
“หนาว...อยากเข้าห้องน้ำจริงหนอ!”
ความรู้สึกแรกที่แทรกซึมไปทั่วทุกอณู มันจังหวะเดียวกับความพยายามของบุรุษวัยกลางคนนาม ซือหลิน ในการก้มลงเก็บสมุนไพรกลางป่ายามฤดูหนาวใส่ตะกร้าให้มากที่สุดฉับพลันเขาก็ตัดสินใจยุติการเก็บ ใช้เวลาครู่หนึ่งยืดเส้นยืดสายร่างกาย สายตาเหลือบมองลู่ทาง ก่อนก้าวย่างเหยียบฝ่ากองหิมะสีขาวโพลน ตรงกลับบ้านรักแสนสุขทันทีสมัยก่อนเจอหน้าหนาวไม่เห็นลำบากขนาดนี้เลย! ซือหลินนึกบ่นในใจ พลางถอนลมหายใจแรงๆ ถูไถฝ่ามือให้รู้สึกอุ่นๆ สู้ความหนาวเหน็บตรงหน้าความทรงจำเมื่อนานหลายปีก่อนก็หวนกลับมา …ซือหลินเดินทางจากบ้านนอกเพียงลำพังมายังดินแดนทางตอนเหนือ เพิ่งเคยเห็นหิมะตกเป็นครั้งแรก มันเป็นความรู้สึกอัศจรรย์ใจชวนหลงใหล โดยเฉพาะคนที่เติบโตในเมืองท่าเขตร้อนเช่นเขา และเพราะความตื่นเต้นเกินไป ซือหลินเลยลองวิ่งเข้าไปสัมผัสความเย็นด้วยมือเปล่าจนน้ำแข็งกัด ลองชิมรสชาติของมันด้วยความสงสัย ...หิมะ! โอ้ว! หิมะอย่างเค็ม!!! เค็มสุดๆ...เอะใจภายหลังเลยว่าโกยเอามาชิมจากบนพื้นถนน คนมองกันเยอะแยะ...ซือหลินเบ้ปากมองบน ส่ายหน้ากับอดีตสุดน่าละอายในวันวาน ขณะเดินไปคิดไปจนใกล้บ้านพลันนึกเฉลียวใจถึงวลีหนึ่งขึ้นมาได้ว่า‘ถ้าคิดเรื่องสมัยก่อน แสดงว่าตอนนี้แก่แล้ว’ ขึ้นมา ครั้นวลีนี้ก้องในหัวชายวัยกลางคนก็พลันปลงตก ถอนหายใจเฮือกใหญ่เฮ้อ แก่กว่านี้ก็ไม่ไหวแล้วนะ...กระทั่งรู้ตัวอีกที ลุงเก็บสมุนไพรผู้นี้ก็มาถึงบ้านแล้ว เขาจึงรีบสละความเหน็ดเหนื่อยออกไปทันทีเอาล่ะ เข้าบ้านเข้าเข้าห้องน้ำ แล้วไปเยียวยาหัวใจด้วยการกอดลูกฟานสุดที่รักดีกว่า เจ้าตัวเล็กอุ่นไอรักของพ่อจ้า ตื่นหรือยังน่า---“โอ้ะ! บ้านหลังนี้เป็นของลุงเองเหรอ! พวกข้าขอเข้ามาโดยไม่บอกก่อนหน่อยนะ ฮ่าฮ่าฮ่า”ชายในชุดมอซอคนหนึ่งเอ่ยพลางลุกจากเก้าอี้ในบ้านพรรคพวกอีกหลายคนหัวเราะตามเสียงลั่น “ก็ดีที่เจ้าของบ้านมาเอง ถ้ายังอยากแก่ตายในโลง ก็ส่งของมีค่าออกมา---”“เจ้าพวกบ้า!!! ช่วยพูดเบาๆ ซิเฮ้ย! อยากตายใช่ไหม!!!”ซือหลินเอ่ยตวาดผู้บุกรุกบ้าน ด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบาอันเกรี้ยวกราด“พวกเอ็งที่เหลือก็ด้วย! หัวเราะอะไรเกรงใจคนหลับด้วยซิเฮ้ย!!!”“ห๊ะ?”ทุกคนในบ้านอุทานเสียงเดียวกัน“ไม่...ต้อง...มา....ห๊ะ...เลย! ไม่เคยกล่อมเด็กตัวน้อยแสนน่ารักนอนกันหรือยังไง? กว่าข้าจะอุ้มทำให้หลับได้ ต้องปวดแขนปวดหลังแค่ไหน พวกเจ้ารู้ไหม! รู้บ้างรึเปล่า!?”ซือหลินพูดกัดฟันทั้งน้ำตา เขายังคงอธิบายหน้าดุเสียงกระซิบ“อ้อ! แล้วก็อย่าเรียกข้าว่าลุง...ฟังแล้วมันแสลงหู เจ็บยิ่งกว่าหนาวหิมะกัดอีก ช่วยเรียกพี่หรือคนหนุ่มได้ไหม เข้าใจด้วย ขอบใจมาก!”“หา!? พล่ามอะไรของลุงวะเนี่ย ไม่รู้หรอว่าพวกข้าเป็นใคร!?”“ชู่ว!! ไอ้หน้าปลาดุก หยุด! ถ้าไม่เข้าใจที่ข้าบอก เจ้าอย่าอ้าปากออกมาเสียดีกว่า!”ชายวัยกลางคนส่ายหน้า“ข้ารู้ว่าพวกเจ้าต้องการอะไร เดี๋ยวข้าจะไปหยิบของมีค่ามาให้ก็ได้ ขออย่างเดียว อย่าส่งเสียงดังไปรบกวนลูกน้อยสุดที่รักของข้า ให้ของแล้วต่างคนต่างไป ตกลงไหม?”แน่นอนว่าซือหลินทราบ สำหรับในบ้านไม้ห่างไกลเงียบสงบแห่งนี้ มีคนอาศัยอยู่ก็แต่เพียงสมาชิกครอบครัวของซือหลินเองเท่านั้น ผู้คนที่เดินทางมาถึงบ้านกลางป่าเขาหลังนี้ได้ มีเพียงสามประเภท หนึ่งคือผู้คนมาซื้อสมุนไพรจากหมู่บ้านป่าเหมันต์ใกล้ๆ สองคือคนหลงทาง คนต่างถิ่นและสาม มิจฉาชีพ…ซึ่งประสงค์ต่อทรัพย์“เออ เข้าใจอะไรง่ายดีนี่ลุง ให้ว่องไวหน่อยล่ะ พวกข้าอารมณ์ร้อน มีเวลานับหนึ่งถึงสาม ส่งของมีค่าเสร็จ พวกข้าจะออกไปบ้านอื่นต่อ ไม่มีใครเจ็บตัว”เจ้าหัวหน้าชุดมอซอกล่าวอย่างว่าง่าย จากนั้นเขาก็กวักมือให้ลูกน้องตามประกบซือหลินมาด้วยไอ้พวกนี้...ได้ทีเอาใหญ่...รีบหาทางไล่กลับไปให้ไว ก่อนฟานลูกรักของพ่อจ๋าจะตื่นดีกว่า ...ซือหลินคิดเช่นนั้น ทว่าเมื่อมองไปยังห้องนอนของตน ดวงตาและปากของซือหลินตาเบิกโพลง...เมื่อพบว่าในเปลเด็ก...นั้นว่างเปล่า...... ... ... “พวกเจ้าทำอะไรลูกของข้า!!!”
เปรี้ยง!!!
ตู้ม!!!
โครม!!!
อธิบายได้เพียงว่าบังเกิดความโกลาหลดังพายุพัดมาลูกใหญ่ ช่วงเวลาแห่งฝันร้ายที่เรียกว่า'การต่อสู้เพราะความโกรธ'จบลงในเวลาเพียงชั่วพริบตาเหล่าลูกกระจ๊อกในบ้านต่างก็ลงล้มไปกองกับพื้น ร้องโอดครวญกันจนหมดสิ้น เหลือเพียงเจ้าของบ้านกับเจ้าหัวหน้าบนเก้าอี้เท่านั้นที่ยังอยู่“อะ--ไอ้เฒ่า! พลังวัวตายควายล้ม แกมันปีศาจหรือไง!?”ชายผู้เป็นหัวหน้าบนเก้าอี้ปากสั่นเมื่อไร้พวกพ้องที่เป็นกำลังให้ ความโอหังของเขาก็สลายไปหมดสิ้น ความกลัวถูกเข้าครอบงำแทนที่ ทำให้หัวหน้าโจรไม่กล้าแม้แต่จะยืนขึ้น วิ่งหนีหรือชักอาวุธขึ้นสู้แต่อย่างใด“ผิดแล้ว เมื่อก่อนข้าสู้ปีศาจมานับไม่ถ้วน แต่ตอนนี้ก็แค่คนหนุ่มเก็บสมุนไพรธรรมดาตั้งหาก?”“คนหนุ่มธรรมดาอะไรวะ ต่อยตีพรรคพวกข้ากระจุยวะลุง มารดามันเถอะ! เป็นใครกันแน่!?”“ไม่จำเป็นต้องตอบคนอย่างเจ้าที่มาบุกรุกบ้านข้า”ซือหลินตะโกนกร้าว ดวงตาของเขาบัดนี้จ้องเชือดเฉือนดังมีดคมกริบ“ตอนแรกขอร้องกันสุภาพๆ ไม่อยากให้เสียงดังเพราะเกรงใจเด็กหลับ แต่ตอนนี้ชัดแจ้งว่าไม่จำเป็นต้องออมมือต่อกัน!”“เดี๋ยว ! ดะ..ได้โปรด เมตตาข้าด้วย! ไว้ชีวิตข้า ข้าขอร้อง!”เจ้าหัวหน้าพูดเสียงสั่น“ตอบข้าให้ว่องไวเพราะข้ากำลังอารมณ์เสียสุดๆ”ข่มใจความเดือดดาลก่อนเค้นเสียงถาม“เด็กทารกที่หลับบนเตียงนอน...ฟาน ลูกของข้าอยู่ที่ไหน!”“หะ หา? เด็กทารกอะไร ข้าไม่รู้เรื่อง…ข้าไม่รู้”“ฟาน ลูกแสนน่ารักของข้าอยู่ที่ไหน!!! บอกทุกเรื่องที่เจ้ารู้ รางวัลคือชีวิตเจ้าเอง ข้าจะนับถึงสามเท่านั้น ไม่งั้นข้าจะเอาหน้าเจ้าไปละเลงกองหิมะ”พูดพร้อมกระชากคออีกฝ่าย ร่างนั้นสั่น เหงื่อไหล ตัวสั่น ตาถลนฉายความหวาดกลัว“ก็บอกว่าไม่รู้ไง พวกข้าเข้ามาในบ้าน ก็ไม่เห็นเด็กชื่ออาฟงอาฟาน หรือไคฟงอะไรของลุงทั้งนั้น”“…สาม!!!”“กริ๊ดดด! ช้าก่อน นึกออกแล้ว ข้าเห็นอะไรแปลกๆ ขะ---ข้าว่าเห็นพวกไหนก็ไม่รู้กลุ่มหนึ่ง พวกมันมีม้าเป็นฝูงเลย---พวกมันขี่ม้าจับคนออกไปทางหมู่บ้านป่าเหมันต์!”“ใครขี่ม้า อะไร ยังไง บอกให้ละเอียด!”“ขะ-ข้าเห็นกับตาสองข้าง ชั่วยามก่อนมีพวกขี่ม้ามากลุ่มหนึ่ง เหมือนพวกโจรค้าทาส พวกข้าเป็นคนจรจัด เลยแอบมองอยู่ไกลๆ กลัวมันมาหาเรื่องจับไปเป็นทาส ข้าเห็นมันจับคนไปเป็นหลายสิบคนเลยนะ พอพวกมันไปหมดแล้ว พวกข้าก็เลยเข้ามาแอบเก็บของที่เหลือของใช้ตามทาง จนมาเจอบ้านหลังนี้เข้า ...ข้ารู้แค่นั้นจริงๆ เมตตาข้าเถอะนะลุง---”
ผัวะ!
ฝ่ามือตบเข้าที่หลัง จะด้วยความกลัวตายสุดขีดหรือกลัวซือหลินสุดขีดก็ตาม หัวหน้าโจรขอทานก็สลบเหมือดไปในทันทีคาเก้าอี้ ดูเหมือนบริเวณเป้ากางเกงมีคราบเปียกชื้นขึ้นมาอีกด้วย“คำก็ลุง สองคำก็ลุง...บอกแล้วว่าไม่ได้แก่ขนาดนั้น! จำที่บอกบ้างไหมเนี่ย!คนหนุ่มโว้ย คนหนุ่ม!!” ซือหลินบ่นอย่างหัวเสีย ก่อนเดินตรงกลับเข้าไปในห้องนอนสายตาแฝงด้วยความเสียใจ เขาหยิบผ้าห่มของลูกน้อยขึ้นมามอง มันยังมีสัมผัสความอบอุ่นหลงเหลืออยู่ แล้วจึงกุมผ้าไว้แนบกาย ...ฟาน...ฟานลูกรักของพ่อจ๋า...เจ้าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรกัน...อ้ายพวกเลว จิตใจทรามหยาบช้า กล้าดียังไง มาลักพาลูกสุดน่ารักของข้า...ถ้าฟาน ลูกรักของข้าเป็นอะไรไปขึ้นมาล่ะก็...ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเตรียมใจเอาไว้ให้ดี...ซือหลินผู้นี้จะตามหาพวกแก…ไม่ว่าพวกแกจะอยู่ไหน ไม่ว่าพวกแกกำลังทำอะไร ...ข้าจะตามหาพวกแกให้เจอ...จะไล่ล่าพวกแกไปจนสุดขอบโลก...
จนกว่าจะพบตัวฟาน ลูกของข้า!!