“สามีขา ภรรยากลับมาแล้วววว!!”
พรู๊ดดดด!! แค่ก! แค่ก!
เสียงหวานใสค่อนไปทางออดอ้อนที่ดังมาจากทางประตูบ้านทำเอาชายหนุ่มที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่ถึงกับไอสำลักน้ำหน้าดำหน้าแดง
“คุณ! ดีขึ้นไหมคะ?”จางซิ่วอิงเข้ามาในห้องนอนทันได้เห็นสามีทีกำลังไอสำลักอย่างหนักก็ตรงเข้าไปลูบแผ่นหลังของเขาทันที
“แค่ก! แค่ก! แค่ก!! อืมม ผมดีขึ้นแล้ว”แม้จะยังคงไออยู่บ้างแต่ก็ดีกว่าตอนแรกพลันหันมองใบหน้าภรรยาที่ยืนทำหน้าตาใสซื่อราวกับไม่รู้เลยว่าเมื่อครู่พูดอะไรออกมา
“คุณมองหน้าฉันแบบนี้คือ?”
หยางซีห่าวถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนนี่ภรรยาคงไม่รู้จริง ๆ สินะว่าคำพูดของเธอทำให้สามีสำลักน้ำเกือบตายช่างน่าจับมาตีก้นจริง ๆ
“ช่างเถอะ เรียบร้อยดีหรือเปล่าครับ?”ถึงอย่างนั้นก็ยังคงถามถึงเื่วุ่นวายของวันนี้ด้วยความเป็ห่วงอยู่ดี
หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี พลางเชิดหน้าขึ้นเสียงใสตอบกลับไปอย่างภาคภูมิใจโดยไม่ลืมถามกลับไปเช่นกัน
“แน่นอนสิคะ ว่าแต่คุณหิวหรือเปล่า?”
“นิดหน่อยครับ รอทานมื้อเย็นทีเดียวก็ได้”เมื่อภรรยาถามสามีที่ซื่อสัตย์อย่างหยางซีห่าวจึงตอบออกไปตามตรงแต่เขาสามารถอดทนรอมื้อเย็นได้ ภรรยาไม่จำเป็ต้องรีบร้อนทำอาหาร ั้แ่ตื่นนอนหญิงสาววิ่งวุ่นแทบไม่ได้หยุดพักเห็นเธอกลับมาเหนื่อย ๆ ก็อยากให้พักสักหน่อย
อีกอย่างการทานอาหารสามมื้อสำหรับชนบทออกจะเป็เื่ที่ชาวบ้านทั่วไปมองว่าฟุ่มเฟือยด้วยซ้ำไปั้แ่เด็กจนโตหยางซีห่าวล้วนผ่านการอดอาหารมานับครั้งไม่ถ้วนดื่มน้ำในลำธารประทังความหิวเขาก็เคยทำมาแล้ว ตอนนี้หากจะอดทนรออีกสักเล็กน้อยจะเป็อะไรไป
แต่เหมือนคนเป็ภรรยาจะไม่ได้สนใจฟังคำพูดของเขาเท่าที่ควรราวกับว่าร่างบางนั้นไม่ได้คิดตามในสิ่งที่สามีอย่างเขา้าจะสื่อด้วยซ้ำไป
“ฉันไปหาอะไรให้คุณทานดีกว่า เดี๋ยวฉันมานะคะ ฟอดดด!!”แค่คิดถึงผลไม้สดในมิติดวงตาคู่เรียวพลันสว่างวาบขึ้นมาทันทีเห็นทีต้องไปปอกผลไม้เป็ของว่างมื้อบ่ายให้สามีสักหน่อยแต่ก่อนจะออกไปปอกผลไม้หญิงสาวบุคลิกขี้เล่นไม่ลืมฝังจมูกลงบนแก้มสากของสามีสักฟอดใหญ่ๆ ก่อนไป
“นี่ภรรยา!! คุณลวนลามอีกผมแล้ว!!”เสียงทุ้มร้องท้วงขึ้นมาแทบจะทันทีแต่ก็ไม่ทันคนเป็ภรรยาที่หัวเราะร่าวิ่งออกจากห้องไปก่อนแล้วทว่าััของปลายจมูกเชิดรั้นยังคงตราตรึงอยู่แก้มขวา พอนึกได้ว่าภรรยาแสดงความรักกับเขาเป็ครั้งที่สองริมฝีปากหยักก็ปรากฎรอยยิ้มราวกับคนโง่งมก็ไม่ปาน
กลับบ้านมาคราวนี้ภรรยาของเขานั้นเปลี่ยนไปจนแทบเป็คนละคนหากเป็เมื่อก่อนอย่าว่าแต่การแสดงความรักเลยแค่การแสดงความรู้สึกผ่านสีหน้ายังแทบนับครั้งได้ เพราะจางซิ่วอิงคนก่อนนั้นทั้งเฉยชาราวกับไร้ความรู้สึกในบางครั้งเขายังสงสัยว่าภรรยาเคยรู้สึกอะไรกับเขาบ้างหรือไม่?
แต่ดูจางซิ่วอิงในตอนนี้เถอะ นี่พึ่งผ่านไปแค่วันเดียวเธอก็ขโมยหอมแก้มเขาถึงสองครั้งแถมยังไร้ท่าทีเขินอายอย่างที่ควรจะเป็ ไม่เพียงเท่านั้นยังหัวเราะร่าราวกับจงใจกลั่นแกล้งกันพาลเอาหัวใจแกร่งเต้นระรัวไปหมด เขาอยากให้ขาหายเสียั้แ่ตอนนี้เลยด้วยซ้ำอยากจะจับภรรยาจอมทะเล้นมาทำโทษให้รู้ความเสียบ้างว่าอย่าขยันทำให้จิตใจสามีสั่นไหวบ่อยนัก เพราะมันอันตรายกับตัวเธอเอง
“สาลี่หวานกรอบมาแล้วค่ะ สามีขา”จางซิ่วอิงยิ่งเห็นท่าทีเขินอายของสามีก็ไม่วายเรียก‘สามีขา’ด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อมอีกครั้ง พร้อมขยิบตาส่งไปให้คนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงกว้างด้วยท่าทีขี้เล่น
เ้าของเสียงหวานถือจานสาลี่เนื้อขาวที่ถูกหั่นอย่างดีวางเรียงกันอย่างเป็ระเบียบสาลี่ในมิติลูกค่อนข้างใหญ่ เธอปอกเพียงสองลูกก็วางเต็มจานแล้ว
“นี่เอามาจากในมิติคุณเหรอครับ?”ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินอายหลังจาถูกภรรยากลั่นแกล้ง
“ใช่ค่ะ คุณลองทานดูสิคะ!”
หญิงสาววางจานสาลี่บนที่นอนข้าง ๆลำตัวของสามีเพื่อให้เขาหยิบได้สะดวก ส่วนตนเองเดินออกไปยกเก้าอี้ไม้สำหรับให้ตัวเองนั่งข้างเตียงเพื่อกินสาลี่พร้อมกับสามี
มือเรียวหยิบสาลี่ชิ้นแรกขึ้นมาส่งเข้าปากทันทีที่ได้เคี้ยวสาลี่เนื้อสีขาวราวหิมะรสชาติหวานสดชื่นที่อบอวลอยู่ในปากช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าที่ได้รับมาทั้งวันได้เป็อย่างดีหญิงสาวหลับตาพริ้มเพื่อััรสชาติหวานหอมและความกรุบกรอบนั้นเชื่องช้า
พลันเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบกับั์ตาคมกริบของสามีที่กำลังมองจ้องใบหน้าของเธออยู่“รอให้ฉันป้อนเหรอคะ?”
ใบหน้าเรียวเล็กคลี่ยิ้มทะเล้นพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อให้สามีได้มองหน้าเธอได้อย่างเต็มที่
“อะแฮ่ม! อย่ามัวแต่พูดเล่นสิครับ”หยางซีห่าวแกล้งไอออกมาอีกครั้ง ก่อนจะเสมองไปทางอื่น จังหวะหัวใจเขาเต้นรัวแรงจนเกรงว่าคนตรงหน้าจะได้ยินเมื่อสบเข้ากับแววตาซุกซนคู่นั้น ทำเขารู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งกาย
“ไม่แกล้งแล้วค่ะ คุณต้องไปหาหมออีกทีวันไหนคะ?มีเอกสารมาด้วยหรือเปล่า?”จางซิ่วอิงปรับสีหน้าให้ดูจริงจังมากขึ้นก่อนจะกลับมานั่งหลังตรงอย่างเช่นยามปกติ
จากที่ได้ดูาแของสามีคาดว่าคงต้องให้หมอติดตามอาการอีกนานมากทีเดียวเขาเป็ทหารที่ปกป้องประเทศจนได้รับาเ็อย่างน้อยก็ควรมีสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาบ้าง
“อยู่ในกระเป๋าครับ รบกวนภรรยาหยิบให้ผมหน่อย”ชายหนุ่มนึกทึ่งกับสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของภรรยาก่อนจะชี้นิ้วไปยังกระเป๋าที่ติดตัวมาจากกรม ในนั้นมีเพียงเสื้อผ้าหนึ่งชุดและเอกสารสำคัญบางส่วนเท่านั้น
จางซิ่วอิงหยิบกระเป๋าของสามีขึ้นมาให้เขาเป็คนหาเอกสารนั้นด้วยตนเองแม้จะเป็สามีภรรยาแต่ทุกคนย่อมมีพื้นที่ส่วนตัวและเธอไม่คิดจะก้าวก่าย
เธอรับเอกสารชุดหนึ่งมาจากมือสามีก่อนจะไล่อ่านรายละเอียด เกี่ยวกับผลการวินิจฉัยก่อนหน้า และสรุปได้ว่าอีกสองวันจะถึงวันนัดตรวจนั้น
“เดี๋ยวฉันพาคุณไปเองค่ะ”
หยางซีห่าวขมวดคิ้วเข้าหากันเป็ปมอย่างนึกแปลกใจภรรยาของเขาเรียนจบเพียงชั้นประถมต้นไม่ใช่หรือ แล้วเธออ่านตัวอักษรออกั้แ่เมื่อไหร่กันสีหน้าที่ดูเหมือนจะเข้าใจคำศัพท์ทางการแพทย์เ่าั้อีกชายหนุ่มได้แต่เก็บความสงสัยเ่าั้ไว้ในใจเขารู้สึกชอบภรรยาในตอนนี้มากกว่าภรรยาในเมื่อก่อนจึงไม่อยากเอ่ยซักไซ้อะไรให้มากความ เพราะเกรงว่าเธอจะเสียความมั่นใจและอาจจะกลับไปเป็จางซิ่วอิงคนก่อน
“ขอบคุณครับภรรยา”เสียงทุ้มกล่าวขึ้นจากนั้นจึงทานสาลี่ในจานที่ภรรยาปอกไว้คำแล้วคำเล่ารสชาติหวานหอมที่เขาไม่เคยได้ััมาก่อนซึ่งหลังจากเริ่มทานคำแรกเขาก็หยุดมือไม่ได้อีก จนสาลี่ชิ้นสุดท้ายถูกกลืนลงท้องในที่สุดภายในเวลาอันรวดเร็ว
มื้อเย็นจางซิ่วอิงทำน้ำแกงปลาเพื่อบำรุงสามีมีผัดผักหนึ่งจานวางคู่กัน และไข่ต้มสามฟองเช่นเดิมและตบท้ายด้วยบัวลอยไข่หวานที่หญิงสาวนึกอย่างกินจึงนำออกมาเผื่อสามีด้วยหนึ่งถ้วย
หยางซีห่าวค่อนข้างติดใจน้ำแกงปลาของภรรยาเป็อย่างมากไม่ใช่ไม่เคยกิน แต่รสชาติน้ำแกงที่เคยกินมาทั้งชีวิตไม่ได้อร่อยกลมกล่อมเช่นนี้เพียงไม่นานอาหารบนโต๊ะก็ถูกกวาดลงท้องจนเกลี้ยง
แม้แต่ขนมหวานในถ้วยเล็กที่คนภรรยาเรียกว่าบัวลอยไข่หวานเขาก็ทานหมดไม่มีเหลือ รสชาติที่หวานมันกำลังดีทำให้เขาที่ไม่ชอบขนมหวานสามารถทานได้จนหมดถ้วยถือว่ารสมือของภรรยานั้นดีมากจริงๆ
หญิงสาวแยกตัวไปล้างจานและเก็บอุปกรณ์ในครัวปล่อยให้สามีทานยาหลังอาหารและนั่งย่อยรอเธอสักพักก่อน
“คุณอยากออกไปนั่งรับลมด้านนอกหน่อยไหมคะ?”วันนี้สังเกตว่าด้านนอกพระอาทิตย์ยังไม่ตกสามีของเธออุดอู้อยู่ในบ้านทั้งวันจึงอยากจะพาเขาออกไปสูดอาการปลอดโปร่งด้านนอกดูบ้าง
“คุณจะเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า?”ชายหนุ่มถามภรรยาด้วยสีหน้าเป็กังวลั้แ่เช้าเขายังไม่เห็นเธอหยุดพักเลยแต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้ปริปากบ่นแม้สักคำตัวก็เล็กแค่นี้รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนัก
“ไม่เหนื่อยค่ะ ฉันอยากทำ”ใบหน้าเรียวยิ้มกว้างก่อนจะเข็นรถที่มีสามีตัวโตนั่งอยู่พาออกไปข้างนอกอย่างไม่รีบร้อนทันทีที่ก้าวพ้นประตูบ้านเธอพาสามีมายังข้างบ้านที่เคยเป็แปลงผัก
“ตรงนี้ตอนแรกฉันคิดว่าจะปลูกผักไว้ทานแต่ตอนนี้คิดว่าคงไม่ปลูกแล้ว”
หยางซีห่าวมองตามนิ้วเรียวที่ชี้ไปยังพื้นดินว่างเปล่าดินตรงนี้ถูกถอนหญ้าออกจนหมด ทั้งยังยกร่องดินเรียบร้อยแล้วเห็นจะขาดแต่การเอาเมล็ดมาปลูกเท่านั้นแต่หากภรรยาจะไม่ปลูกต่อเขาก็ไม่คิดคัดค้านแต่อย่างใดเขาเองก็กลัวว่าร่างบางจะเหนื่อยเกินไปด้วยซ้ำ “ถ้าเหนื่อยเกินไปก็ไม่ต้องทำหรอกครับ”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ ฉันคิดว่าก่อนฤดูหนาวเราจะย้ายบ้านกัน”จางซิ่วอิงตอบกลับอย่างหมายมั่น เธอตั้งใจไว้แบบนั้นจริง ๆและคิดว่าเธอต้องทำมันให้ได้
“ย้ายบ้าน? คุณอยากย้ายไปที่ไหนครับ?”เสียงทุ้มถามขึ้นอย่างนึกแปลกใจหญิงสาวชนบทที่มีความคิดก้าวหน้าและรู้จักวางแผนอย่างภรรยาเขาในตอนนี้นับว่าหาได้ยากมาก
“ในตัวอำเภอค่ะ ที่จริงก่อนคุณกลับมาฉันไปถามราคามาแล้วแต่ยังไม่ได้ไปดูบ้านจริงเลย ไว้เราไปดูด้วยกันนะคะ”
“ผมจะเป็ภาระของคุณเปล่า ๆ คุณเลือกเองได้เลยผมตามใจคุณ”เขารู้ตัวเองดี เพราะตอนนี้ขาที่ไม่สามารถใช้การได้การไปไหนมาไหนเกรงว่าจะเป็ภาระเสียเปล่า ๆ อีกอย่างเขาอยู่ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้นไม่ว่าภรรยาเลือกที่ไหนเขาล้วนไม่ติดขัดแต่อย่างใด
“ไม่ได้สิคะ เอาไว้วันที่คุณไปหาหมอเราไปดูบ้านด้วยกันนะคะ”เสียงใสค้านขึ้นอย่างไม่ยินยอมก่อนจะกล่าวรวบรัดตัดจบเพื่อไม่ให้สามีเอ่ยแย้งได้อีก
“ครับ”เมื่อภรรยา้าเช่นนั้นเขาหรือจะขัดใจเธอ
ในระหว่างสองสามีภรรยากำลังแลกเปลี่ยนความคิดกันท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลาย กลับมีเสียงแหลมเล็กดังอาละวาดด่าทออยู่หน้ารั้วบ้านทำเอาจางซิ่วอิงกรอกตามองบนอย่างเหนื่อยหน่าย
อยู่เฉย ๆเื่ก็มาหาถึงบ้านอีกแล้วสินะ เฮ้ออออ!!
“สะใภ้สาม! นางแพศยา! ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!! แกสร้างเื่อะไรไว้ฉันจะตีแกให้ตาย ออกมาเดี๋ยวนี้!!!! ออกมา!!”