ธรณีคลั่ง(ใหม่)

    ตอนที่61 ดันเจี้ยนสีขาว3

        ภูมิเริ่มมองไปรอบๆ เพื่อหาที่หลบภัยไปเรื่อยๆ ในขณะที่กำลังหลบหนีและในตอนนั้นสายตาของเขาก็ได้มองไปเห็นโพรงเล็กๆ อันหนึ่งซึ่งในเป็นโพลงดินที่อยู่ใต้รากไม้อันใหญ่ ภูมิได้รีบพุ่งเข้าไปหามันในทันที แต่ทว่าเมื่อเขาบินไปจนใกล้จะถึงนั้นก็ได้มีเสียงอะไรบางอย่างที่เขาไม่รู้ว่ามาจากได้พุ่งเข้ามาจากด้านหลังของเขาพร้อมๆ กับที่มันได้ของมือข้อขาของเขาเอาไว้

        ภูมิได้หันหลังไปมองด้านหลังของเขาอย่างรวดเร็วก็พบว่าเจ้าด้วงนั้นกำลังบินตามเขามาพร้อมๆ กับพลังมิเนอร่าที่อยู่รอบตัวของมันที่กลายเป็นสีเหลืองเกือบส้มเพียงสีเดียว พร้อมๆ กับพื้นที่ใต้ท้องของเขาที่บินอยู่เริ่มแห้งเป็นฝุ่นผงแล้วแปรสภาพกลายเป็นทรายพุ่งเข้าหาเขา

        ภูมิที่กำลังบินอยู่นั้นเขาได้หมุนตัวในท่านอนขนานกับพื้น360องศาเพื่อหลบการโจมตีพร้อมๆ กับพุ่งไปข้างหน้าแต่ทว่าทรายพวกนั้นกลับก่อตัวเป็นเหมือนเชือดรัดขาของเขาเอาไว้จนแน่นและยึดตรึงกับพื้นดินจนเขาไม่สามารถบินไปต่อได้อีก

        ภูมิเมื่อหันหลังกลับไปก็ได้เห็นด้วยตัวใหญ่เจ้าเก่าพุ่งเขามาภูมิที่เห็นว่าท่าไม่ดีแล้วเขาจึงได้เก็บพับปีกทั้งสองข้างเพื่อทำให้ร่างกายของเขาดิ่งลงด้านลง จึงทำให้เขาหลบเบี้ยวพิฆาตของเจ้าด้วงยักษ์ได้อย่างหวุดหวิด แล้วใช่มือที่กลับมามีสองข้างเหมือนดั้งเดิมแล้วจับขาของแมลงตัวนั้นเอาไว้พร้อมกับใช้แรงของมันกระชากทรายให้ขาดออกจากพื้นดินให้ขาด

       เมื่อทรายเหล่านั้นได้ขาดออกจากพื้นดินภูมิที่อยู่ใต้ท้องของมันก็ได้ใช้เข่าที่เสริมด้วยเปลวไฟที่ถูกทำให้เป็นเหมือนเขาแหลมได้กระแทกเข่าที่ท่องของมัน แต่ทว่าเปลวไปของเขาก็ได้กลับแทงเข้าไม่ถึงตัวของมัน เปลวไฟของเขาได้กระทบเข้ากับเหล่าทรายที่มาจากข้อมือและข้อขาของเขา มันได้รวมตัวกันจนกลายเป็นเกราะบางๆ แต่กลับยืดหยุ่นและแข็งเป็นอย่างมาก

       ภูมิแทงเข่าขวาซ้ำเข้าที่เดิมอีกครั้งและผลก็ได้ออกมาเช่นเดิม แล้วทันใดนั้นทรายแผ่นบางๆ ก็ได้กลายเป็นใบมีดฟาดฟันเข้าที่กลางลำตัวของเขาอย่างรวดเร็วจนเขาตั้งตัวไม่ทัน คมมีดทรายนั้นได้สร้างแผลลึกให้กับเขาจนเลือดสดๆ สาดกระจายออกจากร่างกายพร้อมๆ กับส่งร่างของเขาลงไปบนพื้นจนใบไม้แห้งที่อยู่บนพื้นปลิวว่อน

        ภูมิรีบลุกขึ้นแล้วกางปีกทั้งสองข้างบนหลังออกบินอย่างเร่งรีบเพราะกลัวว่ามันจะสร้างทรายออกมาโจมตีเขาและก็ได้มีทรายพุ่งขึ้นมาจริงๆ เมื่อภูมิได้บินขึ้นจากพื้นหนึ่งเมตร

       ทรายเหล่านั้นก็ได้พุ่งตามเขามาภูมิได้ตัดสินใจพุ่งเข้าไปหาเจ้าด้วงตัวเขื่องที่บินเข้ามาหาเขาเช่นกัน ภูมิได้อาศัยจังหวะนั้นที่กำลังบินเฉียงขึ้นหามัน เขาก็ได้ยินขยับสูงขึ้นเล็กน้อยแล้วในตอนที่ห่างกันเพียงสามเมตรนั้น ภูมิได้ยกสองแขนขึ้นสูงเหนื่อยศีรษะ จากนั้นในมือที่ว่างเปล่าของเขานั้นก็ได้ปรากฏขวานหอกอันยาวขึ้นพร้อมๆ กับที่แขนของเขาเหวี่ยงจนจะถึงมันขวานก็ได้ปรากฏตัวขึ้นสมบูรณ์พอดี ด้วยน้ำหนักของขวานเองบวกกันแรงเหวี่ยงจากแขนทั้งสองของภูมินั้นได้ทำให้คมขวานสับเข้าที่หัวของมันจนทะลุแล้วร่างกายของทั้งสองก็ได้ร่วงลงพื้นในทันที

       .ภูมิรีบลุกขึ้นแล้วหันมาจ้องมองมันอย่างรวดเร็วแม้บาดแผลที่ท้องจะยังเจ็บปวดและมีเลือดหลั่งไหลออกมาก็ตามเจ้าด้วงตัวใหญ่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นพร้อมกับมีขวานที่ทะลุหัวของมัน ภูมิได้ลากสังขารเข้าไปหยิบขวานอันหนักอึ้งเก็บในหน้าต่างระบบแล้วก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ดันเจี้ยนแห่งนี้เริ่มสั่นสะเทือนและก็ได้มีเสียงระบบได้ดังขึ้นในหัวของเขา

       "ติ่ง"

       "ขอแสดงความยินดีด้วยที่ท่านได้มาถึงเลเวล 90 เนื่องจากค่าความชำนาญธาตุของท่านได้ถึงกำหนดและตัวของท่านก็ได้ถึงเลเวลที่กำหนด เริ่มกระบวนการหลอมรวมธาตุ"

       เมื่อสิ้นเสียงมิเนอร่าของเขาก็ได้เปิดขึ้นมาเองอัตโนมัติฝั่งซ้ายเป็นสีฟ้าน้ำทะเลที่เป็นเหมือนระลอกคลื่นวิ่งไปตามผิวหนังถ้าไม่ไกลๆ ส่วนฝั่งขวาได้เป็นเปลวไปสีขาวที่กำลังลุกไหม้จากล่างขึ้นบนทั้งสองได้มาปะทะกันที่ครึ่งกลางซีกซ้ายขวาของภูมิ

       ซึ่งทั้งสองธาตุนั้นค่อยๆ ผลัดกันพุ่งเข้าไปใส่เขตแดนของอีกฝ่ายจากนั้นพวกมันก็ค่อยๆ เปลี่ยนลักษณะและสีของมันโดยเริ่มจากตรงระหว่างร่างกายของเขา สีของทั้งสองเริ่มกลายเป็นสีม่วงรูปลักษณ์ก็กลายเป็นเหมือนเปลวไฟ สีดำหนืดๆ เหมือนจะหยุดย่อยลงแต่กลับไม่ย้อย ความร้อนรอบๆ ตัวของเขาเริ่มสูงขึ้นจนเผาใหม่ป่าใหญ่ที่กำลังจะหายไปและหลอมละลายพื้นดินที่เขากำลังยื่นอยู่ บาดแผลที่เกิดขึ้นจากทรายของด้วงที่เขาพยายามรักษาแต่ได้แค่นิดเดียวกลับหายไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่อาจจะรับรู้ ภูมิที่กำลังมองพลังของตัวเองในรูปแบบใหม่อย่างอึ้งๆ เพราะมันมีทั้งพลังทำลายและรักษาที่สูงกว่าเดิมของเขา

       "ติ่ง"

       "กระบวนการหลอมรวมธาตุเสร็จสิ้น

    ท่านได้รับธาตุ ลาวา "

      เสียงที่เงียบไปได้ดังขึ้นอีกครั้ง

       "ปลื่นๆ "

       เสียงดังกึกก้องของเครื่องยนต์ได้กระทบเข้าโสตประสาทของภูมิจนเขาต้องละความสนใจจากพลังที่พึ่งได้มาใหม่เป็นเสียงของรถที่กำลังขับเข้ามาแทนซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นรถจิบที่ติดอาวุธหนักเอาไว้ทั้งนั้นพวกมันมีกันทั้งหมดเกือบๆ สองร้อยคัน
















    คล้ายกับเรื่องธรณีคลั่ง(ใหม่) ที่คุณอ่าน