ผมหลบไปตามเงามืดภายในวัด ลัดเลาะเข้าไปที่จอดรถ แล้วมุดลงใต้รถตู้สีขาวคันเดียวกับที่เคยไล่ยิงกันบนมอเตอร์เวย์
"ประหลาดเกินไปแล้ว ไม่มีคนอยู่ในวัดเลย..." ในขณะที่มือทั้งสองข้างกำลังจดจ่อไปกับการติดตั้งะเิโทรศัพท์มือถือ ดูท่าว่างานนี้จะไม่มีความคุ้มค่าเหลืออยู่แม้แต่เสี้ยวเดียวซะแล้ว
มีแสงไฟและเสียงเฮฮาดังมาจากภายในวัดแค่จุดเดียว คือกุฏิที่ใหญ่ที่สุดถัดไปจากรถคันนี้ 3 ซอย มันเคลียร์ผู้คนออกไปจนหมดวัดได้ยังไงกัน? แม้แต่พระลูกวัดก็ไม่เหลือเลย ขณะที่กำลังสงสัยในความบ้าบอคอแตกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็มีคนสวมชุดดำ 2 คน เดินลงมาจากกุฏิหลังนั้น ดูท่าจะเป็พวกมันเช่นกัน เดินเข้ามาทางรถด้วยสีหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
"หึ ทำเหมือนที่เคยทำเหรอ? เป็ภาพหลอนที่กวนใจดีจริงๆ" งานก็แทบพัง นายจ้างก็เงียบหาย แล้วยังมาเจออะไรหลอนประสาทแบบนี้เข้าอีก มีแต่ต้องลุยให้ยับกันไปข้างล่ะวะ มาเก็บเหยื่อชุดแรกของค่ำคืนกันเลยดีกว่า "...ไปกันเถอะ" มีดอรัญญิกแท้ดั้งเดิมในมือมันร่ำร้อง
"นี่พี่ เดี๋ยวส่งของเสร็จพาผมไปนาบทีเด่ะ" เหยื่อตัวแรกเปิดประตูข้างรถตู้พร้อมพูดคำต้องสาป ชุดดำตัวเดิมที่ไล่ยิงเราบนทางด่วนด้วย
"ไหนบอกจะเอาเงินไปแต่งเมียไงวะ" โอ้โห นายชุดดำคนที่ยืนข้างหลังเองก็ปักธงตายให้อีกรอบ
ผมค่อยๆ ย่องอ้อมรถกะเข้าเสียบจากข้างหลัง ตัวลูกพี่ที่ยืนรออยู่ก็หาวหวอดแล้วบอกถึงเหตุผลที่เดินมา "รีบๆ เอาเหล้าไปเติมเถอะ เดี๋ยวไอ้เ้าอาวาสมันอาละวาดเอา" อ้อ มาเติมน้ำเมาให้ผิดศีลเฉยๆ แล้วเ้าอาวาสเลยด้วย?
"แป้บดิพี่ ลังยัดไว้ตรงไหนวะ" แล้วตัวลูกน้องก็ก้าวเข้าไปในรถตู้ จังหวะนี้แหละ!
ผมย่อต่ำแล้วเข้าชาร์จลูกพี่มันจากด้านข้้าง ไม่ทันที่มันจะได้ส่งเสียงร้อง ผมเอามือยัดปากแล้วง้างมีดเตรียมส่งแรงเข้าที่สันหลัง..
'ห้ามฆ่านะ!' ผมชะงักมือให้กับเสียงที่แทรกเข้ามาในหัว ทำเอาลูกตาสั่นไหว!
ด้วยความเร็วไม่ถึง 1 วินาที ผมสาดสายตาไปรอบตัว แต่ไม่มีใครเลย! อะไรวะ! แถมเสียงยังคุ้นๆ อีกด้วย เป็เสียงผู้ชายที่คุ้นหูแต่นึกไม่ออกว่าใคร!
'ถ้าฆ่ามันจะรู้ตัว' จะใครก็ไม่รู้ล่ะ สัญชาตญาณมันสั่งให้ผมเชื่อ ผมเปลี่ยนมุมล็อคคอมันต่อไม่ให้ส่งเสียง แล้วกระชากตัวมันขาลอยหลบเข้าท้ายรถเพื่อหลบเสียงและสายตาจากลูกน้องในรถ จากนั้นล็อคท่าสลีปเปอร์โฮลด์ (Sleeper Hold) กดจนมันหลับลง
ไม่นานนักตัวลูกน้องก็ลงจากรถมาพร้อมลังเหล้า "อ้าวพี่ต้า หายหัวไปไหนเนี่ย" มันหันดูรอบตัว ก่อนจะส่ายหัว "อะไรวะ ทิ้งกันดื้อๆ เลย" แล้วก้มลงวางลังเหล้า ผมจึงวิ่งอ้อมจากเข้าข้างหลังมันจากมุมอับสายตา
จังหวะที่มันทำท่าจะปิดประตูรถตู้นั้นเอง ผมก็จัดการล็อคมันลงจนหลับด้วยท่าเดียวกับที่สอยลูกพี่มัน
จากนั้นผมถึงเริ่มสำรวจรอบๆ พร้อมส่งเสียงเรียกหาคนที่ร้องเตือนผมอีกครั้ง
"เฮ้ ที่ช่วยเตือนเมื่อกี๊อ่ะ ช่วยออกมาหน่อยดิ" ผมเกือบลืมไปว่ามันมีอุปกรณ์ตรวจสัญญาณชีพอยู่ด้วย ลองมันกล้าไล่ยิงกลางวันแสกๆ แสดงว่ามันต้องพร้อมถึงขั้นนั้น "ออกมาคุยกันหน่อยซี่"
แต่ไม่ว่าจะหาสักแค่ไหน ก็ไม่เจอ และจะรอเวลาให้นานกว่านี้ก็ไม่ได้ด้วย... หรือว่า!!! ผีงั้นเรอะ! เฮ้ยไม่เอาน่า ไอ้เื่ไร้สาระคลาสสิกพรรค์นนั้น แต่นี่มันก็วัดนะ แต่ผีมันมีจริงซะที่ไหนล่ะเว้ย!
"เื่ประหลาดเยอะเกินไปแล้ว" แต่ไม่รู้เพราะอะไรผมถึงไม่อยากถอนตัวเลย พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็ไม่อยากโทรหรือส่งข้อความอะไรทั้งนั้น ความรู้สึกอยากจบปัญหานี้ด้วยตัวคนเดียวมันพลุ่งพล่านจนอยู่ไม่สุข หายใจไม่ทั่วท้องนอกจากว่าจะลุยต่อถึงจะรู้สีกมั่นใจ
"เอาวะ!"
หลังจากที่รวบรัดมัดมือเท้าแล้วโยนพวกมันเข้ารถตู้ไปแล้ว ผมก็ย่องไปทางกุฏิใหญ่นั้นต่อ
"เ้าอาวาสสินะ" ศาสนานี่มันอุปกรณ์ฟอกเงินชั้นยอดจริงๆ สิ่งผิดกฎหมายมากมายเข้าออกทางวัด โบสถ์ และมัสยิด ผ่านการบริจาคการกุศลอย่างแยบยล หรือไม่แยบยลก็ไม่มีใครสนใจจะตรวจสอบ ศรัทธาไม่มีถอย ต่อให้เื่ชั่วจะโป่งพองจนหลุดร่วงออกมากองเหมือนหินร้อนไฟกระแทกแผ่นเหล็กจนสะเก็ดแดงกระจัดกระจาย คนก็จะเอามือไปอุ้มมันขึ้นมาโดยไม่เจ็บไม่ปวด สัตว์ทาาาาาาา
ผมค่อยๆ ย่องต่ำลงปลายเท้าขึ้นไปบนกุฏิ มีเสียงสนทนาดังมาตลอด เปิดแอร์กินเหล้ากันเย็นฉ่ำ แต่ดันไม่ปิดหน้าต่างเนี่ยนะ โถ่ไอ้พวกตัวกินไฟ!
"ฮ่าฮ่าฮ่า งานนี้ข้าได้เป็พระสังฆราชแน่นอนแล้วล่ะวะ!" จากคำพูดน่าจะเป็พระ ไม่สำรวมเอาซะเลย
เสียงตอบดังค้านออกมา "แล้วจะทำยังไงกับไอ้มือปืนนั่น..." พูดถึงเรา "ลูกน้องสารวัตรมันจิกไม่ปล่อยนา"
"ไม่หรอก..." เสียงทุ้มต่ำฟังดูคุ้นหูตอบโต้ "ป่านนี้มันกลับไปแล้ว ได้ไม่คุ้มค่าจ้าง มันไม่เสียเวลามาตามเค้นหรอก" ไอ้นี่ทำไมมันรู้จักเราดี แต่เสียงมันลอดออกมาเบาจนไม่แน่ใจว่าใคร
พระมารศาสานาก็ะโลั่นครอบเสียงทุกคนออกมา "ไม่มีใครมาหรอก! เขตแดนก็กางไว้" เขตแดน? "ต่อให้พวกที่รอที่ท่าเรือจะร้อนรนแค่ไหนมันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เซนต์ลูเซียนไม่โง่พอจะอาละวาดข้ามเขต" คีย์เวิร์ดคือเซนต์ลูเซียน นักบุญที่ไหนวะ? าศาสนาเหรอ "ของ เป็ของพวกเราแล้ว" เน้นที่ของและตบลงบนอะไรสักอย่างดังปึง น่าจะกระเป๋าเราล่ะมั้ง "นี่เป็พลังอำนาจที่แท้จริง ถึงจะไม่เข้าใจหลักการ แต่พลังมันมหาศาลระดับนั้น ซึ่งข้าเป็ไม่กี่คนที่รู้วิธีใช้มัน"
ผมย่องอ้อมไปตามระเบียง พลังอำนาจอะไรของมัน ะเิปฏิสสารรึไง? ขนาดบรรจุภัณฑ์ก็ใกล้เคียงอยู่ ของพรรค์นั้นมันนับเป็พลังอำนาจไม่ได้หรอกนะเว้ย เกิดบึ้มขึ้นมาได้ตายกันทั้งแถบกันพอดี ไม่สิ ถ้าะเิคงไม่แย่งกันสมบุกสมบันแถมทุบเล่นแบบนี้
"ว่าแต่พี่ต้ากับไอ้เลาะมันช้าจัง ให้ไปยกเหล้าแค่นี้" มีคนสงสัยแล้ว
"มันแอบซดกันเองแล้วมั้ง ฮ่าฮ่าฮ่า" และทุกคนก็พากันหัวเราะเฮฮา ในขณะที่ผมเข้าประจำจุดพอดี หลังแอร์เป๊ะ ลมร้อนตีเข้าหน้าเลย
ข้างในห้อง ผมมองลอดหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่เข้าไปข้างใน ผ่านพระประธานที่บังตัวผมแต่เหลือช่องให้เห็น มีกลุ่มชายฉกรรจ์ล้อมวงก๊งเหล้ากันอยู่ 5 คน กับแกล้มพร้อม โซดาเพียบ หมดเหล้าไปหนึ่งลัง กำลังรอเติม น่าเสียดายที่คงไม่ได้อีกแล้ว
พวกมันไม่ระแวดระวังอะไรกันเลยสักนิด เป็เราออกไปช้าขนาดนี้ต้องออกไปตามแล้ว
"มันพูดว่ากางเขตแดนไว้ด้วย" ตอนเราจะเข้ามาก็รู้สึกอยากออกไป แถมไม่มีคนในวัดเลยเว้นไอ้หมอดูประหลาดนั่น เป็เครื่องมือกวนคลื่นสมองเหรอ? ของแบบนั้นเคยได้ยินว่าทำได้เต็มที่ก็อ้วกแตกเวียนหัวเองนี่ แต่ที่เราเป็คือพยายามออกไปให้พ้นเลย
ไอ้โล้นห่มเหลืองที่นั่งหันหลังให้พระประธานและตัวผมอยู่นั่น ก็น่าจะเป็ใครอื่นไม่ได้นอกจากเ้าอาวาส ในมือยังยกซดสุราเป็ระยะระยะอย่างสบายใจ ข้างตัวมันมีตำรวจนายหนึ่งซึ่งมีรูปร่างคุ้นตาอย่างหาที่สุดไม่ได้อยู่
"เท่านี้ผมก็ไม่ต้องเกรงใจใครแล้ว.." มันตบไหล่บักหัวล้านนั่น "คอยดูเถอะ!" แล้วหันไปยิ้ม
ใบหน้าด้านข้างนั่นมัน!
ไอ้จ่าเส็ง!!!