ตอนที่1
ความรักที่ถูกทิ้งขว้าง
เรือนใหญ่ตระกูลฉิน
"มี่เออร์ เ้าดูผ้าผับผืนนี้สิแม่ว่ามันเหมาะกับลูกมาก "ฮูหยินจูลี่เจียวยื่นผ้าที่ตนกำลังถือส่งให้กับบุตรสาว เมื่อ่บ่าย กลุ่มวาณิชที่เพิ่งกลับจากเมืองหางตงทางตอนใต้ของแคว้นได้นำผ้าที่สั่งไว้มาส่งที่จวนเมืองแห่งนี้ขึ้นชื่อเื่การทอผ้าปักลายมากหลังจากทานอาหารมื้อค่ำเสร็จฮูหยินจูลี่เจียวจึงบอกให้บุตรสาวอยู่รอเลือกผ้าพับก่อนกลับเรือน
"งามมากเ้าค่ะ ลูกชอบ"มี่จือรับผ้ามาดู แววตาฉายแววชื่นชอบจากนั้นจึงเลือกผ้าสำหรับตัดชุดใหม่เพิ่มอีกสามพับก่อนลามารดากลับเรือน
ฮูหยินจูลี่เจียวไม่ได้รั้งบุตรสาวอยู่ต่อนางมองตามหลังบุตรสาวไปจนพ้นหน้าประตูเรือน พลางถอนหายใจยาวภายในใจเต็มไปด้วยความกังวล
มี่จื่อหยุดยืนอยู่หน้าเรือนใหญ่ของมารดาเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า พยายามอย่างยิ่งที่จะกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาสองมือกำแน่นหวังระงับความคับข้องใจในอก
“คุณหนู” เสี่ยวอี้ สาวใช้คนสนิทของมี่จื่อเอ่ยเรียกชื่อเ้านายด้วยความรู้สึกสงสารเมื่อครู่นี้ตนก็อยู่ภายในห้องกับคุณหนูด้วย จึงได้ยินสิ่งที่ฮูหยินใหญ่กล่าวกับคุณหนู
"ข้าผิดอะไรหรือเสี่ยวอี้ทำไมท่านแม่ถึงได้ลำเอียงรักคนอื่นมากกว่าลูกในไส้ของท่านเอง”ลี่จูกล่าวตัดพ้อด้วยความรู้สึกเจ็บช้ำ
“คุณหนูอย่าน้อยใจท่านฮูหยินใหญ่เลยนะเ้าคะ”เสี่ยวอี้จะบอกได้อย่างไรว่าที่ฮูหยินใหญ่ทำไปทั้งหมดก็เพราะรักและหวังดีกับคุณหนูทั้งสิ้นไม่มีมารดาคนไหนไม่รักบุตรของตนเองอย่างแน่นอน
มี่จื่อยกมือปาดคราบน้ำตาที่ไหลออกจากหางตานางเดินกลับเรือนของตนเองด้วยใจที่ขุ่นมัว ก่อนเดินออกมาจากห้องมารดามี่จื่อถูกมารดาตำหนิเื่องค์ชายสิบสาม ความน้อยใจที่สุ่มแน่นอยู่ในอกยังไม่ทันได้ระบายออกมารดาก็เอ่ยย้ำในสิ่งที่ใจไม่อยากได้ยินสักนิดตกลงนางหรือน้องสามกันแน่ที่เป็บุตรสาวของท่าน
เสี่ยวอี้ถือโคมส่องนำทางให้กับคุณหนูสองนายบ่าวเดินลัดเลาะไปตามทางเดินปูด้วยหินกรวดเล็กๆ เชื่อมต่อไปยังอีกสองเรือนและในขณะนั้นเอง ระหว่างที่เดินผ่านสวนดอกไม้ที่คั่นกลางระหว่างเรือนของนางกับน้องสามมี่จื่อกลับได้ยินเสียงคนพูดคุยกันอยู่ในสวนดอกไม้
นางหยุดเดินมองหาต้นเสียงที่มา ก่อนจะมองไปเห็นสองเงาตะคุ่มนั่งอยู่บนโขดหินในสวนดอกไม้ใจที่เพิ่งสงบลงเมื่อครู่ กลับมามีอารมณ์คุกรุ่นในอกอีกครั้ง
“คุณหนู อย่ามีเื่เลยนะเ้าคะ”เสี่ยวอี้รีบกล่าวห้ามคุณหนู
สีหน้าของมี่จื่อดูไม่น่ามองนักหันกลับไปมองสาวใช้ตาขวาง“หน้าของข้าเหมือนคนอยากจะไปหาเื่กับพวกเขาหรืออย่างไร”นางสะบัดหน้าเดินเลี้ยวไปอีกทาง
ช่างหน้าไม่อายจริงๆกลางค่ำกลางคืนก็ไม่เว้น ถึงแม้มี่จื่อจะไม่เข้าไปหาเื่พวกเขาทั้งสองแต่เื่นี้นางไม่ยอมอยู่เฉยเป็แน่
เสี่ยวอี้ก้มหน้านิ่งเงียบรีบเดินถือโคมตามคุณหนูกลับเรือน
ตลอดทั้งคืนมี่จื่อนอนไม่หลับนางนอนพลิกตัวไปมาครุ่นคิดเื่คนทั้งคู่ด้วยใจที่ว้าวุ่นจวบจนเกือบรุ่งสางจึงหลับไปเพราะความเหนื่อยล้าส่งผลให้เช้าวันนี้สีหน้าดูไม่สดใสนัก
“คุณหนูตื่นหรือยังเ้าคะ”เสี่ยวอี้เข้ามาปลุกคุณหนูพร้อมกับอ่างน้ำล้างหน้าในมือ
“เช้าแล้วหรือ” มี่จื่อบิดตัวพองามก่อนลุกขึ้นเดินไปล้างหน้า
“ปลายยามเหม่าแล้วเ้าค่ะ”เสี่ยวอี้ส่งผ้าให้คุณหนูซับหน้า พร้อมกับหยิบชุดใหม่ออกมาเตรียมไว้รอ
มี่จื่อผลัดเปลี่ยนชุดใหม่ในเวลาถัดมาเร่งฝีเท้าเดินออกจากเรือน ไปยังเรือนใหญ่ด้วยเพื่อรับอาหารเช้าพร้อมกับทุกคน
ในทุกๆวัน ตามธรรมเนียมของตระกูลฉินทุกคนจะต้องมารับมื้อเช้าและมื้อค่ำพร้อมกันที่เรือนใหญ่ส่วนมื้อเที่ยงสามารถนั่งทานอาหารที่เรือนของตนเองได้
เมื่อนางเดินเข้ามาถึงก็ย่อตัวคำนับบิดามารดา แม่รอง และแม่สาม ก่อนเข้าไปนั่งในตำแหน่งของตนเอง
บิดาของมี่จื่อชื่อฉินถงไห่มีภรรยาทั้งหมดสามคน เขาเป็เสนาบดีเ้ากรมอาญา อายุล่วงเลยเข้าวัยสี่สิบปีมีมารดาของมี่จื่อเป็ฮูหยินเอก ชื่อจูลี่เจียว มีบุตรด้วยกันสองคนบุตรชายคนโตอายุสิบเจ็ดปี ชื่อฉินฉางไห่ และบุตรสาวคนเล็กชื่อฉินมี่จื่ออายุสิบหกปี
มีอันจื่อหนิงเป็ฮูหยินรอง คลอดบุตรสาวหนึ่งคน ชื่อฉินตงอิง ตอนนี้อายุสิบห้าปี และหานเยว่ซือเป็ฮูหยินสาม มีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคน อายุห้าปี ชื่อฉินเส้าอิง
“พี่รองดูไม่ค่อยสดชื่นนะเ้าคะ”ฉินตงอิงกล่าวถามพี่สาวต่างมารดา นางสังเหตุเห็นขอบตาที่คล้ำลงของพี่รอง
มี่จื่อสบตาน้องสาวต่างมารดาแววตายามมองอีกฝ่ายดูซับซ้อนแฝงความเ็ายามกล่าว “เมื่อคืนพี่รองนอนไม่ค่อยหลับ”
นับั้แ่วันที่นางทราบว่าองค์ชายสิบสามหลี่หย่งเล่อเปลี่ยนใจมาชอบน้องสาวต่างมารดาคนนี้ ความรู้สึกดีๆที่เคยมีระหว่างพวกนางสองพี่น้องเริ่มที่จะห่างเหินกันไปไกลทุกวันนี้มี่จื่อแทบไม่อยากจะเห็นหน้าตงอิงเสียด้วยซ้ำยิ่งอีกฝ่ายทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความรู้สึกเกลียดชังยิ่งเพิ่มพูนขึ้นไปอีกรู้ทั้งรู้ว่านางปักใจรักองค์ชายสิบสามมาั้แ่แรก แต่กลับคิดหักหลังทรยศนางคบหากับองค์ชายหลี่หย่งเล่อหยามน้ำใจนางจนสิ้น
เมื่อสองวันก่อนตอนที่นางไปเดินตลาด พบเข้ากับจ้าวหมินหมิน คุณหนูตระกูลจ้าวกลางถนน จะด้วยความบังเอิญหรือความตั้งใจของอีกฝ่ายก็ไม่อาจรู้จ้าวหมินหมินเป็คู่แข่งด้านความรักตัวฉกาจของมี่จื่อั้แ่พ้นวัยปักปิ่นมาพร้อมๆกัน นางมากับสาวใช้หยุดยืนขวางหน้ามี่จื่อเอาไว้ แววตาที่มองมามีทั้งความเยาะเย้ยและสมเพชในตัวมี่จื่อ
“อุ๊ย บังเอิญเสียจริงที่พบคุณหนูฉินที่นี่”
มี่จื่อเชิดหน้าขึ้นเอ่ยตอบด้วยสีหน้าติดรำคาญ“มาดักพบหน้าข้าเช่นนี้ อย่าบอกนะว่าคุณหนูจ้าวเหงาปากหาที่เห่าหอนไม่ได้ อ่า แต่ข้าขอบอกไว้ก่อนนะ วันนี้ข้าไม่มีเวลามายืนรอฟังเสียงเห่าหอนของเ้า”ลี่จูเบี่ยงตัวออกเล็กน้อย ก่อนจะเดินหนีห่าง
“ข้าไม่ใช่สุนัข เ้านั่นแหละสุนัข ฉินมี่จื่อ”จ้าวหมินหมินยืนกอดอก สีหน้าหยิ่งยโสไม่แพ้มี่จื่อ ไม่สนใจคำด่ากระทบตรงๆของมี่จื่อ เพราะนางกับมี่จื่อก็ไม่เคยพูดจากันดีๆ สักครั้งอยู่แล้วทุกครั้งที่พบหน้ากันล้วนแต่เอ่ยคำพูดจิกกัดกันจนเป็นิสัยด้วยความเคยชินรีบกล่าวตามหลังมี่จื่อ “วันนี้ข้ามาดี ไม่ได้จะมาหาเื่เ้า”
หญิงสาวทั้งสองเป็บุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินเอกเช่นกันอีกทั้งบิดาของทั้งสองฝ่ายก็เป็ถึงเสนาบดีกันทั้งคู่ ความเย่อหยิ่งรวมถึงความเอาแต่ใจถึงไม่เป็สองรองใคร
มี่จื่อชะงักฝีเท้าหยุดเดินหันหน้ากลับมาหาอีกฝ่าย “เ้าเนี่ยะนะ”พลางส่ายหน้าเหมือนกับไม่เชื่อว่าคำพูดนี้จะเอ่ยออกมาจากริมฝีปากจัดของคุณหนูจ้าว
จ้าวหมินหมินเดินเข้ามาใกล้กับลี่จูพลางกล่าว “ข้ามาดีหยุดเื่ของพวกเราไว้ก่อน”
มี่จื่อยังไม่คลายความระแวงสงสัยในตัวจ้าวหมินหมินลงนางไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน “พูดมา”
“จุ๊ จุ๊ อย่าทำหน้าใจร้อนเช่นนั้นสิ”จ้าวหมินหมินยกยิ้มแต่ไปไม่ถึงดวงตา “ให้ข้าทาย ที่ข้ายังเห็นเ้ามาเดินเตร็ดเตร่ในตลาดอย่างใจเย็นอยู่เช่นนี้แสดงว่ายังไม่รู้ความจริงสินะ”
“ความจริงอะไร” มี่จื่อย่นหัวคิ้วด้วยความสงสัย
“ฮ่า ฮ่า แสดงว่าข้าทายถูก”จ้าวหมินหมินมีความเยาะเย้ยบนใบหน้า “ก็ความจริงที่ว่าตอนนี้องค์ชายสิบสามกำลังชอบพออยู่กับน้องสาวต่างมารดาของเ้าอยู่อย่างไรล่ะ”จ้าวหมินหมินกล่าวจบก็หัวเราะอย่างสะใจระคนสมเพชมี่จื่อ“ข้ากับเ้าแย่งชิงความรักจากองค์ชายสิบสามกันแทบเป็แทบตายสุดท้ายคนที่ได้ใจขององค์ชายสิบสามไปครองกลับเป็น้องสาวต่างมารดาของเ้า”
มี่จื่อนิ่งงันราวกับถูกคำสาปไปชั่วขณะก่อนจะส่ายหน้ามองจ้าวหมินหมินด้วยความไม่พอใจ “เ้าคิดที่จะปั่นหัวข้าเล่นสินะ”
“ข้าไม่เห็นต้องออกแรงทำเช่นนั้นเลยนิในเมื่อสิ่งที่ข้าบอกกับเ้าเป็ความจริงทุกประการ หากไม่เชื่อที่ข้าพูดก็ไม่เป็ไรเดี๋ยวเ้าก็จะได้รู้ได้เห็นด้วยตาของเ้าเองอย่างแน่นอน”จ้าวหมินหมินหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ว่าแต่เมื่อเห็นแล้วข้าฝากเ้าตบสั่งสอนน้องสาวต่างมารดาเ้าสักฉาดสองฉาดหน่อยแล้วกันกล้าดีอย่างไรมาแย่งองค์ชายหลี่หย่งเล่อจากข้าไป เห็นหน้าจืดชืดเช่นนั้นไม่คิดว่าจะร้ายพอตัว”
จ้าวหมินหมินยกมือตบไปที่ไหล่มี่จื่อเบาๆสามที “ข้าฝากด้วยล่ะ”จากนั้นเ้าหมินหมินก็เดินจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะดังลั่นทิ้งให้มี่จื่อยืนอึ้งอยู่กับที่เป็เวลานาน
ฉินฮูหยินมองดูบุตรสาวด้วยสีหน้าเป็ห่วงหวนคิดไปถึงเื่เมื่อคืนที่ตนเองเผลอกล่าวเสียงดุกับบุตรสาวพานรู้สึกผิด“แม่พาลูกไปไหว้พระดีหรือไม่มี่เออร์”นางหวังจะใช้พระธรรมเข้าช่วยให้จิตใจของบุตรสาวสงบลงบ้างไม่อยากให้คิดมากกับเื่ขององค์ชายสิบสาม
“อืม พอเ้าพูดถึงเื่ไปไหว้พระข้าก็เกือบลืมเื่ที่องค์ชายสิบสามส่งคนมาขออนุญาตพาตงเออร์ไปไหว้พระที่วัดนอกเมืองในวันพรุ่งนี้”ฉินถงไห่กล่าวขึ้น ในระหว่างทานข้าวบนโต๊ะ
มือที่กำลังคีบอาหารเข้าปากพลันสะดุดมี่จื่อไม่มีอารมณ์ที่จะทานข้าวต่อ จึงวางตะเกียบลงชำเลืองมองน้องสาวต่างมารดาเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ
“พี่รองไปด้วยกันกับข้านะเ้าคะ” ตงอิงหันไปกล่าวกับพี่รองด้วยสีหน้ากังวลนางไม่เคยไปไหนมาไหนกับองค์ชายสิบสามตามลำพังมาก่อนเพราะเพิ่งรู้จักกับเขาเพียงสองครั้งไม่สนิทใจที่จะไปคนเดียวในใจย่อมรู้สึกประหม่าอยู่มาก การที่มีพี่รองไปด้วยตงอิงถึงจะรู้สึกสบายใจ
สีหน้าฮูหยินใหญ่จูลี่เจียวดูไม่ค่อยดีนักเพราะเป็ห่วงความรู้สึกของบุตรสาว
“พรุ่งนี้เ้าก็ไปเป็เพื่อนน้องด้วยก็แล้วกันนะมี่เออร์”ฉินถงไห่บอกกับบุตรสาว
“เ้าค่ะท่านพ่อ” มี่จื่อรับคำบิดาแม้จะไม่เต็มใจนักก็ตามที
ตงอิงส่งรอยยิ้มสดใสไปให้พี่สาวต่างมารดาแต่พี่รองของนางดูคล้ายไม่ยินดีกับการไปไหว้พระกับตนเสียเท่าไหร่รอยยิ้มเมื่อครู่ค่อยๆ หุบลง ทว่ายังมีรอยยิ้มจางๆ ประดับบนใบหน้าอยู่บ้าง
ไม่มีใครบอกกับตงอิงได้ว่าพี่รองของนางเป็อะไรไปเหตุใดสีหน้าถึงไม่ค่อยยินดีเท่าไหร่นัก
ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาตงอิงไปถือศีลกับมารดาที่วัดอยู่ที่นั่นจวบจนอายุสิบห้าปีถึงได้เดินทางกลับมาที่เมืองหลวงเพื่อเข้าพิธีปักปิ่นของตนเองในวันที่อายุครบสิบห้าปีและได้พบกับองค์ชายสิบสามโดยบังเอิญที่โรงน้ำชาเขาช่วยเหลือนางจากอันตพาลที่เข้ามาก่อกวน ภาพแห่งความประทับใจในตัวองค์ชายฉายทับลงไปในหัวใจของนางโดยไม่รู้ตัวไม่คิดว่าจะได้พบกับองค์ชายสิบสามอีกครั้ง
จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาองค์ชายสิบสามได้ลอบเข้ามาพบกับนางในจวน เพื่อนำของที่ทำตกหล่นไว้มาส่งคืนในยามนั้นยอมรับว่าใมากที่เห็นองค์ชายสิบสามแอบเข้ามาภายในจวนยามค่ำคืนตงอิงรับของคืนพร้อมกับกล่าวขอบคุณเขาก่อนกลับเข้าเรือนของตนเองอย่างรวดเร็วไม่คิดว่าในเช้าวันนี้เขาจะส่งคนมาขออนุญาตพานางไปไหว้พระกับบิดาในวันพรุ่งนี้ด้วย
หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อยมี่จื่อขอตัวกลับเรือนของตนเองทันที นางไม่สนใจแม้กระทั่งเสียงเรียกจากข้างหลังของน้องสาวต่างมารดาร่างบางเดินจ่ำอ้าวกลับเข้าไปในเรือน ก่อนจะสั่งสาวใช้ปิดประตูเรือนให้สนิทห้ามให้ใครรบกวนนางเป็อันขาด
ตงอิงวิ่งตามพี่รองมาถึงหน้าเรือนประตูถูกลงกลอนจากด้านในสนิท นางจึงไม่กล้าเข้าไปรบกวน ได้แต่เดินหน้าเศร้ากลับเรือนของตนเองด้วยความฉงน
มี่จื่อขังตัวเองอยู่ในห้องนอนด้วยสีหน้าเศร้านางไม่เข้าใจเลยว่ามีหญิงสาวตั้งมากมายให้องค์ชายสิบสามเลือกแต่ทำไมเขาถึงเลือกที่จะคบกับน้องสาวต่างมารดาของนางน้องสามมีอะไรที่ดีไปกว่านางอย่างนั้นหรือ เขารู้ทั้งรู้ว่านางชอบเขามากเพียงใดนางสามารถผลักดันให้เขาขึ้นไปสู่ตำแหน่งสูงสุดได้ แต่เขากลับไม่เลือกนางไม่รับเอาความหวังดีที่หยิบยื่นให้
ย้อนกลับไปเหตุการณ์เมื่อวานใน่บ่ายหน้าโรงน้ำชาชื่อดังในเมืองหลวง
“ข้าไม่ดีตรงไหน ทำไมท่านถึงไม่เลือกข้า” มี่จื่อยืนประจันหน้ากับเขาหน้าทางเข้าโรงน้ำชาเอ่ยถามในสิ่งที่คับข้องใจ
นางรู้ดีว่าการตัดสินใจทำในสิ่งที่โง่เขลาที่สุดออกมาจะทำให้ตนเป็ที่อับอายแต่นางไม่สนใจอีกแล้ว จะอย่างไรก็ต้องรู้จากปากของเขาให้ได้
และในเวลาถัดมานางถูกเขาดึงมือเข้ามาในที่ลับตาคนองค์ชายหลี่หย่งเล่อส่งสายตาเ็ามองนางราวกับคนแปลกหน้า
“คุณหนูฉินมี่จื่อ เ้าไม่อับอายผู้คนหรืออย่างไร” เอ่ยถามเสียงลอดไรฟัน ราวกับพยายามอดกลั้นโทสะเอาไว้ นอกจากความเ็าที่แผ่ออกมารอบตัวเขาแล้วแววตาคู่นั้นยังคล้ายหลุมดำลึกราวกับโผล่ขึ้นมาจากใต้อเวจีจ้องมองมายังนางจนรู้สึกได้ถึงความอึดอัดและเป็อีกมุมที่มี่จื่อไม่เคยได้เห็นจากเขามาก่อน
ทว่าความริษยาที่สุมอยู่ในอกทำให้นางมีความกล้าที่จะจ้องกลับแววตาคู่นั้น “ท่านก็ตอบคำถามของข้ามาก่อนสิ”
องค์ชายหลี่หย่งเล่อยื่นมือไปบีบคางมี่จื่อบังคับให้นางก้าวถอยหลังจนร่างชิดติดกำแพง “อยากเป็มากนักหรือคนรักของข้า”
มี่จื่อคล้ายได้สติกลับมา“ท่านปล่อยข้านะ” นางทั้งหวาดกลัวและรู้สึกว่าเขาไม่เหมือนกับองค์ชายที่นางเคยรู้จักสักนิดพยายามใช้สองมือแกะนิ้วทั้งห้าที่บีบคางของนางออกด้วยความยากลำบาก
มือที่บีบคางของหญิงสาวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็กักขังนางเอาไว้กับกำแพงแทนหลี่หย่งเล่อยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาว “กลัวข้าหรือ”
มี่จื่อพยักหน้าไปตามสัณชาตญาณนางกลัวเขาจริงๆ
“จะว่าไปคุณหนูมี่จื่อก็งดงามอยู่ไม่น้อย” หลี่หย่งเล่อใช้หลังมือลูบไล้แก้มนวล
มี่จื่อใจเต้นระรัวจิตใจแตกกระเจิงไปเรียบร้อยแล้ว แววตากับคำพูดของเขาช่างสวนทางกับการกระทำยิ่งนัก ในเมื่อนางงดงามดังที่เขาพูดจริง“ท่านก็เลือกข้าสิข้าทั้งงดงามและเพรียบพร้อมไปทุกสิ่ง”
หลี่หย่งเล่อหัวเราะในลำคอ“หญิงงามจะเลือกมาไว้ข้างกายมากมายแค่ไหนก็ย่อมได้แต่คนที่ข้ารักนั้นย่อมมีเพียงคนเดียว”
มี่จื่อมองเขาน้ำตาคลอ “เพราะอะไร”
“เพราะข้าไม่เคยรักเ้า”
ประโยคสุดท้ายดังก้องหูมี่จื่อจนอื้ออึงมองดูเขาเดินจากไปด้วยสายตาเลื่อนลอย ร่างบางทรุดตัวไถลลงมากับกำแพงพลางร้องไห้โฮออกมา
เสี่ยวอี้นั่งอิงกับประตูหน้าห้องของคุณหนูฟังเสียงร้องไห้ดังสะอื้นออกมาจากในห้องนอนเป็ระยะสีหน้าของนางดูหมองเศร้าไปกับคุณหนูด้วย ไม่รู้จะกล่าวปลอบคุณหนูอย่างไรดีคุณหนูรักและเอ็นดูคุณหนูสามมาก ย่อมะเืใจมากเช่นกันที่เห็นองค์ชายสิบสามบุรุษที่คุณหนูตกหลุมรักกำลังรักใคร่อยู่กับคุณหนูสาม หากเป็คนอื่นที่แย่งองค์ชายสิบสามไปมีหวังได้มีการตบตีกันเพื่อแย่งกลับอย่างแน่นอน
จวบจนตะวันบ่ายคล้อยมี่จื่อถึงได้เปิดประตูห้องนอนออกมา ใบหน้าของนางบวมเปล่งเพราะเกิดจากร้องไห้เป็เวลานานเมื่อเสี่ยวอี้เห็นดังนั้นก็ยิ่งรู้สึกเป็ห่วงคุณหนูมากขึ้นไปอีก คุณหนูไม่เคยปล่อยตนเองให้ใบหน้าทรุดโทรมเช่นนี้มาก่อนปรกติคุณหนูเป็คนที่ใส่ใจกับใบหน้าเป็อย่างมาก“บ่าวจะไปยกอ่างน้ำเข้ามาให้นะเ้าคะ”เสี่ยวอี้รีบวิ่งออกไปเตรียมน้ำล้างหน้าในทันที และยกเข้ามาในเวลาถัดมา
มี่จื่อกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเก้าอี้ตัวยาวหน้าเรือนนางไม่มีกะจิตกะใจสนใจเื่ใบหน้าที่เคยทะนุถนอมมาเป็อย่างดีจิตใจจมดิ่งอยู่กับความเสียใจปล่อยให้สาวใช้ตัวน้อยบรรจงเช็ดใบหน้าของนางจนเสร็จเรียบร้อยก่อนจะมีแตงกวาสองชิ้นวางทับบนเปลือกตาเพื่อลดอาการบวมช้ำจากการร้องไห้
ฉินฮูหยินเดินเข้ามานั่งลงเก้าอี้อีกตัวข้างบุตรสาวพลางกล่าว “มี่เออร์ ลูกแน่ใจนะว่าวันพรุ่งนี้จะไปไหว้พระกับพวกเขาจริงๆ”เป็ความผิดของนางเองที่ไม่ได้เอ่ยปากบอกเื่ที่บุตรสาวมีใจให้กับองค์ชายสิบสามให้กับสามีฟังจึงทำให้ผู้เป็สามีสั่งให้มี่เออร์ไปกับตงอิงในวันพรุ่งนี้
“ข้าจะลืมเขาให้ได้เ้าค่ะ”มี่จื่อเอ่ยกับมารดาน้ำเสียงจริงจัง
“ดีแล้วที่ลูกของแม่คิดได้เช่นนี้อย่ายึดติดกับบุรุษที่ไม่ได้รักและเห็นคุณค่าในตัวเราอีกต่อไปเลยมี่เออร์”ฉินฮูหยินเอื้อมมือไปลูบผมบุตรสาว“แม่เชื่อว่าลูกจะต้องพบกับบุรุษคนที่ดีกว่าองค์ชายสิบสาม และเขาคนนั้นจะต้องรักลูกของแม่ด้วยความจริงใจ”
ฉินฮูหยินมีชื่อเสียงอยู่ในกลุ่มสตรีชนชั้นสูงคนหนึ่งเื่ซุบซิบภายในขอบรั้วขอบวังหรือเกี่ยวกับบรรดาฮูหยินตระกูลสูงศักดิ์ทั้งหลายย่อมรู้เื่เป็อย่างดีนางทราบดีว่าพระสนมที่เป็พระมารดาขององค์ชายสิบสามมีนิสัยเป็คนเช่นใดแต่เพราะบุตรสาวของนางตกหลุมรักองค์ชายสิบสามแบบหัวปักหัวปำคนเป็แม่จึงทำได้เพียงคอยลอบเป็ห่วงอยู่ห่างๆปล่อยให้บุตรสาววิ่งหาความรักในแบบที่นางชอบหากองค์ชายสิบสามชอบบุตรสาวของนางจริงๆนางกับสามีพร้อมที่จะสนับสนุนองค์ชายสิบสามอย่างแน่นอน
ในเย็นวันเดียวกันมี่จื่อได้รับจดหมายของจ้าวหมินหมินจากยามหน้าประตูจวนเนื้อความในจดหมายค่อนข้างกระชับแต่ได้ใจความแต่ที่มี่จื่อรู้สึกแปลกใจนั้นกลับเป็เื่ที่จ้าวหมินหมินทราบถึงความเคลื่อนไหวขององค์ชายสิบสามได้รวดเร็วต่างหาก
มี่จื่อพับจดหมายเก็บเข้าซองก่อนโยนมันลงไปใต้ก้นหีบ ไม่แม้แต่จะเก็บเนื้อหาในจดหมายมาใส่ใจแต่อย่างใดจ้าวหมินหมินอยากจะทำอะไรก็เป็เื่ของนาง ไม่เกี่ยวกับตนอีกต่อไปปล่อยให้อีกฝ่ายทำไปคนเดียวแม้ใจจริงจะอยากใช้โอกาสนี้จัดการให้พวกเขาแยกจากกันให้มันรู้แล้วรู้รอดก็ตามที
นางสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะตัดใจจากเขาให้ได้ต่อจากนี้ไปเื่ราวของเขาล้วนไม่เกี่ยวข้องกับนางอีก