“เหอะ เื่นี้บอกแกไปก็ไม่เสียหาย!”
เย่เฟยยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้นบนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มขี้เล่นราวกับแมวกำลังหยอกหนูเขาไม่ได้รีบร้อนที่จะสังหารลู่เซิ่ง แต่กลับกล่าวออกมาอย่างโอ้อวดว่า“ฉันชื่อเย่เฟย เป็คนสนิทภายใต้บังคับบัญชาของท่านเซี่ยมู่เซิน”
“เซี่ยมู่เซิน? นายกเทศมนตรีเมืองตงหลินเซี่ยมู่เซินน่ะเหรอ?”
ลู่เซิ่งแสดงสีหน้าตะลึงงันไปชั่วครู่เขายังไม่ทันได้ตอบสนองว่าเื่ราวเป็มาอย่างไร เย่เฟยก็ถามขึ้นอีกครั้งว่า“แกน่าจะรู้จักหลี่เทียนหัวใช่ไหมล่ะ”
“หลี่... หลี่เทียนหัว?” ลู่เซิ่งชะงักไปอีกครั้งเมื่อได้ยินชื่อนั้น
ทว่าในวินาทีต่อมาเขาก็ได้สติกลับคืนมาเขารู้สึกได้ถึงเพลิงโทสะที่โหมกระหน่ำพลุ่งพล่านขึ้นถึงสมองจนแทบจะะเิอารมณ์ออกมาตรงนั้น
เพราะมาถึงขั้นนี้แล้วหากเขายังเดาไม่ได้ว่าเื่นี้เกี่ยวข้องกับหลี่เทียนหัวเขาก็คงเป็ไอ้ซื่อบื้อเต็มทนแล้ว
“ไอ้หนู แม้แกกับฉันจะไม่มีความแค้นต่อกัน แต่ฉันก็ทำตามคำสั่งคนอื่นมันเป็เื่ที่เลี่ยงไม่ได้ หวังว่าตายไปแล้วแกคงไม่มาจองเวรฉันนะ”
ในขณะเดียวกันเย่เฟยเอ่ยขึ้นอีกประโยค ในที่สุดเขาก็หมดความอดทนเฮือกสุดท้ายและเตรียมจะก้าวเท้าเข้าไปปลิดชีพลู่เซิ่ง
ทว่าใน่หน้าสิ่วหน้าขวานนั้นเอง
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี คุณสังหาร ‘ัดุแห่งหนองน้ำ’สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 150 หน่วยได้รับไอเทม ‘สร้อยคอขึ้นสนิม’!]
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี คุณเลเวลอัปเป็เลเวล 50 ได้รับค่าสถานะพื้นฐาน5 หน่วย และค่าสถานะอิสระ 5 หน่วย!]
“เหอะ อยากจะฆ่าฉันเหรอ? มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกโว้ย!”
“ออกมา! ร่างจำลองเทวทูตหกปีกของฉัน!”
ฟึ่บ!!!!!
วินาทีถัดมาพร้อมกับเสียงแหวกอากาศที่แหลมคมถึงขีดสุด
เห็นเพียงแสงสีทองอันเจิดจรัสทิ้งตัวลงมาจากฟากฟ้าอย่างไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าราวกับดาวหางที่พุ่งชนโลก
ตู้ม!
พื้นดินแตกละเอียดเป็เสี่ยงๆสะเก็ดหินปลิวว่อนไปทั่ว
ท่ามกลางพายุคลั่งที่พัดกระโชกเย่เฟยที่เพิ่งจะเริ่มก้าวเท้าออกมาไม่ทันได้ตั้งตัวจึงถูกแรงกระแทกซัดจนกระเด็นออกไปในทันที
“หือ? ตัวอะไรกัน?”
เย่เฟยใจนขวัญหนีดีฝ่อกว่าจะทรงตัวได้ก็นับว่ายากลำบาก เขารีบเงยหน้าขึ้นเพ่งมองไปที่จุดนั้น
และแล้วเขาก็ได้เห็นภาพที่จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำไปชั่วชีวิต
เบื้องหน้าของเขาปรากฏร่างที่สูงใหญ่กว่าสามเมตรถือดาบกางเขนศักดิ์สิทธิ์ั์ทั่วทั้งร่างถูกปกคลุมด้วยแสงแห่งความศักดิ์สิทธิ์อันเข้มข้นและที่แผ่นหลังยังมีปีกสีขาวบริสุทธิ์งอกออกมาถึงสิบสองปีก!เทวทูตตนนั้นปรากฏกายขึ้นกลางสนามรบอย่างไร้ที่มา!
และการปรากฏตัวของเขานั้นมาพร้อมกับเสียงบทสวดมนต์อันไพเราะที่แว่วดังมาจากท้องฟ้าราวกับกำลังขับขานสดุดีในเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่ของเขา
แม้แต่เมฆดำหนาทึบและไอพิษที่ปกคลุมบึงเหม็นเน่ามาตลอดทั้งปีก็ถูกแสงแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาปัดเป่าจนมลายหายไปสิ้น
“นี่... หรือว่านี่จะเป็... สกิลอัญเชิญร่างจำลองเทวทูตของอาชีพพาลาดิน?”
เมื่อเห็นร่างอันสง่างามและศักดิ์สิทธิ์เบื้องหน้าเย่เฟยก็เดาถึงที่มาของสกิลนี้ได้เกือบจะในทันที
ทว่าต่อมาเขาก็รีบส่ายหัวอย่างแรง
“ไม่ ไม่ใช่ ฉันจำได้ว่าสกิลร่างจำลองเทวทูตของพาลาดินส่วนใหญ่ทำได้แค่สนับสนุนเท่านั้น แทบจะไม่มีพลังต่อสู้อะไรเลยนี่นา”
“แต่ไอ้เด็กนี่... ทำไมร่างจำลองเทวทูตของมันถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้?”
เย่เฟยตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่างขนทั่วตัวลุกซู่
นั่นเป็เพราะแรงกดดันจากร่างจำลองเทวทูตของลู่เซิ่งนั้นมหาศาลเกินไปไม่เพียงแต่จะแตกต่างจากพาลาดินคนอื่นโดยสิ้นเชิงแต่มันยังทำให้เขารู้สึกถึงความสั่นสะท้านที่บาดลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของิญญา
ใช่แล้วมันคือความสั่นสะท้าน
“อันตรายถึงขีดสุด!”
นี่คือความรู้สึกแรกที่เย่เฟยมีต่อร่างจำลองเทวทูตตนนี้!
ในขณะเดียวกันลู่เซิ่งก็พุ่งความสนใจไปที่ร่างจำลองเทวทูตตรงหน้าเขาเช่นกัน
[เป้าหมาย: อัครเทวทูตสิบสองปีก กาเบรียล]
[ประเภท: ร่างจำลองเทวทูต]
[เผ่าพันธุ์: เทพเบื้องบน]
[เลเวล: 50]
[ค่าพลังชีวิต: 10,000]
[พลังต่อสู้: 0]
[พละกำลัง: 1,000]
[สติปัญญา: 1,000]
[ความคล่องแคล่ว: 1,000]
[จิติญญา: 1,000]
[ความทนทาน: 1,000]
[ระดับดาวพลังรบ: 1,000 ดาว]
[สกิล 1: ดาบแห่งการไถ่บาป]
[สกิล 2: พุ่งทะยานศักดิ์สิทธิ์]
[สกิล 3: พิธีเพลิงศักดิ์สิทธิ์ล้างบาป]
[สกิล 4: โซ่ตรวนลงทัณฑ์]
[สกิล 5: พายุพิพากษา]
[สกิล 6: โล่แห่ง์]
[สกิล 7: มหาทัณฑ์พิพากษา: คำพยากรณ์พระเ้า]
[สกิล 8: คำพิพากษาสูงสุด: บาปแห่งสรรพชีวิต]
[สกิล 9: การพิพากษาสุดท้าย: บทสรุปแห่งการสังเวย]
…………
“พระเ้าช่วย! มันคือ... กาเบรียลเหรอ???”
เมื่อเห็นแผงสถานะที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลอันน่าเหลือเชื่อของ‘ร่างจำลองเทวทูต’ ลู่เซิ่งเองก็ถึงกับสติหลุดไปเหมือนกัน
เพราะเขาคิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากที่สกิล ‘อัญเชิญ: ร่างจำลองเทวทูตหกปีก’ ถูกเสริมพลังด้วยพร์ ‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ของเขาแล้ว มันจะอัญเชิญกาเบรียลออกมาจริงๆ
อัครเทวทูตสิบสองปีกกาเบรียล เชียวนะ
นั่นคืออัครเทวทูตในตำนานผู้นำของเหล่าเทวทูตทั้งมวลใน์
ถึงแม้กาเบรียลตนนี้จะเป็เพียงร่างจำลองไม่ใช่ร่างจริงก็ตาม
แต่ลำพังแค่ร่างจำลองก็น่าทึ่งจนไม่รู้จะบรรยายอย่างไรแล้ว
เพราะนี่คือเทพเ้าที่แท้จริง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยร่างจำลองนี้มีระดับดาวพลังรบสูงถึง 1,000 ดาวและมีสกิลถึง 9 อย่างแถมค่าพลังชีวิตยังสูงกว่าเย่เฟยที่มีเลเวล 100 เสียอีก!
นี่มัน...
มันคือบั๊กชัดๆ
“แก... แกทำได้ยังไงทำไมถึงอัญเชิญร่างจำลองเทวทูตที่แข็งแกร่งขนาดนี้ออกมาได้?”
ในตอนนี้เย่เฟยเริ่มได้สติกลับมา เขาจ้องมองลู่เซิ่งด้วยความตกตะลึงพลางเอ่ยถามออกมาขณะที่ความหวาดกลัวต่อกาเบรียลตรงหน้าทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะลงมือต่อ
“หึหึ อยากรู้เหรอ ลองโดนดูหน่อยเดี๋ยวก็รู้เอง”
ลู่เซิ่งแสยะยิ้มอย่างเ็าเขาไม่มีเวลามานั่งศึกษาสกิลของร่างจำลองเทวทูตตนนี้อีกแล้ว!
เพราะในเมื่อเื่ดำเนินมาถึงขั้นนี้เขาได้วางเดิมพันทั้งหมดไว้กับสกิลอัญเชิญนี้ หากยังไม่สามารถจัดการเย่เฟยได้และต้องสูญเสียไพ่ตายใบสุดท้ายอย่างเสริมพลังหมื่นเท่าไปวันนี้ทางเดียวที่เหลืออยู่สำหรับเขาก็คือความตายเท่านั้น!
เมื่อคิดได้ดังนั้นลู่เซิ่งก็ตัดสินใจเด็ดขาด ออกคำสั่งกับกาเบรียลทันที
“กาเบรียล ฆ่ามันซะ!”
สิ้นคำสั่ง!
ฟึ่บ!!
[พุ่งทะยานศักดิ์สิทธิ์!]
พร้อมกับเสียงอากาศฉีกขาดที่น่าสะพรึงกลัว‘อัครเทวทูตสิบสองปีก กาเบรียล’ ที่เดิมยืนอยู่เบื้องหน้าลู่เซิ่งก็แปรเปลี่ยนเป็แสงสีทองพุ่งทะยานเข้าหาเย่เฟยที่อยู่ไม่ไกลด้วยความเร็วปานดาวตก
รวดเร็วจนเกินจะพรรณนา
เพียงชั่วพริบตาเดียวที่สั้นยิ่งกว่ากะพริบตา
ตู้ม!!!
“อ๊าก...”
เย่เฟยกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ปเขาไม่มีแม้แต่โอกาสจะหลบหลีก ถูกพุ่งชนจนติดสถานะมึนงงในทันทียืนนิ่งอยู่กับที่โดยไม่สามารถขยับเขยื้อนได้อีกต่อไป
HP-842!!
“อะไรนะ? โจมตีโดนงั้นเหรอ?”
เมื่อเห็นภาพนั้นลู่เซิ่งนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตื่นเต้นจนเกือบจะะโออกมา
เพราะแม้ว่าร่างจำลองเทวทูตตนนี้จะดูน่าเกรงขามเพียงใดแต่เลเวลที่แท้จริงก็มีเพียงเลเวล 50 เท่านั้น
ในขณะที่เย่เฟยคือนักฆ่าเลเวล100ของจริง
ภายใต้ข้อจำกัดของกฎตามหลักการแล้ว ร่างจำลองเทวทูตควรจะเกิดสถานะไร้ผลขึ้นมากมายสิ
ทว่าสิ่งที่ลู่เซิ่งคาดไม่ถึงก็คือแม้จะต้องเผชิญกับเลเวลที่ต่างกันถึง 50 เลเวลแต่ ‘ร่างจำลองเทวทูต’ ตนนี้กลับ...