“ใช่...ผมเป็ห่วงคุณ!” รฐนนท์พูดโพล่งออกไปด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยเช่นเคย ทว่าในใจของเขากลับเต้นแรงราวกับวิ่งรอบสนามฟุตบอลมาแล้วกว่าสิบรอบ
ส่วนดารันนั้นเมื่อได้ยินคำว่าเป็ห่วงจากปากของชายหนุ่ม เธอก็ทำหน้าไม่ถูก จึงได้แต่ก้มหน้าลงมองเท้าตัวเอง ทำเป็เขี่ยใบไม้ที่พื้นเล่นแก้เขิน พร้อมกับแอบยิ้มน้อย ๆ ออกมา พลางคิดว่า ‘เค้ายอมรับแล้ว ยอมรับแล้วว่าเป็ห่วงเรา’
“ไม่ว่าใครผมก็ห่วงทั้งนั้นแหละ แต่คงไม่มีใครเค้าทำแบบคุณกันหรอก” รฐนนท์แกล้งพูดแหย่เธอบ้าง เมื่อแอบเห็นเธอยิ้มตอนที่เขาบอกว่าเป็ห่วงเธอ ถึงอย่างไรเธอก็ควรจะระวังตัวให้มากกว่านี้ ดีนะที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ และตัวเขาเองก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็ห่วงเธอมากขนาดนี้
“ชิ...ห่วงเค้าก็ไม่ยอมรับ" ดารันแอบบ่นพึมพำพร้อมกับแอบทำหน้าเบ้
“ปะ...เดี๋ยวผมเดินไปส่งคุณที่บ้าน คราวหลังคุณต้องระวังตัวให้มากกว่านี้นะ โอเค๊!” ดารันพยักหน้ารับคำ รฐนนท์จึงหมุนตัวจะเดินไปทางบ้านพักของดารัน แต่เธอดึงแขนเสื้อแขนยาวของเขาเอาไว้ก่อน
“เดี๋ยว... คือ ...ฉันขอเข้าห้องน้ำก่อนได้ปะคะ ฉันลืมไปเลยอะค่ะ ว่าจะออกมาเข้าห้องน้ำ แฮ่ ๆ” ดารันลืมไปเสียสนิทเลยว่าก่อนหน้านี้เธอจะออกมาเข้าห้องน้ำ
“ก็ไปสิ เดี๋ยวผมรอ” รฐนนท์เหลือบมองมือของดารันที่ดึงแขนเสื้อของเขาเอาไว้ ท่าทางแบบนี้ของเธอมันช่างน่ารักจนทำให้เขาแทบจะหายโกรธเื่เมื่อครู่นี้ไปเสียแล้ว แต่เขายังคงทำเสียงเข้มกลบเกลื่อน เมื่อพูดจบเขาจึงเดินไปนั่งลงที่ม้านั่งเพื่อรอเธอ
“อะใส่เสื้อคลุมนี่ก่อนอากาศมันหนาว ทำไมคุณถึงไม่ใส่เสื้อคลุมออกมาด้วยล่ะ คุณนี่จริง ๆ เลย! เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอกครับ” รฐนนท์ถอดเสื้อกันหนาวที่เขาใส่อยู่ออกมาสวมให้กับดารัน ตอนที่เธอออกจากห้องน้ำมาแล้ว เสื้อพอดีตัวของเขา พออยู่บนตัวของหญิงสาวกลับดูตัวใหญ่ขึ้นมาถนัดตา
“ขอบคุณค่ะ” ดารันรู้สึกแปลก ๆ การที่รฐนนท์ถอดเสื้อมาสวมให้เธอ มันเหมือนกับว่าเขาส่งผ่านความอบอุ่นจากตัวของเขามาให้เธอ ที่จริงแล้วเขาห่วงเธอหรือเปล่านะ หรือเขาทำแบบนี้กับทุกคนอยู่แล้วอย่างที่เขาบอกเธอ
“มะ...เดี๋ยวผมพับแขนเสื้อให้” รฐนนท์เห็นว่าแขนเสื้อมันยาวคลุมมือน้อย ๆ ของดารันกลัวว่าเธอจะไม่สะดวกเขาจึงยื่นมือออกไปค่อย ๆ พับแขนเสื้อขึ้นให้เธอ ดารันลอบยิ้มมองดูอาการนั้น ในใจพลันคิดว่าความอ่อนโยนนี้มีให้เธอคนเดียวหรือเปล่านะ
“คืนนี้ดาวสวยนะคะ เต็มฟ้าเลย ดูสิ” ดารันชี้ให้คนที่เดินอยู่ข้างเธอดู ความสวยงามของดวงดาวบนท้องฟ้า ในขณะที่เธอเองกำลังแหงนหน้ามองมันอยู่พร้อมกับรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า
“อืม... สวยมาก” รฐนนท์มองไปบนท้องฟ้าอยู่ครู่หนึ่ง จึงเบนสายตามามองหญิงสาวตรงหน้าแทน ดวงดาวดวงนั้นเหมือนกับดวงตาของเธอที่คอยส่องสว่าง อบอุ่นอยู่ในหัวใจของเขาในตอนนี้
อันที่จริงเขาไม่เข้าใจความคิดบางอย่างที่เริ่มผุดขึ้นมาในหัวของตัวเองเลยจริง ๆ มันอยากที่จะบังคับตัวเองได้ในขณะนี้เหมือนกับว่าเขาไม่เป็ตัวของตัวเองสักเท่าไร มีบางอย่างแปลกไปจากที่เขาเคยเป็
“คุณ....มองฉันทำไมคะ มีอะไรรึเปล่า” ดารันถามเมื่อเธอละสายตาจากดวงดาวบนท้องฟ้า แล้วหันมาพบว่าผู้กองหนุ่มกำลังจ้องหน้าเธออยู่
“ผมแค่.... สงสัยว่าทำไมคุณถึงยังไม่นอนล่ะ ดึกป่านนี้แล้ว” รฐนนท์รีบพูดกลบเกลื่อนที่เขาเผลอจ้องหน้าเธอแบบนั้น แต่อันที่จริงเขาก็สงสัยเื่ที่เธอออกมาตอนดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้แทนที่จะเข้านอนแล้วอยู่เหมือนกัน
“อ้อ ฉันอ่านหนังสือเพลินน่ะค่ะ รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำก็เลยจำเป็ต้องออกมาเนี่ยล่ะค่ะ” ดารันตอบไปตามความจริง มือก็กระชับเสื้อตรงด้านหน้า ที่เธอไม่ได้รูดซิบให้แน่นขึ้น แต่สมองของเธอกลับคิดไปไกล ‘เสื้อของเขานี่อุ่นดีจังแฮะ วันก่อนเอากางเกงให้ วันนี้เอาเสื้อให้ เมื่อกี้เขาก็แอบมองเราแปลก ๆ นี่เราไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองใช่ไหมว่าเขาก็สนใจเราอยู่เหมือนกัน’
“วันนี้ทำงานวันแรก เป็ไงบ้างครับ” รฐนนท์ถามถึงการทำงานของเธอ เพราะว่าวันนี้เป็การสอนที่นี่ครั้งแรก
“คะ คุณว่าอะไรนะคะ” ดารันกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ จึงไม่ทันได้ฟังที่ชายหนุ่มพูด
“ผมถามว่าคุณสอนวันแรกเป็ไงบ้าง” รฐนนท์ถามอีกครั้ง
“อ๋อ... ก็ดีค่ะ เด็ก ๆ น่ารักมาก ไม่ค่อยดื้อกันเลย ฉันก็เลยสบายไป ฮ่า ๆๆ” ดารันหัวเราะ ออกมาเธอรู้สึกดีใจจริง ๆ ที่ไม่มีปัญหาในการทำงานอย่างที่เป็กังวลในตอนแรก
“ถึงบ้านแล้ว เข้าไปสิครับ” รฐนนท์หันมาบอกหญิงสาว จากนั้นก็ทำท่าจะเดินผละจากไป
“ผู้กองคะ คุณลืมเสื้ออะค่ะ ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” ดารันถอดเสื้อคลุมออกแล้วส่งคืนให้เ้าของ
“อ้อ..ครับ คุณรีบเข้าไปเถอะ ผมไปนะ เอ่อ...ฝันดีนะครับ” อาจเป็เพราะไม่ชินกับการพูดแบบนี้ ผู้กองหนุ่มจึงพูดตอนท้ายประโยคเสียงเบา จนดารันแทบจะไม่ได้ยิน แต่เธอก็ยังได้ยินและตอบกลับเขาเช่นเดียวกัน
"ค่ะคุณก็....ฝันดีนะคะ" ดารันพูดจบก็รีบกลับเข้าไปในห้อง ด้วยความเขินปนดีใจที่นาน ๆ จะได้ยินผู้กองหนุ่มพูดแบบนี้กับเธอสักทีปกติจะมีแต่เธอเป็คนพูดก่อนทุกที
รฐนนท์ยืนอยู่หน้าบ้านพักของดารันสักพักหนึ่งเหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่ จากนั้นจึงเดินกลับที่พักไป ส่วนดารันเมื่อเข้าไปในห้องเธอก็ยังไม่สามารถหลับตาลงได้ในทันที นอนพลิกตัวไปมาอยู่หลายรอบ เพราะในสมองยังมีคำพูดของรฐนนท์วนเวียนอยู่ในหัวให้คิด ไหนจะเื่ตื่นเต้นที่พึ่งเจอมา เธออยากรู้จังว่าผู้ชายที่าเ็คนนั้นเป็ใครกันแน่ ทำให้กว่าจะหลับลงได้ก็ดึกอีกเช่นเคย ‘พรุ่งนี้ต้องตื่นไปวิ่งอีก จะไหวไหมเนี่ย ดารันเอ้ย!’
**********************************
"นายครับ นาย เมื่อคืนก่อนที่คนของเราถูกจับผมรู้ตัวแล้วล่ะว่าใครเป็หัวหน้า มันชื่อไอ้ผู้กองนนท์ครับ เห็นว่าเป็ตชด.ที่เพิ่งมาใหม่ สงสัยมันจะยังไม่รู้ครับว่าที่นี่ถิ่นใคร เราจะเอาไงดีครับนาย" ชัยลูกน้องคนสนิทของเสี่ยชาติรายงานสิ่งที่ตัวเองสืบมาได้ให้ผู้เป็นายฟังหลังจากเข้ามาภายในห้องที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นบุหรี่
"ถ้ามันไม่รู้ แกก็ทำให้มันรู้สิวะ จะไปยากอะไร ทำเหมือนที่เคยทำขี้คร้านมันจะขอย้ายกลับไปแทบไม่ทัน หรือไม่ก็มาขอให้เมตตามันเหมือนไอ้ตชด.ชุดก่อนๆ น่ะสิ" เสี่ยชาติเ้าของโรงเลื่อยไม้ชื่อดังของที่นี่ ชายวัยกลางคนรูปร่างเล็กค่อนไปทางท้วม เขาพูดพร้อมกับยกขาขึ้นมาพาดกับโต๊ะวางของด้านข้างผนัง มือหนึ่งบดขยี่ก้นบุหรี่ที่เพิ่งสูบหมด ลงกับที่เขี่ยบุหรี่ที่เต็มไปด้วยก้นบุหรี่อีกมากมาย
"งั้นผมจะให้เด็กคอยตามมันถ้าได้โอกาสเราจะได้ลงมือทันทีดีไหมครับนาย" ชัยเริ่มวางแผนร้ายเหมือนดังที่เคยทำมานับครั้งไม่ถ้วนซึ่งถือเป็งานง่าย ๆ สำหรับพวกเขา
"อืม...เอาแค่สั่งสอนนะเว้ย บอกมันด้วยว่าอย่าเสือกมายุ่งกับงานของเสี่ยชาติอีกถ้าไม่อยากตาย” ขณะที่พูดเสี่ยชาติเอื้อมมือไปหยิบปืนในลิ้นชักขึ้นมา ใช้ผ้าที่วางอยู่บนโต๊ะเช็ดมันอยากใจเย็น แต่สายตาเขาที่มองมาทางลูกน้องคนสนิท ตอนพูดนั้นกลับมีแววอาฆาตอย่างรุนแรง
"ครับนาย ผมจะจัดการให้มันรู้จักที่ต่ำที่สูงเองครับ" ชัยแสยะยิ้มที่มุมปาก ประกายตามีแววชั่วร้ายปรากฏขึ้น เหมือนกับนายของมันไม่มีผิด
ณ ห้องรับประทานอาหารที่โรงเรียนบ้านปางดารา
"เป็ไงบ้างครับครูรัน สอนมาครบอาทิตย์แล้ว มีปัญหาอะไรไหม" ครูใหญ่หันไปพูดกับดารันในขณะที่รับประทานอาหารร่วมกันกับทางตชด.ตามปกติ
"ไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะครูใหญ่ เด็ก ๆ น่ารักมากมีแต่เื่สนุก ๆ เวลาสอนค่ะ แต่ก็มีติดขัดบ้างเช่น ชื่อเด็ก ๆ นี่เรียกยากเหมือนกันนะคะ"
"ใหม่ ๆ ก็แบบนี้แหละครับ นานไปเดี๋ยวก็ชินเอง" ครูใหญ่ยิ้มกว้างก่อนจะพูด เพราะตนเองก็ใช่ว่าจะไม่เคยเจอปัญหาแบบดารัน
"ครูรันไปเยี่ยมครอบครัวเด็ก ๆ วันพรุ่งนี้ด้วยกันสิครับจะได้พูดคุยกับพวกเค้าเยอะ ๆ เดี๋ยวก็จะชินสำเนียงภาษาไปเอง อย่างพวกผมมาใหม่ๆ ก็งง ตอนนี้ฟังรู้เื่หมดแล้ว นี่ถ้าใส่ชุดเดี่ยวกับพวกเค้าคงไม่มีใครแยกออก ฮาๆๆ " ผู้หมวดอาทิตย์พูดติดตลก ทุกคนจึงพากันหัวเราะ
"จริงสิ พรุ่งนี้จะไปส่งเด็ก ๆ กลับบ้านกันนี่ครับ ครูรันก็ไปด้วยสิจะได้ทำความคุ้นเคยกับผู้ปกครองของเด็ก ๆ ด้วย" ครูใหญ่เอ่ยขึ้น เมื่อนึกได้ว่าพรุ่งนี้ทางตชด.จะต้องไปส่งเด็กที่พักอยู่ประจำที่นี่ กลับไปเยี่ยมบ้านเดือนละครั้ง
"ดีเลยค่ะ ไปกันตอนกี่โมงคะ" ดารันหันไปถามทางฝั่งตชด. ทุกคนต่างก็หันมาทางผู้กองรฐนนท์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเธอ ทำให้ดารันหันตามไปมองด้วยอีกคน
"ว่าจะออกประมาณ 8 โมงเช้าครับ บ้านเด็กบางคนอยู่ลึกจากหมู่บ้านที่เราเข้าไปวันก่อนอีกนิดหน่อย คุณคงต้องเดินไกลกว่าวันก่อนอีกนะ ไหวไหมครับ?" รฐนนท์ตอบคำถามเสร็จก็เป็ฝ่ายถามกลับบ้าง
"ไหวสิคะ คราวก่อนฉันยังไม่ได้เตรียมพร้อมแต่คราวนี้รับรองไหวแน่นอน ออกกำลังการทุกเช้าแล้วนี่คะ เื่แค่นี้สบายมาก" ดารันพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจในตัวเอง เื่อะไรเธอจะยอมให้เขาดูถูกเอาได้ไม่มีทาง...
****วันเดินทาง****
"นี่ยังไม่ถึงอีกเหรอคะ? .... ไหนบอกว่าเลยหมู่บ้านไปอีกนิดเดียว นี่มันไม่นิดแล้วมั้งคะเนี่ย ...เฮ้อ" ดารันบ่นขณะที่เดินทางด้วยเท้าเพราะเข้าไปส่งเด็ก ๆ ที่หมู่บ้านซึ่งอยู่ไกลออกไปจากหมู่บ้านแรก
วันนี้ดารันคิดว่าเตรียมตัวมาดีแล้วเชียว เธอสวมเสื้อผ้าที่คล่องตัวอย่างเสื้อยืดคอกลมสีเขียวเข้ม กับกางเกงขายาวสีดำใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว ก็ออกจะดูกลมกลืนกับเครื่องแบบของชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าของเธออยู่ไม่น้อยแต่เรี่ยวแรงนี่สิสู้เขาไม่ได้จริง ๆ
"นี่ก็ครึ่งทางแล้วล่ะครับ อีกเดี๋ยวก็ถึง เอ...เมื่อวานใครกันนะที่บอกว่าไหวแน่นอน" ผู้กองรฐนนท์ในชุดภาคสนามที่มีหมวกปีกบานสวมอยู่พร้อมอาวุธปืนคู่กาย ชายหนุ่มเดินนำหน้าดารันซึ่งเดินรั้งท้ายอยู่ เขาจึงพูดเป็เชิงล้อหญิงสาวเล็กน้อย ในขณะที่คนอื่น ๆ รวมถึงเด็ก ๆ ต่างเดินนำกันไปก่อนแล้วแต่ด้วยความที่ดารันเหนื่อยจึงเดินช้าลงเรื่อย ๆ จนรั้งท้าย ผู้กองหนุ่มจึงจำต้องยั้งฝีเท้าเพื่อคอยอยู่เป็เพื่อนเธอ
"ก็...ใครจะคิดว่า นิดเดียวของผู้กองมันจะไกลขนาดนี้ล่ะ นี่มันไม่นิดละนะ มันมีหมู่บ้านอยู่จริง ๆ เหรอคะเหมือนจะเข้าป่าไปลึกขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะคะเนี่ย" ดารันทรุดตัวลงนั่งบนท่อนไม้ที่อยู่ข้างทางเล็ก ๆ ที่พอจะมองออกว่ามีคนใช้งานเส้นทางนี้อยู่บ้างเพราะหญ้าไม่ได้ขึ้นตามทางเดินเหมือนอย่างด้านข้าง หญิงสาวรู้สึกสงสัยไม่คิดว่าจะมีใครมาใช้ชีวิตอยู่ในที่ ๆ มีแต่ป่ารอบด้านแบบนี้ได้
"มีจริง ๆ ครับเป็หมู่บ้านที่วิวสวยมากเลยด้วย เดี๋ยวพอคุณไปถึงจะหายเหนื่อยเลยหละเชื่อผม" รฐนนท์ยื่นมือออกไปหาหญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเขา เป็เชิงให้เธอจับเพื่อลุกขึ้นเดินไปต่อ
"คุณก็พูดหลอกเด็กแบบนี้ทุกที แต่ฉันจะทำไงได้นอกจากทำตามที่คุณบอก...เฮ้อ เด็ก ๆ นี่เก่งจริง ๆ นะคะ ไม่บ่นกันซักคำ" ดารันส่งสายตามองค้อนให้กับเ้าของมือใหญ่กำยำ ที่เธอกำลังเอื้อมไปจับมือเขาเพื่อยันตัวให้ลุกขึ้นยืน
"เด็ก ๆ เค้าอยู่กับป่ามาั้แ่เกิดก็เลยชิน แต่สำหรับคุณคงต้องปรับตัวอีกเยอะ ปะรีบไปกันดีกว่าครับเดี๋ยวตามพวกเค้าไม่ทัน" ผู้กองหนุ่มเผลอจูงมือหญิงสาวให้เดินไปพร้อมกัน จนคนถูกจูงแอบเผลอยิ้มออกมา
ดารันลอบมองตามแผ่นหลังของคนตัวโตไปเงียบ ๆ รฐนนท์รู้สึกได้ถึงความเงียบแบบแปลก ๆ เขาจึงหันกลับมามองด้านหลังก็เห็นดารันกำลังยิ้มอยู่ พอเธอเห็นเขามองมาจึงทำท่าไม่รู้ไม่ชี้เสมองไปทางอื่น
"เอ่อ...ผมขอโทษ ที่จับมือคุณผมรีบเลยลืมตัวไปหน่อย...”