การปะทะระหว่างมิติที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อนทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางโลกที่โกลาหลเพลเยอร์คือผู้ที่ต่อกรกับเอเนมีและนำพาชีวิตประจำวันอันสงบสุขกลับคืนมาสู่มวลมนุษยชาติมีประชากรราวยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของโลกที่เกิดมาพร้อมกับพลังพิเศษของเพลเยอร์ทว่ามีเพียงสิบห้าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ยังรักษาพลังนั้นไว้ได้หลังอายุเกินสิบเจ็ดปี
เพลเยอร์ฝึกหัดสิบห้าเปอร์เซ็นต์นั้นจะต้องได้รับการรับรองจาก‘สมาคมเพลเยอร์’ เพื่อให้กลายเป็เพลเยอร์อย่างเป็ทางการและเมื่อเพลเยอร์อายุครบสิบเจ็ดปี ก็จะได้รับการอนุญาตให้ใช้พลังพิเศษที่เรียกว่า ‘แสงประทับ’ซึ่งสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้ชั่วเวลาหนึ่ง
แบคโฮกุนกำลังใช้แสงประทับอยู่
ในกรณีของแบคโฮกุนแสงประทับของเขาอยู่ในรูปแบบ ‘อัญเชิญอาวุธ’
หากอยู่ในสภาวะที่พลังจิตสมบูรณ์เขาสามารถอัญเชิญอาวุธระดับความหายาก EX ออกมาได้แม้จะเป็่เวลาสั้นๆ
พอลองคิดๆดูแล้ว พลังก็โกงจนทำลายสมดุลเกมอยู่นะ
เหตุผลที่แบคโฮกุนแข็งแกร่งกว่าตัวละครอื่นอย่างเห็นได้ชัดแม้จะได้รับดีบัฟจากเทพ์ แต่เขาก็ยังเป็ตัวตนที่ปรากฏตัวในตำนานการก่อตั้งประเทศเกาหลี
เขาคือ‘เสือขาว’ แห่ง ‘เผ่าเสือ’ ซึ่งเป็หนึ่งในบรรพตระกูล
[เรียกดูข้อมูลตัวละคร ‘แบคโฮกุน’]
[ชื่อ : แบคโฮกุน]
[ฉายา : เผ่าเสือในโลกแห่งตำนาน, เสือขาวแห่งตำนานแกชอน[1], นักโทษแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์]
[พรคุ้มครอง : ไม่มี]
[แสงประทับ : อัญเชิญเขี้ยวขาวสะบั้นเมฆาเฉือนผ่าอัสนี]
[สถานะ : ์พิโรธ — สกิลและแสงประทับบางส่วนถูกผนึก,ค่าสถานะทุกชนิด รวมถึงเลเวลสกิล จะลดลงอย่างมาก]
[ศักยภาพโดยรวม : Lv.55]
[สกิล]
[วิชาดาบ Lv.10]
[ปัดเป่าความชั่วร้าย Lv.10]
[พุ่งกระโจน Lv.10]
[เนตรรู้แจ้ง Lv.10]
[คำราม Lv.10]
[คำอธิบาย : เสือขาวในตำนานแกชอน ย้อนกลับไปในยุคก่อตั้งประเทศเขาได้รับพลัง ‘ไปได้ทุกแห่งหน’ จากเทพ์แต่เพราะเล่นสนุกมากเกินไปจนทำนามที่แท้จริงของตนหายไปเทพ์จึงพิโรธและลงโทษเสือขาวผู้โอหังด้วยการผนึกสกิลเกือบทั้งหมดแล้วสั่งให้เสือขาวชดใช้บาปอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์]
ในตอนนั้นเอง
ขณะเปิดดูหน้าต่างข้อมูลอยู่ๆ ฉันก็หายใจไม่ออก เมื่อฝืนสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วเงยหน้าขึ้นฉันก็ได้สบตากับแบคโฮกุนซึ่งกำลังมองมาทางนี้
เขารู้ว่าฉันกำลังใช้สกิลเมนูพิเศษงั้นเหรอ
ฉันพยายามตีเนียนหันมองไปทางอื่นทว่าสายตาของแบคโฮกุนที่มองมานั้นไม่ต่างอะไรจากเข็มแหลมนับพันเล่มที่ทิ่มแทงทั่วร่างกายโดยที่ไม่จำเป็ต้องใช้สกิลเนตรรู้แจ้งด้วยซ้ำ
[การแทรกแซงจากเผ่าหมีจบลงแล้ว ระบบสื่อสารกลับเป็ปกติ]
หลังจากได้ยินเสียงของระบบไฟทั้งหมดในโรงยิมก็สว่างขึ้น
เพราะม่านตายังปรับตัวกับแสงที่สว่างขึ้นไม่ทันตาของฉันแสบจนต้องใช้มืดกดเอาไว้ จากนั้นจึงมองไปรอบๆ และสิ่งที่ปรากฏสู่สายตาอย่างชัดเจนคือภาพอันน่าสยดสยอง
เละเทะไปหมด
ภาพสนามสอบที่เสียหายทุกแห่งหนสัตว์อสูรที่ล้มลงนิ่งสนิท ผู้คุมสอบ ซนมินกิที่ใกล้ตายเต็มทียูซังฮุนที่ได้รับาเ็ และฉันกับจางนัมอุกที่ปลอดภัยดีแต่ก็อยู่ในสภาพอ่อนแรง
แบคโฮกุนถอนสายตาออกจากฉันแล้วมองไปรอบๆ
ปี๊บ!
เสียงแจ้งเตือนที่แตกต่างจากระบบดังขึ้นเป็เสียงที่เคยได้ยินในเกมมาหลายครั้งหลายครา
สัญญาณเตือนเมื่อเอเนมีเข้าใกล้จากดาวเทียม‘เพลเยอร์ SAT-K’ ซึ่งเป็ดาวเทียมส่วนตัวของสมาคมเพลเยอร์ที่ดูแลเกาหลีใต้
โดยปกติแล้วหากมีเอเนมีเข้ามาใกล้ในระยะที่กำหนด อุปกรณ์อัจฉริยะจะส่งสัญญาณเตือนผ่านดาวเทียมและเริ่มให้คำแนะนำในการอพยพแต่เนื่องจากการสื่อสารถูกตัดขาด เสียงสัญญาณเตือนจึงมาช้าไป
ตลาดวายแล้ว…
ฉันปัดข้อความแจ้งเตือนบนโทรศัพท์มือถือซึ่งค่อนข้างล้าสมัยเมื่อเทียบกับมาตรฐานทางเทคโนโลยีของที่โลกนี้
ถึงโลกนี้จะคล้ายกับเกาหลีใต้ที่ฉันเคยอยู่แต่เทคโนโลยีเกิดการพัฒนาเป็อย่างมากด้วยอิทธิพลจากพลังพิเศษและโลกต่างมิติ
ทุกคนใช้‘ดีไวซ์’ ประเภทสวมใส่กันหมดแล้ว
แบคโฮกุนจางนัมอุก และยูซังฮุนต่างใช้ดีไวซ์ประเภทสวมใส่ตรงหน้าแต่ละคนมีภาพโฮโลแกรมปรากฏขึ้น
บนหน้าจอข้อความประกาศสิ้นสุดการปราบปรามจากดาวเทียมเพลเยอร์ SAT-K ทยอยปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง
— เอเนมี ‘ไรโนเซรอน’ หมายเลข 13ที่อยู่ในประกาศจับถูกพิชิตแล้ว
— เพลเยอร์ SAT-K กำลังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์บันทึกภาพในละแวกใกล้เคียง
— เพลเยอร์ SAT-K เริ่มวิเคราะห์บริบทระหว่างกระบวนการพิชิต
ชิ้ง!
ขณะแบคโฮกุนกำลังยืนอ่านประกาศจากโฮโลแกรมเขี้ยวขาวสะบั้นเมฆา เฉือนผ่าอัสนีก็ค่อยๆ สลายไป
— ผู้มีผลงานอันดับหนึ่งในกระบวนการพิชิต : โจ■■ (บุคคลทั่วไปที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน: จำกัดการเปิดเผยข้อมูล)
เมื่อเพลเยอร์SAT-K เริ่มเรียกเก็บศพเอเนมี ร่างของไรโนเซรอนพลันแตกตัวกลายเป็อนุภาคแสงจางนัมอุกกับยูซังฮุนที่ยืนอึ้งเมื่อได้เห็นแบคโฮกุนก็เริ่มส่งเสียงเฮลั่นหลังได้อ่านประกาศของเพลเยอร์SAT-K
“โจอึยชิน! ยินดีด้วย!”
“ยินดีด้วย ได้รางวัลเมื่อไหร่ มาเลี้ยงข้าวพวกเราด้วยนะ! ขอของแพงๆ ล่ะ!”
ด้านนอกเริ่มมีเสียงเอะอะดังตามมา
ถัดจากแบคโฮกุนบรรดาเพลเยอร์ และเหล่าคณาจารย์จากโรงเรียนม.ปลายอึนกวังต่างทยอยมาถึงจุดเกิดเหตุเมื่อพวกเขาเดินมาคุยกับพวกเรา แบคโฮกุนก็หายตัวไปแล้ว
ถึงฉันกับจางนัมอุกจะไม่มีาแแต่ก็ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย ส่วนยูซังฮุนที่ได้รับาเ็ก็ถูกแยกตัวไปรักษาต่างหากแถมยังต้องเปลี่ยนไปใส่ชุดคนไข้พร้อมลากเสาน้ำเกลือไปไหนมาไหน
“ฉันอยากได้ไอเท็มฟื้นฟูจัง”
“แต่เรายังไม่ได้เป็เพลเยอร์อย่างเป็ทางการก็เลยไม่มีสิทธิ์ใช้ ‘ประกันสุขภาพของเพลเยอร์’ ไม่งั้นเราคงต้องจ่ายค่ารักษาอ่วมแน่”
“อ่า จริงด้วย ไว้ค่อยเจ็บตัวปีหน้าแล้วกัน”
“การใช้ยาฟื้นฟูมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย อดทนไว้ดีกว่าน่า”
“จางนัมอุกขี้บ่นชะมัด”
ระหว่างที่ฉันเข้ารับการตรวจยูซังฮุนกับจางนัมอุกก็กำลังคุยเล่นและหัวเราะคิกคักอยู่ข้างๆ
เ้าเด็กพวกนี้สนิทกันเร็วจริงๆเลยนะ
โรงพยาบาลที่พวกเราอยู่ในตอนนี้คือสถาบันการแพทย์ที่ก่อตั้งโดยมูลนิธิฮวังมยองซึ่งบริหารโรงเรียนม.ปลายอึนกวัง
เหมือนไม่ใช่โรงพยาบาลแต่เป็วิหารมากกว่า
อาจเป็เพราะมูลนิธิฮวังมยองรวยล้นฟ้าหรือไม่ก็โรงพยาบาลทำกำไรได้มากพอสมควรสิ่งที่โดดเด่นสะดุดตาคืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน สภาพแวดล้อมอันงดงามและใบหน้าบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูสุขภาพดี ดูแล้วสวัสดิการของพนักงานเองก็น่าจะดีไม่น้อย
ท่าทางจะทำกำไรได้เยอะน่าดู
ในโลกของเกมเพลย์มาโก การปรากฏขึ้นของไอเท็มและสกิลสายฟื้นฟูทำให้วงการแพทย์เกิดการสั่นคลอนถึงอย่างนั้นยาและสกิลสายฟื้นฟูนั้นแทบไม่มีผลต่อประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่เพลเยอร์อีกทั้งเพลเยอร์ที่มีสกิลด้านนั้นก็มีอยู่แค่หยิบมือ แถมไอเท็มฟื้นฟูก็ซื้อขายกันในราคาสูงลิบเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพ
ถ้าดูแค่ราคาไอเท็มจางนัมอุกถือว่าดวงดีที่สุด
สิ่งที่จางนัมอุกสุ่มได้คือยาฟื้นฟูจากสารสกัดดอกข้าวโอ๊ต
แม้ไอเท็มนี้จะมีระดับต่ำและรักษาได้แค่แผลถลอกแต่ถ้าซื้อโดยไม่มีประกันสุขภาพของเพลเยอร์ราคาต่อขวดอาจสูงถึงหลายล้านวอนเลยทีเดียว
จากเซตติ้งของเกมเพลเยอร์สามารถทำเงินได้มากและยังหาไอเท็มจากมิติอื่นได้จึงไม่มีปัญหาด้านการค่าใช้จ่ายแต่ถึงอย่างนั้นเหล่าเพลเยอร์ส่วนใหญ่ก็ยังต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอยู่ดี
หลังจากที่มีการตีพิมพ์บทความ‘การใช้ไอเท็มฟื้นฟูบ่อยครั้งจะลดทอนสามารถของเพลเยอร์ในระยะยาว’ เพลเยอร์จำนวนมากจึงมารักษาตัวที่โรงพยาบาลกันเป็ประจำตราบใดที่ไม่ได้อยู่ในระหว่างการล่าหรือตกอยู่ในสถานการณ์คับขันถึงชีวิตเพลเยอร์ก็มักจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้ไอเท็มฟื้นฟูอยู่เสมอ
ผลลัพธ์ก็คือวงการแพทย์ที่เคยคิดว่าจะตกต่ำลงเพราะการมีอยู่ของไอเท็มและสกิลกลับเจริญรุ่งเรืองอย่างมากเพราะเหล่าเพลเยอร์ที่มักาเ็อยู่บ่อยๆ
“คนต่อไป จางนัมอุก”
ฉันตรวจเสร็จแล้วก็ถึงคิวจางนัมอุกเจาะเือีกฝ่ายให้ความร่วมมือเป็อย่างดี ต่างจากฉันที่ตอบคำถามคุณหมอแบบขอไปที
“นายอยากกลับบ้านเร็วๆ ใช่ไหม…ฉันก็เหมือนกัน”
ยูซังฮุนพูดหลังจากเห็นฉันตอบคำถามของหมออย่างลวกๆ
“ใช่ อยากรีบทำให้เสร็จ จะได้กลับบ้านน่ะ”
ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ฉันก็ไม่ได้อยากกลับบ้านเท่าไหร่ เพราะแทบไม่รู้ประวัติของโจอึยชินนักเรียนม.ต้นปีสามที่อยู่ในโลกใบนี้ หากบทสนทนายืดเยื้อออกไปอาจมีคำถามที่อยู่นอกเหนือข้อมูลตัวละครที่ระบุในหน้าต่างเมนูก็ได้
“โจอึยชิน? ออกมาคุยกันหน่อย”
คนที่เรียกชื่อฉันคือเจกัลแจกอล ครูของโรงเรียนม.ปลายอึนกวังที่คอยประสานงานเื่ต่างๆ ผ่านทางดีไวซ์ประเภทสวมใส่ถึงตอนแรกอีกฝ่ายเกือบจะหมดสติเมื่อเห็นภาพในสนามสอบแต่ครู่เดียวก็กลับมาแสดงความเป็มืออาชีพเขาจัดการสถานการณ์อย่างรวดเร็วแล้วพาพวกเรามาที่โรงพยาบาล
ไม่มีใครเลยแฮะ
ทางเดินหน้าห้องตรวจในโรงพยาบาลว่างเปล่าไร้ผู้คนมีเพียงเสียงฝีเท้าเบาๆ ที่แว่วจากไกลๆ และเสียงนกร้องที่ดังลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาเท่านั้น
“ครูประจำชั้นที่ลงทะเบียนเป็ผู้ปกครองให้เธอแจ้งมาว่าตอนนี้มาเยี่ยมไม่ได้เพราะไปทำงานนอกสถานที่ดูเหมือนจะไม่มีครูประจำชั้นคนอื่นสินะ เธออยากให้ครูโทรหาใครไหม”
ตอนนี้ฉันคือเด็กม.ต้นปีสามที่พ่อแม่และน้องประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตในฤดูใบไม้ร่วง
เดือนนี้ก็คือเดือนธันวาคมซึ่งเป็ฤดูกาลสอบเข้าเรียนต่อในระดับม.ปลายในอดีต ตอนนั้นเป็่ที่ฉันจัดการเื่รับมรดกเรียบร้อยแล้วและต้องย้ายไปอยู่ในห้องพักเล็กๆ ด้วยมรดกที่เหลืออยู่ไม่มาก
เนื้อหาในหน้าต่างรายละเอียดตัวละครก็ระบุข้อมูลแบบเดียวกัน
“ไม่ครับ”
อันที่จริงฉันยังมีญาติห่างๆ ฝ่ายแม่อยู่ แต่ไม่รู้ว่าพวกเขาจะมีตัวตนอยู่ในโลกนี้ด้วยหรือไม่และฉันก็ไม่อยากโทรหาด้วย
“…ตกลง ถ้ามีอะไรก็โทรหาครูได้นะ”
เขาดูรู้สึกผิดที่ถามเื่นั้นดูท่าทางเป็คนดีกว่าที่เห็นในเกมซะอีก
เจกัลแจกอลยื่นนามบัตรให้ฉันด้วยสีหน้าเชิงขอโทษ
‘กวีหยกคราม เจกัลแจกอล’บนนามบัตรมีฉายาเพลเยอร์ของเขารวมถึงช่องทางติดต่อ
เจกัลแจกอลคือหนึ่งในตัวละครของเกมนี้ที่เล่นได้ครูในโรงเรียนม.ปลายอึนกวังล้วนเป็เพลเยอร์ที่มีใบประกอบวิชาชีพครูอย่างถูกต้องและครูที่มีความเกี่ยวข้องกับเส้นเื่หลักมักเป็ตัวละครที่เล่นได้
แม้ว่าเจกัลแจกอลนั้นจะหมดบทไปั้แ่่ต้นเื่และแทบไม่มีบทบาทอื่นอีกในเส้นเื่หลัก
“ครับ ขอบคุณครับ”
ฉันรับนามบัตรกระดาษที่หนักราวกับตะกั่วด้วยสองมือแล้วจับไว้แน่น
“ครูเจกัลแจกอล!”
โถงทางเดินเริ่มมีเสียงดังเอะอะชายคนหนึ่งสวมเสื้อโค้ตผ้าแคชเมียร์กำลังโบกมือพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้
“อะไรเนี่ย เข้ามาได้ยังไง…”
เจกัลแจกอลดูหัวเสียอย่างชัดเจน
ว้าวมีตัวละครที่ทำให้เจกัลแจกอลทำหน้าแบบนั้นได้ด้วยเหรอเนี่ย
“สวัสดีครับ ผมฮงกยูบิน หัวหน้าทีมประชาสัมพันธ์ที่หนึ่งจากสำนักงานประชาสัมพันธ์แห่งสมาคมเพลเยอร์สาขาเกาหลีใต้ครับ ครูเจกัล”
ว่าไงนะ…หัวหน้าทีม?
ทำไมเ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าทีมประชาสัมพันธ์ของสมาคมเพลเยอร์ถึงมาที่นี่
หน้าตาอีกฝ่ายเหมือนเคยเห็นในเกมแต่ฉันจำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ คงเป็ตัวประกอบที่มีบทพูดแค่บทสองบทล่ะมั้ง
“ที่นี่ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามานะครับ”
“ดูยังไงถึงเห็นผมเป็คนนอกกันล่ะครับเนี่ย นานๆ ทีผมก็แค่แวะมาหาครูเจกัลไงครับ”
“งั้นก็ไว้เจอกันวันหลังนะครับ ลาก่อน”
“ฮะๆ! สื่อกำลังให้ความสนใจเื่นี้อยู่นะครับพวกเราควรร่วมมือกันได้แล้วไม่ใช่เหรอครับ”
“ฉันจะให้เบอร์ติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ของมูลนิธิฮวังมยองก็แล้วกัน”
“ผมรู้อยู่แล้ว ไม่จำเป็หรอกครับ”
ฮงกยูบินฉีกยิ้มสดใสในขณะที่เจกัลแจกอลตั้งกำแพงไว้อย่างแ่าทั้งสองยังคงปะทะคารมกันไปมาโดยเมินฉันไปซะสนิท
…กลับเข้าไปในห้องตรวจดีไหมนะ
ขณะที่กำลังคิดแบบนั้นฮงกยูบินที่เพิ่งสังเกตเห็นฉันก็หันไปพูดกับเจกัลแจกอล
“ครูเจกัล นักเรียนที่อยู่ข้างคุณคือโจอึยชินสินะครับ? ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันดูบันทึกจากเพลเยอร์ SAT-K แล้วมันยอดเยี่ยมมาก!”
เจกัลแจกอลเผยสีหน้าเหลือเชื่อโดยไม่ตอบอะไรกลับไปส่วนฮงกยูบินก็ดูเหมือนจะไม่คาดหวังคำตอบแต่แรก และยังคงพูดกับฉันต่อ
“ช่วยบอกเลขบัญชีที่จะให้โอนเงินค่าหัวหน่อยสิ แต่ว่าจะมีการหักภาษีก่อนนะ แต่ถึงอย่างงั้นรางวัลก็น่าจะสูงถึงสองร้อยล้านวอนเลยล่ะแต่ถ้ายังไม่มีบัญชีก็เปิดให้เรียบร้อยภายในสัปดาห์หน้าแล้วติดต่อกลับมาหาฉันได้เลย”
เขายื่นนามบัตรให้ฉันโดยไม่รอคำตอบแผ่นกระดาษที่วางซ้อนทับบนนามบัตรของเจกัลแจกอลนั้นเบาหวิวราวกับไร้น้ำหนัก
“ความกล้าหาญและการปรับตัวนั้นยอดเยี่ยมมากแต่สิ่งที่ฉันชอบที่สุดคือการตัดสินใจของเธอเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน…ถึงทางเลือกของเธออาจกลายเป็ประเด็นถกเถียงในสังคมแต่ฉันยืนยันว่าจะช่วยหนุนหลังเธอแน่นอน…จะว่าไปเธอตอบสนองต่อการปรากฏตัวของเอเนมีได้เร็วมาก ใช้สกิลอะไรงั้นเหรอ ถ้ายินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้กับสมาคมทางเราสามารถช่วยสนับสนุนและจัดโปรแกรมฝึกฝนเพื่อยกระดับสกิลเลเวลได้ด้วยนะ”
เปิดเผยรายละเอียดงั้นเหรอ
คำพูดนั้นหอมหวานราวกับน้ำตาลแต่แฝงไว้ด้วยยาพิษ
ถ้าฉันยินยอมเปิดเผยข้อมูลกับสมาคมก็เท่ากับเปิดเผยจุดอ่อนและความลับทั้งหมดให้กับทางสมาคม ถึงจะได้รับการหนุนหลังแต่ฉันไม่้าถูกใส่สายจูง ท่าทางเจกัลแจกอลจะคิดตรงกันเขาจึงกำลังทำหน้าบูดบึ้งอยู่ด้านข้าง
ต้องพูดยังไงถึงจะปฏิเสธสมาคมเพลเยอร์กับฮงกยูบินโดยไม่สร้างศัตรูนะ
ถ้าฉันแค่ยืนเงียบๆแล้วปล่อยให้เจกัลแจกอลช่วยออกหน้าปฏิเสธแทนจะดีไหมนะ
แต่ความลังเลนั้นก็คงอยู่ได้ไม่นาน
“หลีกไปนะ!”
เสียงเล็กแหลมดังมาจากระยะไกลพร้อมกับสายลมที่พัดผ่านไปอย่างรวดเร็วทันทีที่ได้ยินเสียงะโเจกัลแจกอลตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวและเสียงนั้นได้อย่างฉับไวแล้วดึงฉันไปหลบด้านหลังช่างสมกับที่เป็หัวหน้าฝ่ายวิชาการของโรงเรียนม.ปลายอึนกวัง
ส่วนฮงกยูบินในฐานะเพลเยอร์ระดับหัวหน้าทีมประชาสัมพันธ์ของสมาคมก็หลบสิ่งที่กำลังพุ่งมาได้อย่างไม่ยากเย็นเช่นกัน
ปัง!
ใครบางคนวิ่งผ่านโถงทางเดินในชั่วพริบตาแล้วเปิดประตูห้องตรวจราวกับ้าจะพังมัน
ด้านหลังประตูที่ถูกเปิดออกจางนัมอุกที่เพิ่งตรวจเสร็จกำลังติดแผ่นห้ามเืลงบนจุดที่เจาะเืและยูซังฮุนที่กำลังถือเสาน้ำเกลือชะงักฝีเท้าลงทันใด
“เดี๋ยวก่อนค่ะนักเรียน! ตอนนี้กำลังตรวจอาการผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้าไปนะคะ!”
นักเรียนหญิงในชุดเครื่องแบบของโรงเรียนม.ปลายอึนกวังเดินตรงเข้าไปหายูซังฮุนโดยไม่สนใจพยาบาลที่พยายามห้ามเธอตรงหน้าประตู
ยูซังฮุนยืนจับเสาน้ำเกลือพลางมองนักเรียนหญิงคนนั้นด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนทั้งสองสบตากันครู่หนึ่งโดยไม่พูดอะไร จนกระทั่งยูซังฮุนเป็ฝ่ายเปิดปากก่อน
“เธอมาที่นี่ทำไม…”
นักเรียนหญิงม.ปลายกำหมัดแล้วพุ่งเข้าหายูซังฮุน
“จะทำอะไรน่ะครับ!”
จางนัมอุกใและรีบเข้าไปห้ามนักเรียนหญิงคนนั้นแต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร เธอก็ทรุดคุกเข่าลงตรงหน้ายูซังฮุน แล้วเริ่มสะอึกสะอื้น
“ยูซังฮุน! ไอ้บ้าเอ๊ย!”
อารมณ์ที่ท่วมท้นของอีกฝ่ายทำเอาจางนัมอุกถึงกับชะงักไป
ยูซังฮุนตบไหล่นักเรียนหญิงคล้ายพยายามปลอบใจแต่เธอกลับปัดมือเขาออกแล้วเริ่มสะอื้น
“รู้แล้วน่า รู้แล้ว…อย่าร้องสิ”
“ใครร้องไห้! ฮึก…ทำไมต้องเจ็บตัวโง่ๆแบบนี้ด้วย…ฮึก…”
“ก็ได้ ก็ได้…ร้องให้เต็มที่เลย”
“หุบปาก!”
“แล้วจะเอายังไงกันแน่!”
ยูซังฮุนยอมแพ้กับการปลอบแล้วปิดปากเงียบแม้เขาจะพูดเสียงดัง แต่ก็ดูออกว่าไม่ได้กำลังโกรธคล้ายกำลังสับสนและไม่รู้ว่าจะรับมือยังไงดีมากกว่า
จางนัมอุกถามด้วยสีหน้าฉงน
“คุณเป็ใครครับ”
“ลูกสาวของแม่ฉัน ยูซังฮี”
“อะไรนะ”
“เอ่อ…พี่สาวฉันเอง”
เด็กสาวคนนั้นคือยูซังฮีพี่สาวของยูซังฮุน
ดูเหมือนยูซังฮุนจะไม่อยากจะอธิบายอะไรต่อจึงพยายามหลบสายตาจางนัมอุกที่เผยสีหน้าเหลือเชื่อราวกับจะะโออกมาว่า ‘เนี่ยนะบทสนทนาของพี่น้อง’
ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ของยูซังฮีบรรยากาศกระอักกระอ่วนยังคงดำเนินต่อไปทางด้านฮงกยูบินที่ตั้งใจจะหว่านล้อมฉันด้วยคำพูดหวานหูถึงกับตะลึงจนพูดไม่ออกด้วยเหตุนี้ ฉันจึงไม่ต้องคิดข้ออ้างเพื่อเลี่ยงการสนทนากับเขาแล้ว
ไม่นานนักพ่อแม่ของจางนัมอุกกับยูซังฮุนต่างก็ทยอยมาถึงโรงพยาบาล เมื่อเหล่าผู้ปกครองมาถึงบรรยากาศก็ไม่เอื้อต่อการสนทนาอีกต่อไปบทสนทนาระหว่างฉันกับฮงกยูบินจึงจบลงอย่างเป็ธรรมชาติ
วันถัดมา
มูลนิธิฮวังมยองที่ดำเนินกิจการโรงเรียนม.ปลายอึนกวังได้ลงแถลงการณ์ขอโทษที่หน้าเว็บไซต์ของโรงเรียนพร้อมกับระบุในบรรทัดสุดท้ายว่าทางโรงเรียนจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ทั้งหมดให้แก่ผู้เข้าสอบที่ได้รับาเ็พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
ผู้เข้าสอบทุกคนเซ็นเอกสารยินยอมว่าโรงเรียนไม่ต้องรับผิดชอบในกรณีที่ได้รับาเ็อยู่แล้วดังนั้นในทางกฎหมาย โรงเรียนจึงไม่มีความผิดอะไร
เดิมทีหากเหล่าบรรพตระกูลตั้งใจบุกโจมตีจริงๆ ก็แทบจะไม่มีหนทางป้องกันได้เลยทว่าจากสนามสอบกว่าสามร้อยแห่งของโรงเรียนม.ปลายอึนกวังมีเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ถูกแทรกแซงสำเร็จโดยกินเวลาเพียงสิบห้านาทีเท่านั้นในทางกลับกัน นี่คือโอกาสที่แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยของโรงเรียนม.ปลายอึนกวังนั้นยอดเยี่ยมเพียงใด
อย่างไรก็ตามเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็มีอยู่ไม่น้อย โชคดีที่ความสนใจส่วนใหญ่มุ่งไปยังกลุ่มนักเรียนม.ต้นที่รอดชีวิตมาได้แทน
การที่เด็กม.ต้นซึ่งยังไม่มีแสงประทับสามารถใช้ไอเท็มสำหรับการสอบต่อสู้และกำจัดเอเนมีระดับ R+ ที่ถูกประกาศจับได้กลายเป็ประเด็นร้อนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
และบุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือซนมินกิ
[ฮีโร่ตัวน้อย ซนมินกิ ‘ขอโทษที่ไม่ได้ร่วมต่อสู้กับพวกพ้องจนถึงที่สุดในยามวิกฤต’]
พาดหัวข่าวอันน่าหงุดหงิดที่ปรากฏอยู่ตามเว็บไซต์ยอดนิยมทำให้ซนมินกิกลายเป็คนดังในชั่วข้ามคืน
ตัดสินใจพลาดมหันต์เลยนะ
ฉันคิดขณะเก็บบทความนั้นไว้
ซนมินกิได้ก้าวเข้าสู่ความพินาศไปแล้วเรียบร้อย...
[1] ตำนานการก่อตั้งประเทศเกาหลีโดยมีตัวละครที่เกี่ยวกับหมีและเสือซึ่ง้ากลายเป็มนุษย์