๓
แผนการ
บ้านหลังใหญ่ใจกลางเมืองราวกับคฤหาสน์ภายในบ้านประดับตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้ราคาแพง หรูหราซึ่งบ่งบอกฐานะของผู้อยู่อาศัยได้มิน้อย
“นายจัดการเื่แม่ของอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นคนนั้นแล้วใช่ไหม”
ชายวัยกลางคนถามคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยใบหน้าที่คลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย
“เรียบร้อยครับ”
“ดีมาก...”เขายิ้มให้คนที่อยู่ตรงหน้า “ออ...เื่ที่ให้ไปสืบประวัติอาจารย์คนนั้นล่ะ”
“รู้แค่ว่าที่บ้านเปิดร้านขายผัดไทยเขาอยู่กับแม่และน้องสาวอีกหนึ่งคน ส่วนข้อมูลเชิงลึกหาไม่ได้เลยครับ”
“ทำมละปกติไม่น่าเกิดความสามารถของคนอย่างนาย”
คนที่อยู่ตรงหน้าถามพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเพราะพร้อมเป็คนที่ทำงานได้ดีเยี่ยมกับเื่แค่นี้ไม่น่าจะพลาด
“เหมือนเขากำลังปิดบังตัวตนของเขาอยู่...”พร้อมหยุดพูดสักพัก “ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับว่าทำไมถึงหาประวิติครูคนนี้ไม่ได้”
เพราะความจริงแล้วการสืบประวัติของใครสักคนไม่ใช่เื่ยากสำหรับพร้อมเลยแม้แต่น้อยแต่กับอาจารย์สอนพิเศษคนนี้ ทำไมเขาไม่สามารถค้นหาประวัติได้
“ช่างมันเถอะ”
อีฝ่ายรีบตัดบท
“ว่าแต่คุณทานจะใช้วิธีนี้ดัดนิสัยคุณหนูเอาแต่ใจจริงๆ เหรอครับ”
เขาถามเพราะไม่คิดว่าวิธีนี้ผู้เป็พ่อของคุณหนูเอแต่ใจจะสามารถกำราบนิสัยเอาแต่ในนั้นได้
“วิธีนี้แหละดีที่สุดละและฉันก็คิดว่าอาจารย์คนนี้เอาอยู่”
พร้อมเพียงแค่ยิ้มให้กับผู้เป็เ้านายเท่านั้นเพราะเขายังไม่เชื่อว่าแผนการนี้จะสามารถกำราบนิสัยเอาแต่ใจนั้นได้และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้เป็พ่อคิดวางแผนจัดการดัดนิสัยเอาแต่ใจของลูกตัวเอง
แผนการที่ผ่านมาไม่เคยสำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ขนาดผู้เป็พ่อยังจัดการไม่ได้แล้วอาจารย์คนนั้นเขาจะจัดการได้เหรอ
“คุณท่านรอคุณหนูอยู่ทีห้องอาหารแล้วค่ะ”
ทันทีที่ผมเดินเข้ามาในบ้านแม่บ้านก็รีบเดินมาบอกผม
“รู้ละ”
ผมพูดพร้อมกับเดินไปยังห้องรับประทานอาหารโดยที่ไม่แลตามองแม่บ้านแม้แต่นิดเดียวแต่ทุกคนในบ้านรู้และเข้าใจนิสัยความเพอร์เฟ็คของผมดี
“หลบมาอยู่ที่นี่เองนายหมาน้อยฉันโทรฯหานายแต่นายก็ปิดเครื่อง”
“แบตฯผมหมด”
“แล้วทำไมไม่ใช้แบตฯสำรอง”
“ลืมเอามาครับ”
นายหมาน้อยตอบผมแบบยิ้มๆ
“ถ้าคราวหน้าคราวหลังเป็แบบนี้อีกนะฉันจะทุบโรงเรียนสอนร้องเพลงของนายทิ้งจริง ๆ ด้วย...”ผมพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วเมื่อสงบสติอารมณ์ได้จึงหันไปหาพ่อ“วันนี้พ่อเรียกผมมามีอะไรเหรอครับ”
“ลูกหนูนั่งก่อนนะลูก...”พ่อพูดพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ผม แล้วพูดขึ้นอีกครั้ง “เื่เรียนเป็ยังไงบ้าง”
“ก็ดีครับ”
ระหว่างนั้นแม่บ้านต่างช่วยกันนำอาหารเข้ามาวางทางละอย่างสองอย่างจนเต็มโต๊ะอาหาร
“วันนี้ไม่เอาน้ำอุณหภูมิห้องนะขอเป็น้ำอุ่น”
ผมบอกให้กับแม่บ้านที่กำลังตักข้าวใส่จานให้อยู่
“ย้ำว่าน้ำอุ่นนะไม่ใช่น้ำร้อน”
แม่บ้านโค้งตัวเล็กน้อยก่อนที่จะเดินออกไป...ความจริงผมไม่ได้เื่มากหรอกแต่การดื่มน้ำเย็นมากๆ มันไม่ดีต่อร่างกาย ผมเป็คนรักสุขภาพจะกินอะไรก็ต้องคิดถึงร่างกายเป็หลักและคนที่บ้านก็เข้าใจผมดี
“อย่าลืมเื่ที่เราตกลงกันล่ะลูกหนู”
“ไม่ลืมครับ...ยังไงผมก็ต้องเรียนให้จบให้ได้”
“ดีมาก”
คนที่อยู่ตรงหน้าผมยิ้มอย่างมีเลศนัยเหมือนมีแผนการอะไรบางอย่างอยู่แต่ก็ช่างเถอะผมคงคิดมากไปเอง
“แล้วแม่กับพี่พงษ์จะกลับมาเมื่อไหร่”
ผมพามพร้อมกับตักข้าวเข้าปาก
“อาทิตย์หน้า...และเห็นพร้อมบอกว่าลูกให้อาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นมาติวให้เหรอ”
“ใช่ครับ”
“อย่าดื้อกับอาจารย์เขาล่ะเป็เด็กเข้าใจไหม”
“ผมไม่เคยดื้อ”
พ่อไม่ได้พูดอะไรต่อแต่ผมแอบเห็นพ่อยิ้มอย่างมีความสุข หรือว่าพ่อต้องมีแผนการอะไรแน่ ๆ คงไม่ใช่เื่ขู่ให้ผมเรียนจนจบด้วยการเอาทรัพย์สินเงินทองมาเป็ข้อต่อรองกับผมหรอกนะ...ต้องมีอย่างอื่นอีกแน่ๆ อย่าให้ได้รู้ก็แล้วกัน ไม่งั้นจะเอาจนบ้านแตกไปเลย รู้จักคนเพอร์เฟ็คน้อยไปซะแล้ว
“เออ...คุณรักพรุ่งนี้อย่าผิดนักครูสอนภาษาญี่ปุ่นอีกล่ะ”
“ฉันไม่ได้สมองเสื่อมนะนายหมาน้อยฉันจำได้”
“ผมแค่กลัวว่าครูสอนภาษาญี่ปุ่นคนนั้นเขาจะด่าคุณอีก”
นายหมาน้อยพูดพร้อมกับหัวเราะร่า
“ถ้านายไม่หยุดหัวเราะฉันจะเอารูปนายตอนที่นายแก้ผ้าไปติดหน้าโรงเรียนของนาย...”ผมมองนายหมาน้อยด้วยแววตาจริงจัง “คราวนี้แหละคนทั้งประเทศจะได้เห็นหนอนน้อยของนาย”
“อุ้ย...”
นายหมาน้อยอุทานพร้อมกับเอามือมาปิดเป้ากางเกงของตัวเอง
แต่เมื่อคิดถึงเื่นี้แล้วก็เจ็บใจไม่หายเื่ที่อีตาอาจารย์หน้าบึ้งนั่นมาว่าให้ผมเพราะไม่เคยมีใครมาพูดอะไรแบบนี้ใส่ผมมาก่อนเลย อีกอย่างผมยังต้องมาจำใจเรียนพิเศษกับเขาอีก...ณตอนนี้ผมไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ
พูดถึงเื่นี้ก็ทานข้าวไม่ลงกันพอดี
“ผมไปก่อนนะครับพ่อ”
“ขับรถดีๆ นะลูกหนู”
“ส่วนนาย...นายหมาน้อยถ้าฉันเรียกใช้อะไรก็ทำตัวให้ว่างด้วย แม้จะไม่ว่างก็ต้องทำตัวให้ว่าง เข้าใจไหม”
พูดเสร็จผมก็เดินออกไปแต่แล้วก็นึกได้อีกเื่ จึงเดินถอยหลังกลับไปบอกอีกครั้ง
“เดี๋ยวๆ อีกเื่นึง...โทรศัพท์อะอย่าให้แบฯหมดอีกล่ะ ไม่งั้นนายตาย”
คราวนี้ผมเดินออกมาจากห้องอาหารจริงๆ แล้ว
“ไม่งั้นนายตาย”
หลังจากคุณหนูเอาแต่ในเดินออกไปจนลับสายตาผู้เป็พ่อก็พูดเลียนแบบพร้อมกับหัวเราะอย่างสบายอารมณ์
“คุณท่านก็อีกคน”
“นายควรจะชินได้ละ”
“ยิ่งกว่าชินอีกครั้ง”
“ฮ่าๆ”
ผู้เป็พ่อลุกขึ้นเดินออกไป...วันนี้ดูท่าทางประมุขของบ้านจะอารมณ์ดีเป็พิเศษเหมือนว่ากำลังจะได้ลูกเขยอย่างนั้นแหละ
“ถ้าแผนการไม่สำเร็จอีกครั้งดูซิว่าจะหัวเราะออกอีกรึเปล่า...คุณท่านนะคุณท่าน”
พร้อมพูดกับตัวเองเบาๆ