ที่นี่คือถนนสาย 777 เป็ถนนเส้นเล็กๆ ในจังหวัดแห่งหนึ่งที่ไม่ได้เจริญอะไรมากนัก รอบข้างมีเพียงมหาวิทยาลัยชื่อดังประจำจังหวัดกับทุ่งรกร้างกว้าง
ถนนสายนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า ถนนหลังมอ เพราะว่าอยู่ติดกับประตูทางเข้าด้านหลังของมหาวิทยาลัยประจำจังหวัด ซึ่งถนนเส้นนี้เป็ที่รู้จักกันดีว่ามี สิ่งลี้ลับ อยู่
ผู้คนต่างพากันพูดไปต่างๆ นาๆ กับสิ่งที่พบเจอจากถนนเส้นนี้ บ้างกลัวจนตัวสั่นเมื่อได้ยินชื่อ บ้างถึงกับหลีกเลี่ยงการใช้ถนนเส้นนี้ด้วยความกลัว แต่สำหรับตัวฉันแล้วถนนเส้นนี้ก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากที่อื่นจะมีพิเศษกว่าบ้างก็ตรงที่มันคือ สถานที่ตาย ของฉันเอง
ฉันชื่อว่า ฟ้า เป็ ผี อยู่ที่นี่มาได้ 5 ปีกว่าแล้วั้แ่ตายไป ยมทูตบอกว่าที่ฉันต้องติดอยู่ที่นี่ไม่ได้ไปผุดไปเกิดก็เพราะมันเป็กรรมเก่าและฉันยังมีห่วงอยู่
ตอนตายฉันอายุได้ 26 ปี ทำงานเป็คุณครูสอนร้องเพลง การร้องเพลงคือสิ่งที่ฉันรักที่สุดส่วนสิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดก็คือ ผู้ชาย
เหตุผลที่เกลียดพวกตัวผู้ก็เพราะตอนเด็กฉันมักโดนพวกผู้ชายแกล้ง พอโตขึ้นมาก็โดนผู้ชายหลอกและโดนผู้ชายทิ้ง พอไปทำงานก็โดนพวกผู้ชายมาทำชีกอและแต๊ะอั๋งใส่ แถมพวกผู้ชายยังตัวเหม็น ไร้มารยาท ชอบใช้ความรุนแรง ในหัวมีแต่เื่อย่างว่าและอีกต่างๆ นาๆ รวมถึงสาเหตุที่ฉันตายก็เพราะโดนผู้ชายขับรถชนอีกต่างหาก
ด้วยความผูกใจเจ็บและโกรธแค้นของฉันที่มีต่อพวกผู้ชายนี่เอง ทำให้ทุกคืนเมื่อมีผู้ชายไม่ว่าหน้าไหนก็ตามที่ผ่านมาบนถนนเส้นนี้ ฉันอดไม่ได้ที่จะต้องออกไปหลอกหลอนเสียทุกรายไป ยิ่งทำก็ยิ่งรู้สึกว่าได้ระบายความแค้นที่มีต่อผู้ชายมาช้านานนับหลายต่อหลายปี
วันนี้ก็เป็อีกวันหนึ่งที่ฉันกำลังเฝ้ารอพวกผู้ชายมาให้ฉันได้หลอกหลอน ขอบอกเลยว่ายิ่งได้เห็นหน้าตาและได้ยินเสียงตอนที่พวกผู้ชายแสดงความหวาดกลัวออกมาด้วยแล้ว มันทำให้ฉันรู้สึกราวกับว่าหัวใจที่ห่อเหี่ยวกำลังได้รับการเยียวยาอย่างไรอย่างนั้น
บรื้นนนนนนนนนนนน
เสียงของรถมอเตอร์ไซค์ดังมาแต่ไกล มองไปก็เห็นผู้ชายอายุประมาณ 20 กว่าๆ กำลังขับรถมาทางนี้ ดูท่าว่ากำลังจะมีเหยื่อมาให้ฉันได้ระบายอารมณ์เล่นเสียแล้ว...หึ...หึ
ฉันเตรียมตัวจัดผมตัวเองให้ดูยุ่งเหยิงแล้วออกไปยืนรอที่ริมถนน ชุดที่ฉันใส่อยู่คือเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่ไหล่ตกหน่อยๆ แลดูเซ็กซี่เล็กๆ กับกางเกงยีนขาสั้นชิคๆ โชว์ขาสวยเรียวงาม แหมถึงเป็ผีฉันก็ไม่หยุดสวยนะคะ
จากนั้นฉันก็ถอดรองเท้าส้นสูงสีดำออกแล้วโยนเข้าไปในทุ่งร้างเพราะคิดเองเออเองว่าเท้าเปล่าน่าจะช่วยเพิ่มความหลอนได้มากกว่า
เมื่อผู้ชายขับมอเตอร์ไซด์เข้ามาใกล้ ฉันก็เริ่มเปล่งเสียงออกมา
"ลา… ลา… ล้าาา"
ฉันเปล่งเสียงเป็ท่วงทำนองเพลงคลาสสิคตามที่เคยร่ำเรียนมาั้แ่สมัยเป็นักศึกษาคณะดนตรี โดยยืดจังหวะให้มันช้าลงเพื่อให้เพลงฟังดูเนิบช้าอย่างน่าโหยหวน
"เสียงอะไรวะเนี่ย"
ไอตัวผู้ที่กำลังขี่มอเตอร์ไซค์บ่นพึมพำก่อนที่จะหันซ้ายหันขวาเลิ่กลั่ก
"เหวอออออออออออออ…!! "
มันโวยวายเสียงหลงแต๋วแตกทันทีเมื่อหันมาเจอกับฉันที่กำลังขับร้องเพลงด้วยน้ำเสียงอันไพเราะ
บรื้นนน บรื้นนน บรื้นนนนนน
"เหวออออออออ!!! "
จากนั้นมันก็รีบบิดเร่งเครื่องรถมอเตอร์ไซค์ไปอย่างหน้าตาตื่นทันที
"คิกๆๆๆ ฮ่ะๆๆๆๆๆๆ "
ฉันหัวเราะร่าน้ำเสียงสดใสด้วยความชอบใจ การได้กลั่นแกล้งผู้ชายแบบนี้มันช่างทำให้เบิกบานใจเสียจริง...แต่เดียวนะเหมือนมีอะไรแปลกๆ
"เอ๊ะ…!? "
*
ตึงๆๆๆ
"เฮ้! แฟร้งค์ วันนี้ไปหาอะไรสนุกๆ ทำกันไหม"
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นตามด้วยเสียงเรียกจากพี่ชายแท้ๆ ของผม
แอ๊ดด
"พี่ ฟา ว่าไง"
"เอ่อ...พอดีพี่นัดเพื่อนไว้นะ แล้วพวกมันบอกให้ชวนแกไปด้วยเพราะเห็นแกคุยสนุกดี..."
"หา? ...พี่ฟามึงโกหกไม่เนียนเลยนะ นี่พี่เอาผมไปเป็ตัวล่อเพื่อชวนพวกผู้หญิงมาอีกแล้วใช่ไหม"
ผมทำหน้าเซ็งเป็ดใส่ด้วยความรำคาญ
"เออน่า...ก็มีน้องชายหล่อขั้นเทพขนาดนี้ขอใช้ให้เป็ประโยชน์หน่อยละกัน"
"ไรของพี่วะเนี่ย"
ผมบ่นด้วยความหงุดหงิดเพราะไอพี่ชายตัวดีมันชอบใช้หน้าตาของผมเป็เครื่องมือในการชวนพวกผู้หญิงออกมาเที่ยวด้วยเป็ประจำ เดือนนี้ก็ปาเข้าไปครั้งที่ 3 แล้ว แต่ก็ยังดีที่เวลาไปไม่ว่าผมจะทำอะไรมันจะจ่ายให้ผมหมด
"เอางี้...เดี๋ยวเอ็งอยากได้อะไรพี่จัดให้หมดเลย อีกอย่างพี่ไม่กล้าผ่านถนนหลังมอคนเดียว ไปเป็เพื่อนหน่อยนะ...เอ็งไม่กลัวผีนิ"
"งั้นก็อย่ากลับดึกมากนะพี่พรุ่งนี้ผมมีกิจกรรมที่มหาลัยแต่เช้า"
ผมพูดพลางดูตัวเลขบนหน้าจอมือถือที่บอกเวลา 21.29 น.
"โอเค สบายมาก"
นี่คือพี่ชายแท้ๆ ของผมเองชื่อว่า ฟา กำลังเรียนอยู่ปี 5 ในมหาวิทยาลัยประจำเมือง ส่วนผมชื่อ แฟร้งค์ เรียนอยู่ปี 2 ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน พวกเราพักอยู่ในบ้านเช่าหลังเดียวกันแต่คนละห้อง
เรา 2 คนค่อนข้างสนิทกัน พี่ฟามักจะมีเื่มาให้ผมช่วยอยู่ 2 เื่เสมอ เื่แรกคือมันมักใช้หน้าตาระดับเดือนมหาวิทยาลัยของผมเป็ตัวช่วยในการจีบสาวๆ อยู่เป็ประจำ ส่วนเื่ที่ 2 ก็คือพี่ฟาเป็คนที่กลัวผีมาก ทำให้มันต้องหาที่พึ่งเมื่อมันกลัวและที่พึ่งนั้นก็คือผมนี่เอง
เหตุผลที่ผมสามารถเป็ที่พึ่งให้พี่ชายตัวดีได้ก็เพราะว่าเมื่อตอนเด็กร่างกายของผมไม่ค่อยแข็งแรง พ่อกับแม่จึงพาไปทำพิธีเบิกเนตร จากนั้นมาผมก็สามารถมองเห็นสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติได้และมันทำให้ผมเป็คนไม่กลัวผีในที่สุด
เมื่อแต่งตัวเสร็จผมกับพี่ก็ออกจากบ้านทันทีด้วยรถมอเตอร์ไซค์ พี่ฟาที่อยู่ในชุดเสื้อโปโลแขนยาวสีดำกับกางเกงขายาวสีกรมท่าเข้มรองเท้าผ้าใบสีขาวเป็คนขับส่วนผมใส่เสื้อยืดแขนยาวสีขาวไม่มีลายกับกางเกงขายาวผ้าชิโนสีดำและรองเท้าแตะหนังแฟชั่นสีดำเป็คนซ้อนที่พวกเราใส่ชุดแขนยาวขายาวกันหมดแบบนี้ก็เพราะตอนนี้อากาศเริ่มเข้าสู่หน้าหนาวแล้ว
"โห พี่ฟานี่พี่อาบน้ำหอมมาเหรอเนี่ย"
ผมพูดแซวพี่ชายในระหว่างนั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์
"เอ็งนี่ชอบแซวพี่นะ บรื้ยย...เย็นจังเลยเว้ย"
พี่ชายของผมตอบกลับก่อนจะบ่นอุบให้กับความเย็นของสภาพอากาศ
"แฟร้งค์...พี่มาแถวนี้ทีไรขนลุกทุกทีเลยวะ"
พอรถเข้าใกล้ถนนหลังมอพี่ฟาก็พูดขึ้น
"ไม่มีอะไรหรอกพี่ฟา อย่าคิดมาก"
ลาาา ลาาา
"เฮ้ย! …ได้ยินเสียงอะไรไหม? "
พี่ฟาหันมาถามผมอย่างเลิ่กลั่กด้วยความใ
"พี่ฟาใจเย็นๆ หูแว่วมั้งพี่"
ลา ลาลา ล้าาา…
"นี่ไง! แฟร้งค์เอ็งไม่ได้ยินเหรอ...เสียงอะไรวะเนี่ย"
"..."
ผมเริ่มได้ยินเสียงแปลกๆ อย่างที่พี่ฟาบอกแต่ยังไม่ทันที่ผมจะพูดตอบกลับไป พี่ฟาก็แหกปากด้วยเสียงดังลั่นราวกับเสียสติออกมาเสียก่อน
"เหวอออออออออออ!? "
จากนั้นมันก็เริ่มบิดมอเตอร์ไซค์พุ่งไปอย่างไม่คิดชีวิต ทำเอาผมงงกับมันมากว่าเกิดอะไรขึ้น
บรื้นนนนนนนนนนนนนนนนนนน
"พี่ฟาเป็ไรพี่ ใจเย็นๆ ก่อ…"
ในขณะที่รถกำลังวิ่งผมหันไปทางทุ่งรกร้างด้านข้างแล้วก็ได้พบกับสาเหตุที่ทำให้พี่ชายของผมเป็แบบนี้ ทำเอาผมผงะด้วยความใไปเหมือนกันกับภาพที่เห็น
วินาทีแรกที่เห็นผมก็รู้ทันทีว่าสิ่งตรงหน้าต้องไม่ใช่คนแน่ๆ แต่พอได้มองชัดๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกทีก็ทำเอาผมเริ่มลังเลและไม่แน่ใจขึ้นมา
สิ่งที่ผมเห็นก็คือิญญาผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ริมถนนฝั่งเดียวกับทุ่งรกร้าง เธออยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่โคร่งที่ใส่แบบหลวมๆ ปล่อยให้ตกจากไหล่สวยได้รูปลงมาหนึ่งด้านกับกางเกงยีนส์ขาสั้นสีน้ำเงินที่เผยให้เห็นต้นขาเรียวสวยทั้ง 2 ข้าง เท้าขาวๆ ของเธอเปล่าเปลือยไม่สวมรองเท้า
สุ้มเสียงที่เธอร้องออกมาแม้ฟังผ่านๆ จะดูโหยหวนก็จริง แต่พอตั้งใจฟังดีๆ แล้วน้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็ไพเราะไม่น้อยทีเดียว ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือใบหน้าสวยของเธอที่เข้ากับผมดำยาวเป็อย่างดีทำเอาผมถึงกับหยุดมองในความดีงามนี้ไม่ได้เลย
"คิกๆๆๆๆๆๆ ฮ่ะๆๆๆๆๆ "
เสียงหัวเราะร่าอารมณ์ดีจากหญิงสาวตรงหน้าดังขึ้นราวกับกำลังชอบใจที่ได้แกล้งพี่ชายของผม ซึ่งการที่เธอยิ้มแย้มแบบนี้มันยิ่งทำให้ใบหน้าของเธอน่ามองขึ้นไปอีกมันน่ามองเสียจนทำให้ผมแอบสับสนในใจว่านี่ผมกำลังโดนมนต์สะกดอะไรเข้าไปหรือเปล่า
'เอาจริงดิ!? ...นี่ผีสวยขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย'
*
"คิกๆๆๆๆ ฮ่ะๆๆๆๆ "
ระหว่างที่ฉันกำลังหัวเราะด้วยความชอบใจจากการได้แกล้งผู้ชายที่ขับรถผ่านมาอยู่นั้น
ฉันก็สังเกตเห็นสิ่งที่ฉันไม่เห็นในตอนแรกนั่นคือยังมีผู้ชายอีกคนซ้อนมาด้วยซึ่งไอผู้ชายคนนี้ทำให้ฉันแปลกใจอยู่ไม่น้อย
'เอ๊ะ...ทำไมไอผู้ชายคนนี้มันดูไม่ใเลยนะ'
ฉันค่อนข้างแปลกใจที่ผู้ชายคนนี้ไม่มีท่าทีใหรือกลัวออกมาเลยหลังจากที่ได้เห็นฉัน แถมกลับกันมันยังจ้องเขม็งมาทางฉันไม่ละสายตาอีกต่างหาก
บอกเลยว่ามันทำเอาฉันเสียเซลฟ์ไปเหมือนกันไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีผู้ชายคนไหนที่เจอกับมุกร้องเพลงโหยหวนของฉันแล้วจะรอดไปได้แบบนี้
นี่หรือว่าดีกรีความน่ากลัวของฉันจะยังไม่เข้มข้นพอกันนะ ว่าแล้วก็ขอจำหน้าไุ์ผู้ชายคนนี้ไว้หน่อยเถอะ เดียวแม่จะไปคิดมุกมาใหม่แก้แค้นเอาให้เดินไม่เป็กลับบ้านไม่ถูกกันไปเลยทีเดียว
"..."
เมื่อฉันพินิจไอผู้ชายที่น่าโมโหนี่อย่างดีก็ได้ความว่าเป็ผู้ชายผิวขาวใสที่มีหน้าตาดูสะอาดสะอ้านแถมยังหน้าหวานกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก ยิ่งบวกกับทรงผมหน้าม้ายุ่งๆ นั่นทำให้หน้าดูละมุนเข้าไปใหญ่ จนฉันเผลอตัวและหัวใจลืมไปเลยว่าตัวเองเกลียดผู้ชายก่อนจะบอกกับตัวเองออกมาว่า
'อะไรมันจะงานดีขนาดนี้เนี่ย'
โปรดติดตามตอนต่อไป