เช้าตรู่ของวันที่น้ำค้างพรมหนักในเวลาค่ำคืนจวี๋ฮวากลิ่นฉุนผลิกลีบอวดดอกสะพรั่งยามตะวันเพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า
เด็กสาวอายุสิบสี่แอบย่องออกไปทางประตูหลังของบ้านสกุลหวงผิดวิสัยที่ต้องอยู่ใต้ผ้าห่มให้ร่างกายอบอุ่นนางเกือบชนเข้ากับร่างใหญ่โตของคนผู้หนึ่งที่ออกไปซื้อไก่ดำมาให้มารดาทำอาหารบำรุงผู้เป็นาย
สืออวิ๋นหรี่ตามองคุณหนูเฟิ่งเหยาซึ่งมีท่าทีลับๆล่อๆ
“หลีกทางข้า” คนถูกขวางทางหัวเสียเล็กน้อยเมื่อถูกขัดจังหวะ
“เช้าตรู่เช่นนี้คุณหนูจะออกไปที่ใด”
“ไปไหนก็เื่ของข้าเ้าหลีกเดี๋ยวนี้เลย เกะกะ!”
คุณหนูเฟิ่งเหยาเคยออกนอกเขตบ้านสกุลหวงคนเดียวเสียเมื่อไรอาการแอบๆ ลุกลี้ลุกลนยิ่งทำให้สืออวิ๋นเกิดความสงสัย เมื่อเขาไม่หลีกเ้าของร่างเล็กก็ผลักอกเขาจนพ้นทาง แล้วรีบวิ่งออกไปยังตรอกข้างกำแพงชายหนุ่มรีบนำไก่ดำส่งมอบให้มารดา เขาปิดบังเื่คุณหนูแอบหนีออกจากบ้านแต่ให้เหตุผลกับบุพการีว่าจะต้องรีบออกไปทำงานก่อนจะวิ่งตามหลังคุณหนูจอมสร้างปัญหาไปติดๆ จนกระทั่งนางหยุดยืนอยู่หน้าคฤหาสน์หลังหนึ่ง
จุดหมายปลายทางของนางคือบ้านของคุณชายติงหรอกหรือ
เด็กสาวยืนอยู่ข้างสิงโตหินในขณะที่สืออวิ๋นก็หลบซ่อนตัวแอบมองอยู่ไม่ไกลหะแรกเขาคิดว่าคุณหนูจะเข้าไปพบคุณชายติงในบ้าน ทว่าครู่ต่อมานางก็ก้าวขาเดินทอดน่องไปเรื่อยๆจนมาถึงย่านร้านค้าและตลาดใหญ่กลางเมือง
หวงเฟิ่งเหยายืนอยู่กลางถนนเส้นหลักที่ผู้คนสัญจรขวักไขว่แต่แล้วก็มีรถม้าคันหนึ่งพุ่งเข้าหาเด็กสาวซึ่งอยู่ในอาการเหม่อลอย สืออวิ๋นพุ่งตัวออกไปทันทีแล้วดึงเ้าของร่างเล็กเข้าหาตัวเองความเร็วส่งผลให้ทั้งสองล้มกลิ้งลงกับพื้นถนน เสียงคนบังคับรถม้าะโด่าไล่หลังทำให้ผู้คนหันมามองเป็จุดเดียว
“อยากตายหรืออย่างไร!”ชายหนุ่มะโใส่หน้านาง ใบหน้าที่คล้ำแดดดูเคียดขึ้งน่ากลัว
หวงเฟิ่งเหยาซึ่งเริ่มมีสติจ้องบ่าวในเรือนตาเขม็งนางไม่ได้อยากตายเสียหน่อย ก็แค่หยุดมองครอบครัวหนึ่งในร้านขายหมี่น้ำความทรงจำเมื่อตอนเป็เด็กนางจำได้ว่าท่านพ่อท่านแม่เคยพามานั่งกินเหมือนอย่างครอบครัวเมื่อครู่
“กลับบ้านกับข้า”สืออวิ๋นยื่นมือมาดึงแขนคุณหนูที่เกือบถูกรถม้าชนตาย
“มือเ้าสกปรก” เด็กสาวปัดมือเขาพร้อมชักสีหน้าขยะแขยงไม่ปิดบัง
ชายหนุ่มมองมือตัวเองแล้วมองคนตรงหน้า ชายกระโปรงนางก็เลอะเทอะมีฝุ่นติดตามเสื้อผ้าจึงเอ่ยด้วยสีหน้ากวนอารมณ์อีกคน
“เราไม่ต่างกันนักหรอกขอรับ”
“เ้าจะไปไหนก็ไปอย่ามายุ่งกับข้า” หวงเฟิ่งเหยาปัดเศษฝุ่นติดเสื้อผ้าแล้วเดินหนีหน้าตัวปัญหา
สืออวิ๋นหัวเสียและหันกายเดินหนีไปอีกทางเช่นกันเขาจะต้องรีบไปยังร้านหวงเสียงเป่า ทว่าเดินไปได้หลายก้าวก็ตัดใจไม่ลงไม่อยากยุ่งกับนางสักนิด แต่จำเป็ต้องยุ่ง!
เขาไม่ได้อยากทำอะไรเพื่อคุณหนูนิสัยเสียผู้นี้แต่ทั้งหมดที่ทำก็เพื่อมารดาเมื่อชายหนุ่มหันกลับมาไม่เห็นแม้แต่เงาของหวงเฟิ่งเหยา จึงเดินวนหาอยู่ครู่หนึ่งคิดหวังว่านางอาจจะกลับบ้านไปแล้วแต่พอเดินผ่านตรอกหนึ่งกลับได้ยินเสียงร้องขึ้นอย่างตื่นตระหนก
เสียงนี้เขาได้ยินได้ฟังมาหลายปีแล้วแจ่มชัดสองรูหูไม่มีทางเป็ใครอื่นได้ นอกจากคุณหนูเฟิ่งเหยาสองขาแข็งแกร่งรีบวิ่งเข้าไปในตรอก มองเห็นขอทานสองคนกำลังเดินเข้าประชิดตัวนางมีหนึ่งคนยื่นมือฉุดแขนนางไว้
“ปล่อยนางเดี๋ยวนี้”สืออวิ๋นปัดแขนขอทานเหิมเกริมผู้นั้นแล้วเหวี่ยงร่างบอบบางมาด้านหลังตัวเอง
“ข้าจะขอเงินแม่หนูน้อยนี่เ้ามายุ่งอะไรด้วย”
“ถอยไปนางไม่มีเงินให้พวกเ้าหรอก” ท่อนแขนแข็งแกร่งกางปกป้องนางที่กำลังตัวสั่นอยู่ด้านหลัง
“ถ้านางไม่มีเ้าก็ต้องมี ส่งเงินมาให้ข้า”
จากขอทานธรรมดาดูท่าจะกลายเป็โจรกรรโชกทรัพย์เสียแล้ว สืออวิ๋นปัดมือที่ยื่นมาก่อนยกเท้าถีบใส่ขอทานร่างผอมล้มลงเสียงเอะอะของพวกเขาทำให้มีขอทานอีกหลายคนตื่นนอนจากกองกระดาษซึ่งใช้มุดตัวนอนในตรอกแห่งนั้น
แม้ตัวเองมีร่างกายสูงใหญ่แต่สืออวิ๋นคิดว่าคงไม่อาจจะสู้กับคนหลายคนพร้อมกันได้หากพลาดพลั้งไปผลเสียจะตกแก่คุณหนู ซ้ำยังนึกตำหนิหวงเฟิ่งเหยาว่ามีดวงตาเซ่อซ่าทางเดินมีออกถม กลับเลือกมาเดินในเส้นทางเปลี่ยวร้างคิดแล้วก็ดึงมือเล็กพร้อมออกแรงลากนางจนตัวปลิว
คนถูกลากจนหน้าแทบคะมำร้องกรี๊ดนี่เขาเห็นนางเป็ผ้าขี้ริ้วขาดหรือไร ถึงได้ลากถูลู่ถูกังไม่ถนอมบุปผาเอาเสียเลยครั้นวิ่งออกมาจากตรอกได้สำเร็จเด็กสาวก็สะบัดมือหลุดจากอุ้งมือแข็งดั่งกรงเล็บของปีศาจ
“จะลากข้าให้วิ่งจนขาดใจตายติดมือเ้าเลยรึ!บอกให้ปล่อยก็ยังดึงอยู่ได้!” ทั้งตัวเล็ก ทั้งก้าวขาช้ากว่าหวงเฟิ่งเหยาหอบฮัก แต่ก็ยังมีแรงโวยวายใส่เขา
สืออวิ๋นนั้นรู้สึกเคืองมากกว่ารู้สึกเหนื่อยเขาจ้องหน้าคุณหนูปากร้าย กล่าวถามออกไปเสียงห้วน
“แล้วตายหรือยัง”
“เ้า...ตัวก็ดำใจก็ดำ!” นางขยี้เท้าเดือดดาล สะบัดหน้าคอแทบหักเดินหนีเขา
“นั่นจะเดินกลับไปหาพวกมันหรืออย่างไร”นี่คงจะเป็เช้าแห่งจุดเริ่มต้นความวิปโยคที่จะส่งผลให้วันทั้งวันเขาพบเจอแต่เื่ไม่น่าพิสมัยเป็แน่
ครั้นรู้ตัวว่ากำลังหลงทิศหลงทางหวงเฟิ่งเหยาก็ตีหน้าบึ้ง หันมาขึงตาใส่บ่าวกิตติมศักดิ์ที่ปากกล้าต่อคำกับนางสืออวิ๋นชี้นิ้วไปยังทิศทางที่ถูกต้องก่อนเด็กสาวจะสะบัดหน้าหันกายจ้ำอ้าวเดินห่างออกไป
แต่เพื่อความปลอดภัยของนางสืออวิ๋นตัดสินใจแอบเดินตามไปส่งให้ถึงบ้านสกุลหวงเข้าทำงานช้าหวังว่าคงไม่ถูกหักค่าแรงเสียป่นปี้ จะว่าไปแล้วการพาหลานสาวซึ่งบรรดานายท่านไม่ปลื้มกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย อาจจะไม่ใช่เื่ดีรางวัลตอบแทนความมีน้ำใจเกินเหตุของเขาอาจรวมถึงการถูกโบยก็เป็ได้
สืออวิ๋นเดินตามคุณหนูเฟิ่งเหยาได้ครู่หนึ่งเด็กสาวก็บังเอิญพบ ติงเฉิงคุน
คุณชายสกุลติงเมื่อพบหน้าสตรีที่หมายปองก็เดินตรงเข้ามาหาด้วยใบหน้าเบิกบานใจเขารู้สึกแปลกใจอยู่มากที่พบสาวน้อยบนถนนหลงอู่ในเช้าที่อากาศยังหนาวเย็นด้วยน้ำค้างพรมตกตลอดคืนที่ผ่านมา
ก็ไหนหวงฟูเหรินบอกว่าพักนี้สุขภาพนางไม่สู้ดีออกจากห้องพักไม่ได้
“เกิดอะไรขึ้นทำไมหน้าตาเสื้อผ้าถึงได้เป็แบบนี้” คุณชายติงสำรวจมองสภาพมอมแมมบนใบหน้ายับยู่และเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนของนางเื้ัร่างเล็กจึงพบชายหนุ่มคุ้นหน้าที่เขาไม่ค่อยถูกชะตา
“เ้าทำอะไรนาง”ติงเฉิงคุนคิดแง่ร้ายปราดจะเข้าไปลงโทษบ่าวชายที่หลายปีฟังว่าคอยสร้างปัญหาให้หวงเฟิ่งเหยาหมัดที่เงื้อยังไม่ทันถึงตัวอีกฝ่าย เด็กสาวร่างอรชรก็ฉุดรั้งแขนเขาไว้ก่อน
“เขาไม่ได้ทำอะไรข้าอย่ายุ่งกับเขาเลย ข้าหิวข้าวแล้ว ท่านพาข้าไปกินข้าวก่อนส่งกลับบ้านทีเถอะ”ได้เจอหน้าติงเฉิงคุนก็ดีแล้วจึงไม่อยากให้เขาดึงสืออวิ๋นไว้ต่อความยาวตัดทอนอารมณ์ที่เพิ่งจะดีขึ้นของนางหวงเฟิ่งเหยาอยากใช้เวลาก่อนกลับอยู่พูดคุยกับเขามากกว่า
สืออวิ๋นเห็นนางมีที่ให้พึ่งพิงแล้วก็เลี่ยงกายเดินจากไป
“อากาศยามเช้าหนาวนักเ้าออกมาทำไมกัน”
“ข้ารู้สึกเบื่อจึงออกมาเดินเล่น” นางมีสีหน้าเบื่อหน่ายชัดเจน
“เ้าไม่สบายบ่อยครั้งอาการดีขึ้นแล้วหรือ” ติงเฉิงคุนถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่ของตนเองวางลงบนบ่าของนางอย่างสนิทสนม
“อื้อ...” หวงเฟิ่งเหยาพบเจอเื่กวนใจมากมายจนี้เีจะสาธยายว่าถูกอาสะใภ้กับพี่สาวกลั่นแกล้งอย่างไรบ้าง“ข้าสบายดีแล้ว พอสบายดีก็รู้สึกหิวมาก อย่าถามอะไรอีกเลยนะ”
ท่าทางเนือยๆน้ำเสียงที่กล่าวก็ราวกับขอความเห็นใจ ติงเฉิงคุนซึ่งพร้อมเอาอกเอาใจนางอยู่แล้วจึงนำพาหวงเฟิ่งเหยาไปยังโรงเตี๊ยมใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ เขาสั่งอาหารมามากมายแถมยังสั่งพิเศษใส่ห่อให้นางนำกลับไปกินที่บ้าน ทั้งสัญญาว่าจะไปเยี่ยมนางให้บ่อยครั้งขึ้นไม่พบหน้าจะไม่ยอมกลับ
หลังจากนั่งมองหวงเฟิ่งเหยากินข้าวเช้าด้วยความอิ่มเอมใจแล้วติงเฉิงคุนก็พานางกลับไปส่งถึงประตูใหญ่บ้านสกุลหวง ขาไปออกประตูหลังขากลับมีคนเห็นที่ประตูหน้า ซึ่งอันที่จริงแล้วมีบ่าวในบ้านออกไปตามหานางจนพบตัวนั่งอยู่ในโรงเตี๊ยมร่วมโต๊ะกับคุณชายบ้านติงแล้วนำกลับมารายงานนายหญิงทั้งสอง
รอกระทั่งเด็กสาวหอบห่อของเดินเข้าบ้านนางหวางกุ้ยก็สั่งสาวใช้แล่นเข้ามาขวางทาง แล้วนำตัวนางไปยังห้องโถงหวงเฟิ่งเหยาถูกลงโทษให้คุกเข่าเพื่อสำนึกผิดที่แอบออกจากบ้านและนัดแนะกับผู้ชายข้าวของที่ถือมาด้วยถูกริบไปเสียสิ้น
ฟากฝั่งสืออวิ๋นนั้นไปถึงร้านหวงเสียงเป่าช้าเกินครึ่งชั่วยาม เขาถูกสั่งให้ทำงานล่วงเวลาชายหนุ่มรับชะตากรรมโดยดี กลับบ้านช้าหน่อยก็ไม่เป็ไรเพราะป่านนี้คุณหนูเฟิ่งเหยาคนงามคงจะอิ่มหนำกับการถูกติงเฉิงคุนเอาอกเอาใจอาหารการกินคงอุดมสมบูรณ์ไปถึงมื้อค่ำแล้วกระมัง
ณ ยามนี้หวงเฟิ่งเหยาท้องไม่ได้อิ่มอย่างสืออวิ๋นและมารดาเขาคิดเหนียงเซียงไม่รู้ว่าสำรับที่มีสาวใช้อาสามายกไปให้คุณหนูนั้นก็ถูกเปลี่ยนทิศทางจึงไม่ได้ห่วงกังกลกับเื่นี้
ดรุณีน้อยได้กินอิ่มเฉพาะตอน่เช้าดึกแล้วก็นอนลืมตาโพลงอยู่คนเดียวด้วยความหิวโหย เช้านี้นางกะจะไปวัดเพราะเป็วันครบรอบการจากไปของมารดาแต่ทุกอย่างผิดไปจากเป้าหมายเดิมก็เพราะสืออวิ๋น
ความผิดทั้งหมดเป็เพราะเ้านั่นเขาต้องชดใช้ให้นาง!
ยิ่งคิดความแค้นยิ่งสุมทรวงและความแค้นก็ทำให้ท้องหิวกินขนมกับของเชื่อมที่มีเก็บซ่อนไว้อย่างไรก็ไม่อิ่มท้องเหมือนกินข้าวฝีมือเหนียงเซียงในความทรงจำที่บิดามักเล่าให้ฟัง มารดานางทำกับข้าวรสมือคล้ายเหนียงเซียงยิ่งเหตุใด์จึงกลั่นแกล้งส่งสืออวิ๋นมาเกิดเป็ลูกของแม่ครัวคนโปรดนางด้วย
ข้าหิวก็เพราะเ้าถูกลงโทษก็เพราะเ้า...สืออวิ๋น เ้าตัวปัญหา!