ชายวัย 60 นั่งรอลูกสาวอยู่บนแคร่หน้าบ้านด้วยความเป็ห่วง ไม่รู้ว่าลูกไปขายของถึงไหน มืดค่ำป่านนี้ถึงยังไม่กลับบ้าน ครั้นจะออกไปตามก็เกรงว่าจะสวนทางกันกับลูก
“พ่อจ๊ะ ฉันกลับมาแล้วจ้ะ”
“อ้าว! กลับมาแล้วเหรอลูก ไปขายของถึงไหนเนี่ยถึงกลับมาดึกเอาป่านนี้”
ขณะนี้เวลาสองทุ่มกว่า ๆ แต่สำหรับคนชนบทก็ถือว่าดึกแล้วเพราะส่วนมากชาวบ้านที่นี่เข้านอนไว
“ไปขายที่ถนนคนเดินบนเขานี่เองจ้ะ ส่วนที่กลับบ้านดึกเพราะอาพรแกเรียกไปคุยเื่งานน่ะจ้ะ”
พันเอกมุ่นคิ้ว สีหน้าบ่งบอกว่าไม่ค่อยพอใจและไม่ไว้ใจเมื่อลูกบอกว่ามาถึงบ้านดึกเพราะน้องสาวตัวดีเรียกไปคุยเื่งาน
“งานที่ไร่ภูตะวันน่ะรึ แล้วตกลงเขาให้ลูกไปทำอะไร”
ลูกสาวชะงัก เงียบไปหลายวินาทีกว่าจะหาคำตอบมาโกหกพ่อได้
“อาพรบอกว่าเขาให้ฉันไปคอยช่วยเก็บสตรอว์เบอร์รีจ้ะ ่นี้ผลผลิตออกเยอะ คนงานประจำทำกันไม่ทัน”
“จริงรึ”
พันเอกเอามือยันกับหน้าตักทั้งสองข้าง นิ่วหน้าและขมวดคิ้ว ท่าทางเหมือนกำลังจับเท็จลูกสาวอยู่
“จริงสิจ๊ะพ่อ”
น้ำผึ้งปั้นหน้าจริงจังและปั้นยิ้มบริสุทธิ์เพื่อไม่ให้โดนจับได้ว่าตนโป้ปด
“อย่าให้พ่อรู้นะว่ารวมหัวกับอามาโกหกพ่อน่ะ ไม่งั้นนังพรได้เห็นดีกับพ่อแน่”
ดวงตาของพันเอกฉายชัดถึงความจริงจัง เขายกนิ้วชี้ขึ้นชี้ไปที่ลูกสาวและพูดประโยคดังกล่าวช้า ๆ เพราะแน่ใจว่าพรนับพันต้องมีแผนการอะไรสักอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นน้ำผึ้งไม่หายเข้าบ้านนู้นไปนานเป็หลายชั่วโมงหรอก ทว่าน้ำผึ้งเป็เด็กอ่อนไหว หากกดดันมากเกินไปก็อาจจะไม่เป็ผลดีต่อสุขภาพจิตของเธอ พันเอกจึงทำได้เพียงคอยสังเกตพฤติกรรมของลูกสาวและน้องสาวให้ดี หากมีอะไรไม่ชอบมาพากลเขาจะจัดการขั้นเด็ดขาดทันที
“เก็บเื่งานไว้ก่อนเถอะจ้ะ นี่พ่อ! วันนี้หนูขายเสื้อผ้ากับของกระจุกกระจิกหมดเกลี้ยงเลยนะ ได้ตังค์มาตั้ง 5,000 บาทแน่ะ เงินนี้พ่อเก็บไว้นะ เผื่อใช้ในยามจำเป็”
น้ำผึ้งยกมือสากของพ่อขึ้นมาข้างหนึ่งก่อนจะวางธนบัตรสีเทา 5 ใบลงบนฝ่ามือพ่อ จากนั้นหุบมือของพ่อลงให้อยู่ในท่ากำมือ
“จะให้พ่อทำไม เงินลูกหามาได้ ลูกเก็บไว้ใช้จ่ายเถอะ แค่ลูกบอกว่าจะช่วยหาเงินใช้หนี้ พ่อก็ละอายใจจะแย่อยู่แล้ว”
“อย่าพูดแบบนั้นสิจ๊ะพ่อ เรามีกันแค่สองคนนะ ไป ๆ เราเข้าบ้านไปกินข้าวกัน ฉันซื้อกับข้าวมาเต็มเลย ของโปรดพ่อทั้งนั้นเลยนะจ๊ะ” ลูกสาวชูกับข้าวสี่ห้าถุงในมือขึ้น ผู้เป็พ่อถอนหายใจเบา ๆ
“จะซื้อมาให้มันเปลืองเงินทำไมล่ะลูก กับข้าวบ้านเราก็มี”
เครื่องหมายคำถามปรากฏบนใบหน้าจิ้มลิ้มทันทีที่ได้ยินคำพูดของพ่อ
“หมายความว่ายังไงจ๊ะ”
“ก็พ่อทำกับข้าวไว้แล้วน่ะสิ”
“อ้าว! พ่อจะลุกไปทำกับข้าวทำไม พ่อป่วยอยู่นะ” น้ำผึ้งเอ่ยเสียงดังขึ้นเพราะพ่อดื้อ
“น้ำผึ้งลูก~ พ่อแค่ป่วยไม่ได้มือเท้าเดี้ยง กับข้าวแค่นี้ทำไมจะทำรอลูกไม่ได้”
เป็อย่างที่พันเอกบอก หากต้องนั่ง ๆ นอน ๆ งอมืองอเท้ารอลูกเต้าหามาประเคนให้กินก็เบื่อตายก่อนแก่ตายพอดี ด้วยความที่พันเอกเป็คนขยันโดยสันดาน ระหว่างที่เขาทานยาและรักษาตัวอยู่ที่บ้านก็อยู่ไม่เคยนิ่งเลยสักวัน เป็อันต้องออกไปขุดแปลง ปลูกผัก ให้อาหารเป็ด ให้อาหารไก่ และอีกสารพัดกิจกรรมออกกำลังกายของคนวัยนี้ ทว่ายังทำกิจกรรมหนัก ๆ อย่างไถนาปลูกข้าวไม่ได้เพราะยังไม่หายดี...และไม่รู้ว่าอาการของโรคเส้นเืในสมองตีบจะกำเริบขึ้นมาเมื่อใด พันเอกจึงปล่อยให้ชาวบ้านเช่าที่นาหลังบ้าน เก็บค่าเช่ากินไปก่อน ซึ่งที่นาผืนนี้ก็ใกล้จะโดนยึดอยู่เต็มที
เมื่อทั้งสองพ่อลูกทานอาหารเรียบร้อยในเวลาสามทุ่มครึ่งก็เข้านอน วันนี้น้ำผึ้งเข้านอนไวกว่าปกติเนื่องจากอาพรบอกว่าถ้าเข้านอนก่อนสี่ทุ่มและดื่มน้ำตามมาก ๆ จะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ครั้งแรกที่ได้ยินคำแนะนำของอาพร หญิงสาวก็เอะใจนิดหน่อยว่าทำไมต้องทำตัวเองให้สวยถึงเพียงนี้ เพราะน้ำผึ้งคิดว่าตัวเองก็แต่งหน้าแต่งตาและแต่งตัวดีอยู่แล้ว แต่พอนึกถึงคำที่อาพรของเธอสอนว่าการทำให้ตัวเองดูดีที่สุดคือการให้เกียรติผู้อื่นและตัวเราเอง น้ำผึ้งจึงปล่อยไปและมองแค่ในแง่ดีว่าอาพรหวังดี
:
:
‘ทำไมต้องโกหกพ่อด้วยล่ะคะอา’
‘ก็พ่อหลานน่ะทั้งห่วงแล้วก็หวงหลานจะตายไป ถ้าบอกไปตรง ๆ ว่าหลานจะไปเป็เลขาฯ ส่วนตัวให้พ่อเลี้ยงภูผา พี่พันเอกต้องไม่ยอมแน่ แม้ว่าแกจะชื่นชมพ่อเลี้ยงภูผาว่าเก่งนักเก่งหนาก็ตามเถอะ...ทีนี้แหละ หลานก็จะแห้วเงินไปจ่ายหนี้ให้พ่อ’
************************************
พาร์ตของน้ำผึ้ง
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันตามอาพรไปไร่ภูตะวันประมาณหกโมงกว่า ๆ วันนี้แต่งตัวสวยเป็พิเศษ ตอนออกมาจากบ้านก็เลยต้องทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เพื่อระวังไม่ให้พ่อเห็น ไม่อย่างนั้นได้ตอบคำถามแกยาวแน่
เมื่อมาถึงไร่ภูตะวัน...ในความคิดของฉันที่นี่มีพื้นที่กว้างและยาวมาก สมแล้วที่เป็ไร่ผลไม้คุณภาพดีอันดับต้น ๆ ของเชียงใหม่ นอกจากพื้นที่จะกว้างขวางเหมาะแก่การปลูกผลไม้เศรษฐกิจหลายชนิดแล้ว ดินที่นี่ยังคุณภาพดีอีกด้วย ทำไมถึงรู้น่ะเหรอ อย่าลืมสิว่าน้ำผึ้งคนนี้เป็ลูกชาวนา ฮ่า ๆ
เอาล่ะ! ฉันนั่งกินลมชมวิวไร่ของสามพ่อเลี้ยงมาจนจะถึงบ้านของพวกเขาแล้ว ขอตัดบทไปก่อนละกันนะ อ้อ! ปกติอาพรขี่รถเครื่องมาทำงาน แต่วันนี้อาแกเอารถกระบะมา บอกว่าฉันตื่นมาแต่งหน้าทำผมั้แ่ก่อนไก่ขัน จะพาฉันซ้อนท้ายให้ลมพัดจนผมเสียทรงเล่นก็ใช่เื่
ความรู้สึกแรกเมื่อน้ำผึ้งเห็นบ้านของเ้านายนั้นดีมาก หญิงสาวรู้สึกเหมือนเธอเคยเห็นบ้านหลังนี้มาก่อนทั้งที่เพิ่งมาที่นี่เป็ครั้งแรก
“บ้านของพวกเขาสวยจังเลยค่ะอา”
รอยยิ้มสดใสและแววตาเป็ประกายแสดงออกมาจากว่าที่เลขาฯ ส่วนตัวคนใหม่ของหนึ่งในสามพ่อเลี้ยง
“อาก็ว่าสวย แล้ว...หลานอยากอยู่ที่บ้านนี้ไหม”
“อยากอยู่สิคะ อยากทำงานที่นี่ บ้านไม้ท่ามกลางไร่ผลไม้นับพันไร่ แถมยังล้อมรอบด้วยูเาทั้งสี่ทิศอีก สถานที่ทำงานดี ๆ แบบนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วค่ะ”
“ไม่ใช่อยู่อย่างนั้น...อาหมายถึง...”
“หมายถึงอะไรคะ”
น้ำผึ้งละความสนใจจากบ้านไม้แกะสลักหลังงามตรงหน้าแล้วหันมาตั้งคำถามกับสิ่งที่อาพรของเธอพูด
“ช่างเถอะ ๆ เดี๋ยวสักวันหลานก็รู้เอง รีบเข้าไปกรอกใบสมัครเถอะไป พ่อเลี้ยงเขาจะได้สัมภาษณ์ เดี๋ยวเขาออกไปตรวจไร่รอบสองซะก่อน”
คำพูดที่ว่า ‘เดี๋ยวสักวันหลานก็รู้เอง’ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของน้ำผึ้ง ทว่าเธอต้องสะบัดมันออกจากความคิดไปก่อนเพราะต้องรีบเข้าไปพบเ้านายคนใหม่
‘ก๊อก ๆ! ก๊อก ๆ!’
“ขออนุญาตค่ะคุณหนู แขกที่นัดไว้มาถึงแล้วค่ะ”
“ให้เขาเข้ามาได้เลยครับป้าใจ”
ทั้งป้าใจและพรนับพันช่วยกันดันหลังคนขี้อายให้เข้าไปพบเ้านายข้างในห้องทำงาน โดยก่อนหน้านี้ภูผาได้กำชับป้าใจและพรนับพันไว้ว่าเขาจะสัมภาษณ์น้ำผึ้งแบบสองต่อสอง ห้ามใครเข้าไปรบกวนหรือเงี่ยหูฟังแนบประตูห้องโดยเด็ดขาด
ฟินรวดเดียวจบ เชิญเลือกตำebookกันได้เลยจ้า ????
MEB????
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNTE3MTIwNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjIxMTQwOCI7fQ
ปิ่นโต????
https://pintobook.com/ebooks/64cab3b7805698fec56d25f9
เด็กดี ????
https://dekd.co/w/e/8921
Arn book ????
https://arnbook.com/sweet-honey-%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%89%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81-2
นายอินทร์ ????
http://writer.naiin.com/Book/Edit/13717