[ไม้]
จนป่านี้แล้วธาราก็ยังไม่ยอมแก้มัดให้ผมเลยและเขายังหัวเราะออกมาเบา ๆ คล้ายกับว่าเขากำลังเล่าเรื่องขำขันอยู่ ก่อนที่เขาจะพูดออกมาเหมือนกำลังระบายความอัดอั้นตันใจว่า
"หึ หึ หึ พ่อของคุณบอกผมว่าคุณรักผมฮึ...แต่ผมคิดว่าท่านคงจะสับสนเพราะอาการบาดเจ็บมากกว่าที่ผ่านมาผมไม่เคยได้ยินคำว่ารักจากคุณเลย คุณไม่เคยบอกว่ารักผมเลยสักครั้งคุณไม่เคยชมผม คุณมีแต่ดุด่าผมว่าผมเป็นมาเฟียนิสัยเสีย แต่ถึงคุณจะมองว่าผมเลวยังไงผมไม่เคยโกรธคุณเลยนะ ผมไม่เคยคิดจะทำร้ายคุณกับพ่อของคุณเลย"
"ฮือ ฮือ ฮือ ฮึก ฮึก"
"ทุกครั้งที่คุณพูดดีกับผมผมก็เผลอคิดเข้าข้างตัวเองว่าคุณมีใจให้กับผม ฮึ...แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่"
"ฮึก ฮึก ฮึก"
"ผมพยายามแล้ว...ผมพยายามที่จะเป็นคนดีเพื่อให้คู่ควรกับคุณแต่ผมก็ทำดีที่สุดได้เท่านี้ ผมตื่นนอนตั้งแต่เช้าเพื่อออกไปเซเว่น...เพื่อไปหาซื้อของไปรอใส่บาตรแต่ผมก็ได้แค่ลูกอมออกมา เพราะผมกลัวว่าผมจะไปบาตรพร้อมคุณไม่ทัน"
"ฮึก ฮึก ฮึก"
"ผมรู้ว่าภาพลักษณ์ของผมไม่ดีเพราะผมเป็นเจ้าของผับ ผมต้องทำงานตอนกลางคืน ภาพลักษณ์ของผมก็เลยเป็นสีดำมันเลยยากที่จะทำให้ใครมองผมว่าขาวสะอาด แต่ผมอยากบอกคุณนะว่า...ไม่ว่าภาพลักษณ์ของผมจะเป็นยังไงต่อให้ใคร ๆ จะมองว่าผมร้ายแค่ไหน ผมก็รักคุณนะครับ"
"ฮึก ฮึก ฮึก"
ผมอยากบอกธาราเหลือเกินว่า...ผมรักเขามากผมหลงรักเขาตั้งแต่วันแรกที่ผมเจอเขาจนกระทั่งถึงตอนนี้ผมก็ยังรักเขาอยู่เหมือนเดิมผมอยากใช้ภาษากายเพื่อสื่อความหมายของคำว่ารักกับเขาแต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อมือของผมโดนมัดติดกันอยู่แบบนี้
ธาราเงียบไปสักพัก ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นมากุมไหล่ของผมไว้ทั้งสองข้างจากนั้นเขาก็บอกผมว่า
"คุณทำแบบนี้มันอันตรายมากเลยรู้ไหม?คุณคงจะยังไม่รู้ว่าบังอรและพรรคพวกของเธอรู้แผนของคุณหมดแล้วตอนนี้พวกเขารอจัดการกับคุณอยู่ด้านใน ถ้าขืนคุณบุกเดี่ยวเข้าไปแบบนี้มีหวังคุณได้สิ้นชื่อสมใจพวกเขาแน่ ดังนั้นตอนนี้คุณหลบอยู่ที่นี่ก่อนนะครับคุณไม่ต้องห่วงเรื่องบุกเข้าไปชั้นใต้ดินหรอก เดี๋ยวผมจะเข้าไปเปิดทางให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแทนคุณเอง"
"อือ อือ อือ อาอา อือ อือ อือ"
"คุณไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีใครมาช่วยคุณหรอกเดี๋ยวอีกสักพักก็จะมีคนมาช่วยคุณเอง หรือถ้าผมไม่ตายเสียก่อนผมจะกลับมาช่วยคุณเอง คุณรออยู่ที่นี่แหละ เพราะที่นี่จะปลอดภัยสำหรับคุณ "
"อือ อือ อือ"
ธาราเอื้อมมือมาล้วงเอาปืนของผมที่เหน็บอยู่หัวกางเกงของผมก่อนที่เขาจะบอกผมว่า
"ปืนของคุณ ผมขอยืมไปใช้ก่อนนะผมต้องรีบไปแล้วล่ะ ผมหวังว่าหลังจากเสร็จภารกิจครั้งนี้แล้วผมจะมีโอกาสได้นำปืนกลับมาคืนคุณด้วยตัวเองนะครับ"
"ฮึก ฮึก ฮึก"
"ขอโทษอีกครั้งนะครับที่ผมต้องทำแบบนี้กับคุณผมรู้ว่าคุณมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่รออยู่ข้างหน้าผมเองก็ไม่อยากจะสกัดดาวรุ่งแบบนี้หรอก แต่ว่าผมยอมให้คุณทำอะไรเสี่ยง ๆแบบนี้ไม่ได้ งานนี้ขอผมจัดการแทนคุณดีกว่านะครับ คุณจะได้ไม่ต้องเจ็บ"
"ฮือ ฮือ ฮือ"
"หลังจากที่ผมออกไปแล้วห้องนี้จะล๊อคเองจากด้านในครับ จะไม่มีใครเปิดมันเข้ามาทำร้ายคุณได้ถ้าไม่พังประตูเข้ามา แต่คุณไม่ต้องห่วงไปหรอก เพราะอีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมงจ่าโจ้จะมาช่วยคุณออกไปจากที่นี่เองและเมื่อถึงตอนนั้น...ระเบิดเวลาที่ผมตั้งไว้ก็จะเริ่มทำงานทีละจุดแล้วโรงงานผลิตยานรกแห่งนี้ก็จะเหลือเพียงความหลังและผลงานชิ้นโบแดงในครั้งนี้ก็จะตกเป็นของผู้กองไม้ที่ผมรัก...ลาก่อนนะครับหวานใจของผม"
ธาราผละออกจากผมพร้อมกับค่อยๆ เดินห่างผมออกไปจนถึงประตูทางออก
กึก!!!
และเสียงประตูก็ปิดลงเบาๆ พร้อมกับน้ำตาของผมที่เริ่มไหลรินราวกับสันเขื่อนกำลังจะพังทลายอยู่รอมร่อผมค่อย ๆ ทรุดกายลงนั่งชันเข่าพิงกับผนังห้องมืดด้วยหัวใจที่ปวดร้าวแต่พอเวลาผ่านไปได้สักพัก ผมก็ตัดสินใจพยายามลุกขึ้น และคลำผนังไปเรื่อย ๆจนไปเจอประตู แล้วผมก็พยายามกระโดดขาคู่ถีบประตูอยู่หลายครั้ง เพื่อพังประตูออกไป
ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ
ทำกระโดดถีบประตูด้วยขาคู่ครั้งแล้วครั้งเล่าจนผมเริ่มเหนื่อยอ่อนลงทุกทีแต่ผมก็ทำไม่สำเร็จสักครั้งเลย และเมื่อผมไม่สามารถเปิดประตูออกไปได้และไม่สามารถตะโกนขอความช่วยเหลือจากใครเขาได้ ผมก็ค่อย ๆ ทรุดตัวนั่งลงข้างประตูอย่างหมดความหวังจนกระทั่งเวลาผ่านไปอีกประมาณห้านาทีให้หลัง ผมได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังพยายามพังประตูเข้ามาหาผมเพราะผมได้ยินเสียงปืนดังติดต่อกันหลายนัด
ปั้ง ปั้ง ปั้ง ปั้ง ปั้ง
แอ๊ด...
จากนั้นประตูก็ถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับมีผู้ชายสองคนเดินถือไฟฉายขนาดเล็กส่องไปทั่วห้องแล้วผมก็รีบลุกขึ้นยืนด้วยความดีใจ เพราะผมคิดว่าจ่าโจ้มาช่วยผมแล้วแต่พอมันหันไฟฉายส่องหน้าของผม เสียงผู้ชายหนึ่งในสองคนก็พูดกับผมขึ้น ซึ่งคำพูดของมันนั้นทำเอาผมแทบจะล้มทั้งยืนไปเลยทีเดียวเพราะมันไม่ใช่จ่าโจ้
"กว่าจะหามึงเจอก็เล่นเอาพวกกูแทบจะบ้าตายกันเลยนะผู้กอง"
ตอนนี้ผมไม่สนหรอกว่าพวกมันสองคนเป็นใครเพราะผมมีหลายเรื่องอยากจะถามพวกมันมากเลย แต่ว่าผมก็พูดไม่ได้เพราะปากของผมยังมีเทปกาวติดอยู่ ผมเลยทำเสียงอู้อี้แทน เผื่อว่ามันอาจจะเมตตาผมช่วยแกะเทปกาวออกให้ผม
"อือ อืม อืม อืม"
และหลังจากที่ผมส่งเสียงอื้ออึงอยู่ในลำคอไอ้ผู้ชายอีกคนมันก็สั่งเพื่อนของมันออกมาด้วยท่าทางอารมณ์เสีย
"เฮ้ย...มึงช่วยแกะเทปกาวออกจากปากมันหน่อยดิวะกูรำคาญมัน! แม่ง! ทำเสียง อือ อือ อยู่นั่นน่ะ"
"เออ...ผมก็รำคาญมากเลยว่ะพี่เดี๋ยวผมแกะออกให้มันเอง"
แขว๊ก
ในที่สุดมันก็เดินมาแกะเทปกาวออกให้ผมแล้วพวกมันสองคนก็ช่วยกันลากผมออกไปจากห้องมืดแห่งนี้อย่างไร้ความปรานีเพราะมันลากผมเร็วและแรงมาก ซึ่งผมเองรู้สึกว่าผมถลอกปอกเปิกไปหมดแล้วทั้งตัว แต่ว่าผมก็กัดฟันทนเพื่อเป้าหมายที่รออยู่ข้างหน้าและพอพวกมันลากผมออกมาถึงด้านนอก ผมก็ได้ยินเสียงปืนดังรัวไม่หยุดซึ่งเสียงปืนเหล่านั้นดังมาจากด้านนอกอาคาร ผมคิดว่าน่าจะเป็นการปะทะกันระหว่างตำรวจกับพวกของบังอรแน่นอนเลย
แต่ว่าไอ้ผู้ชายสองคนที่มันกำลังทั้งหิ้วทั้งลากผมไปตามทางเดินภายในอาคารแห่งนี้มันกลับดูไม่สนใจเสียงปืนจากด้านนอกนั้นเลย เหมือนกับว่ามันไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านหรือกลัวอะไรทั้งสิ้น
และในขณะที่พวกมันกำลังฉุดกระชากผมให้เดินไปเรื่อยๆ อย่างไม่ปรานีนั้น ผมก็เอ่ยถามพวกมันออกไปว่า
"พวกคุณกำลังจะพาผมไปไหนน่ะ?"
"เดินตามมาดี ๆ สิผู้กองอย่าให้พวกผมต้องใช้กำลังมาก"
พวกมันสองคนยังคงฉุดลากผมให้เดินตามมันไปเรื่อยๆ โดยไม่คิดที่จะสนใจเลยว่าผมจะเป็นยังไงผมจึงแสร้งถามมันต่อไปเพื่อสร้างความรำคาญให้กับพวกมัน
"ก็บอกมาก่อนสิว่าจะพาผมไปไหนน่ะ"
"หึ!พวกผมกำลังจะพาผู้กองไปพบกับนายใหญ่ของผมครับพอดีนายใหญ่ของผมเตรียมของขวัญสุดพิเศษไว้ให้ผู้กองน่ะครับและนายของผมก็อยากจะมอบของขวัญชิ้นนี้ให้กับผู้กองด้วยมือของนายใหญ่เองครับ เอาล่ะ...ตอนนี้กูต้องขอปิดตาของมึงก่อนชั่วคราวก่อนนะผู้กอง"
พวกมันสองคนหยุดลากผมก่อนที่ไอ้ผู้ชายคนหนึ่งจะหยิบผ้าเช็ดหน้าสีดำออกมาเตรียมพร้อมไว้สำหรับปิดตาผม
"เฮ้ย...ทำไมต้องปิดตาด้วยวะ?"
ร้องถามพวกมันออกไปด้วยความตกใจ
"หึ...กูก็บอกมึงไปแล้วว่านายของกูจะเซอร์ไพรส์มึงไงวะ"
พรึบ!!!
หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้พูดได้ถามอะไรมันอีกเพราะตอนนี้มันเอาผ้ามาปิดตาของผมเอาไว้ และมันยังเอาเทปกาวมาปิดปากผมไว้ด้วยผมจึงไม่มีสิทธิ์ซักถามอะไรอีก แล้วพวกมันก็ลากผมให้เดินต่อไปจนกระทั่งมันพาผมมาหยุดอยู่ที่หนึ่งแล้วมันก็ผลักผมออกไป
ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าผมอยู่ที่ไหนเพราะผมมองไม่เห็นอะไรเลย ตอนนี้ผมรู้สึกแค่ว่ามันมืดไปหมดเลย แต่สักพักผมก็รู้สึกว่ามีแสงสว่างจ้าผ่านเข้ามาที่ม่านตาของผมก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงผู้ชายมีอายุสั่งใครสักคนว่า
"มึงเปิดผ้าปิดตาและเทปปิดปากออกให้ผู้กองเขาได้แล้ว"
"ครับนาย"
ขว๊าก
ใครบางคนเดินเข้ามาเปิดตาและดึงเทปกาวออกจากปากให้ผมทันทีหลังสิ้นคำสั่งของชายสูงอายุและพอผมสามารถมองเห็นสิ่งรอบข้าง ผมก็เห็นชายฉกรรจ์ยืนล้อมรอบตัวของผมอยู่หลายสิบคนและพวกมันยังเล็งปืนมาที่ผมเป็นจุดเดียวกันอีกด้วย พวกมันทำอย่างกับว่าตอนนี้ผมคือเป้าหมายเดียวของพวกมันจากนั้นพอผมหันมองไปด้านหน้าของผม ผมก็เห็นชายสูงอายุนั่งอยู่บนเก้าอี้หลุยเก่า ๆ ซึ่งอยู่ห่างจากผมออกไปประมาณห้าเมตรได้และชายแก่ก็กำลังจ้องมองมาที่ผมพร้อมกับหัวเราะเสียงดังลั่นออกมาเหมือนกับว่าผมเป็นตัวตลก
แต่พอผมเห็นชายแก่คนนั้นหัวเราะไม่หยุดผมก็ถามมันออกไปด้วยความไม่พอใจว่า
"แกเป็นใคร? ต้องการอะไร? "
"พูดกับผู้หลักผู้ใหญ่ก็ให้มันสุภาพกว่านี้หน่อยสิผู้กองหรือว่าท่านดนัยไม่เคยสั่งสอนเหรอ? "
เมื่อผมได้ยินชายแก่เอ่ยถึงพ่อของผมผมก็ถามมันออกไปทันควันว่า
"แกเป็นใคร แกรู้จักท่านดนัยได้ยังไง?"
"หึ!ผมรู้จักพ่อของคุณก็เพราะว่าผมเป็นคนสั่งเก็บท่านดนัยเองครับ"
ไอ้แก่มันพูดพร้อมกับหัวเราะร่าด้วยท่าทางพออกพอใจมากที่มันเห็นผมตกใจ
"มึง!ที่แท้ก็มึงเองเหรอที่สั่งฆ่าพ่อกู มึงทำแบบนี้ทำไม มึงเป็นใครกันแน่"
ผมตะโกนถามมันออกไปโดยไม่เกรงกลัวและมันก็ตอบผมกลับมาด้วยท่าทางใจเย็นว่า
"หึ!ผมคือผู้ก่อตั้งโรงงานผลิตยาขนาดใหญ่แห่งนี้และที่ผมต้องเก็บท่านดนัยก็เพราะว่ามันคอยเป็นหอกข้างแคร่ผมไม่เลิกมันก็เลยต้องเจอจุดจบที่น่าอนาถแบบนั้นไงล่ะ หึ หึ"
"มึง!"
"หึ! อย่าเพิ่งโมโหสิผู้กองเพราะผมยังมีของขวัญสุดพิเศษที่จะมอบให้คุณก่อนที่ผมจะส่งคุณไปอยู่เป็นเพื่อนท่านดนัย"
ไอ้แก่มันยกยิ้มร้ายออกมาเหมือนมันกำลังสื่อความหมายอะไรบางอย่างแต่ว่าผมก็ตอบมันกลับไปทันทีอย่างไม่ไยดีกับของขวัญที่มันเอ่ยถึง
"ไม่ต้องเอาของขวัญอะไรมาให้กูหรอกนะเพราะกูไม่อยากได้อะไรนอกจากชีวิตของมึง"
"หึ หึ หึลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริง ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
ไอ้แก่มันหัวเราะร่าออกมาอย่างกับคนบ้าแต่ว่าไอ้แก่คนนี้ผมไม่เคยเห็นหน้าคร่าตามันมาก่อนเลยผมเลยไม่รู้ว่ามันเป็นใครกันแน่ และผมก็ไม่รู้ว่าคำพูดของมันเชื่อได้มากน้อยขนาดไหนแต่ที่แน่ ๆ ผมรู้แค่ว่ามันต้องรู้จักพ่อของผมเป็นอย่างดีและที่สำคัญกว่านั้นไอ้แก่คนนี้มันไม่ใช่คนดีเลย...
.....
sundog