ดัตซ์เปรยตามองเด็กทั้งสองใบหน้าไม่แสดงอารมณ์อันใดรอบกายยังคงแผ่ความกัดดันบางอย่างจนทำให้มวลอากาศบิดผันเล็กน้อยส่งผลให้เด็กหนุ่มและเด็กสาวต้องถอยร่นไปสองสามก้าว
“พวกเ้ายังไม่ได้ตอบคำถามข้า” ดัตซ์กล่าวออกมาอีกรอบทว่ารอบนี้แรงกดอากาศยิ่งมายิ่งหนักหน่วงเป็ทวีแอทแลนต้าครานี้เองเริ่มค่อยๆทรุดตัวลงดั่งไม่อาจขัดขืน ทว่าเฮก้ากลับฝืนยืนหยัดตัวมันเพียงงอเข่าลงเล็กน้อย เหงื่อของมันผุดไหลออกมาอาบทั่วไปทั้งสรรพางกาย
ดัตซ์ที่ได้เห็นเองจากหน้าตาเอื่อยเฉื่อยเหมือนไม่แยแสอะไรผลันกลับกลายเป็ประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อยก่อนแรงกดดันทั้งมวลจะค่อยๆเบาบางลงจนหายไป
แอทแลทต้าเริ่มหอบหายใจระรัวเหงื่อของนางเองก็ผผุดไหลมากมายดั่งคนยืนท่ามกลางสายฝนเฮก้าเองก็หอบหายใจพร้อมกับหงายหลังลงไปนั่งกองกับพื้นหากต้องทนมากกว่านี้อีกเพียงไม่กี่วินาทีชัดเจนว่าเด็กหนุ่มย่อมไม่อาจทานไหว
“ท่านหัวหน้านักรบดัตซ์” แอทแลนต้ากล่าวไปด้วยพร้อมไอไปด้วย “พวกเราขออภัยที่เสียมารยาทเข้ามาด้วยพละการพวกเราเพียงแค่มายื่นใบสมัครนักรบฝึกหัดของปีนี้เท่านั้น” นางกล่าวจบคนค่อยๆยกแขนที่ยังสั่นเทาไม่หายขึ้นพร้อมกระดาษที่ถูกกำแน่น
ดัตซ์เอื้อมมือหยิบกระดาษนั้นมาดูจากนั้นหันหน้าไปทางเฮก้า “เ้าเองก็ด้วย!!!” เฮก้าเองหลังได้ยินก็หยิบกระดาษชูขึ้นเช่นกัน
ดัตซ์หลังดึงกระดาษมา คนเดินตรงไปตรงโต๊ะที่มีกองดาบอยู่ก่อนจะค่อยๆลาก เก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งมานั่งข้างหน้าเด็กทั้งสอง
“ก่อนอื่น . . . . พวกเ้าเข้ามาได้อย่างไร” ดัตซ์กวาดตามองทั้งสองก่อนกล่าวต่อ “ประตูใหญ่ด้านหน้า หรือว่ามันถูกเปิดไว้กัน”
แอทแลนตา ยื่นมือชี้ควับรวดเร็วไปทาง เฮก้า “ประตูไม้นั่นไม่ได้ถูกเปิดไว้เฮก้าเปิดประตูเข้ามา พวกเราก็แค่เข้ามาทางประตูที่ไม่ได้ล็อกเท่านั้น”
ดัตซ์เผยแววตาประหลาดใจอีกครั้งยามมองไปที่เฮก้า “พวกเ้ายื่นใบสมัครเรียบร้อยแล้วแต่การจะเข้าทดสอบ พวกเ้าต้องมีบุคคลรับรองหรือไม่ก็ต้องมีเงินจำนวนหนึ่งมาจ่ายเป็ค่าสมัคร”
“ท่านดัตซ์ พวกเราเป็เพียงบุตรผู้ทำเกษตรกรรมไหนเลยจะมีเงิน ส่วนบุคคลรับรองนอกจากท่านปู่ข้าและท่านพ่อของนางพวกข้าก็ไม่รู้จักผู้ใดแล้ว” เฮก้ากล่าวออกด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ดัตซ์ไม่ได้ตอบกลับทันทีมันค่อยๆลุกไปที่หน้าต่างพร้อมมคลี่ม่านออกเล็กน้อย “เงิน ข้าก็ไม่ได้หวังอยู่แล้วจริงๆต้องบอกว่าต่อให้มีเงินหรือบุคคลรับรอง ตอนนี้ก็นับว่ายากที่จะได้รับการคัดเลือกในปีนี้การรับสมัครปีนี้มันปิดไปั้แ่เดือนก่อนหน้าแล้ว”
เฮก้าได้ยิน มันรีบหยัดกายลุกขึ้นว่องไว “แต่ข้าได้ยินมาว่าการทดสอบจะเริ่มอีก 1 เดือนหลังจากนี้ ทำไมปีนี้ถึงได้ปิดการรับสมัครล่วงหน้าถึง 2 เดือนปกติจะปิดก่อน 1เดือนซึ่งนับว่าเวลานี้ก็ยังทันอยู่ไม่ใช่หรือ”
ดัตซ์เหลือบตามองมาทางเฮก้าเล็กน้อย “ปีนี้ท่านผู้คุมเมืองมีเปลี่ยนกฏเล็กน้อยปีนี้การทดสอบถูกเลื่อนเร็วขึ้น 1 เดือนส่วนเหตุผลหากเ้ายังไม่ใช่นักรบก็ไม่จำเป็ต้องรู้ ส่วนการทดสอบจะมีขึ้นในอีก 5 วันข้างหน้า”
เฮก้าได้ยินมันพลันหน้าถอดสี “แย่ละถ้าเป็เช่นนี้ปีหน้าคงหนีท่านปู่มาสมัครนักรบฝึกหัดไม่ได้แน่” มันคิดในใจดวงตาพลันสั่นไหวก่อนจะเร่งกล่าวออก “ไม่มีทางอื่นเลยหรือท่านดัตซ์หาก้าเข้ารับคัดเลือกในปีนี้”
“เพียงแค่เื่ค่าสมัครหรือบุคคลรับรองเ้าทั้งสองก็ไม่มีแล้วถ้าทันปีนหน้าก็คงไม่ได้รับการคัดเลือกอยู่ดีข้าว่าพวกเ้ากลับไปทำเกษตรกรรมต่อกับตระกูลไม่ดีกว่าหรือ นักรบน่ะชื่อมันฟังดูเท่แต่หนทางไม่ได้ง่ายดายอย่างที่พวกเ้าคิดหรอกนะ”
ดัตซ์กล่าวออกด้วยท่าทางสบายๆทว่ากับแอทแลนต้าใบหน้ากลับปรากฏความเศร้าหมอง ส่วนเฮก้าใบหน้ากลับปรากฏแววโทสะ
“ให้ข้ากลับมาสมัครใหม่ปีหน้ายังพอทนแต่ถ้าบอกให้ข้าล้มเลิกคิดว่าคงต้องทำให้ท่านหัวหน้านักรบผิดหวัง” เฮก้ากล่าวออกก่อนจะเดินไปหาแอทแลนต้าพร้อมพยุงนางขึ้น“เรากลับกันเถอะแอทแลนต้า” นางทำเพียงพยักหน้าให้เฮก้าพยุงแขนไป
“พวกเ้า จริงๆแล้วควรที่จะรอฟังผู้ใหญ่พูดให้จบก่อนตัดสินใจนะ นี่ควรจะเป็บทเรียนกแรกที่พวกเ้าต้องเรียนเลย”
ก่อนที่เฮก้าและแอทแลนต้าจะเดินออกไปเสียงดัตซ์เองดังขึ้นจนเฮก้าต้องหยุดเท้าและรีบหันกลับ
ดัตซ์เห็นดังนั้นสีหน้าเผยรอยยิ้มที่มุมปากขึ้น “โลกใบนี้อำนาจคือทุกสิ่งกฏเกณฑ์แต่ไหนแต่ไรก็ตามมาที่หลัง ถ้าพวกเ้า้าเข้ารับการคัดเลือกปีนี้ข้าเองก็นับว่ามีทางอยู่บ้าง แต่มันอาจจะผิดกับที่พวกเ้าคาดไว้เล็กน้อย”
ก่อนที่ทั้งสองจะได้กล่าวตอบกลับไป ดัตซ์ก็เดินไปเปิดหน้าต่างก่อนะโก้อง“เรย์ เ้าจงมาหาข้าที่ห้องบัญชาการที่1 เดี๋ยวนี้”
เสียงกึกก้องสะท้อนไปทั่วพื้นที่พร้อมลมพัดสั่นไหว หลังเสียงสะท้อนดังอยู่ครู่มันก็ค่อยๆดับลงพร้อมกับลมที่พัดผ่านดังพายุคลั่ง
ขณะที่ทุกอย่างเหมือนจะเงียบลง ปรากฏเป็เสียงฝีเท้าหนักแน่นพุ่งมาตรงประตูเฮก้าที่ได้ยินก่อนจึงค่อยๆพาแอทแลนต้าหลบเข้าข้างๆห้อง
ปัง !!!!
ผ่านไปเพียงเสี้ยววิประตูถูกเปิดรุนแรง ก่อนปรากฏหญิงสาวรูปร่างสมส่วนพร้อมมวลกล้ามดั่งผ่านการฝึกมานับครั้งไม่ถ้วนและใบหน้าดั่งไม่พอใจ สายตาจ้องเขม็งมาที่ดัตซ์
“นี่ลุงงงง” เรย์ะโก้องพร้อมนิ้วยกชี้ไปยังหน้าดัตซ์“คิดว่านี่กี่โมงกี่ยามมมมันยังเช้าอยู่ไม่ใช่หรือไงหะ มันยังไม่ถึงเวลาที่ข้าต้องทำตามคำสั่งเ้า แม้จะมีคำสั่งยกเว้นเื่ดังกล่าวใน่เวลารบแต่นี่มองไปทางไหนก็มีเพียงเ้าเด็กหนุ่มเด็กสาวสองคน นี่เ้าประสาทจนจะรบกับเด็กและต้องเรียกข้ามาช่วยหรือไงงงงงงงงงงงง”
เรย์ะโออกมายาวเหยียด เฮก้าและแอทแลนต้าที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลค่อยๆขยับถอยห่างไปเรื่อยๆ ส่วนดัตซ์เองั้แ่ต้นจนจบสีหน้าท่าทางไม่ได้เปลี่ยนแปลงอันใดคนหลังฟังจบกลับค่อยๆเปิดปากออกเรียบเฉย
“ข้ามีเื่ต้องไว้วานเ้าหน่อยเท่านั้น” ดัตซ์กล่าวพร้อมค่อยยกนิ้วชี้ไปที่คนทั้งสอง “เด็กหนุ่มสาวสองคนนี้ พวกมันอยากเป็นักรบ”
เรย์ค่อยเลื่อนสายตาไปมองตามนิ้วก่อนเผยหน้าประหลาดใจก่อนได้พูดอันใด ดัตซ์ก็เริ่มพูดต่อ
“แน่นอน พวกมันมาสมัครสอบรอบนี้ไม่ทัน ส่วนหนึ่งเกิดจากเื่ที่เ้าเองก็คัดค้านหัวชนฝา สิ่งที่ทำให้ต้องเลื่อนการทดสอบรับสมัครเข้ามาหนึ่งเดือน และแน่นอนพวกมันต้องกลับมาใหม่ปีหน้าและข้าก็ยังได้ยินมาว่ามีค่ายนักรบหนึ่งยังหาเด็กรับใช้ไม่ได้ ที่เคยได้ก็อยู่ไม่ถึง10 วัน และก็ยังนับเป็ค่ายที่ประหลาด อยากได้เด็กรับใช้ที่ต้องมีไหวพริบและทักษะการต่อสู้เล็กน้อยของแบบนั้นข้ายังคิดไม่ตกว่าเด็กรับใช้จะมีได้ยังไง”
เรย์ค่อยๆหันหน้ากลับมาประจันหน้ากับดัตซ์อีกครั้งคิ้วของเรย์ขมวดเข้าหากันก่อนกล่าว “ตาลุง เ้าอย่าบอกนะว่าจะให้ข้ารับพวกมันมาเป็เด็กรับใช้ค่ายข้า”
ดัตซ์ค่อยๆเผยรอยยิ้มออก “เ้าหัวไวดี ไม่เสียแรงที่เป็นักรบหญิงแห่งเดียวของสถานที่กันดาลเช่นนี้ข้าจะเข้าเื่เลยแล้วกัน ข้าขอสั่งให้เ้ารับพวกมันไว้เป็เด็กรับใช้ในค่ายเ้า แน่นอนว่าให้เป็จนกว่าจะถึงปีหน้า ส่วนค่าจ้างให้จ่ายพวกมันครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งให้จ่ายเป็สิทธิ์ในการฝึกฝนในค่ายกับเ้าได้หลังตะวันตกดิน”
เรย์นักรบหญิงผู้เดียวแห่งเมืองชายแดนที่ 1
