“ใกล้จะถึงเมืองแล้วสิคงต้องหาที่จอดก่อนไม่อย่างนั้นผมอาจโดนสอบสวนตอนเข้าเมืองได้”
ผมขับรถจักรยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าความเร็วสูงวนไปมาหลายรอบก่อนจะเจอจุดลงจอดได้มันคือป่าขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างเมืองไปไม่ไกลมากนัก ผมขับไปอย่างระมัดระวังโดยที่ไม่ให้ใครเห็นจากนั้นก็รีบจอดรถ แต่มันก็มีปัญหาใหม่มาทันที
“แล้วผมจะเก็บมันยังไง ลืมคิดเรื่องเรื่องนี้ไปเลย พาหนะตัวนี้มันก็สำคัญมากด้วยสิถ้าจะให้สร้างใหม่ตลอดคงเป็นเรื่องยุ่งยากเล็กน้อย ถ้าลองสิ่งนั้นดูมันจะได้ผลไหมนะ”
ช่องเก็บของมิติ
ติ๊ง!
โอ้! มันได้ผลดีจริงๆด้วย มันมีความคล้ายคลึงกับเกมของโลกก่อนของผมไม่มีผิด ถ้าเก็บมันก็น่าจะเพ่งจิตไปที่มันรึเปล่า? ต้องลองดูก่อน ผมเพ่งจิตไปที่รถจักรยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าความเร็วสูงคันนั้นมันก็ถูกเก็บเข้าไปในช่องเก็บของทันที ทำให้ผมเองก็อดเผยรอยยิ้มออกมาไม่ได้เพราะมันสุดยอดกว่าที่คิดไว้เสียอีก
เมื่อทำทุกอย่างที่คิดไว้เสร็จแล้วผมก็มองไปรอบๆเพื่อสังเกตโดยรอบก่อนไปอีกครั้งที่ทำก็เพราะป้องกันใครบางคนที่จะผ่านมาแถวนี้จะมาเห็นผมที่มีของแปลกๆได้
หืม! ข้างหน้าผมหญ้ามันสั่นไหวไปมาด้วย หรือว่าจะเป็นพวกมอนสเตอร์มาให้ผมทดสอบทักษะก่อนเข้าเมือง เอ๊ะ! ทำไมคราวนี้ต้นไม้มันสั่นตามไปด้วย ไม่ใช่แค่นั้นคราวนี้พื้นดินก็สั่นตามไปอีก มันแรงขึ้นเรื่อยๆจนผิดสังเกต
ตูม!
ผมก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่ตอนนี้รู้แค่ว่าตัวของผมลอยอยู่บนอากาศ ด้วยความที่ตัวผมเป็นคนที่ค่อนข้างเป็นคนช่างสังเกตทำให้ดวงตาของผมเองจับจ้องมองจุดที่พวกหญ้ากับต้นไม้สั่นไหวอยู่ตอนแรก
ตอนนี้พวกมันโดนถอนรากถอนโคนไปหมดแล้วมีแค่หลุมขนาดใหญ่พร้อมกับเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง ผมเช็คสภาพร่างกายของตนเองก็พบว่าไม่เป็นอะไร ผมเองน่าจะแค่โดนลูกหลงจากคลื่นพลังอะไรบางอย่างทำให้ลอยขึ้นไปแบบนี้ ตกลงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
โฮก!
"เจ้าพวกมนุษย์กล้ามากนะที่มารบกวนการหลับของฉันคนนี้ที่เป็นราชาแห่งป่านี้"
นั่นมันตัวบ้าอะไรละนั่น กิ้งก่าเหรอ? ไม่สิ หรือว่าจระเข้? ก็ไม่อีกแหละดูจากขนที่ปุยขนาดนั้น ไม่สินั่นก็ไม่ใช่ขนปุยแต่น่าจะเป็นขนที่เป็นหนามแหลมเหมือนเหม่น ถ้าจะพูดให้ถูกก็ประมาณว่าเป็นการรวมกันระหว่างกิ้งก่า จระเข้และเหม่น ต้องใช่แน่ๆเพราะรูปร่างของมัน เอ่อ...หัวจะออกทางกิ้งก่าตั้งแต่ลำตัวไปถึงหางจะมีลักษณะทุกอย่างคล้ายจระเข้แต่ก็ปกคลุมอีกชั้นหนึ่งด้วยขนที่แหลมคมขนาดตัวของมันก็ราวๆตึกขนาดกลางได้เลย
"ใจเย็นๆก่อนท่านราชาแห่งป่าพวกเราไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ท่านจะมาไล่ฆ่าพวกเราไม่ได้นะ"
“พวกเราก็แค่เข้ามาหาของป่ากับยาสมุนไพรก็เท่านั้นมันเป็นแค่ภารกิจเอง”
ส่วนกลุ่มคนที่โดนไล่ล่าก็จะมีหญิงสองคนชายอีกสี่คนแล้วพวกเขาไปทำอะไรมาถึงได้โดนเจ้าตัวประหลาดแบบนี้ไล่เอาได้ ชั่งเถอะหาที่ลงพื้นได้แล้วถ้าลอยอยู่แบบนี้คงไม่ดีแน่ ถ้าเป็นที่สูงขนาดนี้น่าจะใช้สิ่งนั้นจะดีที่สุด
รังสรรค์
ผมใช้จิตนาการออกมาตั้งแต่องค์ประกอบของมันจนออกมาเป็นรูปร่าง สิ่งที่ผมจะสร้างมันก็คือรองเท้าเสริมแรงต้านที่รับแรงกระแทกสูงได้แบบสบายๆในโลกก่อนมันเป็นทฤษฎีที่ผมได้ค้นพบมันแต่ก็ไม่มีโอกาสได้ทำเพราะผมวางมือและออกจากวงการธุรกิจไปก่อนแต่ตอนนี้ผมทำมันได้สำเร็จแล้วอีกทั้งยังเป็นเวลาที่สั้นมากๆ
ตูม!
ลงพื้นได้สวย ถึงจะมีแค่ความสามารถรับแรงกระแทกรุนแรงได้แต่ก็มีเพียงแค่ความสามารถเดียวเท่านั้น ในอนาคตผมคงต้องค้นคว้าเพิ่มขึ้นไปอีกถ้ามีเวทมนตร์ด้วยแบบนี้ยิ่งทำง่ายเข้าไปใหญ่
"รีบไปก่อนที่เจ้าพวกนั้นจะมาที่นี่ดีกว่า"
วืด! ตูม!
นั่นมันอะไร? มันน่าจะเป็นคลื่นพลังงานบางอย่างแต่เมื่อสักครู่มันผ่านร่างของผมไปอย่างฉิวเฉียดเล่นเอาตัวผมเองขนลุกซู่กันเลยทีเดียว ผมหันหน้าไปทางจุดที่คลื่นพลังผ่านตัวผมไป เมื่อดวงตาของผมรับรู้ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำเอาตัวผมเองตกใจไปด้วยเพราะพลังทำลายมันไม่ได้ด้อยไปกว่าขีปนาวุธสมัยใหม่ที่มีพลังทำลายล้างสูง บริเวณป่าที่เคยเขียวชอุ่มกลายเป็นพื้นที่โล่งกว้างไปในพริบตาเดียวแรงกว่าคลื่นพลังที่เจ้าตัวประหลาดได้ใช้ไปก่อนหน้านี้เสียอีก
"ช่วยด้วย ใครก็ได้ ราชาแห่งป่ามันบ้าไปแล้ว มันคิดจะฆ่าพวกเราไปพร้อมกับทำลายป่า"
"ช่วยพวกเราด้วย"
“ช่วยด้วย...”
…
เดี๋ยวนะ! ทำไมเสียงพวกนั้นมันดังใกล้หูของผมจังเลย ทันทีที่ความคิดผุดขึ้นมาสิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุดก็เป็นจริง
“พวกเรา นั่นมีคนอยู่ด้วยไปขอความช่วยเหลือกันเถอะ เขาต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งแน่นอน”
อย่าตามมานะ เจ้าพวกบ้าจะลากมันมาด้วยทำไม
“ท่านผู้กล้ารอพวกเราด้วย ช่วยพวกเราก่อนอย่าพึ่งไป”
“ท่านจะวิ่งไปไหนช่วยพวกเราก่อน ดูจากลักษณะท่าทางแล้วท่านน่าจะแข็งแกร่งพอตัวนะ”
โฮก!
“ไม่ต้องดิ้นรนไป พวกแกต้องตายกันทุกคน”
พวกมันจะลากเจ้าตัวประหลาดนั่นมาหาผมทำไม ไม่เอานะ ผมจะมาตายทั้งๆที่ยังไม่ได้แม้แต่จะเริ่มผจญภัยแบบนี้เลยเหรอ? ถึงผมจะมีทักษะสุดโกงตั้งสี่อย่าง แต่มันจะทำอะไรได้ในตอนนี้เพราะพวกมันก็แค่เลเวลหนึ่ง แล้วไม่ต้องพูดถึงทักษะแบบในการ์ตูนที่ได้ไปต่างโลกแบบนั้นเด็ดขาดเพราะมันไม่เหมือนกันตอนนี้ที่ผมอยู่มันเป็นโลกความเป็นจริง ดีไม่ดีผมอาจจะถูกฆ่าไปเลยก็ได้
บ้าจริง! เป็นไงเป็นกันการเคลื่อนที่ของผมกับเจ้าพวกนั้นก็ไม่ได้ต่างกันมากจะต่างก็แค่เจ้าตัวประหลาดนั่นที่วิ่งมาด้วยความเร็วที่ผมแทบใจหายในจังหวะที่มันวิ่งมาในแต่ละก้าวที่มันย่ำลงไปเพราะความเร็วมันไม่ได้ด้อยไปกว่ารถจักรยานยนต์สมัยเก่าที่วิ่งได้สูงสุดที่แปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง
รังสรรค์
“ต้องจินตนาการไปถึงพื้นดินที่อยู่ข้างใต้ทำให้มันสามารถขยายตัวได้จากนั้นก็ยืดขึ้นทำเป็นกำแพงขนาดใหญ่กั้นระหว่างเจ้าพวกตัวล่อเป้าทั้งหลายเหล่านั้นกับเจ้าตัวประหลาด”
กำแพงขนาดใหญ่ที่ผมสร้างขึ้นมาก็ขว้างกันเอาไว้ ผมไม่ได้คิดจะทำเพียงแค่อันเดียวเท่านั้นแต่ทำมันกั้นมาเรื่อยๆเพื่อป้องกันความผิดพลาดอย่างน้อยๆมันน่าจะยื้อเจ้าตัวประหลาดนั่นไว้ได้สักระยะ จนกระทั่งถึงอันที่สิบก็หยุดมือลง พวกกลุ่มที่ตัวล่อเจ้าตัวประหลาดนั่นก็วิ่งมาจนถึงตำแหน่งที่ผมยืนอยู่แต่ละคนนั้นเหงื่อท่วมตัวกันทั่งนั้น
“ขอบคุณท่านผู้กล้า ท่านเป็นผู้มีพระคุณของพวกเราทั้งหมด”
“ขอบคุณท่านมากที่สละเวลามาช่วยพวกเรา”
แล้วมันใครกันที่ลากมันมาหาผม เจ้าพวกนี้ไม่ได้คิดเลยจริงๆ
“พวกคุณจะยืนกันอีกนานไหม รีบไปที่เมืองกันก่อนค่อยขอบคุณอะไรยังไงก็เอาไว้ทีหลังถ้าไม่รีบ...”
ตูม!
กำแพงดินที่สร้างไว้มากกว่าสิบชั้นถูกพลังโจมตีของเจ้าตัวประหลาดบดขยี้กลายเป็นฝุ่นละอองไปในพริบตาเดียว ผมที่กำลังยืนพูดเตือนพวกเขาประมาณว่าอย่าได้ประมาทยังไม่ทันพูดจนจบ ขาของผมมันก็วิ่งออกไปในทันทีทำเอาพวกเขาทั้งหมดตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก
“ท่านผู้กล้าอย่าพึ่งรีบไปรอพวกเราด้วย”
“พวกคุณวิ่งไปก่อนดีกว่าตัวใครตัวมันรักษาตัวเองด้วย ผมเองก็จะวิ่งให้ไกลที่สุดจุดหมายที่หน้าเมืองไว้เจอกันนะครับ”
พวกเขามองหน้ากันไปมาเมื่อเห็นผมวิ่งไปไม่แม้แต่เหลียวมองข้างหลังของตัวเอง เสียงที่คำรามของเจ้าตัวประหลาดดังกึกก้องไปทั่วบริเวณทำให้พวกเขาทั้งหมดไม่อาจรีรอได้ก็วิ่งตามทางที่ผมวิ่งมาในทันที ผมวิ่งสุดชีวิตไปได้สักระยะจนกระทั่งมองเห็นกำแพงเมืองอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนักทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมา
โฮก!
“เจ้าพวกมนุษย์กล้ามากนะที่บังอาจมาแสดงทักษะอันกระจ้อยร้อยมาหยุดราชาแห่งป่าอย่างฉันคนนี้ ฉันจะไม่ปล่อยให้พวกแกหนีไปได้สักคน”
เจ้าตัวประหลาดมันโกรธแล้วตอนนี้ มันกำลังอ้าปากขนาดใหญ่ของมันดูดพลังงานโดยรอบมารวมไว้ที่ปากขณะที่กำลังอ้าอยู่ พลังงานที่ดูดเข้ามากลายเป็นลักษณะทรงกลมขนาดเท่าลูกฟุตบอลที่ดูแล้วอาจไม่ให้ความรู้สึกถึงความน่ากลัวของมันแต่อย่างใด แต่ใครจะกล้าสบประมาทเจ้าตัวประหลาดตัวนี้ได้กันละก็มันเป็นถึงราชาแห่งป่าผืนนี้
เดี๋ยวนะ! นั่นมันรวมพลังแล้วมันน่าจะคิดทำอะไรบางอย่างแน่ถ้าผมคิดไม่ผิดนั่นน่าจะเป็นหนึ่งในสุดยอดท่าไม้ตาย เจ้าพวกนั้นที่ล่อเจ้าตัวประหลาดนี่มาก็วิ่งช้าเหลือเกิน ผมก็อยากจะถามพวกเขามากๆว่าทำไมต้องลากอะไรแบบนี้มาใส่ผมด้วย ทั้งที่ผมเองก็ยังแค่เลเวลหนึ่งเท่านั้นเอง มันก็ไม่ได้ต่างไปจากพวกเขามากนักไม่สิดีไม่ดีอาจเป็นผมเองที่ด้อยกว่าพวกเขาเสียอีก
แต่จะให้ทำยังไงได้ถ้าไม่ช่วยเลยพวกเขาก็จะหาว่าผมที่เป็นคนจิตใจดีขนาดนี้(จริงเหรอ!)ว่าเป็นยักษ์เป็นมารเอาได้ ผมกับพวกเขาก็ถือว่าลงเรือลำเดียวกันแล้วมันก็ถอยไม่ได้แล้วด้วยเพราะถ้าถอยไปมากกว่านี้ชาวเมืองที่ไม่รู้เรื่องอาจโดนลูกหลงเอาได้ ต้องหักเหความสนใจมันออกไปทางอื่นก่อน
“เฮ้ พวกคุณวิ่งออกไปทางซ้ายหน่อย”
ผมร้องตะโกนส่งเสียงไปบอกพวกเขาที่วิ่งมาด้วยอาการที่จะหมดแรงอยู่รอมร่อ
“เอายังไงดีพวกเรา ทำตามที่ท่านผู้กล้าว่ามาดีไหม”
“ฉันว่ามันต้องดีแน่เพราะถ้าคิดอีกแบบการที่ท่านผู้กล้าจะบอกให้พวกเราออกไปอีกทางน่าจะเป็นการดึงความสนใจเจ้าตัวประหลาดนั่นออกไปไกลๆตัวเมือง”
“ถ้าเช่นนั้นก็ทำกันเถอะพวกเราเป็นนักผจญภัย จะลากหายนะมาสู่เมืองก็ไม่ได้ ไปพวกเราต้องเชื่อในตัวท่านผู้กล้า”
พวกเขาทั้งหมดวิ่งเบี่ยงออกไปอีกทางทำให้เจ้าตัวประหลาดที่กำลังรวบรวมพลังอยู่นั้นหันทิศทางการรวมพลังตามติดพวกเขาราวกับเป็นเป้าหมายที่ต้องกำจัดให้หายไปจากโลกใบนี้ อย่างน้อยความคิดที่ผมต้องการจะสื่อก็ส่งไปหาพวกเขาสำเร็จแล้ว ต่อจากนี้ก็คงเป็นการแสดงความสามารถของทักษะสุดโกงของผมแล้ว.......... . . .