ผู้กล้าหญิงสุดแกร่งกับการเริ่มต้นใหม่ในโลกใบใหม่

    บทที่ 17 เผชิญหน้าด้วยทั้งหมดที่มี ตอนปลาย

                    อสูรร้ายร่างยักษ์ห้าร่างเหยียบย่ำลงบนพื้นดินทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนไปทั่วทุกสารทิศแต่ละตัวจะมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง บ้างก็เป็นตัวคล้ายๆงูแต่ไม่ใช่งู บ้างก็เป็นตัวคล้ายๆนกแต่ไม่ใช่นก แต่ละตัวลอกแบบมาจากสัตว์ที่แข็งแกร่งในห่วงโซ่อาหารทั่วไปที่พบเห็นได้ตามปกติ 
                    โฮก 
                    ดวงตากลมโตของพวกมันทั้งหมดจับจ้องมาที่อเล็กซานดร้าและเอเลน่าไม่วางตา พวกมันเต็มไปด้วยความโกรธกริ้วราวกับว่าอเล็กซานดร้าและเอเลน่าเคยไปทำเรื่องที่เลวร้ายที่สุดกับพวกมันมาก่อน 
                    “ใครจะเป็นคนแรก” 
                    หนึ่งในอสูรร้ายที่มีลักษณะคล้ายนกกล่าว 
                    “ข้าเอง” 
                    หนึ่งในอสูรร้ายที่มีลักษณะคล้ายลิงกล่าวตอบ 
                    อสูรร้ายตนนั้นที่ทะนงในตนเองกล่าวออกมาข้างหน้าด้วยท่าทีไม่แยแสและไม่แม้แต่จะให้ความสำคัญกับอเล็กซานดร้าและเอเลน่ามากนักราวกับว่าพวกนางเป็นแค่พวกแมลงน่ารำคาญที่มาคอยกวนใจก็แค่นั้น ทำให้ครั้งนี้มันอาสาที่จะตบแมลงพวกนี้ด้วยตัวมันเอง 
                    “เอาสิพวกแมลงโง่เง่าข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าโจมตีข้าสักสองถึงสามครั้งพอให้มีโอกาสแสดงถึงความพยายามตลอดชีวิตที่ผ่านมาของพวกเจ้า” 
                    ท่าทีอวดดีของอสูรร้ายตนนี้แทบจะฝังเข้าไปในกระดูกของมัน ยิ่งแล้วมันได้เข้ามาเห็นอเล็กซานดร้าและเอเลน่ามันจึงตัดสินใจที่จะกล่าวไร้สาระของมันออกมาเมื่อครู่เพราะมันไม่แม้แต่จะจับสัมผัสถึงพลังเวทย์ในร่างของอเล็กซานดร้าและเอเลน่าได้เลยแม้แต่น้อยยิ่งทำให้มันเห็นถึงความน่าเบื่อ 
                    “เช่นนั้นก็ลองรับมันดูถ้าคิดว่าเจ้าที่อวดดีแบบนั้นสามารถทำได้ก็เชิญ ข้าเองก็ไม่มีเวลามาเล่นกับพวกของจำลองสถานการณ์ของบททดสอบที่ไม่ใช่พวกเจ้าตัวจริงที่ใช้พลังทั้งหมดจริงๆออกมาไม่ได้หรอกนะ” 
                    อเล็กซานดร้ากล่าวพร้อมกับเย้ยยันไปพร้อมกัน 
                    ดาบในมือของอเล็กซานดร้าและเอเลน่าชูขึ้นวางดาบทั้งสองไขว้กันแสงสีทองและแสงสีดำพวยพุ่งออกมาอีกครั้งเป็นกับในเวลาเดียวกันนี้ภาพร่างดาบขนาดใหญ่ยักษ์เล่มหนึ่งปรากฏบนหัวของอเล็กซานดร้าและเอเลน่า มันคือดาบที่รวมทั้งแสงสีทองและแสงสีดำเข้าด้วยกัน พริบตานั้นที่มันปรากฏออกมาภาพร่างดาบก็ฟาดฟันเข้าใส่อสูรร้ายที่คล้ายลิงตัวนั้นทันที 
                    “หืม!.....” 
                    อสูรร้ายที่กำลังแสดงท่าทีเบื่อหน่ายเต็มทนและต้องมาเสียเวลาอันมีค่าของมันไปโดยไม่เกิดประโยชน์อะไรก็พลันรู้สึกขนทั้งตัวที่มีลุกซู่ขึ้นมาราวกับความตายของมันได้มาถึงแล้ว มันกลับมามีท่าทีที่จริงจังอีกครั้งและมองไปยังการโจมตีของภาพร่างดาบขนาดใหญ่ยักษ์ที่กำลังเข้ามาใกล้ตัวของมัน 
                    อสูรร้ายมันรีบยกมือของสองข้างมือเสริมพลังป้องกันเข้าไปอย่างรีบเร่งรับดาบเอาไว้ 
                    ตูม 
                    เสียงระเบิดอันรุนแรงของการปะทะกัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือร่างกายของอสูรร้ายตัวนั้นเกิดการปริแตกอย่างช้าๆแม้จะรับดาบเอาไว้ได้แต่มันก็สูญเสียชีวิตของตนเองไปแบบที่ยังตกตะลึง ร่างกายของมันค่อยๆมีรอยแตกแพร่กระจายไปทั่วทั้งร่างก่อนจะระเบิดและถูกภาพร่างของดาบดูดพลังไปหล่อเลี้ยงให้พลังโจมตีของมันรุนแรงมากขึ้น           
                    “น้องห้า! ไม่จริง.....น้องห้าตายแล้ว ข้าสัมผัสการมีตัวตนของมันไม่ได้” 
                    เมื่อเกิดการสูญเสียเกิดขึ้นพวกมันทั้งสี่ที่ยังหลงเหลืออยู่โทสะพุ่งทะยานเสียดฟ้าต่างบ้าคลั่งพุ่งเข้ามาหาอเล็กซานดร้าและเอเลน่า ทางด้านของอเล็กซานดร้าและเอเลน่าที่ใช้พลังแทบจะทั้งหมดมุ่งไปกับการโจมตีเดียวจึงทำให้อสูรร้ายที่คล้ายลิงตกตายไปโดยที่ยังไม่แม้แต่จะได้ทำอะไรนั่นเพราะมันประมาทและไม่มีเวลาให้ใช้เกราะที่แข็งแกร่งที่สุด บางทีถ้าหากใช้มันอาจแค่บาดเจ็บสาหัสเท่านั้นแต่ทว่ามันประมาทพวกนางจนใช้แค่พลังป้องกันส่งๆรับดาบศักดิ์สิทธิ์ แน่นอนว่าดาบศักดิ์สิทธิ์มันไม่ได้มีแค่ชื่อหากไม่ป้องกันเลย ต่อให้เป็นเทพมาอยู่ตรงหน้าของมันก็ตกตายไม่ต่างกันถึงแม้มันจะมีความสามารถเพียงแค่เศษเสี้ยวของพลังทั้งหมดที่เคยมีก็ตาม 
                    “ระวังอย่าให้ถูกดาบเล่มนั้นโจมตีถ้าโดนเพ่งเล็งให้เปิดการป้องกันอย่างสุดกำลัง” 
                    ถึงแม้อเล็กซานดร้าและเอเลน่าจะมีพลังโจมตีที่แข็งแกร่งแต่พวกมันก็ไม่ได้โง่แต่อย่างใดเพราะมีเพียงแค่ดาบที่พวกนางถืออยู่เท่านั้นที่เป็นภัยต่อพวกมันอย่างแท้จริง พวกมันจึงไม่ประมาทอเล็กซานดร้าและเอเลน่าอีก 
                    “เอเลน่าเจ้าพร้อมนะ คราวนี้เป็นของจริงแล้ว” 
                    “อืม เป็นตายตัดสินกันต่อจากนี้” 
                    สีหน้าที่จริงจังของทั้งสองและพลังใจที่มากเกินกว่าคนทั่วไปจะเทียบได้ของพวกนางทำให้ยืนท่ามกลางพลังที่แข็งแกร่งกว่ามากอย่างไม่หวั่นเกรง 
                    อสูรร้ายสี่ตัวที่เหลือพวกมันต่างใช้พลังโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาสลับกลับไปใช้พลังโจมตีอื่นโจมตีสลับกันไปด้วย ทำให้เกิดแสงสีมากมายอลังการออกมา มันงดงามมากหากไม่ใช่ว่าคือการโจมตีสังหารพวกมันคงเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกสิ่งใหม่ 
                    ทั้งคมทั้งเขี้ยวและคลื่นพลังต่างถาโถมเข้ามาหาอเล็กซานดร้าและเอเลน่า นั่นทำให้พวกนางต้องหลบหลีกออกไปอย่างรวดเร็วอย่างอาศัยจังหวะทีเผลอลอบดูดซับพลังงานที่ตกค้างของการโจมตีสังหารที่แทบบดขยี้พื้นที่ทั้งหมด แม้ว่าพวกนางจะหลบได้ทุกการโจมตีแต่มันก็ยังมีพวกคลื่นพลังและผลกระทบส่วนอื่นตามมาทำให้พวกนางถูกบีบอัดกระแทกไปอย่างต่อเนื่องแต่ก็พยายามยืนหยัดและหลบหลีกต่อไป 
                    “พวกมันเป็นแมลงสาบหรืออย่างไรทำไมโจมตีไม่โดนแม้แต่ครั้งเดียว ไม่สิแค่คลื่นพลังที่ส่งกระทบมันควรบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ก็ตกตายไปแล้วแต่นี่…..รอช้าไม่ได้ไม่ต้องเก็บออมพลังทั้งหมดเอาไว้แล้วปล่อยมันออกมาเลยต้องทำให้แมลงสาบพวกนี้ตายไปให้ได้” 
                    อสูรร้ายที่เป็นเหมือนกับพี่ใหญ่ของทั้งสามตัวกล่าวออกมาทำให้ตัวที่เหลือต่างพยักหน้า 
                    อสูรร้ายพวกมันหยุดการโจมตีของพวกมันแล้วระเบิดสภาวะพลังที่สูงส่งออกมาแม้กระทั่งใช้แกนเลือดและพลังชีวิตทั้งหมดเข้าแลกเพื่อดึงเอาพลังที่มหาศาลเพื่อกำจัดอเล็กซานดร้าและเอเลน่า 
                    ก็อย่างที่อเล็กซานดร้าได้บอกกล่าวเอาไว้ในตอนแรกว่าพวกอสูรร้ายเหล่านี้คือพวกที่ถูกสร้างขึ้นมาของบททดสอบเพื่อที่จะกำจัดผู้เข้าทดสอบถึงอย่างไรมันก็ยังเป็นแค่ตัวที่ถูกสร้างขึ้นจึงมีพลังแค่ครึ่งเดียวของทั้งหมดที่เป็นร่างจริงของอสูรร้ายพวกนี้ และบททดสอบยังปลูกฝังว่าให้พวกมันกำจัดผู้เข้าทดสอบด้วยทุกอย่างที่มีให้โหดเหี้ยมที่สุดจึงทำให้พวกมันไม่ต้องคำนึงถึงผลที่ตามมาของการสละแกนเลือดและพลังชีวิตของพวกมัน 
                    อสูรร้ายพวกนี้ที่สละแกนเลือดและพลังชีวิตไปนั้นก็ทำให้พลังของพวกมันเทียบเท่ากับร่างต้นของอสูรร้ายที่ได้ชื่อว่าอสูรร้ายจริงๆเสียที 
                    โฮก 
                    “ตาย!” 
                    พวกมันใช้สุดยอดการโจมตีสังหารออกมาอีกครั้ง และเดิมพันทุกอย่างกับการโจมตีครั้งนี้เพื่อสังหารแมลงสาบอย่างอเล็กซานดร้าและเอเลน่าในสายตาของพวกมัน 
                    “ต้องเสี่ยงดวงแล้วนะเอเลน่าถ้าดูดซับการโจมตีครั้งนี้ได้โดยที่พวกเราสองคนไม่จบชีวิตไปเสียก่อนพวกเราก็รอด” 
                    “เข้าใจแล้ว” 
                    แสงสีมากมายถูกส่งมาอีกครั้งครั้งนี้มันราวกับวันสิ้นโลกของจริงร่างกายของอเล็กซานดร้าและเอเลน่าถูกกดทับทั้งๆที่พวกมันยังไม่แม้แต่จะเฉียดใกล้อาณาเขตของดาบเลยแม้แต่น้อยทำให้พวกนางกระอักเลือดออกมา พลังมันเคลื่อนที่รวดเร็วชั่วพริบตาก็เข้าไปถึงอเล็กซานดร้าและเอเลน่าจากนั้นก็ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง 
                    ตูม 
                    ระเบิดพลังเวทย์ที่น่าหวั่นเกรงขนาดนั้นส่งผลให้พวกอสูรร้ายทั้งสี่นั้นต่างถูกกระแทกถอยไปกว่าร้อยเมตร พวกมันต่างวางใจแล้วว่ากำจัดอเล็กซานดร้าและเอเลน่าได้แล้ว แม้แต่พวกมันที่ใช้เกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดยังถูกผลักถอยหลังไกลขนาดนี้ ถ้าหากเป็นอเล็กซานดร้าและเอเลน่าบางทีคงไม่เหลือแม้แต่เศษธุลี เพราะทั้งสองจากที่อสูรร้ายตรวจสอบดูเหมือนว่าพวกนางยังไม่แม้แต่จะร่ำเรียนเวทมนตร์มาก่อนจึงทำให้โอกาสที่จะรอดไปได้นั้นแทบเป็นไปไม่ได้ 
                    “เพียงเท่านี้น้องห้าก็คงหลับสบายใจได้แล้ว” 
                    อสูรร้ายทั้งสี่ได้แต่ถอนหายใจออกมา หากไม่ใช่เพราะน้องห้าของพวกมันไม่ประมาทจนละเลยการป้องกันขนาดนั้นคงไม่จบชีวิตลงได้ง่ายๆแบบนี้ 
                    “นี่....เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ว่าพวกเราปลดปล่อยพลังออกไปแล้วทำไมพลังงานและอาณาเขตพลังของมันยังคงอยู่ ทั้งยังค่อยๆลงระดับความเข้มข้นของพลังทำลายลงไปเรื่อยๆเองแบบนี้ หรือว่า.....” 
                    พวกมันทั้งหมดคิดถึงความเป็นไปได้ที่เป็นไปไม่ได้ในหัวของมันขึ้นมาทันที 
                    และแล้วภาพตรงหน้าก็เปิดเผยออกมาอเล็กซานดร้าและเอเลน่ายังคงมีชีวิตอยู่แต่ร่างกายก็โชกไปด้วยเลือดและอาการบาเจ็บสาหัสแต่ก็ยังคงยืนใช้ดาบเล่มสีทองและดาบเล่มสีดำดูดกลืนพลังเข้ามาเพื่อใช้เป็นพลังในการจบบททดสอบนี้และดูเหมือนว่าพวกนางทำได้สำเร็จ จนทำให้พลังที่เป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ถูกดูดกลืนมาจนหมดไว้ในดาบทั้งสองเล่มทำให้แสงสีทองและแสงสีดำที่เคยหลั่งไหลออกมามันออกมามากกว่าปกติที่เคยเป็น 
                    อสูรร้ายทั้งสี่ความโล่งใจก่อนหน้านี้มันหายไปทั้งหมด แทนที่ด้วยโทสะอีกครั้งแต่ครั้งนี้พวกมันราวกับมีเงาขนาดใหญ่กดทับอยู่ภายในจิตวิญญาณของพวกมัน เห็นได้ชัดเลยว่าอเล็กซานดร้าและเอเลน่าคือราชาแห่งแมลงสาบที่ยิ่งใหญที่สุดที่พวกมันเคยได้พบมา 
                    ก่อนที่พวกมันจะเคลื่อนไหวร่างอีกครั้งก็เป็นครั้งที่อเล็กซานดร้าและเอเลน่าที่พวกมันยังเห็นว่าดูดกลืนพลังพึ่งเสร็จได้ไม่นานก็มาโผว่ตรงหน้าของพวกมันซ้ายและขวาแล้วพวกนางก็พุ่งเข้าจู่โจมอสูรร้ายตัวที่อ่อนแอที่สุดที่คล้ายงูภาพร่างดาบก็ฟาดฟันเข้าใส่รวมถึงพลังการฟาดฟันของดาบเล่มสีทองและดาบเล่มสีดำเข้าไปด้วย 
                    ปัง 
                    ร่างของอสูรร้ายที่แข็งแกร่งมันก็เกิดปวดแสบปวดร้อนขึ้นมาส่วนหนึ่งของร่างมันถูกตัดขาดและร่างกายส่วนหลักถูกกระแทกไปไกลละลิ่ว อสูรร้ายทั้งสามที่เข้ามาช่วยไม่ทันก็โจมตีเข้าใส่อเล็กซานดร้าและเอเลน่าแต่ทว่าก่อนที่การโจมตีที่ว่าจะถึงพวกมันทั้งสามก็รู้สึกหวาดเสียวมาจากด้านหลังของพวกมันราวกับมีเคียวแห่งความตายมาจ่อไว้ที่คอ พวกมันละทิ้งที่จะโจมตีอเล็กซานดร้าและเอเลน่าไปแล้วรับการโจมตีจากด้านหลังที่ว่าแทน 
                    ปัง 
                    เป็นอีกครั้งที่อสูรร้ายทั้งสามถูกกระแทกอย่างรุนแรงจากการปะทะ และร่างที่โจมตีเข้ามาก็พลันเลือนหายไปทันทีพวกมันรู้ได้เลยว่าถูกหลอกแล้วก็รับหมุนร่างพุ่งตามร่างกายของอสูรร้ายอีกตนที่ถูกอเล็กซานดร้าและเอเลน่าส่งลอยละลิ่วไปไกลแต่กว่าที่พวกมันจะรู้ตัวนั้น ร่างของอสูรร้ายที่แตกวงก็ถูกเด็กสาวที่ร่างกายโชกเลือดสะบั้นขาดออกจากกันตกตายไปในทันที 
                    ยังไม่หมดเพียงแค่นั้นบนท้องฟ้ายังมีภาพร่างดาบเล่มใหญ๋ดักรออยู่มันที่อัดแน่นไปด้วยพลังสุดยอดการโจมตีที่ดูดกลืนมานั้นก็รอการที่จะฟาดฟันลงไปยังวงของอสูรร้าย 
                    “นี่มันตัวประหลาดอะไรกัน ทำไมมันทรงพลังขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้” 
                    “หรือว่าแมลงสาบสองตัวนี้มันเป็นลูกเทพ” 
                    ….. 
                    ท่ามกลางความตกตะลึงของพวกมันและพวกมันก็เตรียมตัวรับการโจมตีที่ส่งมาจากภาพร่างของดาบเล่มใหญ่จนลืมไปว่ายังมีอเล็กซานดร้าและเอเลน่าอยู่พวกนางแยกกันอีกครั้ง ซ้ายอเล็กซานดร้าขวาเอเลน่าพลังของดาบทั้งสองเล่มผสานเข้ากันเป็นครั้งนี้ที่แสงสีทองและแสงสีดำสาดส่องพวกมันทั้งสามรู้สึกตัวช้าไปดาบสองเล่มก็ทะลวงผ่านร่างของอสูรทั้งสองหลงเหลือแค่อสูรร้ายตัวที่ยืนอยู่กลางกลุ่มที่ไม่ถูกเพ่งเล็งก่อนหน้า 
                    โฮก 
                    “นี่มันอะไรกัน พี่น้องข้า เจ้า เจ้าสัตว์ประหลาดน้อย” 
                    ขณะที่มันคิดว่าภาพร่างดาบพวกนั้นมันคือตัวล่อของอเล็กซานดร้าและเอเลน่าดาบเล่มใหญ่เล่มนั้นก็ขยับเขยื้อนตัวเองฟาดฟันลงมาที่อสูรร้ายตัวสุดท้ายจนร่างของมันถูกผ่าครึ่งไปและตกตายโดยที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  แผนการโจมตีสองต่อสามจังหวะของอเล็กซานดร้าใช้ได้ผลจนเกินคาดเพราะพลังที่ดาบทั้งสองเก็บรวบรวมมามันมากกว่าที่คาดไว้ ทันทีที่กำจัดอสูรร้ายไปพวกนางก็ไม่หลงเหลือเรี่ยวแรงอีกเพราะพวกนางไม่มีอันตรายอีกแล้วจึงทำให้อเล็กซานดร้าและเอเลน่าหมดสตินอนลงไปข้างกันไปในทันที 
                     .............