เสียงลมหายใจของผู้ชมรอบสนามเริ่มแ่ลงขณะที่เวทีประลองเข้าสู่คู่สุดท้ายของรอบแรก—แม้จะเป็คู่ปิดท้ายแต่บรรยากาศกลับไม่เร้าใจนัก
“แค่รวมจิตขั้นสอง?นี่มันต่างกันเกินไป…”
“ไม่มีอะไรน่าดูหรอก มันก็แค่พิธีกรรมก่อนโดนหามลงเวทีน่ะ”
เสียงพูดคุยเบา ๆ ทยอยดังขึ้นท่ามกลางทัศนคติที่แทบไม่มีใครคาดหวังกับผลการประลอง
หลี่เวินหรงก้าวขึ้นเวทีด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย เสื้อคลุมสีครามประจำตระกูลสะบัดตามแรงลมสายตาของเขาเย่อหยิ่งและเต็มไปด้วยความมั่นใจยิ่งกว่าผู้ใดก่อนที่ริมฝีปากจะยกยิ้มเยาะเย้ยแล้วหันไปมองหลี่หยางซึ่งเดินขึ้นมาอีกฝั่งอย่างเงียบงัน
“เ้าคงรู้ใช่ไหมว่าขึ้นมาเพื่ออะไร?”
“อย่างมากก็แค่แสดงตัวให้คนจำชื่อไว้ตอนล้มเท่านั้นแหละ”
ทันใดนั้น เขายกมือขึ้นกลางอากาศพลังิญญาไหลเวียนออกจากร่างอย่างนิ่งสง่า แสงสีเงินส่องวาบขึ้นกลางเวที
ตูมมมม!
เสียงะเิของอากาศดังก้องพร้อมร่างขนาดมหึมาของสัตว์อสูรตัวหนึ่งที่ปรากฏขึ้น
หมีกรงเล็บทองแดง —
• ชนชั้น:อสูรชั้นยอด
• ระดับ:นักรบขั้น 5
• ธาตุหลัก:
• ประเภท:สัตว์ร้าย สายพลังโจมตี
• เพศ:ผู้
• ลักษณะเด่นกรงเล็บที่แหลมคม ดวงตาดุดัน ปล่อยพลังมหาศาลออกจากทุกแรงเคลื่อนไหว
สนามประลองถึงกับสั่นะเืเบา ๆเมื่อเท้าของมันกระแทกพื้น
เสียงของผู้ชมเริ่มกลับมาฮือฮาอีกครั้งบ้างชื่นชม บ้างยิ่งมองว่าหลี่หยางไม่มีทางรอด
“หมีกรงเล็บทองแดง… แค่ลมหายใจก็ทำให้สัตว์อสูรธรรมดาหนีหัวซุกหัวซุนได้แล้ว”
“นี่เ้าหนูนั่นคิดจะสู้จริง ๆ เหรอ?”
เสียงผู้ชมรอบเวทีเริ่มกลับมาครึกครื้นอีกครั้งขณะที่หลี่เวินหรงยืนอย่างภาคภูมิใจเคียงข้างหมีกรงเล็บทองแดงที่เต็มไปด้วยพลังบีบคั้นจิตใจ
หลี่หยางยืนนิ่งยังไม่แม้แต่จะเรียกสัตว์อสูรของตนออกมา นั่นยิ่งทำให้ผู้คนเริ่มซุบซิบกันหนาหู
“หลี่หยางจะเอาอะไรมาสู้กัน?ข้าจำได้ว่าเขามีแค่… ไมยราพหนามแดง?”
“แค่ต้นไม้ระดับต่ำ จะมาสู้กับหมีกรงเล็บทองแดง?ฮ่าๆ นี่มันตลกแห่งปี!”
“ไม่ใช่แค่ต่างระดับพลังนะ… ชนชั้นของสัตว์อสูรก็ห่างกันเกินไป!”
ใครบางคนในกลุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“หมีกรงเล็บทองแดง เป็สัตว์อสูรชนชั้นยอด ระดับนักรบขั้น 5… แค่แรงปะทะธรรมดายังทำให้สัตว์ระดับต่ำป่นปี้”
“ส่วนต้นไมยราพของหลี่หยางน่ะ…ถ้าข้าไม่จำผิด มันแค่ ชนชั้นสามัญ เท่านั้นเอง”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังจากหลายทิศทางบางคนถึงกับยกมือป้องปากขำ
“หลี่เวินหรงคงไม่ต้องออกคำสั่งมากแค่ให้หมีเดินไปเหยียบก็จบแล้วล่ะ”
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์และการดูแคลนไม่มีใครสังเกตเลยว่า แววตาของหลี่หยาง… ไม่ได้หวั่นไหวแม้แต่น้อย
เสียงในสนามค่อยๆ เงียบลงเมื่อหลี่หยางก้าวขึ้นไปบนเวที ประสานมือเบา ๆ พลางหลับตาเรียกจิติญญา
ทันใดนั้น —
ฟุ่บ!
วงเวทอัญเชิญปรากฏขึ้นใต้เท้าหลี่หยางเป็ วงเวทสีดำสนิท
แสงจากวงเวทสีดำเข้มยังคงหมุนวนช้า ๆบนเวที กลืนกินแม้แต่แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมากลิ่นอายของพลังที่ไม่คุ้นเคยยังแผ่กระจายทั่วลานประลองกดทับจนผู้ชมบางคนต้องกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ
หลายคนเริ่มรู้สึกว่าบางอย่างไม่ถูกต้อง— ไมยราพหนามแดง แม้จะมีพิษร้ายแรง แต่ก็เป็อสูรสายพืช การอัญเชิญไม่น่าจะสร้างแรงกดดันได้ถึงเพียงนี้และวงเวทของสายพืชมักเป็สีเขียวหรือเขียวอมทองไม่ใช่สีดำสนิทราวคืนเดือนดับเช่นนี้
จังหวะนั้นเอง…แสงสีดำปะทุขึ้นกลางเวที
แวบ!
เงาหนึ่งพุ่งทะยานออกจากวงเวทเงานั้นเบาราวสายลม แต่ก็วูบวาบจนหลายคนแทบมองไม่ทันจนเมื่อมันหยุดยืนอยู่ข้างหลี่หยางอย่างสง่างาม—
ผู้ชมแทบทุกคน… หยุดหายใจไปชั่วขณะ
จิ้งจอกเงาจันทร์ —
ร่างเพรียวบางสง่างามขนสีเงินอมฟ้าส่องแสงอ่อนจางในแสงแดดดวงตาสีฟ้าลึกเปล่งแสงราวจันทร์เต็มดวงในคืนกลางหาว เงียบงัน ไร้เสียงก้าวเดินคล้ายเป็เพียงเงาสะท้อนจากดวงจันทร์ในน้ำ แต่นั่นคืออสูรจริง…
“ม…ไม่ใช่ไมยราพหนามแดง!”
“เ้าเด็กนั่น มีสัตว์อสูรอีกตัว…ระดับพลังนี้— !”
“ขนเงินอมฟ้า… ดวงตาแบบนั้น…อย่าบอกนะว่า—”
“…จิ้งจอกเงาจันทร์?”
เสียงสุดท้ายนั้นกล่าวด้วยความใสุดขีดจากหนึ่งในผู้าุโ
และผู้คนก็เริ่มแตกตื่น — เพราะชื่อ“จิ้งจอกเงาจันทร์” คือหนึ่งในสัตว์อสูรที่หายาก มีความเย่อหยิ่งสูงมาก มักจะไม่ยอมทำสัญญากับมนุษย์และเป็ที่ร่ำลือว่า หากวิวัฒนาการจนถึงขีดสุด จะสามารถต่อกรกับอสูรระดับตำนานได้เลย!
ทันทีที่จิ้งจอกเงาจันทร์ก้าวออกจากวงเวทสีดำสนิทร่างงามปราดเปรียวขนสีเงินอมฟ้าสะท้อนแสงตะวันจาง ๆดวงตาสีครามเรืองรองราวจันทร์ยามค่ำคืน — เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วทั้งลานประลอง!
“นั่นมัน…สัตว์อสูรชั้นยอดงั้นรึ?”
“ระดับพลังของมัน…อย่างต่ำก็ระดับนักรบขั้น 5!”
“เป็ไปได้ยังไง?!หลี่หยางอยู่แค่รวมจิตขั้น 2 เอง!”
เสียงพูดคุยผสมความตะลึงดังขึ้นไม่ขาดสาย
หลายคนถึงกับลุกขึ้นจากที่นั่งพยายามเพ่งมองให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด
“เขา…เขาควบคุมสัตว์อสูรระดับนี้ได้ยังไงกัน?!”
“แม้แต่ระดับรวมจิตขั้น 4 บางคนยังไม่มีปัญญาควบคุมสัตว์อสูรระดับนักรบขั้น5 เลยนะ!”
แม้แต่ผู้าุโบางคนที่ยืนเงียบมาตลอดก็ยังเผลอหรี่ตาลงเล็กน้อยพึมพำกับตนเอง
“เด็กคนนี้… ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ…”
สายตาจากทุกทิศทางหันมาจับจ้องหลี่หยาง
จากความดูแคลนในคราแรก ค่อย ๆกลายเป็ความสงสัยระคนเกรงขาม
ไม่มีใครเข้าใจได้ว่าเด็กหนุ่มที่มีพลังเพียงขั้นสองกลับสามารถอัญเชิญและควบคุมสัตว์อสูรระดับสูงได้อย่างมั่นคงไม่มีอาการสั่นไหวหรือเสียการควบคุมแม้แต่น้อย
บางคนเริ่มตั้งข้อสงสัยถึง “พลังแฝง”ของหลี่หยาง
บางคนเริ่มสงสัยว่า หรือว่าที่เขาได้รับการดูถูกมาตลอด…เป็แค่ภาพลวงตา?
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นทั่วลาน
และในเวลานั้นเอง —หลี่เวินหรงที่เคยยิ้มเยาะในตอนแรก…ก็เริ่มขมวดคิ้วเคร่งเครียด
“จิ้งจอกตัวนั้น…มันมีแรงกดดันผิดปกติ…”
แรงกดดันจากจิ้งจอกเงาจันทร์ยังคงคลุ้งอยู่ทั่วลานประลอง
เหมือนจะบอกกลาย ๆ แก่ผู้ชมว่า —การประลองที่ใคร ๆ คิดว่า ‘ชนะขาด’
อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คาดอีกต่อไปแล้ว…
เวทีเงียบงัน… ผู้คนตะลึงงัน…
แม้แต่หลี่เวินหรงก็ชะงักนิ้วมือที่กำลังจะสั่งการ
และหลี่หยาง… เพียงลูบหลังจิ้งจอกเบาๆ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ:
“ไปเถอะ… แสดงให้พวกเขาเห็นว่าเงาจันทร์ จะบดบังเงาหมีได้อย่างไร”
หลี่เวินหรงยังคงยืนตระหง่านบนเวทีใบหน้าหยิ่งยโสหันมองจิ้งจอกเงาจันทร์ด้วยแววตาไม่เชื่อสายตา
“เ้าคิดว่าแค่รูปร่างสวยสง่าจะเอาชนะข้าได้หรือ?”
ขณะที่เสียงหัวเราะจากบางคนในฝูงชนเริ่มดังขึ้น—หลี่หยางก้าวขึ้นมาข้างหน้าช้าๆ สีหน้าเรียบนิ่ง สายตาแน่วนิ่งไม่หวั่นไหว
“เ้าใช้หนึ่ง ข้าก็จะใช้เพียงหนึ่ง”
เสียงของเขาไม่ได้ดังนักแต่กลับเงียบสงบจนฝ่าทะลุเสียงพูดคุยในลานประลอง ทุกคนเงียบกริบทันที
คำพูดนั้น เรียบง่ายแต่กลับดังก้องในใจของทุกคน ผู้คนเริ่มตีความไปต่าง ๆ นานา
“เขาหมายถึงจะใช้อสูรแค่หนึ่งตัวจริงๆ หรือ?”
“แสดงว่าเ้าไมยราพหนามแดงนั่นคงแข็งแกร่งพอจะสู้หมีของหลี่เวินหรงได้?”
“ไมยราพเป็อสูรตัวแรกของเขานี่…คงได้รับการฝึกฝนมาอย่างหนัก”
มีเสียงกระซิบแพร่สะพัดในกลุ่มผู้ชมหลายคนเริ่มคาดการณ์ว่าหลี่หยางอาจซ่อนพลังที่แท้จริงของไมยราพหนามแดงไว้รอเผยในยามจำเป็
แต่ในใจของหลี่หยางกลับเงียบงัน…
เขาเอามือลูบกลางอกเบา ๆราวจะปลอบโยนใครบางคนที่อยู่ข้างในนั้น
“ไมยราพ… เ้ายังไม่พร้อมไม่ใช่ตอนนี้…”
เพราะแท้จริงแล้วไมยราพหนามแดงของเขายังคงอยู่เพียงระดับ สามัญขั้น 9
การวิวัฒนาการที่ยังไม่สมบูรณ์ทำให้ไม่อาจนำมาเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรชนชั้นยอดอย่างหมีเหล็กของหลี่เวินหรงได้
ดังนั้น เขาจึงเลือกใช้“จิ้งจอกเงาจันทร์” ที่มีศักยภาพเหนือกว่าทุกสิ่งที่ผู้คนคาดคิด—แม้จะไม่ใช่สัตว์อสูรตัวแรกของเขาก็ตาม
บรรยากาศเหนือเวทียิ่งตึงเครียด
หลี่เวินหรงแค่นเสียง
“เ้ากล้าท้าทายข้าด้วยคำพูดพวกนั้นงั้นหรือเด็กน้อย… ข้าจะบดเ้าให้ไม่มีแม้แต่เงาให้หลงเหลือ!”
หมีกรงเล็บทองแดงของเขาเริ่มคำรามกึกก้องพร้อมพุ่งตัวออกไป