ตอนที่ 23 บ้านพัก
ชายหนุ่มเก็บง้าวตัด์แขวนไว้บนแผ่นหลังของตนซึ่งมีหนังเชือกผูกรัดเป็ช่องสอด ศาสตราวุธมหึมาอยู่บนแผ่นหลังของเขาเด่นชัด
ในขณะนี้เองที่เฟยอวี่เดินทางมาถึงฝ่ายลงทะเบียน มันเหมือนร้านค้าขายของที่มีป้ายเขียนว่า “ฝ่ายลงทะเบียน” ปรากฏชายวัยกลางคนผู้หนึ่งนั่งทำสีหน้าขึงขังขณะมองแผ่นกระดาษที่ถืออยู่ในฝ่ามือ บนโต๊ะนั้นเอ่อล้นด้วยแผ่นกระดาษโตสูงเป็ูเา ชายหนุ่มสาวเท้าเข้ามาตรงหน้าของเขา
“ข้ามาลงทะเบียนบ้านพักและรับรางวัลชนะเลิศการประลองประจำเดือนของสำนัก”
ชายวัยกลางคนไม่แม้เพียงแหงนหน้าขึ้นสบตา “เฟยอวี่ เขตที่22 บ้านเลขที่620” เขากล่าวขึ้นน้ำเสียงเรียบง่ายก่อนวางบางสิ่งลงบนโต๊ะเคลื่อนมันไปทางชายหนุ่ม “รางวัลชนะเลิศ แกนอสูรระดับเริ่มต้นขั้นสูงหนึ่งชิ้น”
ท่าทางของฝ่ายทะเบียนผู้นี้ล้วนไม่มีอากัปกิริยาใดที่แสดงออกซึ่งความสนอกสนใจในตัวของเฟยอวี่แม้เพียงน้อย ชายวัยกลางคนผู้นี้ย่อมได้รับข้อมูลล่วงหน้ามาจากผู้าุโมู่กวาและข้อมูลจากผู้าุโสูงสุด ผู้าุโภายในสำนักนั้นสามารถสื่อสารระยะไกลได้ผ่านวัตถุวิเศษที่เ้าสำนัก การที่เด็กเข้าใหม่กุมชัยชนะสูงสุดในการประลองประจำเดือนนับว่าน่าใอยู่บ้าง ถึงกระนั้น ชายคุมฝ่ายทะเบียนไร้ซึ่งการแสดงออกอันใดอย่างแท้จริง นอกจากสีหน้าที่ไม่ค่อยเป็มิตรนัก
“ขอบคุณผู้าุโ” เฟยอวี่กล่าวแสดงความขอบคุณ ชายหนุ่มคว้าแกนอสูรตรงหน้ากุมกำในฝ่ามือมิดแน่น ทั้งนี้ต้องให้มั่นใจว่าชายวัยกลางคนไม่เห็นแกนอสูรแม้เพียงเสี้ยว เฟยอวี่เดินห่างออกจากฝ่ายทะเบียนได้ราวสิบเมตรก่อนเขาจะเก็บมันเข้าไปในแหวนมิติ
“คราวหน้า เ้าไม่ต้องพยายามซ่อนว่านั่นเป็แหวนมิติก็ได้ นอกจากเรา ท่านพ่อและเ้า มั่นใจได้เลยว่าไม่มีผู้ใดในสามโลกที่มองเห็นแหวนมิติวงนี้” หนิงเซียนกล่าวขึ้นท่าทางเ็าดุจน้ำแข็ง
สีหน้าของชายหนุ่มเรียบเฉยไร้อารมณ์ เขาชินแล้วกับเื่อัศจรรย์หลุดโลกที่หนิงเซียนดลบันดาล นางว่ายังไงมันย่อมเป็อย่างนั้น อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้พยายามซ่อนแหวนมิติ ทันทีที่เฟยอวี่เปิดปากขึ้น หนิงเซียนกลับกล่าวขัด…
“เรารู้สิ่งที่เ้าประสงค์ เราเพียงบอกให้ฟังว่าแหวนมิติวงนี้ไม่มีผู้ใดในสามโลกมองเห็นได้ การกระทำเมื่อครู่เ้าเพียง้าปกปิดมิให้มันรู้ว่าตนแหวนมิติ”
สิ้นคำกล่าวของหนิงเซียน ชายหนุ่มต่างเก็บกลืนคำพูดลงไป นางกล่าวได้ถูกต้อง… บุคคลที่แหวนมิติได้นั้นล้วนหาได้สามัญธรรมดา ต่อให้มันเป็แหวนมิติที่มีพื้นที่หนึ่งตารางเมตรยังนับว่ามีราคามหาศาล นี่สืบเนื่องจากจำนวนที่มีน้อยอย่างมากในท้องตลาด ส่วนใหญ่ที่มีเพียงบุตรหลานของพวกเศรษฐีเท่านั้น
“นี่เ้าหายไปไหนมาตั้งนาน?” เฟยอวี่ไม่รีรอตรงเข้าประเด็นหลักในทันที
หนิงเซียนชม้อยมองมาพลางเลิกคิ้วสูงขึ้น “เราเพียงปลีกวิเวก ถ้าบอกเ้า มันจะเรียกปลีกวิเวกรึ”
เฟยอวี่หางคิ้วกระตุกเล็กน้อย ยอดฝีมือส่วนใหญ่ล้วนมีลักษณะนิสัยเช่นนี้เหมือนกันหมด… นิสัยที่ไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับทางโลก พวกเขาชอบเร้นกายหายไปอย่างลึกลับ ชายหนุ่มไม่คิดจะไถ่ถามอันใดอีก ต่อให้เขาทราบสาเหตุที่นางปลีกวิเวกออกไป เขาคงมิอาจทำความเข้าใจได้อยู่ดี ห้วงจังหวะ่ความเข้าใจแห่งชีวิต มีเพียงสายธารแห่งกาลเวลาเท่านั้นที่ให้คำตอบแก่พวกเขาได้ วันนี้อาจไม่เข้าใจ แต่อาจไปเข้าใจในภายภาคหน้า ในสักวันหนึ่ง…
ตามคำกล่าวของศิษย์พี่กู่หวัง เขตบ้านพักของศิษย์ตั้งอาศัยอยู่ที่ทางเหนือในเขตสำนัก คำอวดอ้างที่เปรียบเทียบในเขตสำนักประหนึ่งเมืองขนาดย่อมๆ มันไม่ได้เกินเลยแม้แต่น้อย เฟยอวี่เดินไปบนทางหินเรียบซึ่งมุ่งสู่ทางทิศเหนือ ผ่านพ้นต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย แม้เขตสำนักสามารถพบอาคารบ้านเรือนได้บ้าง แต่ทว่า มันเหมือนไปรวมกันตรงจุดศูนย์กลางเสียมากกว่า นอกเหนือจากนั้นไม่ต่างอันใดไปจากเส้นทางที่ปูไว้ในป่าเขา
ชายหนุ่มไม่พบศิษย์คนอื่นๆ ไม่ว่าจะทั้งศิษย์ใหม่หรือศิษย์ที่อาศัยอยู่ก่อนแล้ว
“น่าประหลาดมาก บ้านพักมีหกร้อยยี่สิบหลัง ข้าลงทะเบียนเป็คนสุดท้าย ศิษย์ทั้งหมดในสำนักควรมีหกร้อยยี่สิบคนไม่ผิดเพี้ยน แม้จะมีจำนวนน้อยอยู่มากหากเทียบกับสำนักอื่นหรือพวกพรรคใหญ่ แต่ยังมีตั้งหกร้อยกว่าคน! นี่ข้าจะไม่เห็นใครอื่นเลยจริงงั้นรึ?”
หากไม่นับศิษย์พี่กู่หวัง ศิษย์ใหม่และเหล่าศิษย์พี่ภายนอกที่อยู่ในตำหนักหลัก ชายหนุ่มยังไม่ได้เจอศิษย์คนอื่นในสำนักเลย ทันใดนั้นเองที่เฟยอวี่มองเห็นเขตบ้านพักอยู่รำไร ชายหนุ่มยืนอยู่บนมุมสูงเมื่อทอดมองลงไปจึงเห็นทัศนียภาพแผนผังบ้านพักที่งดงามอย่างยิ่งยวด ประดุจใยแมงมุม มันถูกออกแบบโซนบ้านแต่ละหลังมาเป็ระเบียบเรียบร้อย หากมองจากที่สูงผู้คนต่างสังเกตเห็นได้โดยง่ายว่าทางเดินหินเรียบถูกออกแบบมาให้เชื่อมต่อซึ่งกันและกัน ซึ่งสะดวกต่อการไปมาหาสู่กันระหว่างบ้าน
นอกจากลักษณะแผนผังดุจใยแมงมุมนี้จะสะดวกในการเดินทางหากันแล้ว มันแบ่งออกเป็โซน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงใจกลางนั้น มีบ้านพักที่มีขนาดใหญ่โตกว่าโซนอื่นอย่างแจ่มชัด
“คงเป็ของพวกศิษย์ภายใน…” เฟยอวี่ย่างกรายเข้าสู่เขตบ้านพัก ชายหนุ่มััได้ทันทีถึงปราณเซียนที่มีความเข้มข้นสูงในบริเวณนี้ สีหน้าประหลาดใจกวาดสายตาไปทางบ้านพักด้วยความใคร่รู้ ทันใดนั้น ชายสองคนต่างเดินออกมาจากบ้านพักของตนเองอย่างพร้อมเพรียง พวกเขาโบกมือให้กันคล้ายสนทนาบ้างอย่าง เฟยอวี่รู้สึกได้ชัดเจนถึงปราณเซียนที่ยังไม่เสถียรดีในร่างของหนึ่งในสองคนนั้น
…สาเหตุที่ปราณเซียนเข้มข้นถึงเพียงนี้ สืบเนื่องจากศิษย์ส่วนใหญ่ฝึกกันในบ้านพักงั้นรึ? ข้อมูลของข้าน้อยเกินไป…
ชายหนุ่มไม่ชักช้าที่จะเดินเข้าไปไต่ถามด้วยสีหน้าเป็มิตร “ศิษย์พี่ ท่านทั้งสองพอจะทราบหรือไม่ว่าในสำนักกระบี่คู่์มีที่ฝึกใดที่มีปราณเซียนเข้มข้นเช่นที่นี่อีกบ้าง”
บุรุษทั้งสองหันมองมาทางเฟยอวี่อย่างพร้อมเพรียง หนึ่งในนั้นเอ่ยถามกลับมาว่า “เ้าคงเป็ศิษย์ใหม่ปีนี้ แล้วเ้ามีนามว่าอะไร?” สายตาที่มองกลับมายังเด็กหนุ่มไร้ซึ่งความเป็มิตรแต่อย่างใด ท่าทางราวกับลองเชิงว่าเขาอยู่ฝ่ายใครมากกว่า ทันใดนั้น ั์ตาของพวกเขาทั้งคู่ขยายกว้างเล็กน้อยเมื่อพบเจอกับอาวุธประหลาดขนาดั์ที่ศิษย์น้องผู้นี้แบกเอาไว้
“โอ้ววว เ้าคือเฟยอวี่ที่เ้าพวกนั้นลือกันใช่หรือไม่?” ท่าทางจับหลักยากว่าดีหรือร้ายแปรเปลี่ยนเป็สีหน้าแย้มยิ้มในฉับพลัน หนึ่งในชายสองคนนั้นเดินเข้ามาตบบ่าของเฟยอวี่หนักแน่น “ไม่ต้องตอบก็คงเป็เ้า ศาสตราวุธเช่นนี้มีเพียงเ้าเท่านั้นแหละที่แบกไหว ข้าคงต้องฝาก…”
ขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้น ศิษย์พี่อีกคนกลับกระแอมไอขึ้นมา “…อะแฮ่ม”
คล้ายเขานึกถึงบางสิ่งได้ ชายผู้นี้ยิ้มแห้งเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อว่า “เ้าถามหาที่มีปราณเซียนเข้มข้น ในเขตสำนักเกรงว่าคงมีเพียงแทบบ้านพักของเหล่าศิษย์นี่แหละที่เข้มข้นกำลังดี เ้าไม่ต้องคิดว่าเขตของพวกศิษย์ภายในจะเข้มข้นกว่านี้หรอก คนพวกนั้นไม่เคยคิดฝึกกันในเขตบ้านพักอยู่แล้ว พอเ้าออกนอกเขตสำนักไปจะเป็ป่าเขียวขจีจากทั้งสี่ทิศ ย่อมมีสัตว์อสูรชุกชุมอยู่บ้าง จากเขตสำนักไปทางตะวันออกราวสามสิบกิโลเมตรจะเจอถ้ำ ที่นั่นมีปราณเซียนหนาแน่นมากกว่าเขตบ้านพัก แต่เ้าอย่าได้คิดไปเลย นั่นคือสถานที่ฝึกของพวกศิษย์ภายในที่ไปรวมตัวกัน ถ้าเ้าขึ้นเหนือไปอีกราวสิบกิโลเมตร เ้าจะเจอกับซอกหน้าผา หลังผ่านหน้าผานั้นไปแล้วเ้าจะเจอกับรังสัตว์อสูรระดับเชี่ยวชาญ ที่นั่นปราณเซียนหนาแน่นสุดๆ แต่กลายเป็ที่ฝึกส่วนตัวของศิษย์ภายในที่แข็งแกร่งที่สุดไปเสียแล้ว”
“…ศิษย์ภายในที่แข็งแกร่งที่สุด?” เฟยอวี่เลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ …แข็งแกร่งที่สุดในศิษย์ภายในล้วนหมายถึงแข็งแกร่งที่สุดในสำนักกระบี่คู่์ ถ้อยคำเหล่านี้ย่อมไปกระตุกต่อมท้าทายของชายหนุ่ม นี่คือกำแพงแรกที่เขาต้องข้ามผ่าน!
ศิษย์พี่ทั้งสองเผยสีหน้าหดหู่เล็กน้อย “เ้าอย่าได้ไปท้าทายศิษย์พี่ผู้นั้นเลย เขาคืออดีตที่สองแห่งการจัดลำดับการประลองรุ่นเยาว์ระดับทวีปเชียวนา! เคยล้มศิษย์จากวังัมาไม่รู้ตั้งกี่คน! …เป็คนที่ทั้งลึกลับทั้งน่ากลัวสุดๆ ได้ยินข่าวลือมาว่าพวกศิษย์ภายในอยากได้ที่ฝึกของเขา แต่พอเข้าไปแย่งชิงกลับถูกทำร้ายาเ็สาหัสทั้งหมดเลยด้วย!”
ยิ่งได้ฟังจากศิษย์พี่ตรงหน้ามากเท่าไหร่ เฟยอวี่ยิ่งััได้ถึงโลหิตที่เดือดพลุ่งพล่านมากขึ้นเท่านั้น เขาอยากทราบถึงความต่างชั้น การประลองที่ผ่านมานั้นง่ายดายเกินไป เขาอยากประมือกับคนที่แข็งแกร่งดู!
“ศิษย์พี่ เขาผู้นั้นมีนามว่าอันใดหรือ?”
“หลิวเจียน! ศิษย์พี่หลิวเจียนเป็คนที่แข็งแกร่งจนน่ากลัวเลยล่ะ!” ชายที่ยืนอยู่ข้างกายโพล่งคำขึ้นแทน ท่าทางของเขาทั้งครั่นคร้ามทั้งชื่นชม ภาพลักษณ์ของหลิวเจียนในสายตาของศิษย์ภายนอกไม่ต่างอันใดไปจากตัวตนในอุดมคติ พลังที่มากพอจะทำสิ่งใดก็ได้! “ศิษย์น้อง พวกข้าต้องขอตัว”
ศิษย์พี่ทั้งสองคล้ายคุยกับเฟยอวี่จนเพลินว่าตนมีสิ่งสำคัญต้องเตรียมการ พิธีเริ่มใกล้เข้ามาแล้ว… หากชักช้าไม่รีบพัฒนาฝีมือคงตามหลังผู้อื่นเป็แน่ ไม่ทันให้เฟยอวี่ได้กล่าวคำอำลาหรือขอบคุณ ศิษย์พี่ทั้งสองต่างเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เฟยอวี่ยังคงจับจ้องชายทั้งสอง จนกระทั่ง พวกเขาได้หายไปจากครรลองสายตา บังเกิดรอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้า
“…ข้าตื่นเต้นจริงๆ ข้าที่เป็ขยะไร้ค่าในวันนั้นกลับมายืนอยู่ในจุดนี้ได้”
นี่ล้วนเป็ครั้งแรกที่เฟยอวี่ได้รับคำชื่นชมมากมายจากฝูงชน เขาไม่เคยได้รับความเคารพนับถือจากผู้อื่น นอกจากสีหน้าเหยียดหยามรังเกียจ ชายหนุ่มไล่หาบ้านเลขที่620 ซึ่งพบว่าอยู่บริเวณโซนนอกข้างหลังสุด ชายหนุ่มใช้เวลาเดินจากหน้าสุดของเขตบ้านพักมาหลังสุดถึงยี่สิบนาที หากใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาตัวเบา เวลาที่ใช้คงลดลงจนน่าตะลึง อย่างไรก็ตาม เขาอยากมองสำรวจบ้านพักหลังอื่นระหว่างทางเช่นกัน
…ศิษย์ใหม่หลายคนฝึกกันอยู่ในบ้านพักของตนเอง
ในขณะนี้เองภายในบ้านพักของเฟยอวี่ สมดังคำกล่าวของศิษย์พี่กู่หวัง บ้านพักที่ทางสำนักมอบให้นั้นมีขนาดสำหรับหนึ่งครอบครัวเลยทีเดียว มันเป็บ้านหนึ่งชั้นที่มีบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้านและต้นไม้หนึ่งต้น ชายหนุ่มสาวเท้าเดินเข้าไปชมในตัวบ้าน ภายในตัวบ้านมีของประดับตบแต่งเล็กน้อย โต๊ะกลมตัวหนึ่งตั้งอยู่ใจกลางห้องและมีเก้าอี้สามตัวล้อมรอบ ถัดไปเล็กน้อยจะเป็เตียงนุ่มฟู ปราดมองยังทราบได้ว่ามันทำจากเนื้อผ้าชั้นดีเลิศ เตียงนั้นมีขนาดใหญ่พอสมควร
“ห้องนอนรวมกับห้องรับแขก ห้องน้ำและห้องครัว …นี่มันบ้านสำหรับครอบครัวเลยไม่ใช่หรืออย่างไร? เตียงนี่ใหญ่เกินไปสำหรับคนเดียวหรือไม่? สำนักกระบี่คู่์ใจกว้างถึงเพียงนี้เลยรึ…”
เฟยอวี่เดินชมข้างในบ้านอยู่พักหนึ่งก่อนวนกลับมาที่เตียง ชายหนุ่มเก็บง้าวตัด์เข้าไปในแหวนมิติ ทันใดนั้น เฟยอวี่พลันทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างไม่รอช้า ร่างของบุรุษหนุ่มจมลงไปเล็กน้อยก่อนดีดขึ้นมา เตียงนี่สบายอย่างมาก แม้ตระกูลซูนับว่าเป็ตระกูลมีอำนาจในเมืองธาราครามยังมิอาจมีเตียงเช่นนี้ได้!
…จู่ๆ เฟยอวี่ลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้าขึงขังยิ่ง
“ข้าจะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์มิได้…” ชายหนุ่มนำแกนอสูรระดับเริ่มต้นขั้นสูงออกมาจากแหวนมิติ เขาเริ่มดูดซับปราณเซียนของมันในทันที ผนวกกับใช้การกระตุ้นจากบัญญัติแห่งการสูญสลาย นำไปกระตุ้นการฝึกปรือให้สูงขึ้นสิบเท่าตัว! แน่นอน ระยะเวลาที่ใช้ดูดซับแกนอสูรหดลงจนน่าใจหาย เฟยอวี่ดูดซับเสร็จสิ้นในห้านาที
บัญญัติแห่งการสูญสลายต้องพักตัวถึงหกชั่วโมงเต็มเพื่อฟื้นสภาพอีกครั้ง…
ปราณเซียนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาภายในร่างประดุจกระแสน้ำขนาดใหญ่ สายธารแผ่ขยายออกไปทั่วทั้งร่างกาย วนเวียนไหลผ่านและเข้าสู่จุดตันเถียนอย่างรวดเร็ว บ่อน้ำที่แห้งเหือดพลันถูกเติมเต็มด้วยสายน้ำขนาดใหญ่จนทะลักล้นออกมา บังเกิดเสียงสัญญาณดัง ปัง! มันไม่จบเพียงเท่านั้น… กระแสน้ำระลอกใหม่ต่างหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดหย่อนล้วนเติมเต็มบ่อน้ำอีกครั้ง ปัง!
…ระดับเริ่มต้นขั้นที่สาม!
ด้วยความเร็วการฝึกปรือระดับนี้เรียกได้ว่าสามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน เฟยอวี่คงมิอาจพุ่งทะยานได้ขนาดนี้หากไม่ได้รับการช่วยเหลือจากบัญญัติแห่งการสูญสลาย แค่แกนอสูรระดับเริ่มต้นขั้นสูงเม็ดเดียว มันไม่มากพอจะทำให้เขาทะลวงสู่ขั้นที่สองด้วยซ้ำไป…
“เหตุใดเ้าไม่เข้าสภาวะผู้มองและผู้ถูกมองอีกครั้ง?” หนิงเซียนเอ่ยถามขึ้นด้วยความฉงน
“เพราะเหตุใดถึงต้องเข้า?” เฟยอวี่ตอบคำถามด้วยคำถาม ชายหนุ่มรู้สึกสับสนเล็กน้อย อีกอย่าง สภาวะผู้มองและผู้ถูกมองมิใช่คิดจะเข้าแล้วจะเข้าได้ง่าย มันต้องใช้เวลา!
“มันทำให้จิตของเ้านิ่งสงบ เพลินเพลิดสำราญสุขไปในห้วงสมาธิ มันยังช่วยยกระดับการบำเพ็ญเพียรให้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย อีกทั้ง ต่อให้เ้าอยู่ในสภาวะนั้นไปเ้ายังสามารถใช้บัญญัติในการกระตุ้นการฝึกได้อีก”
เฟยอวี่ไม่คิดคัดค้านในเื่นี้ ตอนเขาเข้าสู่สภาวะผู้มองและผู้ถูกมองครั้งแรก ชายหนุ่มััได้ถึงความสุขที่ได้อยู่ในสภาวะนั้น มันนิ่งสงบอย่างถึงที่สุด ไร้เสียง ไร้กลิ่น ไร้อารมณ์ใด จมดิ่งไปในความสงบเงียบงันลึกล้ำ มันกลับนำมาซึ่งความรู้สึกสุขอันน่าประหลาด
“ข้าจะลองดู…”