อนที่ช่างตีเหล็กเหล่านี้จะมีชื่อเสียงได้ ก็มักจะฝึกฝีมือในร้านตีเหล็กดังๆ แล้วก็นำของจากการฝึกมาขาย ส่วนคุณภาพก็ไม่ได้แย่อะไรนัก
“นี่ๆ เบรน” มีนาดึงแขนเสื้อเบรนเพื่อเรียกร้องความสนใจ จนในที่สุดเบรนก็หันหน้ามา
“พาไปช็อปปิ้งหน่อย”
“ได้สิ จะไปที่ไหนละ” เขาตอบตกลงกับมีนา พลางเอาเงินให้กอนตามส่วนแบ่งที่ได้ตกลงกันไว้
กอนรับเงินมา 100 เหรียญทอง แล้วเดินไปดูรอบๆ เขาเดินเกือบจะสุดทางก็ไม่เจอของที่น่าสนใจสักที จนในที่สุดก็มีเสียงทักทายที่ดูน่าขนลุกดังขึ้น
“พ่อหนุ่ม!!!!!!! สนใจของร้านเจ๊ไหมจ๊ะ “เมื่อเสียงดังขึ้นกอนก็กวาดตามองไปรอบๆ แต่เขาก็ไม่เห็นอะไรเลย
“ไม่ต้องมองหา ร้านเจ๊อยู่ตรงนี่ จ้า!!!!!!!” เธอพูดแล้วก็กวักมือเพื่อให้กอนมองเห็น
แต่กว่ากอนจะเห็นก็กินเวลาพักหนึ่ง ร่างเ้าของร้านที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอยู่ตรงซอกหลืบของทางแผงลอยนี้พอดี ส่วนหน้าตาของเธอนั้น
“เฮือก!!!!!! แม่เ้า” เมื่อกอนสังเกตดูดีๆ หน้าของเ้าหล่อนคมเข้มดวงตาคมกริบ คิ้วดกดำจมูกเป็สันได้รูป บวกกับผมสั้นหยักศกมีลอนหน่อยๆ อีกทั้งร่างกายที่บึกบึนมัดกล้ามเนื้อที่เป็สัดส่วนและดูใหญ่โต คราบเหงื่อและเขม่าปรากฏอยู่บนเรือนร่างแสนกำยำ เธอมองเขาด้วยสายตาที่เหมือนจะกลืนกินเขาได้ตลอดเวลา
“แหม๋ หนุ่มน้อย อย่ามองเจ๊นานๆ แบบนี้สิจ๊ะ เจ๊เขิน” และเขาก็ได้สติจากคำพูดของเ้าของร้านล่ำบึ๊ก เขาก้มลงมอง สินค้าที่วางอยู่บนแผงลอย ประกายตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย เพราะมีหลายอย่างในนี้ที่เขา้า ทั้งเกราะอ่อนที่ทำจากโซ่รูปร่างเหมือนรังผึ้งแต่งานถักนั้นละเอียดลออมาก แถมมันยังมีสีดำสวยงาม
เมื่อเขาหยิบขึ้นมาดู เขาก็ััได้ถึงความแข็งแรงทนทาน มันสามารถต้านคมมีดและการแทงได้ไม่มีปัญหาแต่แรงกระแทกคงต้องรับเองเต็มๆ เพราะเสื้อเกราะประเภทนี้ไม่สามารถดูดซับแรงกระแทกได้เลย แต่หากผู้สวมใส่เป็ผู้ควบคุมโลหะ มันจะเป็ดั่งปราการเหล็กทันที
ของแต่ละชิ้นของเ้าหล่อนนับว่ามีคุณภาพและความคิดสร้างสรรค์เป็อย่างมาก อย่างปลอกแขนที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่มันมีกลไกซ่อนอยู่ภายในเป็ใบมีดขนาดเล็ก และจะพุ่งออกเฉพาะตอนดึงสลักกลไกเท่านั้น ถือว่าเป็ทั้งเครื่องป้องกันและอาวุธลับได้ในตัวเดียว
ดาบหลายๆ เล่มของเธอนั้นดูเพรียวบางแต่มีความแข็งแกร่งเป็อย่างมาก และดูเหมือนมันจะถูกตีซ้ำๆ และอัดกันแน่นจนบาง แต่ทว่าความแข็งแรงกลับตรงกันข้ามกับหน้าตา ทั้งๆ ที่ของก็ดีขนาดนี้แต่คนซื้อกลับมีแค่ผู้หญิงเท่านั้นที่มาซื้อ
และก็ไม่ได้ซื้ออะไรมากไปกว่าชุดเกราะห่วงโซ่ เพื่อเอาไปเป็เกราะด้านในเกราะเบาอีกที มีบ้างที่มาซื้อมีดเล่มเล็ก แต่ดาบดูเหมือนจะไม่มีใครซื้อเลย ของส่วนมากมักจะมีสีดำเป็หลัก มันดูเป็ของผู้หญิงสำหรับผู้ชาย และสำหรับผู้หญิงก็ดูมีนาดใหญ่เกินไปสำหรับพวกเธอ ถึงแม้มันจะมีลวดลายงดงามราวกับหญิงสาว แต่ร่างของมันก็ดูแข็งแกร่งดุจบุรุษ เป็ชิ้นงานที่สะท้อนความเป็ตัวเองของผู้สร้างออกมาสูงมาก
“เกราะและปลอกแขนนี่ราคาเท่าไหร่ “กอนถามราคาสิ่งของที่เขา้าออกไป หากเร่งฝึกฝนให้ถึงขั้นที่สองเขาก็จะควบคุมธาตุโลหะได้
“อื้อหืออ พ่อหนุ่ม ตามแหลมม๊ากมาก เกราะนะราคา 10 เหรียญทอง ปลอกแขนก็ 5 เหรียญทอง”
“ทำไมมันถึงแพงจังละเจ๊” เขาใเมื่อได้ยินราคาของสิ่งที่เขา้า
“แหม๋พ่อหนุ่ม เจ๊ก็เพราะตั้งราคาแบบนี้แหละ ถึงไม่มีคนมาซื้อเลย แต่ที่ตั้งมันราคาขนาดนี้นะ เพราะพวกมันทำมันจากเหล็กดำเลยนะจ๊ะ กว่าตะตีเป็รูปร่างเล็กๆ สวยแล้วค่อยๆ ร้อยมันเข้าไปอีกละ ไม่ใช่งานง่ายๆ เลยน๊า ปลอกแขนนี่ก็เหมือนกัน ไม่มีคนสนใจหยิบมันขึ้นมาหรอก เพราะภายนอกก็เหมือนปลอกแขนทั่วไป มีแต่เธอคนเดียวที่หยิบมันขึ้นมาดูและมองออกว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในนั้น ถ้าพ่อหนุ่มสนใจจริงๆ ละก็ เจ๊ลดราคาให้เลยนะเอ้า สองอันนี้ ขายแค่ 12 เหรียญทองไปเลย”
เจ๊กล้ามใหญ่อธิบายยาวเป็หางว่าว ถึงคุณสมบัติต่างๆ ให้กอนได้รับทราบ แต่กอนก็กล่าวกับเธอ
“ถึงมันจะตีด้วยเหล็กดำ แต่ผมว่าความร้อนมันยังไม่มากพอนะครับ มันยังดูเหมือนขาดอะไรไปสักอย่างนึง แต่เอาเถอะ ลดราคามาให้ทั้งทีจะต่อราคาอีกก็เสียน้ำใจ นี่เป็ผลงานที่คุณตั้งใจทำมันขึ้นมาอย่างลำบาก ผมรู้สึกได้ว่าของพวกนี้มีความตั้งใจของคุณอัดแน่นอยู่ภายใน
แหมะ!!! แหมะ!!!
น้ำตาของสาวในร่างบุรุษหลั่งรินออกมา ไม่เคยมีใครพูดกับเธอเช่นนี้ คนส่วนมากมักรังเกียจเธอ มีคนเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นที่จะพูดจากับเธอดีๆ เพราะเธอเหมือนตัวประหลาดสำหรับคนพวกนี้ และที่ร้านของเธอต้องมาอยู่ในซอกมุมที่ไม่ค่อยจะมีใครเห็น ก็เนื่องมาจากเธอถูกคนอื่นกดดันจนเปิดในริมทางไม่ได้
“ขอบคุณนะหนุ่มน้อย เจ๊แถมนี่ให้แล้วกัน ถึงรูปร่างมันจะแปลกๆ แต่เจ๊ก็ทำมันมาอย่างตั้งใจไม่แพ้กัน” เธอพูดพลางหยิบสนับขาออกมารวมกับเกราะและปลอกแขนให้กับกอน
กอนยังคงตะลึงอยู่เขายังไม่รู้ว่าหล่อนร้องไห้ออกมาเพราะอะไร หรือว่าเขาจะพูดอะไรผิดไป แต่ว่าเมื่อกี้เธอพูดว่าขอบคุณ เขาจึงไม่ได้คิดมากและกลับร้านไป
สตรีร่างถึกได้แต่จ้องมองกอนจนหายลับสายตาไป และรอยยิ้มของหล่อนก็ปรากฏออกมาบนหน้า
เมื่อทั้งสามกินข้าวเสร็จก็วางเเผนเกี่ยวกับการเปิดร้านใหม่ของเบรน และเบรนได้ขอให้กอนช่วยทำยาอย่างอื่นนอกจากรีซ เพื่อจะเอามาขายในแบบร้านปกติไม่ต้องฝากขายกับโรงประมูลเหมือนรีซ
กอนก็รับปากว่าจะทำให้และส่วนแบ่งก็เหมือนเดิม ขณะที่กำลังปรึกษาเื่การปรับแต่งร้านใหม่ อยู่ๆ ก็มีคนเข้ามาทางประตู เขาสวมผ้าคลุมและมีเป้ใบใหญ่อยู่ที่หลัง มองดูคร่าวๆ แล้วร่างกายของเขาตัวใหญ่ราวกับหมี
“อย่าหาว่าเจ๊แอบฟังเลยนะ พอดีได้ยินตอนอยู่หน้าร้าน เห็นว่าจะทำร้านใหม่ใช่ไหม เจ๊ขอเช่าพื้นที่ในร้านนิดหน่อยจะได้ไหมจ๊ะ” เขาพูดออกมาและเอาหมวกฮูดที่คลุมหัวอยู่ออกไป
“เจ๊ถึก” เมื่อเห็นรูปร่างและได้ยินเสียงกอนก็ถึงบางอ้อ ไม่คิดว่าเ้าหล่อนจะตามเขามาถึงนี่
“ต้ายยยหยาบคาย ถึกเถิกอะไรกัน เจ๊ชื่อ ฟราเซีย เรียกให้ถูกด้วยนะพ่อหนุ่ม” ในขณะที่กอนกำลังต่อปากต่อคำกับ ฟราเซีย ทั้งเบรนเเละมีนาต่อ้าปากค้าง ฟราเซียจึงเอ่ยปากออกมา
“แหม๋ๆ ปากค้างขนาดนี้ ตลึงในความสวยงามของเรือนร่างเจ๊ละสิ โฮะๆ ๆ ๆ” เธอหัวเราะพลางเอามือปิดปากเล็กน้อยราวกับว่าตัวเองเป็กุลสตรีตัวน้อยๆ
“ว่าแต่ใครเป็เ้าของร้านละ ให้เจ๊เช่าได้ไหม ไม่ต้องห่วงเื่เงินนะเจ๊จะจ่ายให้ล่วงหน้าเลย จะเอาเท่าไหร่ว่ามา” เธอยิงคำถามออกมาเป็ชุด จนเบรนตั้งสติได้ก็รีบตอบเธอเป็พัลวัน
“อะ…. เอ่อ… ผมเองครับเ้าของร้าน คือ อ่า.. เออ... ร้านเรายังไม่ได้เปิดเลยครับ ว่าจะปรับแต่งร้านก่อนแล้วค่อยจัดการอีกทีเมื่อเสร็จนะครับ” เขาตอบกลับฟราเซียไปแบบอ้ำๆ อึ้ง
“งั้นหรอกเหรอ ถ้าไม่ว่าอะไรเดี๋ยวเื่ปรับแต่งร้าน เจ๊จัดกาให้เองเอาไหม อยากได้แบบไหนว่ามาเลย โฮ๊ะๆ ๆ ” เมื่อแนะนำตัวกันเสร็จแล้วทั้งหมดก็ใไปตามๆ กัน เพราะฟราเซียเป็นักล่า ยศทองระดับกลาง เธอเล่าเื่ราวของตัวเอง พลางอวดร่างกายอันภาคภูมิใจด้วยท่าโพสสุดเซ็กซี่และกล้ามเนื้อเด้งดึ้งดั๋งไปมาให้ทั้งสามคนได้ชมดู
รุ่งเช้า ฟราเซียก็เรียกทุกคนมาออกความเห็นเื่แปลนของร้าน เธอเริ่มออกแบบและถามความ้าของแต่ละคน และในที่สุดสุดแปลนก็เสร็จสิ้น แิรูปแบบของร้านคือ มันทั้งสวยงามราวหญิงสาวและแข็งกร้าวดุดันดุจบุรุษ ตามสไตล์ของฟราเซีย สีของร้านจะออกเข้มๆ ตัดเส้นด้วยลวดลายงดงามสีน้ำตาลอ่อนๆ
จากการคำนวณคร่าวๆ หากใช้วัตถุดิบที่มีความคงทนระดับกลางๆ เธอคิดว่าคงใช้งบประมานราวๆ 50เหรียญทองสำหรับสร้างร้านนี้ขึ้นมา
เมื่อร้านนี้เสร็จสิ้นเพียงไม่นาน มันจะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่งประเทศ เพราะความสวยงามและสินค้าที่แปลกใหม่รวมถึงราคาที่เป็กันเองภายในร้านที่ชื่อว่า
“โมเลนเซีย”