“สามหาว”
“โอหังยิ่งนัก!!” เหล่าผู้ติดตามของซ่งเจียหลานต่างร้องะโออกมาเห็นได้ชัดว่าซ่งไป่หลางไม่ได้หมายความตามที่พูดเขาเพียงแค่ไม่คิดว่าตนเองจำเป็ต้องพึ่งพาซ่งเจียหลานเท่านั้น
สีหน้าของซ่งเจียหลานจากเฉยชาแปรเปลี่ยนเป็แดงก่ำด้วยความโกรธั้แ่เกิดมานางไม่เคยถูกปฏิเสธอย่างไร้ซึ่งความเคารพเช่นนี้โดยเฉพาะจากคนในตระกูลซ่งที่ต่างมองนางเป็ความหวังและอนาคตของตระกูลนางยิ่งได้รับความเคารพและยกย่องอยู่เหนือผู้ใด
ทว่าวันนี้นางกลับถูกเด็กน้อยที่เคยเป็เพียงขยะของตระกูลปฏิบัติตัวเช่นนี้ใส่นี่ทำให้ความอับอายกลายเป็ความโกรธแค้น
“ดี ดี ดีมาก ซ่งไป่หลาง ในเมื่อเ้าไม่ไว้หน้าข้าข้าก็จะไม่เมตตาต่อเ้าเช่นกัน”
ผู้ติดตามของซ่งเจียหลานเห็นนางะเิอารมณ์ออกมาก็ไม่รอช้าทะยานร่างเข้าโจมตีประตูเรือนพักของซ่งไป่หลางหมายจะเอาใจนางโดยการซัดซ่งไป่หลางให้หมดสภาพ
เปรี้ยง!! “อั่ก”
ร่างของมันถูกดีดกระเด็นออกมาอย่างรุนแรงโดยไม่ทันได้ััแม้แต่ประตูเรือนแม้จะไม่ได้รับาเ็มากนักทว่าความอับอายที่เกิดขึ้นทำให้มันทำสิ่งใดนอกจากพยายามกู้หน้าของตัวเองกลับมา
“ซ่งไป่หลาง เ้าไร้ยางอายลอบทำร้ายข้า”มันคำรามออกมาก่อนจะทะยานร่างเข้าหาประตูเรือนของซ่งไป่หลางอีกครั้งพร้อมกับชักดาบออกมาและฟาดฟันเข้าใส่เรือนพักของซ่งไป่หลางอย่างเกรี้ยวกราด
“น่ารำคาญนัก”ซ่งไป่หลางแค่นเสียงเปิดประตูเรือนออกมาอีกครั้งก่อนจะสะบัดมือใส่อีกฝ่าย
เปรี้ยง!! วิชาดาบตัดบุปผาอันเป็วิชาระดับสูงกลับถูกดีดจนกระเด็นด้วยม่านพลังขนาดเล็กเท่ากับหนึ่งฝ่ามือชายผู้นั้นตกตะลึงจนพูดไม่ออก ดาบเมื่อครู่มันทุ่มเทพลังทั้งหมดที่มีตั้งใจที่จะทำลายเรือนพักอาศัยของซ่งไป่หลางให้สิ้นซากแต่กลับพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงในขณะที่ซ่งไป่หลางดูจะลงมืออย่างสบายๆใช้พลังไม่ถึงห้าส่วนเสียด้วยซ้ำ
‘พลังระดับแปดก่อกำเนิดกลับรับมือระดับเก้าก่อกำเนิดโดยง่าย’ บรรดาผู้ติดตามของซ่งเจียหลานรู้สึกตื่นตะลึง
“ไป่หลาง ข้าจะทำเป็ลืมเื่ที่เ้ากล้าอวดดีต่อหน้าข้าจงคุกเข่าคำนับขอขมาข้าซะ”ซ่งเจียหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ไร้สาระ ข้าไม่เคยให้ของขวัญกับเ้าทั้งยังไม่้าความช่วยเหลือของเ้าด้วย” ซ่งไป่หลางแค่นเสียงหัวเราะ
ซ่งเจียหลานตื่นตะลึงกับท่าทีของอีกฝ่ายเดิมทีเื่นี้ก็เป็เพียงความเข้าใจผิดของนางเท่านั้นเพราะผลิญญาสีแดงที่ซ่งไป่หลางมอบให้แก่ตระกูล หากพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วนั่นก็เท่ากับการมอบให้อัจฉริยะอันดับหนึ่งอย่างนางซ่งเจียหลานเดิมทีไม่ใส่ใจซ่งไป่หลางมากนักแต่ด้วยคิดว่าซ่งไป่หลางจงใจมอบผลิญญาให้นางผ่านตระกูลจึงทำให้นางคิดว่าซ่งไป่หลาง้าผูกมิตรกับตน
“ดีมากเ้าคิดว่าตัวเองมีผู้าุโจางอยู่เื้ัแล้วจะไม่เห็นหัวข้าได้สินะข้าจะแสดงให้เ้าได้รู้ความแตกต่างระหว่างเ้ากับข้า” ซ่งเจียหลานหัวเราะอย่างเ็า
“พลังระดับหนึ่งเที่ยงแท้” ซ่งไป่หลางมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อยหากต้องเผชิญหน้ากับผู้มีพลังก่อกำเนิดขั้นสูงสุดถึงขนาดครึ่งก้าวสู่เที่ยงแท้เขาก็ไม่หวาดกลัวแต่ระดับเที่ยงแท้นั้นต่างออกไป
“นางมีพลังธาตุในตัวสองธาตุแม้จะไม่ใช่อัจฉริยะที่เก่งกาจเท่าฉินจีแต่ก็ไม่อาจประมาทได้เด็ดขาด” เซี่ยหยางเอ่ยเตือน
‘อาจารย์ เท่าที่ข้าได้ยินมาซ่งเจียหลานชำนาญวิชากระบี่ผสานพลังธาตุลมสามารถสร้างคลื่นกระบี่ที่สามารถตัดได้แม้แต่เหล็กกล้าท่านคิดว่าวิชาม่านบัว์ของข้าจะสามารถต้านทานพลังของนางได้หรือไม่’ ซ่งไป่หลางถามอย่างไม่มั่นใจนัก
“มีกับไม่มีพลังธาตุนั้นให้ผลลัพธ์แตกต่างกันมากยิ่งนางมีเจตกระบี่ที่แหลมคมผสานกับพลังธาตุลมที่มีพลังในการตัดอันร้ายกาจเกรงว่าม่านบัว์ของเ้าในเวลานี้จะยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะรับกระบี่ของนางทว่าข้าหมายถึงหากเ้าใช้ม่านบัว์เพียงชั้นเดียวเท่านั้น” เซี่ยหยางตอบกลับ
ซ่งไป่หลางพลันยิ้มออกมาหลังจากการฝึกฝนอย่างหนักเขาสามารถสร้างม่านบัว์ซ้อนทับกันถึงสามชั้นต่อให้กระบี่ของซ่งเจียหลานจะแหลมคมเพียงใดอย่างมากก็ทำได้แค่ทำลายม่านบัว์ได้สักสองชั้นเท่านั้น
“ที่ต้องระวังคือความเร็วของนางหากเ้าป้องกันพลาดต่อให้ม่านบัว์แข็งแกร่งเพียงใดก็ไม่มีประโยชน์” เซี่ยหยางย้ำเตือน
ซ่งเจียหลานพลันเคลื่อนไหวในที่สุดนางดึงกระบี่ออกมาแล้วแทงเข้าใส่ซ่งไป่หลางโดยไม่ใช้เคล็ดวิชาทั้งยังออมพลังไว้ถึงสี่ส่วนซ่งไป่หลางดูออกว่าอีกฝ่าย้าหยั่งเชิงจึงแสร้งทำเป็ป้องกันสุดความสามารถใช้ม่านบัว์ต้านทานกระบี่ของซ่งเจียหลานเต็มกำลัง
กระบี่ของซ่งเจียหลานถูกปัดกระเด็นออกใบหน้าเ็าของนางพลันเผยรอยยิ้มเล็กๆขึ้น
เคล็ดวิชากระบี่บัวคลายจันทร์ขั้นที่สี่
เดิมทีนางฝึกวิชากระบี่บัวคลายจันทร์ถึงเพียงระดับสามแต่เมื่อครึ่งเดือนก่อนซ่งเจียหลานสามารถทำความเข้าใจจนบรรลุไปถึงระดับสี่ได้พลังทำลายของวิชากระบี่ระดับสี่ที่ผสานเข้ากับพลังธาตุทำให้คลื่นกระบี่ของซ่งเจียหลานสามารถตัดได้แม้กระทั่งเหล็กอันแข็งแกร่ง
‘เร็วจริงๆ’ซ่งไป่หลางตกตะลึงกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นในชั่วพริบตาของอีกฝ่าย
เคล็ดม่านบัว์
ม่านพลังสามชั้นปรากฏขึ้นขัดขวางคลื่นกระบี่ของซ่งเจียหลานเอาไว้เสียงปะทะอันรุนแรงดังขึ้นสามครั้งซ้อนก่อนที่ม่านบัว์จะสลายหายไปซ่งไป่หลางสีหน้าแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาประมาทความเร็วของซ่งเจียหลานมากเกินไปม่านบัว์ที่ควรจะแข็งแกร่งกลับถูกสร้างขึ้นมาอย่างฉุกละหุกจนมีพลังไม่สมบูรณ์พอทำให้ไม่สามารถป้องกันพลังทำลายล้างของอีกฝ่ายได้หมดจด
เคล็ดวาดบัวล้อมสระ์
ใน่เวลาวิกฤติซ่งไป่หลางพลันฉายแสดงสัญชาตญาณอันยอดเยี่ยมออกมาเคล็ดวิชาสายอ่อนที่เขาลอกเลียนมาจากอู่ลี่ลี่ถูกพัฒนาผ่านความเข้าใจเคล็ดวิชาที่ผู้าุโเฝ้าซากวิหารถ่ายทอดให้ทำให้วิชาวาดบัวล้อมสระ์ของซ่งไป่หลางมีความสมบูรณ์แบบเป็อย่างยิ่ง
เมื่อใช้ออกคลื่นกระบี่อันรุนแรงที่ยังหลงเหลือพลังทำลายอยู่ก็ถูกชักนำให้พลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดายซ่งเจียหลานตกตะลึงไปเล็กน้อยเพราะไม่นึกว่าซ่งไป่หลางจะเอาตัวรอดจากกระบี่ของตนได้จึงเสียจังหวะโจมตีต่อเนื่องได้แต่ถอยห่างออกไปตั้งหลักใหม่อีกครั้ง
‘พลังก่อกำเนิดระดับแปดกลับรอดจากคลื่นกระบี่ที่เราทุ่มเทพลังถึงแปดส่วน’ ซ่งเจียหลานรู้สึกตกตะลึงจนพูดไม่ออก
“ศิษย์พี่ซ่งโปรดยั้งมือ”น้ำเสียงหวานใสดังกังวานหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของทุกคนซ่งเจียหลานตวัดสายตาไปมองผู้มาใหม่ก่อนจะแปรเปลี่ยนท่าที
“ศิษย์น้องฉิน ไม่สิ ตอนนี้เ้าเป็ศิษย์หลักแล้วข้าไม่ควรเรียกเ้าเช่นนี้อีก”ซ่งเจียหลานถอนหายใจ
ฉินจีเผยรอยยิ้มอ่อนหวาน “ศิษย์พี่ซ่งอย่าเกรงใจข้าเลยแม้จะกลายเป็ศิษย์หลักแต่ข้ายังคงนับถือท่านดังเดิม” เอ่ยจบนางก็กวาดตามองไปหาซ่งไป่หลาง “ศิษย์พี่ซ่ง อย่าได้ถือโทษน้องไป่หลางเลยท่านเองย่อมรู้จักเื้ัของเขาการจะให้เขายอมรับตระกูลซ่งในเวลาสั้นๆนั้นยากเย็นยิ่งนัก”
ซ่งเจียหลานส่ายหน้า “ศิษย์น้องฉิน ไป่หลางเป็คนในตระกูลของข้าเดิมทีข้าคิดจะให้การคุ้มครองและช่วยเหลือแต่เขากลับปฏิเสธซ้ำยังวางตัวหยิ่งยโสอย่างไรเสียเขาก็ต้องเคารพข้าในฐานะพี่สาว หากเขาไม่เคารพข้าก็จะสั่งสอนเขา”
“ต้องดูก่อนว่าเ้ามีปัญญาสั่งสอนข้าจริงหรือไม่” ซ่งไป่หลางหัวเราะอย่างเ็าเขาตัดสินใจที่จะตัดสัมพันธ์ต่อตระกูลซ่งอย่างแน่นอนแล้วแม้จะไม่ได้ประกาศกร้าวออกไปแต่เขาก็แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าจะไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจของตระกูล
‘ข้ามีผู้าุโจางอยู่เื้ัอีกทั้งหากข้าโดดเด่นมากพอนิกายย่อมให้ความสำคัญต่อให้ตระกูลซ่ง้าฉุดข้าก็ไม่มีทางทำได้เด็ดขาด’
“ซ่งไป่หลาง เ้าอาจจะยังไม่รู้ แต่ตอนนี้ซ่งชางหยางได้ถูกประมุขตระกูลลงโทษอย่างรุนแรงแม้แต่บิดาของเขายังได้รับผลกระทบไปไม่น้อย ส่วนบิดามารดาของเ้าถูกจับกุมตัวเอาไว้สาเหตุเพราะโทษที่พวกเขาปล่อยปละละเลยเ้า ทั้งหมดนี้ประมุขตระกูลทำเพื่อให้ความเป็ธรรมกับเ้านอกจากนี้ยังสั่งให้ข้าคอยช่วยเหลือเ้าที่นิกายแห่งนี้ หรือเ้าคิดจะปฏิเสธแม้แต่ความ้าของท่านประมุข” ซ่งเจียหลานเอ่ยออกมา
“บิดามารดาของข้า?” ซ่งไป่หลางสีหน้าแปรเปลี่ยน แม้จะเกลียดชังตระกูลเพียงใดแต่บิดามารดาก็ได้ชื่อว่าเป็ผู้มีพระคุณ“เหตุใดจึงต้องจับกุมตัวพวกเขาด้วย”
“หึ เรียกว่าจับกุมอาจจะฟังดูร้ายแรงไปบ้าง พวกเขาเพียงมีโทษระดับหนึ่งเท่านั้นในฐานะที่ทำให้เ้าต้องเผชิญความยากลำบากทว่านี่ก็เป็เพียงปัญหาเล็กๆ แค่เ้าพยักหน้าทีเดียวก็คลี่คลายได้แล้วซ่งไป่หลางข้าจะให้โอกาสเ้าอีกครั้ง ติดตามข้าแล้วข้าจะช่วยให้เ้าได้เป็มือขวาของข้าในอนาคตตำแหน่งในตระกูลของเ้าจะเป็รองแค่ข้าเพียงคนเดียวเท่านั้น” ซ่งเจียหลานเอ่ย
“เื่ของข้าและบิดามารดาไม่ต้องให้ผู้อื่นมายุ่งเกี่ยวเื่อนาคตของข้าข้าจะกำหนดเองเช่นกัน ท่านอยากจะทำอะไรก็เื่ของท่านเถอะ” ซ่งไป่หลางแค่นเสียงก่อนจะหมุนตัวแล้วก้าวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
‘ตระกูลซ่ง’ เป้าหมายของซ่งไป่หลางย่อมเป็ตระกูลซ่งแม้ตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะตัดความสัมพันธ์แต่อย่างไรตนก็ไม่้าให้บิดามารดาต้องมาเดือดร้อนเช่นกัน
“ศิษย์น้องฉิน นี่เป็เื่ภายในตระกูลเ้าอย่ามาก้าวก่ายจะดีกว่า วันนี้ข้าจะสั่งสอนซ่งไป่หลางให้รู้จักการเคารพญาติผู้พี่ของมัน” ซ่งเจียหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบซ่งไป่หลางเมินเฉยและปฏิเสธนางครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้ขีดความอดทนของนางหมดสิ้น
“ศิษย์พี่ซ่ง ถึงอย่างไรเขาก็เป็ศิษย์น้องของข้าอีกทั้งระดับพลังของท่านสูงส่งกว่าเขามากนัก หากลงมือต่อเขาก็เท่ากับรังแกคนอ่อนแอข้าคงไม่อาจทนอยู่เฉยได้”ฉินจีตอบกลับด้วยรอยยิ้มหากแต่ดวงตาแฝงด้วยแววเคร่งขรึมจริงจัง
ซ่งเจียหลานนึกไม่ถึงว่าฉินจีจะหนุนหลังซ่งไป่หลางอย่างเต็มที่ถึงขนาดนี้เปรียบเทียบกันแล้วนางย่อมไม่สามารถเป็คู่ต่อสู้กับฉินจีได้ดังนั้นซ่งเจียหลานได้แต่ยอมแพ้ “ย่อมได้วันนี้ข้าจะปล่อยมันเอาไว้ก่อน ฉินจีเ้าจะปกป้องมันเอาไว้ได้นานสักแค่ไหนกันเชียว”
‘ถึงจะจัดการด้วยตัวเองไม่ได้ก็ช่าง หากข้าคิดไม่ผิดมันจะต้องกลับไปที่ตระกูลเพื่อสะสางเื่บิดามารดาแน่นอนขอให้ผู้าุโชุนสั่งสอนมันแทนก็แล้วกัน’
ซ่งชุนเป็ผู้าุโที่มีความสนิทสนมกับบิดาของนางและยังเอ็นดูนางไม่ต่างจากลูกแท้ๆดังนั้นขอเพียงนางขอร้องถึงแม้เื่นี้อาจทำให้เขาต้องเดือดร้อนทีหลังซ่งชุนย่อมไม่ปฏิเสธ
ด้วยระดับพลังขั้นสองเที่ยงแท้ของซ่งชุนซ่งไป่หลางย่อมไม่อาจต้านทานได้
‘เ้าหนูแน่ใจแล้วรึที่จะกลับไปยังตระกูลของเ้าตอนนี้ถึงแม้ด้วยการสร้างฐานรากศักดิ์สิทธิ์จะทำให้ความแข็งแกร่งของเ้าทัดเทียมกับผู้มีพลังระดับหนึ่งเที่ยงแท้แล้วแต่หากเป็ขั้นสูงกว่านั้นเกรงว่าคงยากที่จะเอาตัวรอดได้’ เซี่ยหยางเอ่ยถาม
“อาจารย์ ถึงแม้ข้าจะไม่ได้มีความผูกพันกับพวกเขามากนักถึงอย่างไรพวกเขาก็ได้ชื่อว่าเป็บิดามารดาของข้า ดังนั้นข้าย่อมไม่อาจอยู่เฉยได้” ซ่งไป่หลางถอนหายใจ
‘เอาเถอะ ทำในสิ่งที่เ้า้าย่อมดีที่สุด’ เซี่ยหยางถอนหายใจ
‘อย่างน้อยที่สุดตอนนี้ไป่หลางมีพลังอยู่ในระดับแปดก่อกำเนิดเมื่อรวมกับความบริสุทธิ์ของพลังและฐานรากศักดิ์สิทธิ์ขอเพียงไม่ใช่ระดับสามเที่ยงแท้ขึ้นไปคงยากที่จะสังหารไป่หลางได้ทว่าในระดับเที่ยงแท้ขึ้นไปเ้าหนูก็เอาชนะได้ยากเช่นกัน’
เซี่ยหยางเตรียมพร้อมตลอดเวลาหากซ่งไป่หลางมีท่าทีว่าจะตกอยู่ในอันตราย ครานี้มันคงต้องยื่นมือช่วยเหลือ
การเดินทางไปยังตระกูลซ่งนั้นใช้เวลาไม่มากสำหรับซ่งไป่หลางในเวลานี้ความเร็วของเขาถือได้ว่าเท่าเทียมกับคนที่มีพลังระดับหนึ่งเที่ยงแท้
ทว่าเพราะซ่งไป่หลางนั้นมีตัวตนที่แสนจะอ่อนแอและไร้ประโยชน์สำหรับตระกูลในอดีตดังนั้นเขาจึงแทบไม่เป็ที่รู้จักในวงกว้างแม้แต่คนรับใช้ที่เฝ้าหน้าประตูยังไม่ยอมให้ซ่งไป่หลางเข้าไปด้านใน
“ที่นี่คือเขตหลักของตระกูลซ่ง คนนอกห้ามเข้า” ผู้รับใช้เอ่ย
ซ่งไป่หลางขมวดคิ้ว “ข้าคือคนตระกูลซ่ง เปิดทาง”
ผู้รับใช้มีสีหน้าประหลาดใจในฐานะที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูเขตตระกูลซ่งมาอย่างยาวนานเหตุใดเขาจึงไม่รู้จักคนผู้นี้ “ขออภัยแต่ข้าไม่รู้จักท่าน ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าท่านเป็คนตระกูลซ่งจริง”
“ชื่อของข้าคือซ่งไป่หลางไปตามซ่งชางหยางให้มายืนยันตัวตนของข้า” ซ่งชงหยางยังไม่ได้กลับไปที่นิกายหนึ่งเพราะ้ารักษาอาการาเ็และรอรับอาวุธชิ้นใหม่จากบิดาสองคือถูกทำโทษจากผู้นำตระกูลจึงทำให้ต้องถูกจำกัดบริเวณเอาไว้ในเขตอาศัย
เมื่อได้ยินชื่อของซ่งไป่หลางผู้รับใช้ของตระกูลซ่งหันมามองหน้ากันด้วยสีหน้าตื่นตะลึง ตอนนี้ชื่อเสียงของซ่งไป่หลางโด่งดังไปทั่วตระกูลทว่าคนที่รู้จักตัวตนของซ่งไป่หลางจริงๆกลับมีไม่มากนัก
“นายน้อย รอสักครู่หนึ่ง”ถึงจะเกรงกลัวชื่อเสียงของซ่งไป่หลางแต่ผู้รับใช้ที่เฝ้าประตูไม่กล้าปล่อยให้เขาผ่านเข้าไปได้ตราบใดที่ยังไม่มีการยืนยันตัวตนดังนั้นหนึ่งในสองคนรับใช้จึงรีบวิ่งเข้าไปด้านในเพื่อไปรายงานเื่นี้ต่อผู้นำตระกูล
“ซ่งไป่หลางกลับมาที่นี่” ข่าวสารยังไม่ทันถึงหูของซ่งหงเฉินที่เป็ผู้นำซ่งจวินกลับเป็คนแรกที่ได้รับข่าวสารก่อนใคร ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำความแค้นที่ซ่งไป่หลางกระทำต่อซ่งชางหยางนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะรับได้อีกทั้งตัวตนของซ่งไป่หลางยิ่งทำให้บุตรชายของเขาถูกลดความสำคัญจากตระกูลลง
‘ข้าจะต้องไปสั่งสอนมันสักเล็กน้อย’แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีผู้าุโจางหนุนหลังอยู่แล้วอย่างไรเล่าซ่งจวินไม่เชื่อว่าผู้าุโจางจะให้ความสำคัญกับซ่งไป่หลางมากนักอย่างมากก็เพียงแค่สนใจในตัวเขาเท่านั้นขอเพียงไม่ลงมือหนักหน่วงเกินไปมีหรือผู้าุโจางจะออกหน้าเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง
“ท่านพี่คิดจะทำอะไรหรือ” ขณะที่ซ่งจวินกำลังจะก้าวเท้าออกจากเรือนของตนร่างหนึ่งกลับปรากฏขึ้นขวางทางเขาเอาไว้รอยยิ้มของผู้มาทำให้ซ่งจวินเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและสงสัย
“ซ่งิข้าจะทำสิ่งใดมีหน้าที่ต้องรายงานเ้าก่อนรึ” เขาถลึงตาใส่น้องชายของตนซ่งิดูจะ้าขัดขวางความสุขของผู้คนเสียจริง
“หึหึ ท่านพี่คิดว่าข้าไม่รู้หรือท่าน้าเล่นงานไป่หลางสินะถึงเด็กคนนั้นจะไม่ใช่ลูกชายของท่านและข้าแต่อย่างน้อยเขาก็เป็ตระกูลซ่งคนหนึ่งเด็กที่มีพร์ของตระกูลสมควรได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุด ท่านย่อมรู้ดี”
‘แท้จริงแล้วซ่งิ้าสิ่งใดกันแน่หรือมันอยากให้ซ่งไป่หลางติดค้างบุญคุณเพื่อผลประโยชน์ในอนาคต’ เื่นี้มีความเป็ไปได้หลายส่วนต้องรู้ว่าสถานภาพของซ่งไป่หลางในตระกูลนั้นย่ำแย่อย่างมากแม้แต่บิดามารดาแท้ๆยังไม่คิดสนใจหากซ่งิสวมบทผู้าุโใจดีมีเมตตาสร้างบุญคุณต่อเขาอาจทำให้ในอนาคตซ่งไป่หลางช่วยสนับสนุนซ่งิอย่างเต็มที่ตำแหน่งผู้นำตระกูลที่เดิมทีเป็การแข่งขันระหว่างซ่งเจี่ยและซ่งจวินก็เท่ากับมีคู่แข่งที่น่ากลัวเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน
ซ่งจวินแค่นเสียงออกมา “ซ่งไป่หลางทำร้ายลูกชายข้าจนสาหัสข้าเพียงแค่้าสั่งสอนเขาเล็กน้อยเท่านั้น เ้าคงไม่คิดขัดขวางข้า?”
“แน่นอนว่าข้าจะขัดขวางท่านเด็กทั้งสองประลองกันมีาเ็ย่อมเป็เื่ปกติ หากเป็ฝ่ายไป่หลางที่าเ็ท่านคิดจะชดเชยให้เขาหรือไม่หึ ท่านพี่ ข้าไม่ปล่อยให้ท่านได้ทำร้ายเด็กคนนี้แน่นอน”
“คิดว่าสู้ข้าได้งั้นรึ” ซ่งจวินหัวเราะอย่างเยือกเย็นนอกจากซ่งเจี่ยกับบิดาของเขาซ่งหงเฉินแล้วซ่งจวินไม่เกรงกลัวผู้ใดทั้งสิ้น
ซ่งิเพียงแย้มยิ้มไม่โต้ตอบ
‘ข้าควรจะหยั่งเชิงมันเสียก่อน’ซ่งจวินไม่แน่ใจว่าระดับพลังของซ่งิสูงขึ้นแล้วหรือไม่่ระยะเวลาที่ผ่านมา
เคล็ดวิชาหมัดตระกูลซ่ง ระดับหก
ซ่งจวินส่งหมัดอันรุนแรงของตนออกไปพลังหมัดนี้นับว่ารุนแรงระดับหนึ่งเพราะซ่งจวินชำนาญเพลงหมัดตระกูลซ่งถึงระดับหกแม้จะเป็เพียงวิชาระดับกลางแต่พลังทำลายของมันเทียบเท่าวิชาระดับสูง
‘คิดหยั่งเชิงข้า?’ ซ่งิคิดในใจอย่างดูแคลนซ่งจวินจงใจใช้เพียงวิชาระดับกลาง คิดหรือว่าแค่นี้จะทำให้รู้ความสามารถของเขา
เคล็ดวิชาหมัดตระกูลซ่ง ระดับหก
เปรี้ยง!! หมัดของทั้งสองปะทะกันซ่งจวินชะงักก่อนจะก้าวถอยหลังไปหลายก้าวคิ้วขมวดเข้าหากันขณะมองร่างของฝ่ายตรงข้าม ‘ั้แ่เมื่อไหร่ที่ซ่งิฝึกเพลงหมัดตระกูลซ่งถึงระดับหกพลังหมัดไม่ได้ด้อยไปกว่าข้าแม้แต่น้อยถึงข้าจะออมพลังไว้หลายส่วนแต่มีความเป็ไปได้ที่เขาจะอยู่ระดับสามเที่ยงแท้เท่ากับข้า’
“ท่านพี่ เลิกหยั่งเชิงข้าเถอะหากท่านไม่เอาจริงก็อย่าหวังจะผ่านข้าไปได้” ซ่งิเอ่ยอย่างเยือกเย็น
ซ่งจวินหัวเราะ “ย่อมได้ หากเ้าคิดจะขวางทางข้าจนถึงที่สุดก็จงอย่าเสียใจภายหลัง”