งานเลี้ยงวันเกิดจบลง นายผู้เฒ่ามู่สีหน้าชื่นบาน เขาชื่นชอบเอี้ยเฟยถึงขนาดให้นอนที่บ้านด้วย ในส่วนนี้เอี้ยเฟยมีเหรอจะตอบปฏิเสธ ตบปากรับคำทันที
มู่เจาเจากระทืบเท้าด้วยความโกรธ ยิ่งเห็นหน้าเขาเท่าไหร่ก็ไม่พอใจ ทำได้เพียงมาระบายกับพ่อแม่
“พ่อคะ แม่คะ ดูสิ่งที่คุณปู่ทำวันนี้สิขายหน้ามากเลย”
มู่หวูถิงพยักหน้าเห็นด้วย “คุณพ่อแก่จนเลอะเลือนแล้วจริงๆ เอี้ยเฟยผู้ชายคนนี้มีอะไรดี เขาเป็นผู้ชายกลับกลอก ตอแหล ปลิ้นปล้อน เล่นเปียโนก็ไม่ได้แต่ทำเป็นเก่ง น่าสมเพชชะมัด!”
“นั่นสิคะพ่อ นอกจากนั้นโสมอายุ 100 ปียังถูกเขากินไปต่อหน้าต่อตา แล้วยังถูกมองว่าเป็นของปลอมทั้งที่มันคือของจริง คุณปู่เองก็เหมือนกัน ปล่อยเลยตามเลย เอาอกเอาใจจนไม่มองความจริง” มู่เจาเจากล่าวด้วยความโกรธ
งานนี้เธอชวนหลินอู๋เฉินมาเพราะคิดว่าจะช่วยกันเอี้ยเฟยได้ แต่ถึงกระนั้นคุณปู่เอาแต่เข้าข้างเอี้ยเฟย ผู้ชายราคาถูกๆ ที่ไม่มีค่า อย่างไม่ลืมหูลืมตา
“วันนี้ตระกูลมู่เรากลายเป็นที่หัวเราะเยาะของทุกคน คุณปู่เองก็อยากให้เอี้ยเฟยเป็นลูกเขย ซึ่งในความจริงเขาไม่คู่ควรกับคนตระกูลมู่เราเลย จะทำยังไงกันดีคะคุณ” โจวอี้คุนค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับมู่เจาเจา กลัวว่าคุณปู่จะจับหมั้นหมายให้กับเอี้ยเฟย
“เรื่องนี้ผมจะพูดกับคุณพ่อเอง คุณไม่ต้องกังวล” มู่หวูถิงให้สัญญา
“พ่อคะ ชักช้าไม่ได้นะคะ ไม่มีใครรู้ว่าเอี้ยเฟยจะเกลี้ยกล่อมคุณปู่ยังไงอีก และถ้าหากต้องให้หนูแต่งกับมันจริงๆ หนูจะออกจากตระกูล และไม่ใช้แซ่มู่อีกต่อไป!” มู่เจาเจายื่นคำขาด คำพูดของเธอทำให้พ่อแม่ตกตะลึง
“เจาเออร์ใจเย็นๆ ทุกอย่างอาจจะไม่เลวร้ายขนาดนั้นก็ได้” โจวอี้คุนปลอบพลางถอนหายใจ
“ไม่รู้แหละ ไม่ว่ายังไงหนูก็ไม่มีทางยอมรับผู้ชายคนนั้นเด็ดขาด ถึงแม้ว่ามันจะเป็นคำสั่งของคุณปู่ก็ตาม!”
โจวอี้คุนมองลูกสาวเดินกลับเข้าไปในห้องด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
นายผู้เฒ่ามู่คือคนกุมอำนาจใหญ่ สั่งคำไหนมาคำนั้น และถ้าหากเขาอยากจะให้เอี้ยเฟยแต่งงานกับมู่เจาเจาจริงๆ เป็นเรื่องยากที่สะใภ้อย่างเธอจะเข้าไปขัดขวาง
“ไม่ต้องกังวล” มู่หวูถิงจับมือภรรยา
“ไม่กังวลได้ไงคะ นั่นลูกสาวของเรานะ”
“ผมเชื่อว่าเด็กที่ชื่อหลินอู๋เฉินนั่น จะไม่ปล่อยให้เจาเออร์เป็นของคนอื่น”
“เอ๋...เด็กคนนั้นเหรอคะ”
“ใช่ เป็นเขา”
“พวกเขาดูเหมาะสมกันก็จริง แต่ว่าทั้งคู่เป็นลูกศิษย์กับอาจารย์ มันไม่สมควรเท่าไหร่หากความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา...”
“กังวลเกินไปแล้ว เป็นลูกศิษย์วันนี้วันข้างหน้าใช่จะเป็นตลอด อีกอย่างหนึ่งเขาเองก็รวยมาก คุณเห็นแล้วไม่ใช่เหรอโสมอายุ 100 ปีนั่นน่ะ ใช่ว่าใครก็ซื้อได้นะ ดังนั้นถ้าหากพวกเขาสองคนตกลงปลงใจคบกันเป็นแฟน ผมนี่แหละจะสนับสนุนเอง!”
“ถึงแม้ต้องผิดใจกับคุณปู่เหรอคะ”
“ใช่ ขยะอย่างเอี้ยเฟยไม่เหมาะสมกับเจาเออร์ ผมไม่มีทางปล่อยให้ทั้งคู่แต่งงานกันหรอก อีกอย่างคือคุณพ่อแก่มากแล้วจะนั่งตำแหน่งนั้นได้นานอีกเท่าไหร่กันเชียว”
“นั่นสินะคะ”
โจวอี้คุนพยักหน้าเห็นด้วยกับสามี พวกเขากอดกันและพูดคุยโดยไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนแอบฟัง
“เอี้ยเฟยคือคนที่คุณพ่อชื่นชอบ แล้วถ้าหากฉันกลายเป็นของเอี้ยเฟย ไม่ใช่ว่าฉันจะกลายเป็นนายหญิงของตระกูลมู่เหรอ?” มู่เจี้ยนผิงคิดกับตัวเอง ทันใดนั้นรอยยิ้มของเธอก็ฉีกกว้าง
...........
เอี้ยเฟยนั่งอยู่ในห้องนอนที่ถูกจัดเตรียมไว้โดยมู่หวังเฉา มันเป็นห้องอันหรูหรา สำหรับเด็กกำพร้าอย่างเขาแล้วที่นี่ถือว่าพิเศษมาก
หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าใบใหญ่ กดไปที่หมายเลขหนึ่ง ไม่นานปลายสายก็กดรับ
“เอี้ยเฟย ภรรยาของฉันเป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มลึกจากปลายสายถาม แค่ได้ยินเอี้ยเฟยก็ใจเต้นโครมคราม
“นายหญิงสบายดีครับ”
“งั้นเหรอ แล้วลูกของฉันล่ะ”
“สบายดีเหมือนกันครับ”
“เยี่ยม นายอยู่ที่นั่นก่อนรอฉันกลับไปอีก 1 เดือน เข้าใจไหมว่าคอยดูอยู่ห่างๆ ห้ามเปิดเผยฐานะตัวเองเด็ดขาด”
“ครับ นายท่าน”
ชายในชุดขาวคุยกับเอี้ยเฟยอีกหลายประโยค ก่อนจะวางสายลงด้วยรอยยิ้มที่ประดับเต็มใบหน้า
“เหยียนตี้ ห้าปีที่ผ่านมาฉันทำให้เธอทุกข์ทรมาร หลังจากนี้นี่แหละ คนที่มันกล้าดูถูกเธอและฉันพวกมันต้องคุกเข่าไม่ก็ตาย ตระกูลเหยียนต้องฟังคำสั่งของฉันและเมืองชุนเหลียนเองก็เหมือกัน!”
แววตาของฉีไป๋หลงมีความหนักแน่นจริงจัง
นึกย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อนเขาเป็นแค่คนส่งของกระจอกๆ กระทั่งพบกับนายผู้เฒ่าเหยียน ถูกรับเข้าไปในตระกูล งานแต่งงานกับคุณหนูเหยียนตี้จึงถูกจัดขึ้น
ฉีไป๋หลงราวกับเทพบุตรที่ก้าวเท้าครั้งเดียวก็เหยียบประตูสวรรค์ ร่ำรวยเงินทอง แต่ใครจะรู้ว่าต่อให้เป็นลูกเขยตระกูลเหยียนเขายังคงถูกเหยียบย่ำ โดนดูถูกดูแคลน ทั้งคนนอกและคนในตระกูล!
ภายหลังเมื่อนายผู้เฒ่าเหยียนเสียชีวิต คนในตระกูลเหยียนจึงไล่เขาออกมา
ฉีไป๋หลงไม่มีทางเลือกอื่น ตอนนั้นไม่มีอำนาจจัดการกับพวกคนเลว จึงต้องปล่อยให้ภรรยาและลูกสาวทนรับเคราะห์กรรม ผ่านมา 5 ปีเขาเป็นทหารฉายาเทพมังกรขาว มีตัวตนยิ่งใหญ่ มีลูกน้องใต้บัญชา 1000 คน และหัวกระทิ 10 คน
ถึงเวลาแล้วที่จะสะสางเรื่องราวในอดีต!
“นายท่าน พวกทหารจากประเทศลั่วเทียนมากันอีกแล้ว พวกมันไม่รู้จะคำว่าตาย ขอให้นายท่านโปรดออกคำสั่งฆ่า!” ชายหัวโล้นวัย 40 เดินเข้ามาคุกเข่า ท่าทางหนักแน่นดังขุนเขา
ฉีไป๋หลงที่กำลังอารมณ์ดีอยู่พลันเปลี่ยนสีหน้า มองหน้าชายหัวโล้นด้วยความไม่สบอารมณ์ “พวกมันมากันอีกแล้ว”
“ใช่ครับนายท่าน นอกจากนั้นคราวนี้พวกมันยังมาพร้อมกับกองกำลังต่างชาติ อาวุธครบมือ นำทีมโดยแจ๊คสัน เฮ่า”
“ดี มากันเยอะๆ จะได้จัดการในคราวเดียว” ฉีไป๋หลงเว้นคำพูดเล็กน้อย ก่อนจะเสริมว่า “เจสันนายนำทีมของนายออกไป ฆ่าพวกมันอย่าให้เหลือ!”
“ทราบ!” เจสันพยักหน้ารับ จากนั้นรีบออกไปนอกค่ายทหาร
ฉีไป๋หลงที่อยู่ในที่พักคนเดียวหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา มองรูปถ่ายเก่าๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งด้วยความคิดถึง
“รอก่อนนะเหยียนตี้ หลังจากนี้ฉันจะทำให้เธอมีความสุขเอง!”
................
เช้าวันต่อมา
หลินอู๋เฉินตื่นขึ้นมาในชุดนอนตัวสีขาว ข้างๆ มีหยางลู่ซือ เขายังไม่ได้มีอะไรกับเธอ แค่ปล่อยน้ำรักให้กินด้วยปากเท่านั้นเอง ส่วนที่นอนด้วยก็เพราะว่าเธอกอดไม่ยอมปล่อย ดังนั้นคืนนี้เขาเลยนอนกับเธอ
ด้วยการขยับตัวจากที่นอนดูเหมือนจะทำให้เธอรู้สึกตัวตื่น
“สามี จะไปข้างนอกแล้วเหรอคะ” หยางลู่ซือถาม ในสภาพร่างกายเปลือยเปล่า ปราศจากเสื้อผ้านุ่งห่ม
“ใช่ วันนี้ฉันมีเรียน”
“งั้น...จะรีบทำอาหารเช้าให้ทานนะคะ”
“อื้อ”
หยางลู่ซือรีบลุกขึ้นจากที่นอน ล้างหน้าแปรงฟันแล้วเข้าครัวทำอาหาร ไม่รู้ว่าเพราะรีบเกินไปหรือเปล่า เธอถึงได้ทำอาหารในสภาพไม่ได้สวมเสื้อตัวใดเลย มองเห็นหุ่นอันได้รูป หน้าอกโตๆ กลมสีขาวเคลื่อนไหว แทบจะทำให้น้องชายผงาดจากกางเกง
หลินอู๋เฉินทนดูไม่ไหวจึงโยนเสื้อสีขาวให้เธอสวม
“สามี...นี่คือ...”
“ใส่ซะ อากาศตอนเช้ายังเย็นอยู่ ขืนไม่ใส่อะไรเลยแบบนี้เดี๋ยวจะไม่สบาย”
“อื้อ...ขอบคุณนะ”
หยางลู่ซือพลันรู้สึกอบอุ่น รีบสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแล้วทำกับข้าวต่อ
ไม่นานอาหารง่ายๆ ก็ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะ หยางลู่ซือรีบหยิบตะเกียบขึ้นมา คีบให้เขาไว้ในชามข้าว
“จริงสิ เธอได้งานเป็นอาจารย์เหรอ ฉันสามารถไปดูที่นั่นได้หรือเปล่า” หลินอู๋เฉินถามหลังจากกินข้าวไปได้ครึ่งถ้วย
“ได้สิ ฉันอยู่ที่สำนักต้าเทียน สามีไปหาได้ทุกเมื่อ คนที่นั่นดีมากเลย และยังดูเหมือนว่าเจ้าสำนักจะทำตามใจฉันทุกอย่างเลย”
หลินอู๋เฉินที่นั่งฟังอยู่ถึงจะไม่เคยเห็นเจ้าสำนักต้าเทียน แต่ก็เดาได้ไม่ยากว่าอีกฝ่ายอาจเกรงกลัวหยางลู่ซือ ถึงได้ทำตัวเป็นหมาน้อยน่ารักๆ ต่อหน้า
“โอเค งั้นบ่ายวันนี้ฉันจะไปดูเธอเป็นอาจารย์”
“จะรอนะคะ”
..........
หลังจากอิ่มกับฝีมือทำอาหารสุดแสนธรรมดาของหยางลู่ซือ หลินอู๋เฉินขับรถไปที่มหาลัยชุนเหลียน พบกับคนคุ้นเคยที่ยืนอยู่ตรงหน้าทางเข้ามหาลัย
“เป็นนักศึกษานี่ดีจังนะ เห็นผู้หญิงสวยๆ แล้ว นึกถึงเรื่องเมื่อก่อนเลยล่ะ” หูอี้เทียนพึมพำเสียงเบา คล้ายพูดกับตัวเอง
“ก็คงอย่างนั้น ตอนเรียนก็เล่นกินให้เต็มที่ โตไปทำงานจะมีเวลาที่ไหนเล่น นายว่าจริงไหม” หลินอู๋เฉินถาม ไม่ได้กลัวตำรวจสืบสวนพิเศษคนนี้เลยสักนิด
“จริงของคุณ พอโตขึ้นคนเราก็มักจะมีภาระต้องเลี้ยงดู ไหนจะครอบครัว แฟนสาว เฮ้อ เป็นโสดนี่มันดีจริงๆ”
“พูดเข้าประเด็นเถอะ นายมาที่นี่ทำไม หรือว่าเพราะเรื่องวันนั้น...”
“อ้อ...ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรหรอกนะ รถของคุณพังเพราะเหตุการณ์วันนั้นผมก็เลยเอารถมาชดใช้ให้ นั่นไงมันอยู่ตรงนั้น”
หลินอู๋เฉินมองตามมืออีกฝ่าย เห็นซูเปอร์คาร์สีแดงจอดไว้ โดยมีโบว์สีขาวขนาดใหญ่ผูกที่ฝากระโปรงหน้า
“หืม ครอบครัวของนายคงไม่ธรรมดา ถึงขนาดเอาซูเปอร์คาร์มาคืนฉันได้” หลินอู๋เฉินพยักหน้าชื่นชม
“คุณหลินพูดเกินไป ฐานะครอบครัวของผมค่อนข้างธรรมดา ที่นำรถยนต์กลับมาคืนคุณได้ก็เป็นเพราะตำแหน่งของผม”
“อย่างนี้นี่เอง ขอบใจนะที่เสียสละเวลา”
“เรื่องเล็กน้อยน่า มันเป็นงานของผมอยู่แล้ว” หูอี้เทียนหัวเราะว่า ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มขึง “คนในโรงพยาลที่ถูกกัดยังไม่ตื่นขึ้นเลย อาการพวกเขาแย่มาก จากการคาดการณ์ของทีมแพทย์ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีภายใน 1 เดือน ผู้ป่วยเหล่านั้นจะต้องตาย!”