ในยามค่ำคืนอันแสนเงียบสะงัด ท้องฟ้าไร้ซึ่งแสงดาวหรือแสงเดือนเพราะมีก้อนเมฆบดบัง มองอะไรแทบจะไม่เห็นในยามค่ำคืนของคืนนี้
แต่ถึงจะเป็เช่นนั้น ในยามนี้หลินเอ๋อกลับมองเห็นสิ่งประหลาดที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่กลางลานของวัดเหลียงคุน ร่างของหญิงสาวปริศนาในชุดคลุมขาวซึ่งในขามานางไม่เห็นด้วยซ้ำว่ามีคนอยู่แถวนี้แต่กลับมาเจอเอาตอนขากลับ ทั้งชีวิตนางไม่เคยได้รู้จักหรือพบเห็นเื่ิญญาเลยั้แ่เกิดมา พึ่งได้เข้าใจคำว่าขนลุกขนชันก็วันนี้เอง
“อึก....”หลินเอ๋อกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามเพ่งมองไปที่บุคคลปริศนาอีกครั้งและครั้งนี้ดูเหมือนอีกฝ่ายจะมีการเคลื่อนไหว หญิงสาวในชุดคลุมขาวค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆ และยิ่งประจักต่อสายตาของหลินเอ๋ออย่างชัดเจน
ใบหน้าซีดเซียวขาวผิดแปลกไปจากคนปกติทั่วไป ในตาลึกโบ๋จนมองไม่เห็นลูกตา และบนผิวหน้าก็ปรากฏเืที่ไหลอยู่บนทั้งสองแก้มเหมือนสายน้ำตา
‘ช่วยข้าด้วย.....’
เสียงที่สุดแสนจะเย็นะเืล่องลอยมาตามสายลมพร้อมกับท่าทางที่อีกฝ่ายทำ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นหาหลินเอ๋อและยังคงร้องเรียกขอความช่วยเหลือทว่าปากของนางไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย
“ช.. ช่วยอะไร จะให้ข้า ช... ช่วยอะไรเหรอ”เอ่ยถามเสียงสั่นจนแทบจับใจความไม่ได้ หลินเอ๋อในตอนนี้อยากที่จะรีบวิ่งกลับไปยังที่พักแต่ขามันดันมาตายได้ถูกจังหว่ะแม้แต่จะขยับก็ทำไม่ได้
‘ข้าทำผิดอะไร...... ทำไมเขาต้องฆ่าข้าด้วย.......’
ิญญาหญิงสาวร้องถามด้วยน้ำเสียงที่แสนจะเ็ปทรมาณ หลินเอ๋อที่เมื่อได้ฟังก็ยิ่งกลัวเข้าไปอีก
‘ทำไมต้องฆ่าข้าด้วยยย!!!!’
กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!
ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัวจู่ๆิญญาหญิงสาวก็พุ่งพรวดเข้ามาตะหวาดลั่นต่อหน้าหลินเอ๋อในระยะที่แทบจะเนื้อตัวติดกัน ทำเอาหลินเอ๋อส่งเสียงร้องด้วยความใส่งร่างของนางลงไปนั่งอยู่กับพื้นทันที
‘ไหนท่านบอกว่ารักข้าไง.... ไหนบอกว่าเราจะอยู่ด้วยกันไปจนวันตาย.... ทำไมต้องหลอกข้า!!...’
เสียงของนางจากที่เคยเยือนะเืบัดนี้แปลเปลี่ยนเป็น้ำเสียงแห่งความโกรธแค้น ร่างของิญญาหญิงสาวค่อยๆลอยเข้าหาหลินเอ๋อปากก็พร่ำถามแต่คำเดิมๆ ยิ่งทำให้หลินเอ๋อหวาดกลัวมากขึ้น นางพยายามถอยหนีแต่ยิ่งทำเหมือนยิ่งไม่ได้ทำ ระยะของนางกับิญญายิ่งใกล้กันเข้าไปอีก
‘มาเถอะนะ.... มาอยู่กับข้า... ข้าเหงาเหลือเกิน.....’
ยกมือข้างหนึ่งขึ้นและค่อยๆเอื้อมไปหาหลินเอ๋อ นางยิ่งถอยหนีเข้าไปใหญ่ ตอนนี้ในหัวของหลินเอ๋อคิดอะไรไม่ออกไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี นางเขยิบกายถอยหลังจนแผ่นหลังของนางไปชนเข้ากับม้านั่งหินที่ตั้งอยู่ทางด้านหลัง และเมื่อหันกลับไปมอง
“ไม่นะ!!!”หลินเอ๋อรีบก้มหน้าต่ำร้องห้ามในทันที เมื่อพบว่าิญญาหญิงสาวนั่งจ้องหน้านางรออยู่แล้ว
‘มาเถอะ.... มาอยู่กับข้า.... ข้าเหงาเหลือเกิน....’
“ข้าไปอยู่กับท่านไม่ได้ ได้โปรดอย่าทำร้ายข้าเลย”หลินเอ๋อร้องบอกทั้งน้ำตาและท่าทางที่สุดจะหวั่นกลัว
‘ทำไม!!’
ิญญาสาวะโถามสุดเสียงและยิ่งจ้องนางเข้าไปอีก
“ข้ามีบุตรสาวที่ยังเล็กนัก ฮึก!.. หากข้าไปกับท่านแล้วนางจะอยู่กับใครล่ะ”หลินเอ๋ออธิบายถึงเหตุผล ิญญาหญิงสาวชะงักไป
‘แล้วพ่อของบุตรสาวเ้าไปอยู่ไหน...’
“ฮึก.. เขา เขาหายตัวไปก่อนนางจะเกิด”เมื่อได้ยินคำตอบก็ทำเอาิญญาหญิงสาวที่กำลังอยู่ในอารมณ์โกรธแค้นค่อยๆเพลาลงอย่างเห็นได้ชัด หลินเอ๋อค่อยๆเงยหน้ามองทั้งๆที่ในใจก็ไม่อยากทำเช่นนั้น
‘ข้าก็เช่นกัน.... ฮึก...’
แล้วจู่ๆิญญาสาวก็เกิดหลั่งน้ำตาที่เป็เืออกมา นางยกมือทั้งสองข้างขึ้นปาดสายเืที่ไหลออกจากเบ้าตาทั้งสอง
‘ข้ารักเขามาก..... ยอมทำเพื่อเขาทุกๆอย่าง.... แต่เมื่อถึงเวลาที่เขาสัญญาเอาไว้... เขากลับทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของข้า... ฮื่อออ!....’
หลินเอ๋อได้แต่มองิญญาสาวที่กำลังเศร้าโศกเสียใจ นางค่อยๆลุกขึ้นยืนและรวบรวมความกล้าที่มีเดินเข้าไปหานางช้าๆ
‘เ้ายังดีนะ... ที่เขาแค่ทิ้งเ้าไป... แต่ข้ามันโชคร้ายถูกหลอกมาฆ่า...’
“ข้า ข้าเสียใจด้วย”ิญญาสาวค่อยๆพยักหน้า
‘เ้าไปเถอะ... ข้าจะไม่ทำร้ายเ้า...’
“แล้วท่านล่ะ”ิญญาสาวเงยหน้ามองหลินเอ๋อ
‘ข้าไปจากที่นี่ไม่ได้... ที่นี่คือที่ข้าถูกฆ่า....’
“มันต้องมีทางที่จะทำให้ท่านได้เป็อิสระสิ”ิญญาหญิงสาวมองหลินเอ๋อในขณะครุ่นคิด ทำไมนางถึงอยากช่วยทั้งๆที่ก่อนหน้านางเองก็เกือบจะถูกิญญาหญิงสาวทำร้ายเอา
‘หากเ้าอยากช่วยข้าจริงๆ... ที่หลังวัดแห่งนี้.... มีสุสานร้างอยู่... ที่นั้นมีกระบี่ของข้าถูกนำไปเก็บเอาไว้โดยชายชั่วที่ลงมาฆ่าข้า.... หากเ้านำมันออกมาได้ข้าก็จะเป็อิสระหลุดพ้นจากคำสาปแช่งที่เขาทำเอาไว้.....’
ิญญาสาวอธิบายถึงวิธีการ หลินเอ๋อเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็เกิดความคิดที่จะช่วยนางอย่างจริงๆโดยลืมไปว่านางเกือบจะทำร้ายเอา
“ตกลง ข้าจะช่วยท่าน”
‘แต่เ้าต้องสัญญากับข้าก่อน....’
“สัญญาอะไรงั้นเหรอ?”
‘เื่นี้เ้าห้ามบอกกับใครเด็ดขาด.... ยกเว้นเสียแต่เมื่อเ้าได้กระบี่มาแล้วเท่านั้น...’
“ได้ ข้าจะเก็บไว้เป็ความลับ”
เมื่อพระอาทิตย์ทอแสงในยามเช้า หลินเอ๋อรีบตื่นขึ้นมาจัดการกับตัวเองและเ้าตัวเล็กอย่างกระตือลือล้นจนผิดสังเกต ชิงหลงก็ไม่ได้ถามนางด้วยว่าเมื่อคืนหายไปไหนมาซะนาน เห็นอีกทีนางก็รีบเดินกลับมาและไม่พูดไม่จาอะไรกับเขาเลย
“ท่านผู้เฒ่า วันนี้เราค่อยออกเดินทาง่เที่ยงของวันได้ไหม พอดีข้ามีธุระต้องทำที่นี่นิดหน่อย”
“ธุระอะไรของเ้า”ชิงหลงเอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่หลินเอ๋อกลับทำได้แต่ส่ายหน้าไม่พูดอะไรออกมาอีก”ก็ตามใจเ้าแล้วกัน แต่อย่าให้เกินเวลาล่ะเดี๋ยวกว่าจะถึงชายแดนมันจะมืดเอา”
“อื้อ อื้อ!”รับคำเสร็จก็รีบอุ้มหลินเฟยขึ้นแล้วเดินออกจากที่พักไปในทันที ทิ้งให้ชิงหลงได้แต่นั่งงงกับนาง
หลินเอ๋อเดินมายังหลังวัดซึ่งเมื่อเดินมาได้ระยะหนึ่งนางก็พบเข้ากับสถานที่ประหลาด เท่าที่ิญญาหญิงสาวบอกมันคือสุสานร้างแต่สิ่งที่หลินเอ๋อเห็นมันช่างต่างจากที่คิดไว้มาก แทนที่จะเป็สถานที่ซึ่งต้องมีหลุมศพเพียงเท่านั้นแต่ที่นี้มันถูกสร้างเหมือนอารามอีกแห่งทว่าไร้ซึ่งพุทธรูป เดินเข้ามาภายในบรรยากาศโดยรอบมันชวนให้นางใจเต้นละรัว ในอ้อมกอดก็มีหลินเฟยติดมาด้วย
“กระบี่เหรอ”หลินเอ๋อทวนสิ่งที่ต้องหาและกวาดสายตาไปทั่ว มองหาสิ่งที่น่าจะเป็ที่เก็บกระบี่ที่นางกำลังตามหา จนกระทั้งเดินเข้ามาลึกสุดของอาราม หลินเอ๋อก็พบเข้ากับกระบี่ที่นางตามหา
สภาพของมันนั้นเปื้อนไปด้วยคาบอะไรบางอย่างและดูเหมือนจะมีสนิมขึ้นเกาะไปทั่วทั้งเล่มแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้หลินเอ๋อต้องขยาดเลยก็คือตัวกระบี่ถูกเสียบไว้กับร่างไร้ิญญาของใครคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อหลินเอ๋อลองเพ่งดูดีๆมันก็ทำให้นางนึกถึงิญญาหญิงสาวที่นางพบเมื่อคืน ต้องเป็ร่างของนางแน่ๆ
คิดได้เช่นนั้นหลินเอ๋อจึงรีบตรงเข้าไปหมายจะดึงกระบี่ที่เสียบออกแต่มันกลับไม่ง่ายเช่นนั้น เพราะเมื่อนางเดินเข้าไปใกล้ๆนางกลับพบว่ามีโซ่เส้นเล็กๆพันรอบตัวกระบี่ อีกทั้งยังมียันแปะเต็มไปหมดอีก
“แล้วแบบนี้ข้าจะเอามันออกยังไงล่ะเนี่ย”หลินเอ๋อถามกับตัวเองก่อนจะมองหลินเฟยที่กำลังมองรอบๆตัวอยู่ แต่เ้าตัวน้อยกลับไปหยุดมองอยู่ที่มุมๆหนึ่งของห้อง หลินเอ๋อเลยมองตามไปแล้วก็ต้องยิ้มอย่างดีใจเมื่อสิ่งที่นางเห็นก็คือ พวงกุญแจที่ถูกแขวนเอาไว้ นางรีบเดินไปหยิบมันมาถือไว้และมองโซ่ที่ระโยงรยางค์ไปทั่วห้อง
แกร๊ก!! แกร๊ก!! แกร๊ก!!
ง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย หลินเอ๋อจัดการไขปลดล็อคเหล่าโซ่ตรวญทั้งหลายออกจนหมดก่อนจะจับที่ด้ามกระบี่และออกแรงดึงมันออกจากซากศพของหญิงสาว
อร๊ากกกกกกกกกกกกกก!...............
เสียงกรีดร้องดังลั่นไปทั่วอารามทำเอาหลินเอ๋อต้องใ นางจัดการเก็บกระบี่เข้าฝักก่อนจะรีบพาเ้าตัวน้อยและกระบี่วิ่งออกมาจากอารามร้างแทบจะในทันที ตลอดทางเศษซากชิ้นส่วนของอารามค่อยๆล่วงลงมายังพื้น นั้นยิ่งทำให้หลินเอ๋อต้องออกแรงมากกว่าเดิมเพื่อวิ่งหนีออกมาจนสำเร็จ
บึ่มมมมม!! บึ่มมมมมม....
หันกลับไปมอง หลินเอ๋อก็พบว่าอารามร้างที่นางพึ่งเข้าไปนั้นพังลงเรียบร้อยจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว นางหอบหายใจจากอาการเหนื่อยอ่อนแรงเพราะพึ่งวิ่งหนีออกมา
‘เ้าทำสำเร็จ....’
จู่ๆิญญาหญิงสาวก็ปรากฏกายขึ้นตรงหน้าหลินเอ๋อ นางที่เห็นตอนแรกเกือบจะส่งเสียงร้องด้วยความใ ก่อนจะเปลี่ยนเป็ยิ้มดีใจและหยักหน้า
“ทีนี่ท่านก็เป็อิสระแล้ว”
‘อื้ม.... ขอบคุณนะที่ช่วยข้า...’
“ไว้พบภูมิหน้า ขอให้ท่านได้พบกับรักแท้”
‘ขอบใจ... กระบี่นั้นข้ายกให้กับเ้า.... เพื่อเป็การตอบแทน… มันจะช่วยให้เ้ารอดพ้นจากสิ่งอันตรายที่หมายจะทำร้ายเ้า...’
“ข้ารับไว้ไม่ได้หรอก มันเป็ของท่าน”หลินเอ๋อปฏิเสธทันที
‘รับมันไว้เถอะ.....’
ไม่สามารถปฏิเสธได้เป็หนที่สอง ก่อนที่ิญญาสาวจะค่อยๆสลายหายไปต่อหน้าต่อตาหลินเอ๋อ
เมื่อกลับมายังห้องพักชิงหลงที่เห็นสิ่งที่ติดมือหลินเอ๋อมาด้วยจึงได้เอ่ยถาม เพราะตอนไปนางไม่มีมันแต่ขากลับนางกลับถือมันมาด้วย
“ไปได้มาจากไหนงั้นเหรอ”
“ความลับ”แล้วก็เดินกลับเข้าห้องไปเพื่อนำเอาสัมภาระออกมาพร้อมที่จะเดินทางต่อ ชิงหลงไม่ได้ถามอะไรต่อและทั้งสองก็ออกจากวัดเหลียงคุนไปโดยบอกลาเ้าอาวาสวัดเป็ที่เรียบร้อย
อีกด้านหนึ่ง
ณ บ้านตระกูลฉาง
ฉางเฟยที่พึ่งกลับมาจากวังหลวงหลังถูกเรียกตัวเข้าพบเพื่อรับภารกิจไปปราบฏที่แดนเหนือ เขากำลังเหนื่อยอ่อนแรงจากการทำงานจึง้าพักผ่อน ทว่าเมื่อกลับมาถึงเขาก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าทุกคนในครอบครัวกำลังรอเขาอยู่
“มีอะไรงั้นเหรอ ทำไมถึงมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเช่นนี้”ฉางเฟยเอ่ยถามขึ้น
“เื่เมียของเ้าไง”ผู้เป็พ่อตอบกลับเสียงเรียบพร้อมมองท่าทีของบุตรชายคนโตของตระกูล
“หวังเจียนทำอะไรงั้งเหรอท่านพ่อ?”
“ไม่ใช่แม่นางหวังหรอก... แต่พ่อของเ้ากำลังพูดถึงเมียเก่าของเ้า”ผู้เป็แม่อธิบายเสริมทำเอาฉางเฟยต้องชะงัก เขามองทุกๆคนอีกหนด้วยความชั่งใจ
“นาง... ทำไม”
“ข้าส่งมือสังหารไปจัดการกับนาง หวังว่าท่านพี่คงจะไม่ว่าอะไรหรอกใช่ไหม”ฉางซื่อเอ่ยขึ้น ทำเอาฉางเฟยเผลอกำหมัดแน่น ในใจจู่ๆก็เกิดร้อนระอุขึ้นมา สายต้องจ้องมองนางสาวของตนด้วยอารมณ์ที่เปลี่ยนไปกะทันหัน”อย่ามองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นสิท่านพี่ ที่ข้าทำไปก็เพราะท่านนะ และอีกอย่างเื่นี้ใช่ข้าคนเดียวที่เห็นด้วยซะที่ไหน”พูดจบก็กวาดสายตาไปมองทุกๆคนในที่นี่
“สำเร็จมั้ย”ฉางเฟยถามเสียงเรียบทว่าแววตาที่จ้องมองน้องสาวยังคงเดิม
“ข้าก็อยากจะบอกว่าสำเร็จอยู่หรอก หากแต่ว่ามันไม่ใช่เช่นนั้น และเพราะเป็แบบนั้นข้าและทุกๆคนในที่นี่จึงอยากจะถามท่านพี่ว่าจะเป็ปัญหาอะไรหรือไม่ หากให้ท่านพี่เป็คนไปพานางมาอยู่ที่บ้านของเรา”
“อะไรนะ”
“อย่างที่ฉางซื่อบอก เ้าจงไปรับตัวนางมาอยู่ที่บ้านของเราซะ”ผู้เป็พ่อกล่าวเสริมยิ่งทำให้ฉางเฟยรู้สึกไม่สบายใจเข้าไปใหญ่
“บอกแผนการทั้งหมดมาดีกว่า ข้าไม่ชอบอะไรที่มันลับๆล่อๆนัก”ฉางเฟยพูดขึ้น
“ฉางซื่อแนะนำพวกเราว่าให้เ้าไปพานางมายังบ้านของเรา แล้วหลังจากนั้นก็ฆ่าทั้งนางและลูกของนางซะ”ผู้เป็น้องชายคนรองเอ่ยอธิบายแผนการด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง ฉางเฟยรู้สึกชาไปทั้งตัวเมื่อได้ยินคำว่าลูก ทำให้เขานึกถึงอดีตที่ทิ้งให้หลินเอ๋อต้องเลี้ยงลูกของเขาตามลำพังโดยไร้ซึ่งความช่วยเหลือใดๆจากเขาเลย
“ท่านพี่จะว่ายังไง”ฉางซื่อกล่าวถามขึ้นอีกหน ทุกๆสายตาจับจ้องไปยังฉางเฟยที่กำลังครุ่นคิด ก่อนที่เขาจะเงยหน้ามองทุกคน
“ท่านพ่อ ท่านเคยบอกกับข้าไว้ว่าหากลูกยอมแต่งงานกับแม่นางหวัง ลูกสามารถรับหลินเอ๋อมาเป็อนุภรรยาของลูกได้”
“ใช่ ข้าจำคำพูดของตนเองได้ ถึงได้แนะนำให้เ้าไปรับนางมาไง”
“แต่ต้องไม่ฆ่านางและลูกของนาง”
“ทำไม?”ผู้เป็พ่อถามกลับในทันที
“พวกนางไม่ได้กระทำอะไรผิด ไร้ซึ่งความผิดข้าก็ไม่อาจจะทำเื่เลวร้ายเช่นนั้นได้ลง อีกอย่าง ในฐานะพ่อคนหนึ่งข้าไม่สามารถฆ่าลูกของข้าเองได้ลง”ฉางเฟยอธิบายเหตุผลของตน และเมื่อผู้เป็พ่อได้ยินเช่นนั้นจึงพยักหน้าเป็คำตอบกลับไป การประชุมของบ้านตระกูลฉางจึงเป็อันยุติลงแต่เพียงเท่านี้